cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 610 เผาไหม้ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 610 เผาไหม้ (2)
Prev
Next

บทที่ 610 เผาไหม้ (2)

พวกกระต่ายเทาที่ได้รับการชะระล้างเริ่มกันกระจายตัวเพื่อยึดครองดินแดนอย่างรวดเร็ว

ฝูงสัตว์ตัวเล็กธรรมดานำกลุ่มฝูงสัตว์ใหญ่เคลื่อนทัพเข้าไป ใครกินหญ้าผู้นั้นรอด ใครกินเนื้อจับมาหาหัวหน้าให้หมด

มิอาจไม่บอกว่าผลลัพธ์การเพิ่มเลือดลมของด้ายกระตุ้นวิญญาณน่าหวั่นสะพรึงถึงขีดสุด กระต่ายเหล่านี้ได้ไปถึงขีดจำกัดที่ยีนของพวกมันจะไปถึงได้แล้ว การพัฒนาต่อจากนี้ตัดสินจากคุณสมบัติร่างกายก่อนกำเนิด ต่อให้เป็นลู่เซิ่งก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

นอกจากจะผสมด้ายกระตุ้นวิญญาณเข้าไปในตัวบริวารแล้ว ลู่เซิ่งยังได้มอบวิชารุมโจมตีส่วนหนึ่งให้แก่พวกมันด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ลู่เซิ่งมอบหญ้าปลุกใจที่ตนผสมออกมาได้โดยบังเอิญให้แก่พวกกระต่ายในกลุ่มพิทักษ์กฎ

พวกมันเกิดการหลั่งฮอร์โมนเพิ่มขึ้นหลังจากกินเข้าไป แรง ความเร็ว และพลังระเบิดต่างก็เพิ่มขึ้นจนเหนือกว่าก่อนหน้านี้สี่เท่ากว่าๆ

ตอนแรกพวกมันถูกด้ายกระตุ้นวิญญาณดันจนเหมือนกับลูกบอล พอมีหญ้าปลุกใจนี้เพิ่มมาอีก พวกกระต่ายเทาก็เริ่มบุกตะลุยไปรอบๆ พร้อมกับตาสีแดงก่ำ เพื่อช่วยลู่เซิ่งบรรลุแผนการขยายลัทธิ

ตัวลู่เซิ่งวันๆ กินๆ นอนๆ จนร่างกายใหญ่ขึ้นทุกที แต่เป็นเพราะยังมีกลุ่มพิทักษ์กฎแห่งลัทธิที่ได้รับการชำระล้าง การกวาดล้างป่าจึงยังคงดำเนินต่อไปได้โดยที่เขาไม่ต้องดูแล

หลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาณาเขตทั้งหมดในรัศมีหลายร้อยลี้รอบๆ ถูกขุมกำลังของลัทธิหญ้าศักดิ์สิทธิ์ยึดครองอย่างหยาบๆ

กระต่ายและสิ่งมีชีวิตกินหญ้าชนิดอื่นๆ ที่ได้รับการปรับปรุงจนกลายพันธุ์จากลู่เซิ่งต่างก็ตัวใหญ่ขึ้นหลายเท่า

กระต่ายเทาถูกกดดันมานาน ตอนนี้พอได้รับพลังมา ย่อมไม่ปล่อยคู่แค้นเก่าไว้ กอปรกับมีการสนับสนุนจากเผ่ากวางที่ซื่อสัตย์ที่สุด

สัตว์ที่ได้รับการชำระล้างเหล่านี้มีพลังเหี้ยมหาญจนน่ากลัว หลังจากกวาดล้างป่ารอบๆ เสร็จ ลู่เซิ่งก็ได้สั่งให้บริวารขับไล่สัตว์กินเนื้อทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน

หลังจากบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย ในที่สุดราชาหมีดำกับราชาเสือที่สู้หลังชนฝาก็ล้มลงในหุบเขาแห่งหนึ่งเพราะการกลุ้มรุมอย่างหนักหน่วง ก่อนจะถูกเหล่ากระต่ายเทาลากไปบวงสรวงให้แก่ลู่เซิ่ง

ลัทธิหญ้าศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ที่โถงศิลาขรุขระที่เหมือนกับโบราณสถานอันงดงามของพวกมนุษย์แล้ว

…

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองเดือน…

ราชาเสือกับราชาหมีดำมีแต่บาดแผลทั่วร่าง ถูกกระต่ายเทาสี่ตัวลากเข้ามาในโถงศิลา

พวกมันถูกจองจำมานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาไต่สวนสักที

กระต่ายเทาสองตัว ตัวหนึ่งไว้ขนสั้น หน้าตาเย็นชา อีกตัวหนึ่งยิ้มอย่างเย็นเยียบ บนหูมีรอยแผลเป็นขนาดยาว

กระต่ายสองตัวนี้เป็นกระต่ายเทาที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากหัวหน้าเผ่า

พวกมันรับหน้าที่เป็นองครักษ์ข้างกายลู่เซิ่ง

“เรียนท่านปราชญ์ สองตัวนี้ก็คือราชาหมีดำและราชาเสือขอรับ”

ในแสงสว่างอันมืดสลัว ราชาหมีดำยังมองไม่เห็นชัดว่าเป็นใคร ก็ได้ยินเสียงราบเรียบและทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังในโถงศิลาช้าๆ ว่า

“อ้อ พาพวกมันเข้ามาใกล้หน่อย”

เสียงของลู่เซิ่งค่อยๆ ดังมา สะท้อนในโถงศิลาอย่างต่อเนื่อง

“ขอรับ” กระต่ายเทาสองตัวลากราชาหมีดำกับราชาเสือไปด้านหน้า

ผัวะ!

“คุกเข่า!” กระต่ายเทาตัวหนึ่งถีบใส่ข้อพับของราชาหมีดำอย่างแรงจนอีกฝ่ายตัวสั่น เกือบจะคุกเข่าลงจริงๆ

“พบปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของพวกข้าแล้ว ยังกล้าเงยหน้าอีก!? ข้าจะถลกหนังเจ้า!” กระตายเทาที่อยู่อีกด้านฟาดหัวราชาเสือ พละกำลังอันมหาศาลทำให้ราชาเสือตัวสั่น แต่ศักดิ์ศรีของราชาแห่งสรรพสัตว์ทำให้มันกัดฟันไม่ยอมคุกเข่าลง

“ไอ้พวกขยะ! มีปัญญาก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัวสิ!” ราชาหมีดำแผดเสียงและดิ้นหลุดจากกระต่ายเทา

แม้กระต่ายเทาจะดูดซับด้ายกระตุ้นวิญญาณไปแล้ว แต่อย่างไรก็มีข้อจำกัดก่อนกำเนิด ทำให้พละกำลังด้อยกว่าราชาหมี เป็นเหตุให้ต้องถอยหลังไปหลายก้าวหลังถูกดิ้นหลุด

“หาที่ตายเหรอ!?” กระต่ายเทาตัวนี้พลันโมโห ม้วนขนบนมือเตรียมจะเข้าไปจัดการ

“พอแล้ว…” เสียงอ่อนโยนทุ้มต่ำดังขึ้นในโถงศิลาอย่างพอเหมาะพอเจาะ

เสียงของลู่เซิ่งดังมาจากในความมืด

กระต่ายสีเทาสองตัวไม่ยอม พวกมันที่กินหญ้าปลุกใจมาโดยตลอดมีนิสัยดุร้ายขึ้น พอถูกกระตุ้นเข้าหน่อยก็ต้องการเสี่ยงชีวิตทันที กอปรกับเลือดลมที่ด้ายกระตุ้นวิญญาณเสริมความแข็งแกร่งให้จนถึงขีดจำกัดร่างกาย

พอคลั่งขึ้นมา กระต่ายเทาตัวหนึ่งก็ไม่ต่างจากเสือดาวสักเท่าไหร่

ราชาหมีดำมีบาดแผลตามตัวเต็มไปหมดหลังถูกกระต่ายเทาสิบกว่าตัวรุมขย้ำ การที่ทนมาถึงที่นี่และยังขู่คำรามได้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

“คอยดูให้ดีเถอะ! กล้าหยามท่านปราชญ์ หลังออกมาข้าจะฆ่าเจ้า!” กระต่ายเทาตัวนี้ชี้ราชาเสือและกล่าวอย่างมุ่งร้าย

“มาเลยๆ! มาฆ่าข้าสิ! ฮ่าๆๆๆ!” ราชาเสือใกล้เป็นบ้าเต็มที ถ้าหากก่อนหน้านี้มีใครบอกมันว่า มันจะถูกกระต่ายฝูงหนึ่งย่ำยี มันจะต้องนึกว่าอีกฝ่ายบ้าไปแล้วแน่ๆ

ทว่าตอนนี้…

มันรู้สึกว่าตนต่างหากที่บ้า!

“พอแล้ว…ไปซะ…ที่นี่ข้าคนเดียวก็พอ…” ลู่เซิ่งเอ่ยอย่างอ่อนโยน

สัตว์ที่ยังคงกินเนื้ออยู่ในป่าเหลือแค่เผ่าเสือกับเผ่าหมีแล้ว

ดังนั้นการที่เขาจับเจ้าสองตัวนี้มาได้ ถือเป็นการสะสางผลกรรมสุดท้ายแล้ว

“ฮ่าๆๆ! หนึ่งต่อหนึ่ง พวกเจ้าตัวไหนจะเอาชนะข้าได้! เป็นแค่สวะไร้ยางอายแท้ๆ!” ราชาหมีดำหัวเราะลั่น

ราชาเสือเข้าไปใช้สันหลังยันร่างที่โงนเงนของราชาหมีดำไว้ มันได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป ตอนนี้ยังใช้แรงอีก ทำให้แม้แต่จะยืนก็ยืนไม่อยู่

“พวกเจ้า…ไม่ต้องใจร้อน ที่ข้าเชิญพวกเจ้ามา ก็เพราะอยากจะคุยกับพวกเจ้าเท่านั้น” เสียงสงบของลู่เซิ่งดังมาจากในความมืดด้านหน้า

“คุยหรือ เจ้าก็คือลู่เซิ่งปราชญ์แห่งกระต่ายสินะ?!” ราชาเสือแค่นเสียง ดวงตาจับจ้องเงามืดตรงหน้าเขม็ง

“หือ…ปราชญ์งั้นหรือ ก็ถือว่าใช่อยู่…” ลู่เซิ่งตอบรับ “ดูเหมือนพวกเจ้าจะได้รับบาดเจ็บไม่เบานี่…มา…มานี่สิ ข้าจะมอบยารักษาให้พวกเจ้า”

ราชาหมีดำแค่นเสียง ส่วนราชาเสือมองอย่างเย็นชา เมินลู่เซิ่งโดยสิ้นเชิง

“มาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจไป นี่เป็นยารักษาที่ข้าขอมอบให้กับพวกเจ้า สามารถคงอาการบาดเจ็บของพวกเจ้าได้”

ขากระต่ายสีเทาข้างหนึ่งยื่นออกมาจากในความมืดมิด แล้ววางถั่วสีดำขนาดเท่ากำปั้นสองก้อนลงตรงหน้าราชาเสือและราชาหมีดำ

ราชาเสือยืดตัวขึ้น เตรียมจะพุ่งเข้าไปลอบโจมตี ถ้าหากจับนักปราชญ์แห่งกระต่ายไว้ได้ บางทีสถานการณ์เลวร้ายในตอนนี้อาจมีโอกาสพลิกกลับก็ได้

ทว่าพริบตาที่ขากระต่ายยื่นออกมาจากในความมืด มันก็ลืมตาโต จุกในลำคอ กล้ามเนื้อที่ตึงเขม็งมาโดยตลอดคลายตัวลงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้แต่มองขากระต่ายที่ยื่นออกมาข้างนั้นอย่างมึนงงอยู่เฉยๆ

ขากระต่ายมหึมาที่ใหญ่กว่ามันและราชาหมีดำหลายเท่าข้างนั้น

เอื๊อก…

ราชาหมีดำที่อยู่ด้านข้างส่งเสียงกลืนน้ำลายจากลำคอ เขามองดูขากระต่ายตรงหน้าที่ค่อยๆ ชักกลับไปในความมืดอย่างตกตะลึง

“อือ…ลืมจุดไฟไป…เสียมารยาทจริงๆ” เสียงของลู่เซิ่งดังมาอีกรอบ

พรึ่บๆ…พรึ่บ

คบเพลิงมากมายถูกจุดให้สว่างจากบนผนังรอบๆ

แสงไฟส่องสว่างทุกสิ่งด้านในโถงศิลามหึมาอย่างชัดเจน

กระต่ายยักษ์สีเทาที่สูงแปดสิบกว่าเมตรตัวหนึ่งนั่งอย่างสงบอยู่กลางโถงศิลาเหมือนกับพระพุทธรูปยักษ์

มือซ้ายที่ห้อยต่ำของของเขาก็คือมือข้างที่ส่งยาลูกกลอนให้แก่ราชาเสือและราชาหมีดำเมื่อครู่นี้

“พระ…พระเจ้าช่วย…!” ราชาเสือสูดหายใจเย็นเยียบ ตกใจจนก้าวถอยหลังไปสิบกว่าก้าว ก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้า ขนทั่วร่างแทบทุกเส้นลุกชูชันขึ้นมา

ราชาหมีดำกลับยังยืนนิ่งอยู่กับที่ สองขาชักกระตุก อยากถอยแต่ถอยไม่ได้ เหงื่อและน้ำมูกไหลลงมาตามใบหน้า

“ราชาหมีดำกับราชาเสือ ไม่ต้องกลัว…ข้าไม่ทำร้ายพวกเจ้าหรอก” ลู่เซิ่งยิ้มอย่างเป็นมิตร

จากนั้นก็ยื่นฝ่ามือซ้ายออกมาแบบนพื้น

“มา มาตรงนี้ พวกเรามาคุยกัน”

พื้นที่ความกว้างในการแบมือของเขาทำให้ราชาเสือกับราชาหมีดำนอนกลิ้งได้อย่างเหลือเฟือ ยิ่งอย่าว่าแต่เดินขึ้นไป

“เจ้า…เจ้าอยากคุยงั้นหรือ?!” ราชาเสือได้สติกลับมาเป็นตัวแรก แต่พอเห็นขากระต่ายยักษ์บนพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่ามันไม่น้อยข้างนั้น หัวใจก็เต้นระรัวอย่างมิอาจควบคุม ถึงขั้นที่ยังถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัวด้วย

“ข้าได้ยินมาว่า ตอนแรกสุดเจ้ากับราชาหมีดำมาจากด้านนอกใช่หรือไม่ พวกเจ้าตัดทะลุทุ่งราบเมฆหมอกด้านนอกเข้ามาหรือ” ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็ไม่บังคับ หากถามตรงๆ

“เจ้า…ท่านอยากจะรู้อะไร ใช่ ข้าตัดทะลุทุ่งราบเมฆหมอกมาที่นี่จริงๆ” ราชาเสือข่มความหวาดกลัวในใจพร้อมกับตอบเสียงดัง

“ใช่…! ข้าก็เหมือนกัน!” ตอนนี้ในที่สุดราชาหมีดำก็ขยับตัวได้แล้ว ก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็มาอยู่ตำแหน่งเดียวกับราชาเสือ

แต่ว่าขนทั่วร่างมันกลับเปียกโชกเหมือนเพิ่งขึ้นจากน้ำ

“อ้อ…ข้าอยากจะรู้ว่ามนุษย์ของที่นี่เป็นอย่างไร” ลู่เซิ่งถามคำถามที่กวนใจตัวเองตรงๆ

“มนุษย์เหรอ” ราชาเสืองุนงง “มนุษย์ที่อยู่ใกล้ๆ ป่ามีหลายหมู่บ้าน แต่ว่าไม่มีคนร้ายกาจคุ้มครอง กลับเป็นเมืองประกายจรัสที่อยู่ไกลออกไปหน่อยมียอดฝีมือระดับทรลักษณ์อยู่หลายคน”

“ทรลักษณ์หรือ”

“ใช่…นี่เป็นวิธีการเพิ่มพลังชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์ใช้กันมากที่สุด ข้าเองก็ไม่ได้รู้เรื่องมากนัก เพียงแค่ได้ยินมาว่า พวกเขากับราชาจระเข้ในบึงเงามารที่อยู่ไกลออกไปมีความเกี่ยวข้องกัน ราชาจระเข้มีชีวิตมาหลายร้อยปีแล้ว มันกับมนุษย์เหล่านี้มีการแลกเปลี่ยนและมีความเกี่ยวข้องกันในระดับหนึ่ง จึงน่าจะรู้ว่าทรลักษณ์คือสิ่งใด” ราชาเสือคิดนิดนึง สุดท้ายก็ให้ความร่วมมือโดยการบอกเนื้อหาที่ตนรู้ออกมาทั้งหมด

ตอนแรกหลังมันถูกจับ ยังทระนงตนว่าเป็นเพราะตนเองถูกรุม คิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะตนมีขุมกำลังน้อย หากสู้หนึ่งต่อหนึ่งจะต้องไม่ถูกฝูงกระต่ายจับได้แน่

ทว่าตอนนี้มันค่อยเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

ลู่เซิ่งปราชญ์แห่งกระต่าย พลังของเขาสามารถปกครองป่าแห่งเขาบูรพาได้ทั้งหมด อย่างอื่นไม่พูดถึง แค่ดูขนาดร่างกายของเขาก็รู้แล้วว่า ต่อให้ยื่นนิ้วออกมาสักนิ้ว ก็บี้ราชาเสือจนตายได้สบายๆ แล้ว

“มนุษย์…” ลู่เซิ่งใคร่ครวญ

เขาได้เรียนรู้เคล็ดมังกรดำกระตุ้นจิตใจถึงระดับที่แปดเก้าร้อยแล้ว แต่เนื่องจากวิชานี้มีการสกัดและการควบคุมต่อเลือดลมหยาบกระด้างที่สุด ทำให้เขาได้แต่ขยายร่างกายเพื่อรองรับเลือดเนื้ออย่างไร้ขีดจำกัดเท่านั้น ไม่อาจหดกายเนื้อเหมือนตอนฝึกฝนแปดวิถีมารสูงสุดได้

ดังนั้นในเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เขาจึงค่อยๆ กลายเป็นสภาพแบบนี้

ยังดีที่ซากโบราณสถานในป่าสูงใหญ่มากพอ และดีที่เขาได้ปลูกหญ้าคุณภาพดีสองชนิดไว้ก่อน ซึ่งชนิดหนึ่งเอาไว้ให้สัตว์กินหญ้ากิน อีกชนิดหนึ่งเอาไว้ให้สัตว์กินเนื้อกิน

ปัจจุบันป่าถูกรวมเป็นหนึ่งแล้ว นอกจากราชาเสือกับราชาหมีดำตรงหน้า สัตว์ชนิดที่เหลือล้วนถูกกดดันให้เข้าร่วมกลุ่มกินหญ้าหมดแล้ว

ไม่มีการล่า ไม่มีการแย่งชิง ตอนแรกยังมีเพลิงโทสะกับการกระทบกระทั่งกันอยู่บ้าง แต่ต่อมา เหล่าสัตว์ก็ค้นพบจริงๆ ว่า พวกมันสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินหญ้า แถมยังมีชีวิตที่ดีอีกต่างหาก

ทุกสิ่งมั่นคงแล้ว

ความจริงราชาหมีดำกับราชาเสือเป็นผู้ต่อต้านตัวสุดท้าย

พวกมันถูกลัทธิหญ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีขุมกำลังยิ่งใหญ่ออกล่าไปทั่ว สุดท้ายเมื่อไร้หนทาง ก็ถูกรุมโจมตีอย่างสาหัส พอสู้ไม่ได้ ค่อยถูกจับมายังโถงศิลาในซากโบราณสถาน

……………………………………….

———————————

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 610 เผาไหม้ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved