พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 99 งานเลี้ยงเดียวกัน
ตอนที่ 99
งานเลี้ยงเดียวกัน
พวกเขาเดินเข้ามานั่งและไม่ได้ปริปากพูดอะไร
ผู้ชายที่แต่งตัวเรียบร้อยราวกับกลุ่มผู้บริหารรีบเดินเข้ามารายล้อมพวกเขาสองคน
“คุณมู่ ผมฮั่นฉวนเองครับ ไม่ทราบว่ายังจำกันได้มั้ย?”
“อ้าวนี่คุณถงไม่ใช่เหรอครับ! ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นผู้จัดการใหญ่ของสตีเฟนกรุ๊ปที่ถูกย้ายมาจากต่างประเทศ ยินดีที่ได้พบคุณนะครับ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและโค้งศีรษะลงเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นคู่ควงของมู่อวี้เฉิงในงานเลี้ยงครั้งนี้ ทว่ามันคงไม่สุภาพหากเธอยืนฟังมู่อวี้เฉิงคุยเรื่องธุรกิจอยู่ตรงนี้
“เดี๋ยวฉันไปเดินดูรอบ ๆ งานก่อนนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอก จากนั้นจึงเดินไปหาที่เงียบสงบนั่งพัก
เธอไม่ใช่คนเด็ดขาดและแน่วแน่เหมือนมู่อวี้เฉิง การพูดคุยหัวเราะหยอกล้อกันจะทำให้เธอตัดสินใจตกลงร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ได้ง่าย และตอนนี้สตีเฟนกรุ๊ปยังไม่มีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับใคร
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความเบื่อหน่าย คิดจะส่งข้อความหาแม่ซุนเพื่อถามไถ่สถานการณ์ของเสี่ยวเป่า
แต่ทันใดนั้นความโกลาหนก็ดังขึ้นมาจากบริเวณทางเข้าห้องโถง ผสมปนเปไปกับเสียงอุทานของหญิงสาวหลายคน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูต้นตอของเสียง
ชายชราที่มีท่าทางทะมัดทะแมงเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว ชายหนุ่มผู้นั้นหล่อเหล่าและงดงาม ดวงตาของเขามีสีฟ้าซึ่งบ่งบอกได้ว่าเขามีเชื้อสายต่างชาติ
หลายคนจดจำเขาไม่ได้ แต่จำชายชราที่อยู่ด้านข้างเขาได้
ท่านผู้เฒ่าลู่จากตระกูลลู่
ผู้เฒ่าลู่เป็นคนกระตือรือร้นมาก และนิสัยของเขาค่อนข้างแตกต่างจากคุณปู่ซ่ง
ผมของเขามีสีขาวอมเทา ดวงตาดูขุ่นมัวเล็กน้อย ทว่าใบหน้ากลับดูสง่างามและใจดี ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถเข้ากับคนได้ง่าย
ตระกูลลู่ไม่ได้ทำธุรกิจอะไร แต่ว่าผู้เฒ่าลู่เป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในเมืองเป่ย เขามีความรู้และมีลูกศิษย์มากมาย ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองเป่ยจึงเคารพนับถือเขา
เขาไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจใด ๆ แต่มักจะปรากฏตัวอยู่บนหนังสือพิมพ์เมืองเป่ยอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องโถงและตรงเข้าไปหาคุณปู่ซ่ง
คุณปู่ซ่งเพิ่งทักทายใครบางคนเสร็จ แต่แล้วก็ต้องยิ้มแก้มปริเมื่อหันกลับมาแล้วเห็นผู้เฒ่าลู่
ผู้เฒ่าลู่เป็นฝ่ายริเริ่มพูดก่อน “ทำไมทุกครั้งที่ผมเห็นคุณ ผมคุณดำขึ้นเรื่อย ๆ ล่ะ ยิ่งอายุเยอะขึ้นก็ยิ่งดูเด็กลงนะเนี่ย!”
คุณปู่ซ่งโบกมืออย่างสุภาพและมองดูผู้เฒ่าลู่ “คุณเองก็ดูสุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ยงเป็นอมตะเลยนะ!”
ผู้เฒ่าลู่เคยเริ่มทำธุรกิจในช่วงต้นปีแรก แต่ต่อมาเมื่ออายุเพิ่มขึ้นเขาจึงยอมแพ้แล้วส่งต่อธุรกิจให้ลูกหลานแทน หลังจากนั้นเขามักจะแวะมาดื่มชาและเล่นหมากรุกกับคุณปู่ซ่ง ทั้งสองจึงกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
สองผู้เฒ่าทักทายกันอย่างอบอุ่น
ชายหนุ่มรูปงามที่มีดวงตาสีฟ้ายืนถัดอยู่จากผู้เฒ่าลู่ ส่งของขวัญแสดงความยินดีให้กับแม่บ้านเก่าแก่ของคุณปู่ซ่ง
คุณปู่ซ่งมองดูชายหนุ่มตรงหน้าและถามด้วยความประหลาดใจ “เด็กคนนี้คือ?”
ผู้เฒ่าลู่มีความสุขมากขณะที่ดวงตาของเขาเป็นประกายทุกครั้งที่พูดถึงหลานชาย “เดาสิ!”
ชายหนุ่มตาสีฟ้ายิ้มเบา ๆ และตอบว่า “คุณปู่ซ่งคงจะเดาออกแล้ว ถ้าอย่างนั้นอย่าหาถามคนรุ่นหลังเลยครับ”
จะมีใครอีกที่สามารถมาร่วมงานเลี้ยงกับผู้เฒ่าลู่ได้?
“ฮ่าฮ่าฮ่า เธอก็โตขึ้นเยอะเลยนะ!” คุณปู่ซ่งก้าวไปข้างหน้าและตบไหล่เขาเบา ๆ “ปู่จำได้ว่าเธอชื่อซีจวี๋ใช่มั้ย? เหล่าลู่พูดกรอกหูปู่ทุกวันเลยว่าเจ้าหลานชายออกประเทศไปแล้วก็ลืมบ้านช่องหมด!”
“คุณปู่ซ่งจำแม่นจังครับ งานที่ต่างประเทศยุ่งมากจนไม่มีเวลากลับมาเยี่ยมคุณปู่สักเท่าไหร่”
ร่องรอยความละอายแก่ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ ลู่ซีจวี๋ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตอบรับคุณปู่ซ่งอย่างสุภาพ “ต้องขอบคุณคุณปู่ซ่งที่แวะมาพูดคุยมาเล่นหมากรุกกับคุณปู่อยู่ บ่อย ๆ เขาถึงไม่ค่อยเบื่อนัก”
ผู้เฒ่าลู่ที่อยู่ด้านข้างขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ “แกรู้ตัวด้วยเหรอ!”
บรรดาหญิงสาวจากเมืองเป่ยที่เข้าร่วมงานเลี้ยงล้วนตกตะลึงกับการปรากฏกายของชายหนุ่มคนนี้ พวกเธอรวมตัวกันและกระซิบกระซาบว่า “ผู้ชายคนนั้นชื่อลู่ซีจวี๋! เป็นหลายชายของท่านผู้เฒ่าลู่ ผู้สืบทอดสตีเฟนกรุ๊ป!”
“ว๊าว ไม่แปลกใจเลยที่เขามีเชื้อสายต่างชาติ หล่อเหลาเอาการมาก ได้ยินมาว่าเขายังโสดอยู่! ที่อยู่ของเขาเป็นความลับมาก ไม่มีข่าวออกมาเลยว่าเขาเดินทางกลับจีนมาแล้ว”
“พวกเธอดูสิว่าระหว่างลู่ซีจวี๋กับมู่อวี้เฉิง ใครมีดีกว่ากัน? แต่ทั้งสองคนน่าจะรวยพอ ๆ กันนะ!”
“ฉันเลือกลู่ซีจวี๋! เชื้อสายต่างชาติดีกว่าเป็นไหน ๆ!”
“เอาน่า ไม่ใช่ว่าพวกเธอจะเลือกได้สักหน่อย คุณมู่มีคู่หมั้นแล้ว ส่วนลู่ซีจวี๋เองก็น่าจะมีคนควงหลายคน!”
ประโยคเหล่านั้นดังลอดเข้ามาในหูของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ยืนอยู่กลางห้องโถง
นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะมางานเลี้ยงเดียวกัน…
หากเธอไม่เข้าไปทักทายคงจะดูไม่เหมาะสม ทว่าตอนนี้เขากำลังทักทายคนอื่นอยู่ ดังนั้นมันคงจะไม่สะดวกหากเธอเดินโจ่งแจ้งเข้าไป และตั้งใจว่าจะเข้าไปทักทายเขาทีหลัง
เมื่อคิดได้แบบนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นั่งเท้าคางมองไปทางเขา รอจนกว่าเขาจะว่างแล้วจึงจะเดินเข้าไป
แต่เธอกลับนึกไม่ถึงว่าการจ้องมองเพียงเสี้ยววินาทีจะทำให้ลู่ซีจวี๋รู้สึกตัว เขาหันกลับมามองและสะดุดตาเข้ากับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันที
ดวงตาสีฟ้าโค้งลงจนกลายเป็นสระอิเล็กน้อย “คุณปู่ซ่ง ขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมเห็นเพื่อนคนหนึ่งมาร่วมงานด้วย”
เขาพูดและเดินจากไป
คุณปู่ซ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นถามผู้เฒ่าลู่ด้วยความประหลาดใจ “หลานคุณน่ะมีเพื่อนที่จีนด้วยเหรอ?”
ผู้เฒ่าลู่ไม่รู้เช่นกัน “ไม่เห็นเคยได้ยิน เราไปดูกันเถอะ!”
ลู่ซีจวี๋เดินเข้ามาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวท่ามกลางทุกสายตาที่จับจ้องมา “เห็นบอกว่ามีนัด ที่นี่เองเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนกำลังจ้องมองมาทางเธอ เธอจึงลุกขึ้นและยิ้มเหยเก “ฉันมากับคนอื่นน่ะค่ะ”
ลู่ซีจวี๋พยักหน้าและก้มมองดูชุดของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ถ้าฉันรู้ว่าเธอจะมาที่นี่ ฉันคงจะไปรับเธอแล้ว”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าเราจะมางานเลี้ยงเดียวกัน”
ทั้งสองคนกำลังหันหน้าเข้าหากัน แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร ผู้เฒ่าสองคนก็เดินเข้ามาหาก่อน
คุณปู่ซ่งประหลาดใจเมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วจึงถามว่า “หลานซีจวี๋รู้จักแม่หนูคนนี้ด้วยเหรอ?”
เขารู้จักแล้วแปลกตรงไหน? ลู่ซีจวี๋ประหลาดใจ “คุณปู่ซ่งก็รู้จักเหรอครับ?”
“ก็ใช่น่ะสิ” คุณปู่ซ่งยิ้ม “แม่หนูคนนี้เป็นคู่หมั้นของเจ้าเด็กอวี้เฉิง! ปู่เพิ่งจะเคยเห็นเธอเป็นวันนี้วันแรก”
สถานการณ์รอบข้างเริ่มอึดอัดทันทีเมื่อประโยคดังกล่าวดังขึ้น
ลู่ซีจวี๋หันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทว่าเธอที่อยู่ด้านหลังกลับเบือนหน้าหนี เขาจึงถามด้วยความประหลาดใจ คู่หมั้น? ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับเบาๆว่า “เรื่องมันยาวน่ะค่ะ แค่เข้าใจผิดกัน”
แต่เสียงทุ้มกลับดึงลอดมาจากทางด้านหลัง
“เหมี่ยวเหมี่ยว เข้าใจผิดอะไร?”
มู่อวี้เฉิงเดินทำสีหน้าเรียบเฉยเข้าไปยืนเคียงข้าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว รัศมีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขา
ผู้ชายสองคนที่กำลังถูกเปรียบเทียบอยู่ในงานเลี้ยงเดินเข้ามายืนเคียงข้างกัน คนหนึ่งอยู่ในชุดสีดำ ส่วนอีกคนอยู่ในชุดสีขาว ดูตัดกันอย่างอธิบายไม่ถูก
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋มืดมนลงเล็กน้อยขณะที่มองตรงไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้คือมู่อวี้เฉิง แต่คุณปู่ซ่งเพิ่งบอกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคู่หมั้นของเขาอย่างนั้นเหรอ? ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าคู่ควงที่พามาออกงานเลี้ยงจะแสดงถึงการเป็นคู่หมั้นกัน?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบังเอิญสบตาเข้ากับลู่ซีจวี๋แล้วจึงพยายามเคลื่อนตัวหลบออกไป