พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 98 หนุ่มหล่อสาวสวย
ตอนที่ 98
หนุ่มหล่อสาวสวย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะไม่เคยได้แต่งตัวหรูหราแบบนี้เลย เธอพยายามดึงกระโปรงลงด้วยความไม่มั่นใจ “ฉันใส่ชุดแบบนี้… มันแปลกมั้ยคะ?”
มู่อวี้เฉิงละสายตาที่ตกตะลึงออกและยิ้มเบา ๆ “ไม่หรอก ดูเหมาะมากเลยครับ”
หลังจากออกมาจากร้านเสริมสวยแล้ว ทั้งสองคนก็รีบตรงไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยง
ภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกจำนวนมาก ประกอบไปด้วยหนุ่มหล่อสาวงาม แต่เมื่อมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวปรากฏตัวขึ้น ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่พวกเขา
เขาสวมชุดสูทสีดำไร้การตกแต่งใด ๆ ใบหน้าสามมิติดูคมเข้มให้อารมณ์หล่อเหลาน่าเกรงขาม หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายดูสง่างามและมีใบหน้าละเอียดอ่อน ภาพลักษณ์ของทั้งสองดูสูงส่ง คนหนึ่งดูเย็นชาส่วนอีกคนดูอ่อนโยน ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว
พวกเขากลายเป็นจุดสนใจของแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายทันที
“พระเจ้า! พวกเขาสวยสง่าอย่างกับนางฟ้า! แต่ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ คุณมู่คือใคร ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย?”
“นั่นสิ เมื่อก่อนไม่ว่าจะไปออกงานหรือไปงานเลี้ยง คุณมู่ก็มักจะไปคนเดียว ไม่เคยพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วยเลย แต่มาวันนี้… ดูเหมือนว่าสถานะจะไม่ธรรมดาด้วยใช่มั้ย?”
ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้
มุมหนึ่งของห้องโถง ซ่งอวี่ซีกำลังพูดคุยกับถงอวิ๋นเพื่อนสาวของเธออยู่ แต่เมื่อได้ยินเสียงดังระงมในห้องโถง หญิงสาวทั้งสองก็ลุกขึ้นมองดู
หลังจากมองเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยกัน สีหน้าของซ่งอวี่ซีก็เปลี่ยนไปในทันที
ถงอวิ้นสังเกตเห็นสายตาอิจฉาริษยาของเพื่อนจึงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เอ้ อวี่ซี นั่นมู่อวี้เฉิงไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาพาผู้หญิงคนอื่นมาด้วยล่ะ?”
หลายปีที่ผ่านมาซ่งอวี่ซีประกาศก้องว่าตัวเองเป็นแฟนสาวของมู่อวี้เฉิงมาโดยตลอด และมู่อวี้เฉิงไม่เคยปฏิเสธต่อหน้าสาธารณชน ดังนั้นเพื่อน ๆ ของเธอจึงคิดแบบนั้น
ซ่งอวี่ซีจับแก้วไวน์ในมือแน่น
วันนี้เธอพยายามเชิญชวนมู่อวี้เฉิงมาเข้าร่วมงานเลี้ยงแต่กลับไร้เสียงตอบรับ เธอจึงคิดว่าเขาไม่อยากมา
แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะพานังถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาที่นี่!
ถังอวิ้นมองดูสีหน้าของซ่งอวี่ซีที่เปลี่ยนไปแล้วจึงหันไปพูดเบา ๆ ว่า “ฉันจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เราไปซื้อของกัน จู่ ๆ เธอก็โมโหขึ้นมาเพราะเห็นผู้หญิงคนนี้ คุณมู่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย แถมดูแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาจะพัฒนาขึ้นด้วย…”
สิ่งที่เธอพูดนั้นเป็นความลับแต่มันกลับกระตุ้นให้ซ่งอวี่ซีร้อนรนมากขึ้น
ซ่งอวี่ซีกัดฟัน “เป็นไปไม่ได้!”
“อย่ามาพูดไร้สาระ!” ซ่งอวี่ซีพยายามระงับความโกรธเคืองของเธออย่างหนักและพูดถากถางว่า “นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่ะมันหลอกล่อผู้ช่วยเก่งจะตาย อวี้เฉิงก็แค่ถูกมันหลอก”
สถานภาพทางบุคคลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่คนที่จะมาเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ได้ เธอสมควรจะร่วมงานแล้วหรือ?
คนที่อยู่ถัดจากมู่อวี้เฉิงควรจะเป็นเธอ ซ่งอวี่ซีคนนี้มากกว่า!
ซ่งอวี่ซีนั่งลงบนเก้าอี้แต่กลับไม่เคยละสายตาออกจากหนุ่มสาวคู่นั้น แววตาของเธอฉายให้เห็นถึงความขุ่นเคือง
ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องโถงจนถึงตอนนี้ ทุกสายตาจากทั่วสารทิศจับจ้องมาที่เธอ จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
หากเธอรู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสาธารณชนเช่นนี้ เธอคงจะแต่งตัวเรียบง่ายสบาย ๆ
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มเข้ามาหามู่อวี้เฉิง “คุณมู่ ผมหลี่เจิ้นคนที่ชวนคุณไปรับประทานอาหารเมื่อสัปดาห์ก่อน จำผมได้มั้ยครับ?”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและยกมือขึ้น “รอก่อน เดี๋ยวผมจะไปพบคุณปู่”
หลังจากปลีกออกมาจากชายคนนั้นแล้ว คนอื่น ๆ ที่คิดจะเข้ามาพูดคุยด้วยก็หยุดคิดและรอคอยอย่างอดทน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูรอบ ๆ และกระซิบถาม “ใครเป็นคนจัดงานเลี้ยงวันนี้เหรอคะ?”
เธอมองดูตัวตนที่ไม่ธรรมดาของคนรอบข้างและพบว่าพวกเขาส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวในเมืองเป่ย เฉกเช่นเดียวกับผู้บริหารทั้งหลาย ดังนั้นตัวตนของผู้จัดงานเลี้ยงในครั้งนี้จะต้องไม่ธรรมดา
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงและพูดว่า “งานของคุณปู่ที่สนิทกับตระกูลมู่น่ะ วันนี้เป็นวันเกิดเขา”
ตามหลักการแล้วผู้เฒ่ามู่จะต้องเข้ามาร่วมงานเลี้ยงด้วยตนเอง ทว่าเขาเพิ่งล้มป่วยไปไม่นานมานี้ มู่อวี้เฉิงจึงต้องมาแทน
เมื่อเห็นเจ้าของวันเกิดถูกฝูงชนรายล้อมมาจากระยะไกล มู่อวี้เฉิงก็จับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปหาเขา
“สวัสดีครับคุณปู่ซ่ง วันเกิดปีที่แปดสิบปีนี้ขอให้คุณปู่มีโชคภาพร่ำรวยดั่งมหาสมุทร ขอให้อายุยืนยาวดุจขุนเขานะครับ” มู่อวี้เฉิงโค้งคำนับเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโค้งตัวลงเล็กน้อย “สวัสดีค่ะคุณปู่ซ่ง สุขสันต์วันเกิดนะคะ”
“เอาล่ะ ๆ พอแล้ว”
ถึงแม้ว่าคุณปู่ซ่งจะอายุมากแล้วแต่ผมของเขาก็ยังเป็นสีดำหนา มีกำลังวังชาแข็งแรงไม่เหมือนกับผู้เฒ่าที่อายุแปดสิบปีเลย
เขาพยักหน้ายิ้มตอบรับ จากนั้นจึงมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วถามว่า “ผู้หญิงคนนี้ใครเหรอ?”
มู่อวี้เฉิงตอบรับทันที “เธอชื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว เป็นคู่หมั้นของผมครับ”
คำพูดอันน่าตกใจทำให้ริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระตุก แทบจะรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ไม่ได้
คุณปู่ซ่งตกใจเช่นกัน มองสำรวจถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วหัวเราะฮ่าฮ่า “ก็ดีนะ แม่หนูนี้เหมาะสมกับเราดี!”
มู่อวี้เฉิงยิ้มแย้ม “ขอบคุณครับคุณปู่ซ่ง”
น้ำเสียงทุ้มดังชัดเจน ไม่มีความหมายแอบแฝง และพูดมันออกมาอย่างฉะฉาน
ทำให้ทุกคนในห้องโถงอ้าปากค้าง
“คุณมู่มีคู่หมั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!”
“ใครจะรู้ แม้แต่คนในตระกูลซ่งยังไม่รู้เรื่องนี้เลย!”
“ซ่งอวี่ซีภาคภูมิใจและพูดโอ้อวดว่าตัวเองเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลมู่มาตลอดไม่ใช่เหรอ? แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ฉันได้ยินว่าเธอถูกคุณมู่ทิ้ง หรือว่ามันจะจริง?”
“เธอกล้าพูดเรื่องน่าละอายใจแบบนั้นได้ยังไง…”
ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้ ซ่งอวี่ซีที่นั่งอยู่มุมห้องกำลังคาดหวังให้รองเท้าส้นเข็มของเธอตอกเข้ากับพื้นจนเกิดรอยร้าวคืบคลานเข้าไปข้างใน
ถังอวิ้นมองดูใบหน้าซีดเซียวของเธอแล้วต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับกล้ำกลืนมันลงไป
คุณปู่ซ่งพูดกับพวกเขาอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงยกมือขึ้น “คุยกับคนแก่อย่างปู่มันจะน่าเบื่อเอา พวกคนหนุ่มสาวไปหาที่นั่งกันเถอะ ปู่จะไปทักทายแขกสักหน่อย!”
“ครับ” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่อื่น
หลังจากเดินห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สะบัดมือเขาทิ้งแล้วตำหนิด้วยความโกรธเคืองว่า “คุณพูดไร้สาระอะไร? ฉันไปเป็นคู่หมั้นคุณตั้งแต่เมื่อไหร่!”
ตั้งแต่เหตุการณ์ข้างหน้าโรงพยาบาลในตอนนั้น เขาไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย เธอจึงคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องตลก และนึกไม่ถึงว่าเขาจะจริงจัง!
แต่นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้ว “ก็เป็นมาตลอดนิ อย่าลืมว่าคุณยังไม่ได้ถอนหมั้นตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถหักล้างคำพูดของเขาได้ จึงจ้องมองเขาด้วยความโกรธจัด “แต่เรายอมรับการถอนหมั้นไปโดยปริยายแล้วไม่ใช่เหรอ?”
มู่อวี้เฉิงแย้ง “คุณยอมรับเอง ผมยังไม่ได้ยอมรับสักหน่อย เรื่องแบบนี้มันทำฝ่ายเดียวได้ที่ไหน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออก
มู่อวี้เฉิงยกยิ้มและจับมือเธออีกครั้ง “ไปกันเถอะ ผมยังมีเรื่องจะพูดอีก”
หลี่เจิ้นที่ยืนมองดูพวกเขาจากระยะไกลรีบเดินเข้าไปทักทายมู่อวี้เฉิงทันที ครั้งล่าสุดเขาสามารถนัดหมายมู่อวี้เฉิงให้มารับประทานอาหารร่วมกันได้แล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะมีธุระด่วนและปฏิเสธเขาอีกครั้ง