cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 298 ใต้หล้า (6)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ยอดวิถีแห่งปีศาจ
  4. บทที่ 298 ใต้หล้า (6)
Prev
Next

บทที่ 298 ใต้หล้า (6)

เวลานี้สตรีกางร่มหงฟางไป๋ สวีชุย และนิ่งซานเร่งรุดมาเช่นกัน

จนถึงตอนนี้ทั้งสามยังคงรู้สึกเหลือเชื่อกับการระเบิดพลังเมื่อก่อนหน้านี้ของลู่เซิ่งอยู่บ้าง

พอเห็นพวกเหอเซียงจื่อที่ตามมา นิ่งซานสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง อธิบายอย่างรวดเร็ว “นายท่านกำลังไล่ล่ามารที่ทำให้เจ้าสำนักตาย ตอนนี้กำลังต่อสู้กับทัพมารอยู่ พลังของพวกเราอ่อนแอเกินไป ได้แต่หลบออกมาไกลๆ”

ตอนแรกสตรีกางร่มหงฟางไป๋ยังมีความคิดไล่ตามลู่เซิ่งไป ทว่าเวลานี้กลับสิ้นหวัง นางต้องการก้าวข้ามลู่เซิ่งและขจัดการควบคุมออกไป เกรงว่าชั่วชีวิตนี้จะหมดหวังแล้ว

“อย่างนั้นตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร” สวีชุยกล่าวอย่างไม่ยอมรับ “นายท่านกำลังต่อสู้ พวกเราที่เป็นบริวารกลับช่วยอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย!”

นิ่งซานหัวเราะฝืดๆ

“พวกเราช่วยด้านการต่อสู้ไม่ได้ แต่ด้านอื่นยังพอได้”

“อย่างเช่นอะไร”

“อย่างเช่น ภาวนา”

…

แขนสี่ข้างขนาดใหญ่โตของลู่เซิ่งกำดาบปราณมารสีดำไว้แน่น

ดาบมารทุกเล่มในตอนนี้ยาวถึงยี่สิบหมี่ มีเปลวไฟสีดำอมม่วงลุกไหม้บนตัวดาบขนาดมหึมาตลอดเวลา

เขาลอยอยู่กลางอากาศ แค่เงาที่ฉายไปถึงพื้นดินก็ครอบคลุมมารสิบกว่าตนไว้แล้ว

“จงเสียใจเถอะ จงคร่ำครวญเถอะ!” เสียงของลู่เซิ่งทุ้มต่ำและทรงพลัง เหมือนกับมีการสั่นสะเทือนที่ชวนลุ่มหลง ทำให้ซั่งหยางจวินที่อยู่ใกล้ๆ หยุดชะงัก ตกสู่ความสับสนในชั่วขณะสั้นๆ

ทัพมารที่อยู่ด้านล่างย่ำแย่ยิ่งกว่า นอกจากผู้บัญชาการมารที่ตอบสนองเร็วมากแล้ว แม่ทัพมารกับมารหลายพันตนล้วนตกสู่ความสับสนงุนงง

“หยางโชติช่วง…” แก่นมารนับไม่ถ้วนรวมตัวด้านหน้าลู่เซิ่ง กลายเป็นก้อนสีดำเส้นผ่าศูนย์กลางหลายหมี่สี่ก้อนลอยอยู่บนคมดาบ

“อานุภาพเทพ!”

ฉัวะๆๆ!

ชั่วพริบตานั้นดาวตกไฟสีดำสี่ลูกพุ่งตกลงไป พวกมันลากเป็นเส้นสายสีดำสี่เส้นกลางอากาศ แล้วกระแทกใส่ด้านบนม่านกั้นตรงหน้าผู้ครองเรือนสุดประจิมอย่างเที่ยงตรงแม่นยำ

“แย่แล้ว!” ซั่งหยางจวินได้สติ มองเห็นเหตุการณ์นี้แต่ว่าไม่ทันกาลแล้ว

ครึ่กๆ!

ทะเลเพลิงสีดำที่ดำสนิทเหมือนกับกระแสคลื่นระเบิดบนพื้นดินด้านล่าง ปกคลุมอาณาเขตรัศมีหลายพันหมี่ในพริบตาเดียว ก่อนกลายเป็นวงกลมสีดำขนาดมโหฬาร

ผืนดินรอบๆ วงกลมสีดำยุบตัวลง กระแทกทรายสีเหลืองนับไม่ถ้วนให้ลอยขึ้นมา

ดาวตกสีดำสี่ลูกยังคงกระแทกกับม่านกั้นด้านหน้าผู้ครองเรือนสุดประจิมที่อยู่ด้านในวงกลมสีดำอย่างบ้าคลั่ง

ในที่สุด

แกร๊ก

เกิดเสียงหนึ่งดังเบาๆ เหมือนกับมีอะไรบางอย่างแตก ผู้ครองเรือนกับม่านกั้นกลายเป็นผุยผงไปพร้อมกัน

“จบสิ้นแล้ว…” ซั่งหยางจวินสีหน้าซีดขาว ประตูเลือดเนื้อเปิดออก การรบรู้ผลแล้ว

ในตอนนั้นเอง เหนือทะเลเพลิง ซุ้มประตูทรงโค้งขนาดยักษ์กรอบเป็นสีดำสนิทและมีคลื่นโปร่งแสงหลายสายกระเพื่อมอยู่ตรงกลางค่อยๆ ปรากฏขึ้น

ซุ้มประตูโค้งสูงสามสิบกว่าหมี่ มือกระดูกซีดขาวนับไม่ถ้วนไต่อยู่บนกรอบ จันทร์เสี้ยวสีเขียวขี้ม้าดวงหนึ่งฝังอยู่ด้านบนสุด ตรงฐานสลักลวดลายเถาวัลย์และเดรัจฉานไว้นับไม่ถ้วน

“จงจุติ! จงจุติเถอะ! อันไซ่ซือตี๋ลาฉีกู่เจี๋ยผู้ยิ่งใหญ่!” ใบหน้าของผู้บัญชาการมารลัวซีหมู่เต็มไปด้วยความลิงโลด เขากางแขน เลือดกองโตทะลักออกจากปาก แต่เขากลับไม่สนใจ เพียงจ้องมองประตูเลือดเนื้อที่อยู่กลางอากาศเขม็ง

กลางท้องฟ้า เมฆดำรวมตัวปกคลุมด้วยความเร็วสูง ฟ้าแลบอัสนีคำรน เกิดลมพายุพัดโหม

ในประตูใหญ่ ระลอกคลื่นกึ่งโปร่งแสงมากมายกระเพื่อมด้วยความเร็วสูง ยิ่งมายิ่งหนาแน่น

ซู่!

ทันใดนั้นมีมือกระดูกยักษ์ที่มโหฬารข้างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากกลางประตู แล้วคว้าใส่ลู่เซิ่งโดยตรง

มือยักษ์เร็วจนเกินไป ทุกคนยังตอบสนองไม่ทัน มันก็ไปถึงตรงหน้าลู่เซิ่งแล้ว

มือกระดูกยักษ์สีขาวขนาดสามสิบกว่าหมี่พร้อมกับเงามืดและลมพายุซัดโหมที่ทำให้คนต้องกลั้นหายใจ พุ่งเข้าหาลู่เซิ่งดั่งขุนเขา

ลู่เซิ่งเบิกสองตา แก่นมารทั่วร่างรวมตัวที่ด้านหน้า ร่างกายของเขาถูกเงาของมือยักษ์ครอบคลุม

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร…มีแค่ข้า…ข้าเท่านั้น…แข็งแกร่งที่สุด!”

แขนสี่ข้างรวมดาบมารเป็นหนึ่ง ร่างของลู่เซิ่งลุกไหม้อย่างรุนแรง เปลวไฟสีดำอมม่วงพรั่งพรูออกจากตา หู จมูก ปาก

ร่างเขาหดตัวด้วยความเร็วสูง หดจนอยู่ในสภาพหยินหยางรวมเป็นหนึ่งอันสมบูรณ์แบบที่สูงเพียงสามหมี่กว่าๆ

ทว่าเปลวไฟบนตัว ปกคลุมร่างเขาในพริบตาเดียว กลายเป็นยักษ์เพลิงสีดำอมม่วงขนาดมหึมาที่สูงถึงสามสิบกว่าหมี่

“หยินหยาง ทำลายดวงดาว!”

ลู่เซิ่งกำมือสี่ข้างอย่างแนบแน่น แล้วฟันออกไปด้านหน้า เสียงตะโกนทุ้มต่ำกระแทกเมฆดำรอบๆ ให้กระจายออกไปและฉีกท้องฟ้าออกจนบังเกิดเสาแสงสีทองหลายสาย

ตูม!

ยักษ์ไฟสีดำอมม่วงฟันดาบใหญ่ใส่มือกระดูกสีขาวขนาดยักษ์อย่างจัง

ระลอกคลื่นสั่นสะเทือนนับไม่ถ้วนระเบิดขึ้นระหว่างฟ้าดิน ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมอยู่ในอากาศกลายเป็นกระแสคลื่น พวกมันกดอัดกันและกัน พร้อมกับขยายตัวไปยังรอบๆ เหมือนกับหินยักษ์หล่นลงกลางบึงน้ำ

เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก็มีทัพมารหลายพันโดนลูกหลงแล้วระเบิดกลายเป็นผุยผง แม้แต่คนส่วนหนึ่งของทัพพันธมิตรที่อยู่ใกล้ๆ ก็มีบางคนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ จนไม่เหลือแม้แต่ซากศพเช่นกัน

ผู้บัญชาการมารลัวซีหมู่กับซั่งหยางจวินอยู่ใกล้ที่สุด แม้ว่าจะพยายามตั้งหลักอย่างสุดความสามารถ แต่ยังคงประเมินแรงกระแทกอันรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการปะทะที่สะท้านฟ้านี้ต่ำเกินไป นี่เหนือกว่าระดับผู้ถืออาวุธ ไปถึงขอบเขตจ้าวแห่งมารที่อยู่สูงกว่าอีกขั้นไปแล้ว

ทั้งสองหลบหลีกไม่ทัน ถูกคลื่นกระแทกชนใส่จนอวัยวะภายในบอบช้ำ กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

“ถึงกับ…ถึงกับป้องกันได้…!” ซั่งหยางจวินที่ถอยออกมาหลายร้อยหมี่ตั้งพู่กันบรรพตไว้ จากนั้นก็มองลู่เซิ่งที่อยู่กลางอากาศอย่างตกตะลึงพรึงเพริด นั่นเป็นมือยักษ์ของระดับจ้าวแห่งมาร แต่ว่า…แต่ว่ากลับป้องกันไว้ได้!?

ทว่าพอมองไปเขากลับร้อนใจอีกครั้ง

เพราะว่าลู่เซิ่งตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างชัดเจน

มือยักษ์กระดูกสีขาวมีพละกำลังแข็งแกร่งกว่าไม่น้อย กำลังค่อยๆ กดดันลู่เซิ่ง นิ้วมือทั้งห้าที่คมกริบขยับเข้าหาลู่เซิ่งอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง

ด้านในเปลวเพลิงสีดำอมม่วง เกราะเกล็ดบนร่างลู่เซิ่งปริร้าว เขาใช้พละกำลัง แก่นมาร ปราณภายใน และการเผาไหม้ปราณมารแทบจะทั้งหมด พลังทั้งหมดถูกใช้ออกมาแล้ว ถึงขั้นยังมีกระบวนท่าทำลายดวงดาวที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย

กระนั้นอีกฝ่ายไม่ใช่ราชามาร แต่เป็นจ้าวแห่งมาร ตัวตนที่เหนือกว่าเขาระดับหนึ่ง

ถ้าหากตอนนั้นเขาได้กลืนกินมารโบราณตอนนั้น บางทีครั้งนี้อาจสู้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่สำเร็จ

“เป็นแค่มือข้างเดียว…” แสงสีม่วงที่เจิดจ้าลุกโชนในดวงตาของลู่เซิ่ง พลังงานทั้งหมดของเขาถูกเผาไหม้จนถึงขีดสูงสุด

“บัดซบ…บัดซบๆๆๆๆ! อ๊ากๆๆๆๆ” ลู่เซิ่งตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง

“ทำลายดวงดาว! สี่เท่า!”

แขนสี่ข้างของเขาผนึกดาบมารออกมาพร้อมกัน ทุกข้างใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดที่เพิ่งบรรลุมาไม่นาน

ตูม!

ดาบสีดำขนาดยักษ์สี่เล่มทอประกายดวงดาวสีฟ้าอมเงิน ก่อนจะฟันไปด้านบนอย่างฉับพลัน

ครั้งนี้พลังอันน่ากลัวที่แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้สี่เท่าตัวฟันใส่มือยักษ์ที่เป็นกระดูกสีขาวอย่างบ้าคลั่ง กระดูกจำนวนมากถูกฟันหลุดร่วงลงมา

รอยแผลจากท่าทำลายดวงดาวเหมือนกับใช้พู่กันจุ่มหมึกวาด แก่นมารสีดำที่ทอแสงดาวระยิบระยับเข้มข้นถมเต็มปากแผล

แก่นมารชนิดนี้เป็นแก่นมารชนิดทำลายล้างที่ผ่านการดัดแปลงโดยตัวลู่เซิ่ง สามารถทำลายสสารและพลังงานใดๆ ที่สัมผัสได้

ในที่สุดมือยักษ์ที่กดลงอย่างเชื่องช้าก็ถูกหยุดยั้งลง

“ไม่…!” เสียงคำรามไม่ยอมแพ้ที่ทุ้มต่ำดังมาจากในประตู มือยักษ์กระดูกถูกลู่เซิ่งฟันดาบมารสี่เล่มใส่อย่างดุดัน พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวกระแทกมือยักษ์ไปด้านหลัง

ทว่าไร้ประโยชน์ นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างสองโลก เดิมทีการข้ามโลกมาก็สิ้นเปลืองพลังมหาศาลอยู่แล้ว บวกกับลู่เซิ่งไม่ใช่ระดับราชามารทั่วไป แต่อยู่ในจุดสูงสุดที่พร้อมจะเลื่อนสู่ระดับจ้าวแห่งมารได้ทุกเวลา

เกิดเสียงดังสนั่น ในที่สุดมือยักษ์ก็หายเข้าไปในประตูเลือดเนื้อ กรอบประตูแตกดังแกร่ก ทุกอย่างสงบลง ระลอกคลื่นตรงกลางประตูค่อยๆ สลายหายไป

ประตูเลือดเนื้อเริ่มถล่ม กระจัดกระจายกลายเป็นโครงกระดูกและเลือดเนื้อนับไม่ถ้วน แล้วโปรยปรายลงมาจากอากาศ

“เป็น…เป็นไป…เป็นไปได้อย่างไร!?” ลัวซีหมู่คุกเข่ากับพื้นอย่างงุนงง มือขวาของจ้าวแห่งมารถูกกดดันกลับไปหรือนี่…

คนผู้นั้น…บุรุษผู้นั้น!

เขาจับจ้องลู่เซิ่งที่ยังลอยอยู่กลางอากาศด้วยสายตาเหลือเชื่อระคนหวาดกลัว

ตอนนี้ลู่เซิ่งกลับสู่สภาพหยินโชติช่วงแล้ว เขางอเอวเล็กน้อย เลือดทะลักขึ้นถึงช่องปาก แต่ไม่ได้พ่นออกมา หากกลืนกลับไปใหม่

ท่าทำลายดวงดาวสี่เท่าเมื่อครู่ สร้างภาระที่เกินกว่าร่างกายของเขาจะรับไหว นี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บที่เกิดจากมือยักษ์ แต่เป็นอาการบาดเจ็บภายในที่เกิดจากการใช้ท่าไม้ตาย

ลู่เซิ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศก้มมองเบื้องล่าง ทัพมารพ่ายแพ้แล้ว มารจำนวนมากหนีเข้าไปในเมืองด้านหลัง ส่วนใหญ่พากันเข้าไปในป่า

มองจากด้านบนลงไป บนพื้นดินสีเหลืองเต็มไปด้วยทรายสีดำที่เหมือนเม็ดงาไหลออกไปรอบๆ

“ไม่มีวิธีหยุดมารที่หลบหนีไปพวกนี้อีกแล้ว ได้แต่สร้างหน่วยล่ามารออกไปสังหาร” ซั่งหยางจวินบินขึ้นมาด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนจะลอยตัวเข้าใกล้

“ทัพพันธมิตรเล่า” ลู่เซิ่งทำให้เลือดลมสงบลงพลางซักถาม

“แม้จะบอกว่าเป็นทัพพันธมิตร แต่ความจริงแล้วกองกำลังหลักก็คือตระกูลซั่งหยางของข้า ตระกูลขุนนางที่เหลือเรียกระดมมาไม่ทัน ยังคงเดินทางอยู่” ซั่งหยางจวินส่ายหน้าน้อยๆ “ท่าน…ลงไปนั่งคุยกันดีหรือไม่”

ผู้ถืออาวุธที่ใกล้เคียงกับระดับจ้าวแห่งมาร แม้มองไม่ออกว่าอาวุธเทพศัสตรามารของอีกฝ่ายคืออะไร อยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าพิธีกฎเกณฑ์ที่จำเป็นมีความรุนแรงขนาดไหน แต่ผู้เข้มแข็งระดับนี้ ไม่ว่าจะใช้ค่าตอบแทนอะไร ขอแค่ผูกมิตรได้ ก็จะประสบความสำเร็จ

รัฐซ่งมีผู้เข้มแข็งระดับจ้าวแห่งมารกี่คน มีแต่ท่านผู้นั้นคนเดียว นี่เป็นระดับปกป้องประเทศ หากว่ามีอีกคนเพิ่มมา ก็หมายความว่าประเทศจะมีพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้น

สำหรับตระกูลขุนนางทั้งหมด นี่เป็นเรื่องที่มีแต่ผลดีไม่มีผลเสีย หากประเทศมีพลังอำนาจมากขึ้น ก็จะสามารถรุกรานประเทศอื่น ทำขนมอบชิ้นใหญ่ ทุกคนล้วนได้ประโยชน์ แน่นอนว่าเงื่อนไขคือตัวตนระดับจ้าวแห่งมารผู้นี้ต้องยินยอมเข้าร่วมกับรัฐซ่ง

“ท่านคือใคร…” ตอนนี้ลู่เซิ่งยังไม่รู้ว่าชายชราที่ใช้พู่กันยักษ์ผู้นี้เป็นใคร

“ข้าคือผู้กุมอำนาจแห่งตระกูลซั่งหยาง ซั่งหยางจวิน และเป็นผู้ถืออาวุธของตระกูลซั่งหยางคนปัจจุบัน” ซั่งหยางจวินแนะนำตัวเอง

“ผู้ถืออาวุธคนปัจจุบัน” ลู่เซิ่งงุนงง ชายชราผู้นี้อ่อนแอมาก ทว่ากลับนับเป็นผู้ถืออาวุธแล้วหรือ

“เป็นอะไรไปหรือ” ซั่งหยางจวินมองเขาอย่างสับสน ไม่ทราบว่าผู้เข้มแข็งที่ใกล้เคียงกับระดับจ้าวแห่งมารผู้นี้เป็นอะไร เหตุใจจู่ๆ จึงทำท่างุนงง

“เรือนสุดประจิมอยู่ไหน ข้าจะไปดูก่อน” ลู่เซิ่งเงียบงันสักพัก ก่อนกล่าวเสียงทุ้ม

ซั่งหยางจวินพลันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้านี้เหมือนจะมาจากสำนักมารกำเนิดในร้อยเส้นสาย

ในร้อยเส้นสายมีบุคคลที่ร้ายกาจระดับนี้โผล่มาตั้งแต่ตอนไหน

“คือว่า…ขอบังอาจถาม…สถานะที่แท้จริงของท่านคือ…?” เขาลังเลเล็กน้อย แล้วลดเสียงถาม

“ข้าไม่มีสถานะแท้จริงอะไร ข้าก็คือข้า ลู่เซิ่งผู้นำแห่งสำนักมารกำเนิด เพียงแต่เข้ากับวิชาลับของสำนักมารกำเนิดได้ดีเป็นพิเศษเท่านั้น จึงเลื่อนระดับติดต่อกันในครั้งเดียวมาถึงขอบเขตในปัจจุบัน” ลู่เซิ่งคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะพูดอย่างไร

“เข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ…หรือว่า ท่านก็คือ….ผู้ที่ระดับความเข้ากันกับวิชาลับไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบในตำนาน” ซั่งหยางจวินคล้ายอยากพูดอะไร พลันลืมตาโต

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายจีน, นิยายชีวิตประจำวัน, นิยายดราม่า, นิยายตลก, นิยายผจญภัย, นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายเหนือธรรมชาติ, นิยายแฟนตาซี, นิยายแอคชั่น
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 298 ใต้หล้า (6)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved