พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 194 ไม่รู้เรื่องอะไร
ตอนที่ 194
ไม่รู้เรื่องอะไร
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีเมื่อได้ยินว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว
เขาลดเสียงลงและตอบรับอย่างเย็นชา “อืม”
“ท่านประธานจะไปดูมั้ยครับ?” ลู่หมิงถาม
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเขา “รอฉันข้างนอก”
ผู้ช่วยพยักหน้า
มู่อวี้เฉิงปิดประตูลงและเข้าไปนั่งอ่านเอกสารต่อ
แต่หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารและมองดูพวกเขาสองคนบนเตียง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าต่างนอนหลับในท่าทางสบาย ๆ มู่อวี้เฉิงจึงเข้าไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขากำลังนอนหลับอยู่ จากนั้นก็หันหลังกลับและเดินออกมา
ลูกน้องหลายคนยืนเรียงรายกันอยู่ด้านนอกประตู พวกเขาโค้งคำนับเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงเดินออกมา “ท่านประธาน”
มู่อวี้เฉิงมองดูพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาและออกคำสั่ง “เฝ้าหน้าประตูเอาไว้ อย่าให้ใครเข้าไปจนกว่าฉันจะกลับมา”
“ครับ” ลูกน้องทั้งหลายพยักหน้าและตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
มู่อวี้เฉิงคำนวณระยะเวลาที่ใช้สำหรับการเดินทางไปกลับจากฐานทัพเสินอิ่น และพบว่าเขาแทบจะกลับมาไม่ทันเวลาตรวจในวันพรุ่งนี้
มู่อวี้เฉิงออกคำสั่งการและเดินนำลู่หมิงออกไปจากโรงพยาบาล
บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลมีรถยนต์คันสีดำที่ไม่โดดเด่นจอดรออยู่ ทั้งสองเข้าไปในรถยนต์และตรงไปยังฐานทัพเสินอิ่น
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเบาะหลังโดยหลับตาทำสมาธิตลอดทาง เขาขมวดคิ้วและถามว่า “จับตัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ลู่หมิงกำลังขับรถยนต์ท่ามกลางความมืดมิด ทำให้เขาสะดุ้งตกใจกับเสียงที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้น
หลังจากได้สติกลับคืนมา เขาก็ตอบรับว่า “จับได้เมื่อคืนครับ”
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเย็นชามากขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ “แล้วทำไมตอนนั้นไม่พูด”
“…” ลู่หมิงพูดไม่ออก เขาอยากจะบอกเหมือนกันแต่ เฟิงเหลี่ยหยางไม่ได้แจ้งข่าวกับเขาในทันที
ทางฝั่งนั้นเพิ่งโทรศัพท์มาบอกเขาเมื่อสักครู่นี้
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงคฤหาสน์บนยอดเขา
แสงไฟในคฤหาสน์เปล่งประกายสว่างไสว และ เฟิงเหลี่ยหยางกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตู
เขาสลัดความเย่อหยิ่งทิ้งเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงและก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ท่านเก้า”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในคฤหาสน์ มู่อวี้เฉิงก็มองดู เฟิงเหลี่ยหยางที่อยู่ด้านข้างและถามเข้าประเด็น “ไหนล่ะ?”
เฟิงเหลี่ยหยางตอบกลับด้วยความเคารพ “อยู่ที่ห้องทรมานครับ ผมจะไปสั่งให้คนเอาตัวเขาขึ้นมา”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปรบมือสองครั้งเป็นการส่งสัญญาให้ลูกน้องไปนำตัวคนร้ายมา
ไม่นานหลังจากนั้นชายร่างกำยำทั้งหลายก็พาคนคนหนึ่งที่ถูกทรมานจนสะบักสะบอมขึ้นมาเผชิญหน้ากับมู่อวี้เฉิง
หากบอกว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังนอนจมกองเลือดอยู่คงจะไม่เกินจริง
รอยฟกช้ำและรอยเลือดบนแขนขาของเขาบ่งบอกว่าเขาเคยถูกสอบปากคำแบบไหนมาก่อน
บาดแผลยังคงมีเลือดไหลออกมา และในไม่ช้าพื้นที่อยู่ใต้ร่างเขาก็เต็มไปด้วยเลือด
เฟิงเหลี่ยหยางรายงานว่า “มันเป็นทหารรับจ้างขององค์กรมืดครับ ถูกสอบปากคำมาหลายครั้งแล้ว”
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นจ้องมองเขา “ถามว่าอะไรบ้าง?”
“ขออภัยครับท่านเก้า” เฟิงเหลี่ยหยางก้มศีรษะลงและพูดขึ้นด้วยละอายแก่ใจ “มันปากแข็งมาก ตอบแต่เรื่องไม่เป็นประโยชน์”
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลง บ่งบอกว่าไม่พึงพอใจกับคำตอบที่ได้
เขาจ้องมองเฟิงเหลี่ยหยางด้วยสายตาดุดัน “ได้ถามมั้ยว่าใครเป็นคนจ้าง?”
เฟิงเหลี่ยหยางส่ายหัว “ดูเหมือนว่าองค์กรมืดจะมอบหมายงานจากผู้บัญชาการไปยังลูกน้องอีกทีครับ เขาเลยไม่รู้ว่าใครคือผู้จ้าง”
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงเรื่อย ๆ ขณะแค้นเสียงเย็นชา “เบอร์โทรศัพท์ล่ะ ไอพีล่ะ หาไม่เจอหรือไง?”
“ครับ หมายเลขโทรศัพท์ไม่ระบุชื่อครับ ผมพยายามตรวจสอบไอพีแล้วแต่คนฝั่งพวกเขาระวังตัวกันมาก ไอพีเครื่องถูกซ่อนเอาไว้ และน่าจะมีการติดตามที่เป็นมืออาชีพด้วยครับ” เฟิงเหลี่ยหยางตอบ
ผู้คนจากองค์กรมืดได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนางจ้างและป้องกันไม่ให้ข้อมูลของนายจ้างรั่วไหล
ทำให้พวกเขาค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ยากขึ้น และคนร้ายที่พวกเขาจับได้นั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้สีหน้าของท่านหัวหน้าบึ้งตึงขึ้น
มู่อวี้เฉิงโกรธมากที่รู้ว่าตนเองจับฆาตกรได้แล้วแต่กลับไม่รู้ข้อมูลของคนที่อยู่เบื้องหลังเลย
เขาก้าวไปข้างหน้า เตะทหารรับจ้างจนล้มลงและเหยียบย่ำอย่างแรง
ทหารรับจ้างส่งเสียงครวญครางทันทีเมื่อบาดแผลกระแทกเข้ากับพื้น
มู่อวี้เฉิงมองดูคนที่อยู่ใต้เท้าเขาด้วยแววตาน่ากลัว สีหน้าดูเย็นชาเป็นอย่างมาก
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวเปล่งประกายออกมาจากร่างกายของเขาราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่มาจากแดนนรก เขาก้มหน้าถามคนที่อยู่เบื้องล่าง “ไม่รู้จริง ๆ หรือไงว่าคนที่จ้างแกคือใคร?”
ทหารรับจ้างที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้าตัวสั่นเทา หวาดผวากับจิตวิญญาณชั่วร้ายที่พรั่งพรูออกมาจากร่างกายของ มู่อวี้เฉิง
ทว่าเขากลับกัดฟันแน่นและไม่พูดอะไร
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงดูเย็นชามาก เขาบดขยี้คนที่อยู่เบื้องล่างอย่างทารุณและถามเสียงเย็นชา “จะบอกหรือไม่บอก!”
คนที่อยู่เบื้องล่างส่งเสียงกรีดร้องพยายามกัดฟันอดกลั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับเจ็บปวดมากจนเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก
“รีบบอกมาซะ หรือว่าจะเข้าไปในห้องทรมานด้วยกันอีกรอบ?” เฟิงเหลี่ยหยางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคุกคาม
เมื่อทหารรับจ้างได้ยินคำว่าห้องทรมาน รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน
เขาหวนนึกถึงสถานที่ที่เป็นดั่งฝันร้าย สถานที่แห่งนั้นเรียกว่าห้องทรมานแต่มันกลับเป็นเหมือนนรกเสียมากกว่า
“พูดแล้ว! ผมพูดแล้ว!” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม้แต่น้ำเสียงยังสั่นเทา “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่านายจ้างคือใคร”
เขาพูดและขดตัวเป็นลูกบอล กลัวว่าจะถูกลากเข้าไปอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “งั้นฉันจะเปลี่ยนคำถาม แกได้รับมอบหมายงานมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ทหารรับจ้างเงียบอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการตอบคำถามนี้
มู่อวี้เฉิงจึงขยิบตาให้เฟิงเหลี่ยหยาง
เฟิงเหลี่ยหยางยกมือขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง จากนั้นชายร่างกำยำหลายคนก็มีทีท่าว่าจะเดินเข้ามาลากเขา
ทหารรับจ้างตื่นตระหนกและพยายามดิ้นรน “พวกแกจะพาฉันไปไหน?”
“ห้องทรมาน” เฟิงเหลี่ยหยางแสยะยิ้ม
ทหารรับจ้างที่ได้ยินเช่นนั้นพยายามต่อสู้สุดกำลัง แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกน้องของเฟิงเหลี่ยหยาง
จนกระทั่งไปถึงหน้าประตู ทหารรับจ้างก็ยอมแพ้ในที่สุด “ฉันบอกแล้ว ได้โปรดอย่าหาฉันไปที่นั่นเลย”
เฟิงเหลี่ยหยางยิ้มอย่างพึงพอใจและโบกมือให้ลูกน้องปล่อยมือ
จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงแกมข่มขู่ “แกก็ตอบคำถามท่านหัวหน้าดี ๆ สิ ไม่อย่างนั้น… แกจะได้เห็นดีกัน”
“ก็ได้” ทหารรับจ้างพยักหน้าอย่างสิ้นหวัง
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเขายอมอ่อนข้อแล้วจึงถามต่อว่า “พวกแกได้รับคำสั่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“พวกเราได้รับคำสั่งมาตั้งแต่ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นถึงประเทศเอ็ม” ทหารรับจ้างตอบตามความจริง
“แล้วคำสั่งคืออะไร?”
“คือ…” ทหารรับจ้างชำเลืองมองมู่อวี้เฉิงด้วยความหวาดกลัว “ให้ลงมือฆ่าผู้หญิงคนนั้นไม่ให้เธอกลับประเทศไปได้”
ถึงแม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะพอคาดเดาได้ แต่เมื่อคำสารภาพหลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า เขาก็อยากจะฉีกคนตรงหน้าออกเป็นชิ้น ๆ
“พวกแกเริ่มสะกดรอยตามเธอตั้งแต่เมื่อไหร่?” มู่อวี้เฉิงพูดถาม ดวงตาเย็นชาราวกับใบมีดคมกริบ
ทหารรับจ้างก้มหน้าลงและตอบด้วยเสียงสั่นเครือ “ตั้งแต่ที่โรงแรม บังเอิญว่าวันนั้นผู้หญิงอยู่กับลูกชายตามลำพังพอดี”