cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 648 รับมือ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 648 รับมือ (2)
Prev
Next

บทที่ 648 รับมือ (2)

บุรุษอาภรณ์ดำหันกลับมามองคนทั้งสองและหัวเราะเบาๆ

“ถ้าเขาไม่กลับมา พวกเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ถ้าเขากลับมา ข้ายังพิจารณาปล่อยพวกเจ้าไปสักครั้งหนึ่งได้อยู่”

“ข้าไม่รู้หรอกว่าลู่เยวี่ยล่วงเกินท่านอย่างไร แต่ว่า ใต้เท้าท่านนี้ ที่นี่คือนครตราชั่ง ถ้าหากท่านก่อความวุ่นวายที่นี่และฝ่าฝืนกฎเหล็ก ระดับสูงกับนครหลวงของเขตที่สี่ไม่มีทางปล่อยท่านไปแน่!” วาจาของถูจินแฝงความคุกคาม

“ไม่มีทางปล่อยข้าอย่างนั้นหรือ เหอะ…” บุรุษอาภรณ์ดำแค่นเสียง “ข้าไม่ได้เพิ่งมานครตราชั่งเป็นครั้งแรก ในความเป็นจริงเขตที่สี่ไม่ได้ถูกนับอยู่ในนครหลวงด้วยซ้ำ”

เขาเดินทางไกลมาจากระบบดาวปรภพ โดยใช้สายเลือดบ่งชี้สะกดรอย ใช้เวลาไปไม่น้อย ถึงค่อยเจอที่อยู่ของตระกูลถู

นอกจากเขาแล้ว ยังมีมือสังหารเงาแยกย้ายไปยังสถานที่อื่นๆ อีก ขอบเขตลวงตาห้าคนเช่นพวกเขามุ่งหน้าไปตรวจสอบตามสถานที่ต่างๆ ตามทิศทางที่สายเลือดบ่งชี้

อีกสามคนที่เหลือเจอต้นกำเนิดสายเลือดแล้ว น่าเสียดายที่ต่างไปผิดทาง มีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่คิดว่ามารสวรรค์น้อยนั่นจะหนีมาทางนครตราชั่ง จึงมาตรวจสอบโดยมีความคิดว่าจะแวะมาเดินเล่นสักหน่อย

มิคาดว่าจะคว้าเบาะแสได้จริงๆ

วาบ!

อยู่ๆ เส้นสายสีขาวกลุ่มหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากร่างถูจิน ด้ายกระตุ้นวิญญาณจำนวนมากกัดกร่อนไปตามเชือกที่รัดพันเขาอยู่ หมายจะสะบั้นเชือกให้ขาด

แต่ก็ไร้ประโยชน์ ด้ายกระตุ้นวิญญาณพากันพังทลาย เชือกยังคงไม่เสียหายแม้แต่น้อย

บุรุษสวมอาภรณ์ดำมองยังไม่มองการเคลื่อนไหวด้านหลัง เพียงยกฝ่ามือขึ้นมาดู จุดแสงสีแดงชาดสามจุดกำลังหมุนวนอยู่กลางฝ่ามือ

‘หมุนเร็วขึ้นแล้ว ดูเหมือนจดหมายฉบับนั้นจะได้ผล’ เขาอดยิ้มไม่ได้”

‘ดูเหมือนครั้งนี้ข้าเป็นฝ่ายทำสำเร็จก่อน’

…

ชายแดนของข่ายเขามังกร กลางทะเลต้นไม้สีเขียวเข้มที่เชื่อมต่อกันเป็นลูกคลื่น เงาที่พร่ามัวอยู่บ้างสายหนึ่งกำลังบินต่ำๆ เหนือยอดไม้ด้วยความเร็วสูง

อาทิตย์งามสาดแสง ลมอุ่นสดชื่น เป็นทัศนียภาพที่อ่อนโยนและน่ารื่นรมย์

แต่พอเงาลวงกะพริบทีหนึ่ง สถานที่ที่พุ่งผ่านต่างมีใบไม้กระจายเวียนว่อน กิ่งไม้แตกหัก สัตว์เล็กๆ ถูกพัดจนล้มกับพื้นเพราะตั้งตัวไม่ทัน ก่อนจะเตลิดหนีด้วยความตกใจ

จากชายแดนของข่ายเขามังกรถึงตระกูลถู เงาลวงใช้เวลาแค่สิบกว่านาทีสั้นๆ ก็เห็นเค้าโครงพร่ามัวของคฤหาสน์ตระกูลถูแล้ว

พอมาถึงที่นี่ เงาถึงค่อยพุ่งลงด้านล่าง แล้วหยุดลง ปรากฏเป็นบุรุษร่างกำยำคนหนึ่ง

เขาสวมชุดคลุมสีเขียว เหน็บถุงใส่เข็มไว้ที่เอว ทั้งยังติดเกราะผลึกสีเงินกึ่งโปร่งแสงไว้บนบ่าสองข้างด้วย

ปลายของเกราะแหลมและยาวมาก ให้ความรู้สึกแหลมคมอยู่บ้าง

‘ทำไมถึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย มาถึงที่นี่แล้วแท้ๆ ปกติอย่างน้อยต้องมีเสียงคนที่อยู่ด้านในดังมาสิ ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีคนจากหมู่บ้านและเมืองด้านนอกมาตรวจพอดีด้วย’ คนผู้นี้ก็คือลู่เซิ่งที่เพิ่งกลับมาจากนครหลวงนั่นเอง

เงินเดือนและรางวัลที่เขาได้มาจากการทำภารกิจและได้มาจากตระกูลจ้าวในช่วงนี้มีทั้งหมดแปดสิบหมื่นเงินน้ำแข็ง ทั้งยังได้สะสมค่าความดีความชอบถึงเก้าสิบหมื่นคะแนนแล้ว

ทุกสิ่งราบรื่นเป็นพิเศษ เพียงรอเวลามาถึง ก็จะดำเนินการตามแผนการเดิมได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

เพียงแต่ความกระวนกระวายที่ซ่อนอยู่ในจดหมายจากถูจินกลับสร้างความไม่สบายใจให้แก่เขาอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงมาตรวจสอบสถานการณ์ในเขตที่สี่ก่อนกำหนด

‘เกิดอะไรขึ้นกัน คนหายไปไหนหมด’ ลู่เซิ่งปลดปล่อยกลิ่นอายพร้อมกับค่อยๆ เข้าใกล้เนินที่ลานเรือนตั้งอยู่

ขณะเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ในตัวเรือนไม่มีเสียงใครสักคน ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแมลงเสียงนกหรือเสียงหนูด้วยซ้ำ

ลู่เซิ่งจิตใจเคร่งขรึม เงาด้านหลังกระจายออกไปอย่างฉับพลัน แบ่งจากหนึ่งเป็นเก้า แล้วกระโจนไปยังเงามืดรอบๆ อย่างไร้สุ้มเสียง

ขณะเดียวกันเขาบีบก้อนสี่เหลี่ยมสีดำที่เหมือนสร้างขึ้นจากเครื่องจักรเอาไว้ แสงสีเหลืองขมุกขมัวกะพริบอย่างเลือนรางอยู่กลางก้อนสี่เหลี่ยม

เขาออกแรงเบาๆ เกิดเสียงดังโพละ ก้อนสี่เหลี่ยมระเบิดเป็นผุยผงแล้วโปรยปรายไปบนพื้นรอบๆ

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ลู่เซิ่จึงค่อยเดินไปยังคฤหาสน์ของตระกูลถู

เดินไปถึงหน้าประตูใหญ่ เขายกมือขึ้น แต่ยังไม่ทันได้เคาะประตู

แอ๊ด

ประตูเรือนเปิดเข้าไปด้านในโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นภายใน

เงาคนสูงใหญ่ที่สวมชุดคลุมสีดำคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงกลางลานด้านหน้าเขา

ด้านหลังเงาคนคือถูจิน เต๋ออวิ๋น และเซินเซินที่โดนมัดติดกับขอนไม้ สามคนต่างก็คอตก ยังมีลมหายใจ แต่ดวงจิตเหมือนจะสลบไสลไม่ฟื้นตื่น

“ข้าตามหาเจ้ามานานมากแล้ว” คนสวมชุดคลุมสีดำมองลู่เซิ่งพลางกล่าวเบาๆ

“ใต้เท้ามีคำเรียกหาว่าอะไร” ลู่เซิ่งกวาดตามองถูจิน พบว่าร่างกายไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บหลงเหลือ อีกสองคนก็เป็นเหมือนกัน บนตัวไม่มีบาดแผล เพียงแต่สลบไปเพราะสาเหตุบางอย่างเท่านั้น

“เจ้าเรียกข้าว่าจวี้เหยี่ยก็ได้” คนสวมชุดคลุมดำหัวเราะ “ถ้าเจ้าไม่ถาม ข้าคงลืมชื่อจริงของตัวเองไปแล้ว”

“อย่างนั้นใต้เท้ามาหาข้าเพราะเรื่องอะไรหรือ เรื่องใดที่จำเป็นต้องทำถึงขั้นจับตัวอาจารย์กับพวกศิษย์พี่ของข้ามามัดไว้” ลู่เซิ่งถามด้วยสีหน้าเยือกเย็น

“มัดคนอาจเป็นเพราะความเคยชิน” จวี้เหยี่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เจ้าจงบอกมาว่าเหตุใดเจ้าจึงเลือกหนีจากเส้นทางการทดสอบที่หอฟ้าเมฆาในวันนั้น ตามเหตุผล เจ้ากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ หากว่าทดสอบผ่าน ก็จะกลายเป็นศิษย์สำนักนทีครามอย่างเป็นทางการ อย่างไรเจ้าก็ติดสินบนทางนั้นไว้เรียบร้อยแล้วนี่”

ลู่เซิ่งจิตใจหนักอึ้ง มาเพื่อเรื่องนี้เหรอเนี่ย ตอนแรกเขานึกว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเสียอีก นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเกิดช่องโหว่จนได้

“ท่านพูดอะไรกัน ข้าไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว ตอนนั้นอยู่ๆ ก็มีสัตว์ตัวน้อยแสนประหลาดกระโดดออกมาคำรามใส่ข้าและถามคำถามที่แปลกประหลาดส่วนหนึ่งกับข้า หลังจากข้าตอบคำถามเรียบร้อย มันก็สร้างร่องแยกสีเทาขึ้นแล้วให้ข้าเข้าไป ข้านึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ ก็เลยกระโดดเข้าไป”

ลู่เซิ่งแสดงสีหน้าจนปัญญาและคลางแคลงใจอย่างเห็นได้ชัด

“ใครจะไปนึกว่า พอกระโดดเข้าไปเสร็จ ก็ดันมาโผล่ที่นครตราชั่ง ในเมื่อท่านมาถึงนี่แล้ว ก็คงทราบว่าจากหอฟ้าเมฆามาถึงที่นี่ต้องใช้ค่ายกลส่งตัวระดับดาวมากขนาดไหน คิดจะกลับไปยังสถานที่เดิม ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสุดที่จะจินตนาการได้ทีเดียว ตอนนั้นข้าสิ้นเนื้อประดาตัว แถมยังต้องป้องกันภัยพิบัติฟ้าตายตัวที่จะเกิดขึ้นทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งอีก ดังนั้นจึงหมดหนทาง ได้แต่ไปเร่ร่อนในนครหลวง ตอนนี้พอเห็นหนทางบ้างแล้ว มีเรือนเล็กๆ อยู่ในนครหลวงที่ถือเป็นบ้านได้ เพียงแต่เวลาที่ว่างๆ ก็ยังนึกถึงบ้านเกิดมาก ในเมื่อใต้เท้าท่านมาพอดี ไม่ทราบว่าพาข้าน้อยกลับดาวปรภพได้หรือไม่…”

“พอแล้ว วาจาไร้สาระไม่ต้องพูดหรอก ไหนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบที่เจ้าได้เจอในเส้นทางทดสอบมาซิ” จวี้เหยี่ยตัดบทอย่างหงุดหงิด

ลู่เซิ่งรีบพยักหน้า

“ขอรับๆ ข้าน้อยจะเล่าตั้งแต่ต้นเอง เรื่องนี้ต้องเกริ่นตั้งแต่ตอนแรกสุดที่ข้าน้อยได้ยินชื่อของสำนักนทีคราม ตอนนั้นข้าเป็นเจ้าสำนักเล็กๆ ที่อยู่ว่างเกินไป จึงนึกอยากจะพัฒนาตัวเอง ทว่าตอนนั้นติดที่ทัศนวิสัย กอปรกับได้ฝึกฝนวิชาถึงจุดสูงสุดจนไม่อาจยกระดับได้อีก เลยจนปัญญาและหมดหนทาง ต่อมาเนื่องจากโอกาสบังเอิญครั้งหนึ่ง ข้าน้อยได้จุติไปยังโลกเล็กๆ ใบหนึ่ง และเจอกับใต้เท้าจวงจิ้วราชามาสวรรค์แห่งโลกสรรพวิญญาณพอดี ตอนนั้นข้าไม่ทราบถึงสถานะของใต้เท้าจวงจิ้ว เพียงแต่นึกว่าเป็นขอบเขตชูศัสตราธรรมดาเหมือนกับข้าเท่านั้น…”

“ถูกต้อง ใต้เท้าจวงจิ้วชื่นชอบการจุติมากที่สุดจริงๆ แม้ไม่ทราบว่าเหตุใดเขาจึงมีงานอดิเรกเช่นนี้ แต่เขามักจะตระเวนไปยังโลกใบเล็กๆ ตลอดเวลา” จวี้เหยี่ยว่า “เจ้าเล่าต่อเถอะ”

“ขอรับ ตอนนั้นข้าฝึกฝนถึงขอบเขตสำคัญพอดี และเป็นเพราะซุ่มฝึกฝนอยู่ในโลกใบเล็กๆ นั่นอยู่นาน กอปรกับสถานะที่จุติมีความพิเศษ จึงได้พบปะกับใต้เท้าจวงจิ้วโดยไม่ได้ตั้งใจ” ลู่เซิ่งเผยสีหน้าใคร่ครวญทบทวน

“ตอนนั้นข้าเองก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร หลังจากใต้เท้าจวงจิ้วสนทนากับข้าหลายครั้ง ก็แสดงน้ำใจและความใกล้ชิดกับข้ามากกว่าเดิม ใต้เท้าเองก็ทราบว่า ระหว่างมารสวรรค์ที่จุติด้วยกันเองอย่างพวกเรามีแต่ความกริ่งเกรงเท่านั้น แต่ใต้เท้าจวงจิ้วกลับดีต่อข้าเป็นพิเศษโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เพียงมอบความรู้ด้านเทวลักษณ์ให้แก่ข้าเท่านั้น ยังมอบผลึกลี้ลับให้ข้าด้วย แต่ว่าตอนนั้นข้าที่ไม่รู้เรื่องอะไรได้ปฏิเสธไป”

ลู่เซิ่งส่ายหน้า

“เล่าถึงตรงนี้แล้ว ใต้เท้าอาจจะไม่ทราบ จริงๆ ข้าน้อยไม่ใช่คนของดาวปรภพ หากแต่กลับชาติไปเกิดจากที่อื่น”

“หือ เจ้ายังมีความทรงจำจากชาติเดิมหรือ” จวี้เหยี่ยพลันสนใจ

“เรื่องอื่นๆ จำไม่ได้แล้วขอรับ” ลู่เซิ่งส่ายหน้า “เพียงจำได้ว่าดาวเคราะห์ที่ข้าอยู่ถูกดาบสีดำขนาดยักษ์ที่แยกท้องฟ้าได้เล่มหนึ่งทำลาย พี่น้อง พ่อแม่ ภรรยาและลูกชายของข้า ล้วนกลายเป็นผลึกม่วงที่จับตัวกันภายใต้ดาบสีดำ เวลานั้น…เวลานั้น…” ลู่เซิ่งพูดถึงตรงนี้ สายตาก็อึมครึมเล็กน้อย ทั้งยังมีความเจ็บปวดรวดร้าวถึงไขกระดูกฉายวาบออกมา

“รอประเดี๋ยว! ผลึกม่วง ดาบดำหรือ” จวี้เหยี่ยพลันตกตะลึง เหมือนนึกฉุกใจอะไรได้ สายตาที่เขามองไปยังลู่เซิ่งพลันเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย “ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดใต้เท้าจวงจิ้วถึงได้ถูกชะตากับเจ้าขนาดนี้…”

ลู่เซิ่งขมวดคิ้วน้อยๆ “หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับชาติก่อนของข้าน้อย”

จวี้เหยี่ยพยักหน้าอย่างระมัดระวัง

“กล่าวไปมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าอาจไม่รู้และไม่เข้าใจ แต่ว่าเนื้อหาที่ซ่อนอยู่เป็นสิ่งที่เจ้าจินตนาการไม่ออกแน่…เจ้าเล่าต่อเถอะ”

ลู่เซิ่งพยักหน้าและเล่าต่อ “หลังจากนั้น ใต้เท้าจวงจิ้วก็ทิ้งวิธีการติดต่อให้แก่ข้าเพื่อให้ข้าติดต่อกับเขาข้ามโลก บอกว่าหากมีปัญหาอะไรให้ขอความช่วยเหลือจากเขาได้เต็มที่…”

“แบบนี้ก็อธิบายได้แล้ว…มิน่าๆ…” จวี้เหยี่ยผุดสีหน้ากระจ่างแจ้ง

“…การเข้าไปทดสอบที่สำนักนทีครามต่อจากนั้น ความจริงเป็นใต้เท้าจวงจิ้วช่วยเดินเรื่องให้ข้า มีหลายอย่างที่ข้าไม่รู้และไม่เข้าใจ”

จวี้เหยี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือปล่อยแสงสีเทาสายหนึ่งออกมา แสงจับตัวเป็นภาพม่านน้ำด้านหน้าลู่เซิ่งเหมือนสายฟ้าแลบ

“เจ้าลองแยกแยะดูว่านี่คือใคร” แสงดาวสีเงินหลายจุดปรากฏขึ้นด้านหน้าจวี้เหยี่ยก่อนจะระเบิดออก จุดแสงโปรยปรายและพุ่งเข้าไปในม่านน้ำดุจห่าฝน

บนภาพพลันปรากฏสตรีผู้มีสง่าราศีสีหน้าเรียบเฉยคนหนึ่ง นางสวมผ้าคลุมหน้าสีดำ ใส่กระโปรงยาวที่ฝังผลึกไว้ทั่ว ใต้ชายกระโปรงคือหลังเท้าของเท้าสิบกว่าคู่ที่เปลือยเปล่า

ลู่เซิ่งกวาดตามองสีหน้าของจวี้เหยี่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เพ่งมองภาพอย่างละเอียด

“ข้า…จำไม่ค่อยได้แล้ว…แต่…ข้ารู้สึกใกล้ชิดกับนางมาก…ดูคุ้นตายิ่ง…เหมือนกับผู้อาวุโสที่เข้มงวด…”

ครั้งนี้สีหน้าของจวี้เหยี่ยเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

เขารีบปิดภาพขณะมองลู่เซิ่งราวกับเห็นผี

เวลานี้วิชาจิตโน้มนำระดับมากกว่าพันสำแดงผลระดับเทพ

ลู่เซิ่งฉุกนึกได้โดยพลัน

“ท่านแม่!” เขาอ้าปากร้องเรียก

จวี้เหยี่ยสะดุ้งโหยง โซเซถอยหลังไปหลายก้าวขณะมองลู่เซิ่งอย่างงุนงง ไม่พูดอะไรอยู่ชั่วขณะ เพียงมองเงียบๆ เช่นนี้

ผ่านไปหนึ่งนาทีกว่าๆ เขาจึงค่อยๆ ระบายลมหายใจ

“ถูกต้อง…นางก็คือมารดาบังเกิดเกล้าของใต้เท้าจวงจิ้ว…มิหนำซ้ำ ถ้าข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ บางทีเจ้าอาจจะเป็นน้องชายที่กลับชาติมาเกิดใหม่ ผู้ที่ใต้เท้าจวงจิ้วพูดถึงอยู่เสมอ…!”

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 648 รับมือ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved