พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 96 เธอเป็นของเขาคนเดียว
ตอนที่ 96
เธอเป็นของเขาคนเดียว
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้คือคนใจร้ายที่ทิ้งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าไปใช่ไหม?
ดูจากท่าทางของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว ถึงแม้ว่าจะถูกทอดทิ้งแต่ก็ยังเลี้ยงลูกมาอย่างดี เธอคงจะรักผู้ชายคนนี้อย่างสุดซึ้ง
ไม่อย่างนั้นแววตาของเธอคงจะไม่ดูมีความสุขแบบนี้
เขาไม่เคยเห็นท่าทางการแสดงออกแบบนี้ของเธอมาก่อนเลย
แต่เมื่อมองดูภาพถ่ายตรงหน้าอีกครั้ง มู่อวี้เฉิงกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่าสิบนาทีแล้วและหัวใจกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “ท่านประธาน มันเป็นความผิดของผมเองครับ ผมสะเพร่าเอง ท่านดูแล้วคิดว่าเราควรจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีครับ?”
อย่างน้อยก็ช่วยพูดอะไรสักอย่างเถอะ เงียบเชียบแบบนี้จะให้เขาคาดเดาเอาเองหรือไง?
ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะกะทันหัน ร่างกายของ มู่อวี้เฉิงแผ่รังสีเย็นชาออกมา เขาจ้องมองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจด้วยสายตามืดมนและตำหนิว่า “ถ้าไม่ใช่ความผิดของคุณแล้วมันเป็นความผิดของผมหรือไง?”
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น “ใช่ ๆ ๆ ความผิดผมเองครับ!”
“รีบหาทางแก้ไขหรือไม่ก็ลาออกไปซะ!”
หลังจากตำหนิเสร็จ ผู้จัดฝ่ายพัฒนาธุรกิจก็เช็ดเหงื่อและเดินออกไป
ขณะเดียวกัน
ความเงียบสงัดที่ยากจะอธิบายเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศร้านอาหารที่ดังเจื้อยแจ้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการอธิบายเรื่องละเอียดอ่อนนี้มากนัก จึงมองไปทางลู่ซีจวี๋ “เธอแค่ไม่ชอบฉันน่ะค่ะ รุ่นพี่อย่าไปสนใจเลย”
ซ่งอวี่ซีชอบมู่อวี้เฉิงมากและมองว่าเธอเป็นเสี้ยนหนามมาโดยตลอด แต่กลับไม่รู้เลยว่าเธอกับมู่อวี้เฉิงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน
มองดูจากรูปลักษณ์ของซ่งอวี่ซีในวันนี้คงจะรังเกียจเธอมาก และไม่ยอมฟังสิ่งที่เธอพยายามจะพูดเลย
ในเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่เก็บมันมาใส่ใจ
“อืม” ลู่ซีจวี๋เม้มปาก “กินข้าวกันเถอะ”
เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงแต่จ้องมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าลงด้วยดวงตาสีฟ้าที่ดูลุ่มลึก
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามว่า “รุ่นพี่เพิ่งกลับมาถึงจีน ไปพักอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
“บ้านตระกูลลู่น่ะ”
พวกเขาพูดคุยและเดินออกมาจากร้านอาหารเพื่อไปขึ้นรถ
ลู่ซีจวี๋หัวเราะขณะส่ายหน้า “ไม่ได้กลับจีนมานานแล้ว ตอนนี้ที่บ้านฉันกังวลกันมาก”
“ธรรมดาแหละค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
โดยปกติแล้วครอบครัวทั่วไปมันจะกังวลที่ลูกหลานตัวเองต้องเดินทางไกล ยกเว้นแต่ครอบครัวของเธอเท่านั้น
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้กลับมาที่นี่หลายปีแล้ว ตอนนี้เขามีเวลาว่างจึงควรกลับไปใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัว
ขณะที่เธอกำลังถามว่าบ้านตระกูลลู่ตั้งอยู่ที่ไหน เธอจะไปส่ง แต่เขากลับพูดแทรกขึ้นว่า “แต่ก่อนหน้านั้นฉันอยากเห็นว่าเธอกับเสี่ยวเป่าพักอยู่ที่ไหนกัน เธอคงจะไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”
“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแตะจมูกตัวเอง “จะว่าไปบ้านหลังนี้ค่อนข้างใกล้กับสตีเฟนกรุ๊ปด้วยค่ะ”
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังพูดคุย รถยนต์ก็เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปยังชุมชน
หลังจากมาถึง ลู่ซีจวี๋เดินสำรวจสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่สั้น ๆ แล้วจึงพยักหน้าบอกว่า “ไม่เลวนี่”
เขาชอบคอนโดมีเนียมหลังนี้มาก ถึงแม้ว่าจะดูเล็กไปหน่อย แต่มันกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนตอนที่เธออาศัยอยู่ในต่างประเทศกับเขา
ยิ่งไปกว่านั้นสองแม่ลูกไม่ได้ใช้สอยพื้นที่อะไรมากนัก สามห้องก็เพียงพอแล้ว
“นั่งก่อนสิคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบของเล่นของเสี่ยวเป่าออก และเดินเข้าไปชงชาในห้องครัว
ลู่ซีจวี๋นั่งลงและตกลงกับเสี่ยวเป่าว่าจะแวะเข้ามาเล่นกับเขาบ่อย ๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ขอตัวกลับ
“ฉันคงจะอยู่นานไม่ได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยื่นเสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนไม้แขวนให้เขา “เดี๋ยวฉันไปส่งค่ะ”
“ไม่เป็นไร” ลู่ซีจวี๋มองตอบด้วยสายตาอ่อนโยน “คนขับรถมาถึงแล้ว เธอมัวแต่ดูแลเสี่ยวเป่าที่โรงพยาบาลทั้งวัน รีบไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดินทางปลอดภัยนะคะ”
หลังจากบอกลาเสร็จ ลู่ซีจวี๋ก็เดินออกไป
ด้านนอกชุมชน รถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดสมายบัคกำลังจอดเงียบ ๆ อยู่ริมถนน มีเยี่ยชวงยืนรออยู่ข้างรถ
“ขึ้นรถ” ลู่ซีจวี๋สั่ง
ภายในรถมีเพียงพวกเขาสองคน
ความอ่อนโยนบนใบหน้าของลู่ซีจวี๋จางหายไป เหลือเพียงดวงตาสีฟ้าเข้มที่ดูพร่ามัวจนทำให้อีกฝ่ายคาดเดาความรู้สึกได้ยาก
เขาพูดอย่างเฉยเมย “พูดมา”
เยี่ยชวงมองดูมาดแข็งแกร่งของเจ้านายและเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้สั้น ๆ
นอกจากคุณเหมี่ยวเหมี่ยวจะพ่อถูกทำลายแล้ว คนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือมู่อวี้เฉิง
เยี่ยชวงหยุดชั่วคราวและพูดต่อ “ฉันรู้สึกว่าการมีอยู่ของมู่อวี้เฉิงส่งผลกับคุณเหมี่ยวเหมี่ยวมากเลยค่ะ”
แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปห้าปีแล้วก็ตาม
ลู่ซีจวี๋นั่งฟังเรื่องราวทีละเรื่อง ขณะที่ดวงตามืดมนลงเรื่อย ๆ
มู่อวี้เฉิง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่เขากลับเกลียดชังผู้ชายคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
ตอนนั้นเขาเป็นคนทิ้งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอง แล้วตอนนี้มีสิทธิ์อะไรที่จะมาทวงคืน
เหมี่ยวเหมี่ยว… ต้องเป็นของเขาเท่านั้น!
ลู่ซีจวี๋สั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถึงฉันจะกลับมาที่นี่แล้ว แต่เธอยังต้องคอยปกป้องเหมี่ยวเหมี่ยวต่อ ฉันไม่ต้องการให้เธอเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตกอยู่ในอันตรายแล้วไปขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนนั้นอีก”
เยี่ยชวงก้มศีรษะลง “ฉันจะพยายามปกป้อง คุณเหมี่ยวเหมี่ยวสุดความสามารถค่ะ”
ภายในคอมโดมีเนียม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้แล็ปท็อปนั่งทำงานกับเสี่ยวเป่าอยู่ในห้องนั่งเล่น
เธอวัดอุณหภูมิตอนกลางคืนอีกครั้งแล้วพบว่าปกติดี ดูเหมือนว่าจะไม่มีไข้แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบแก้มนุ่ม ๆ ของเขาแล้วถามว่า “รู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกมั้ย?”
เสี่ยวเป่าส่ายหัว พยายามใช้ตะเกียบคีบน่องไก่ใส่ลงไปในชามของเธอ “หม่ามี้ขอบคุณนะครับ กินไก่สิ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มมีความสุข
พอได้เห็นเขาฟื้นพลังมาตามเดิม ทุกคนก็โล่งใจขึ้นมาก
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอกลับเข้ามาทำงานที่บริษัท
หลังจากมาถึงได้ไม่นานก็ได้รับสายจากมู่อวี้เฉิง
ปลายสายถามว่า “เสี่ยวเป่าหายไข้แล้วหรือยังครับ?”
“ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ฉันให้แม่ซุนคอยดูแลเขาให้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วครับ” หลังจากแสดงความใส่ใจเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ถามต่อว่า “คืนนี้มีงานปาร์ตี้ค็อกเทล คุณพอจะมากับผมได้มั้ยครับ?”
“ได้ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลงทันที
ท้ายที่สุดคำขอร้องที่เธอติดหนี้เขาเอาไว้ยังไม่ได้รับการชำระ และไม่ช้าหรือเร็วเธอก็ต้องไปที่นั่นอยู่ดี
“ได้ครับ วันนี้เวลาเดิมผมจะไปรับคุณที่สตีเฟน”
“ค่ะ” จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นึกอะไรบางอย่างออก “แต่วันนั้นฉันถอดชุดทิ้งไว้ที่บ้าน ตอนเย็นต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนค่ะ”
“ได้ครับ”
หลังจากตกลงกับเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนก็วางสายลง
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังแจ้งทีมผู้บริหารอาวุโสให้จัดการประชุม เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น
กู้ชิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตกตะลึง “ผู้จัดการถงคะ… ประธานจากสำนักงานใหญ่มาที่สาขาเราค่ะ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเจอลู่ซีจวี๋เมื่อวานนี้ เธอจึงไม่ได้ตกใจเท่าที่ควร “อยู่ไหนล่ะ? ให้เข้ามาเร็วสิ”
หลังจากลู่ซีจวี๋เข้ามาในห้องทำงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถามขึ้นด้วยความสับสน “รุ่นพี่คิดยังไงถึงแวะมาที่นี่คะ?”
ลู่ซีจวี๋ยิ้มเบา ๆ “ฉันก็มาตรวจบริษัทไง หรือว่าไม่ต้อนรับกันเหรอ?”
“จะไม่ต้อนรับได้ยังไงล่ะคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม “ท่านประธานจากสำนักงานใหญ่มาเยี่ยมทั้งทีฉันก็ต้องต้อนรับอยู่แล้วสิคะ”