พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 193 เขาเป็นลูกชายของผม
ตอนที่ 193
เขาเป็นลูกชายของผม
หลังจากนั้นไม่นานถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล
เธอรู้สึกว่าลำคอแห้งผากมาก แม้แต่กลืนน้ำลายยังรู้สึกเจ็บ
“ตื่นแล้วเหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างใจเย็น
มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นว่าเธอพยายามจะเอื้อมมือออกไปหยิบแก้วน้ำจึงช่วยประคองเธอลุกนั่งบนเตียงและวางหมอนสองใบซ้อนไว้ที่หลังเธอ
จากนั้นเขาจึงเดินไปที่โต๊ะ เทน้ำอุ่นใส่แก้วและยื่นให้เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับแก้วน้ำขึ้นมาจิบน้ำ ขณะที่ความรู้สึกฝืดคอค่อย ๆ ลดน้อยลง
เธอยิ้มบาง ๆ และพูดว่า “ขอบคุณค่ะ”
“ทำไมถึงทำตัวเกรงใจกับผมนัก?” ริมฝีปากของมู่อวี้เฉิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มสดใส ทว่าดวงตากลับยังคงเหมือนเดิม
ท่าทางของเขายังคงดูแลเอาใจใส่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหมือนเช่นเดิม
ดังนั้นเธอจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นท่าทางแปลกประหลาดในตัวของมู่อวี้เฉิง
“ฉันหลับไปนานแค่ไหนคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองเขาและถามด้วยความสับสน
“ไม่นานหรอก แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง” มู่อวี้เฉิงตอบและถามขึ้นอีกครั้ง “หิวมั้ย? อยากกินอะไรหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเขาแล้วส่ายหน้า “ไม่หิวค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณด้วย”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น “แต่ว่าวันนี้คุณแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอพูดขณะเหลือบมองเสี่ยวเป่า
ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้เสี่ยวเป่ายังคงนอนหลับอยู่ และใบหน้าของเขาก็ยังคงซีดเซียวตามเดิม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลัวว่าเขาจะไม่รอด และเมื่อคิดเช่นนั้นเธอจึงไม่อยากอาหารมากนัก
มู่อวี้เฉิงเข้าใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่จึงไม่ได้บีบบังคับเธอ
ต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เฝ้าดูเสี่ยวเป่าอยู่สังเกตเห็นว่าขนตาของเสี่ยวเป่าขยับเขยื้อนเล็กน้อย
เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปข้าง ๆ เขา “เสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่า”
ราวกับว่าเสี่ยวเป่าค่อย ๆ ตอบสนองเสียงเรียกของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยการลืมตาขึ้นทีละน้อย
แสงจากหลอดไฟทำให้เขากะพริบตาถี่ แต่เมื่อเห็นบุคคลที่อยู่ตรงหน้า รอยยิ้มซีดเซียวก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“หม่ามี้” เสี่ยวเป่าร้องเรียกด้วยเสียงแหบแห้ง
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเขา หยดน้ำตาค่อย ๆ เอ่อล้นออกมา “เสี่ยวเป่า”
“หม่ามี้ ไม่ต้องร้องไห้ เสี่ยวเป่าไม่เป็นอะไร” เสี่ยวเป่าพูดปลอบ
ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปดูเสี่ยวเป่าและถามว่า “เสี่ยวเป่า หิวมั้ย?”
“เสี่ยวเป่าหิว คุณลุงสุดหล่อป้อนข้าวผมหน่อยได้มั้ยฮะ?” เสี่ยวเป่าพูดขึ้นขณะเหลือบมองท้องใต้ผ้าห่ม
“ได้สิ” มู่อวี้เฉิงตอบรับด้วยความเต็มใจ
เขาเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดเปลี่ยนเรื่อง “แต่ว่าลุงกับหม่ามี้หนูหมั้นกันแล้ว เรียกลุงว่าแด๊ดดี้ก็ได้นะ”
เสี่ยวเป่าตกใจเมื่อได้ยินว่ามู่อวี้เฉิงอยากจะให้ตนเองเรียกเขาว่าแด๊ดดี้
เขาอยากให้คุณลุงสุดหล่อเป็นแด๊ดดี้ของเขาจริง ๆ แต่การที่คุณลุงสุดหล่อจะกลายมาเป็นแด๊ดดี้ของเขาได้นั้นขึ้นอยู่กับความยินยอมของหม่ามี้เป็นส่วนใหญ่
เสี่ยวเป่ามองดูหม่ามี้อย่างวิตกกังวล และเห็นว่าสีหน้าของเธอดูแปลกไปเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกเมื่อได้ยินมู่อวี้เฉิงบอก เสี่ยวเป่าให้เรียกเขาว่าแด๊ดดี้
จนเธออดไม่ได้ที่จะจ้องมองมู่อวี้เฉิง พลางคิดในใจว่าเขาไปรู้อะไรมาหรือเปล่า?
ทว่าสีหน้าของมู่อวี้เฉิงกลับไม่ได้ดูผิดแปลกอะไรเลย ยังคงสงบและนิ่งเฉยตามปกติ
เขามองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและส่งยิ้มให้เธอ “ทำไม ไม่เหมาะสมตรงไหน? ก็คุณเป็นคนของผม เขาก็ต้องเป็นลูกชายของผมด้วยสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาอยู่สักพักและพบว่าเขาไม่ได้ผิดแปลกไปจากเดิม เธอจึงโล่งใจขึ้นมาก
แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับลังเลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของมู่อวี้เฉิง
เธอรู้ว่าเสี่ยวเป่าอยากมีพ่อ ดังนั้นเขาจึงเอาแต่ผูกติดเธอกับมู่อวี้เฉิงเอาไว้ด้วยกัน
และนี่คงจะเป็นธรรมชาติของทางสายเลือด
แต่เธอไม่อยากให้มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเสี่ยวเป่าเป็นลูกชายของเขาจริง ๆ
กรุ๊ปเลือดของเสี่ยวเป่าค่อนข้างหายาก หากมู่อวี้เฉิงนำเลือดของเสี่ยวเป่าไปตรวจหาตัวตนจนรู้ความจริง เขาจะต้องขโมยเสี่ยวเป่าไปจากเธอแน่ ๆ
เสี่ยวเป่าเห็นว่าหม่ามี้เงียบอยู่นานจึงเอื้อมมือออกไปดึงแขนเสื้อเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูและเห็นเสี่ยวเป่ามองมาด้วยสายตาที่คาดหวัง ก่อนที่น้ำเสียงตื่นเต้นจะดังขึ้น “หม่ามี้ ได้มั้ยฮะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลงพยายามไม่มองดวงตาที่คาดหวังของเสี่ยวเป่า
เธอถอนหายใจหลังจากคิดพิจารณาอยู่นาน แล้วจึงเคร่งน้ำเสียงอู้อี้ออกมาจากลำคอ “ถ้าอยากเรียกก็เรียก”
เสี่ยวเป่ามีความสุขมากที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับเช่นนั้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นและรีบร้องตะโกนเสียงดังลั่น “แด๊ดดี้!”
ช่วงเวลาที่เสี่ยวเป่าตะโกนเรียกเขาว่าแด๊ดดี้ มู่อวี้เฉิงรู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกหัวใจ
บางอย่างที่นุ่มนวลเป็นพิเศษ
นี่สินะคือความรู้สึกที่ถูกลูกเรียกว่าแด๊ดดี้
“เสี่ยวเป่าคนเก่ง” มู่อวี้เฉิงตอบรับเบา ๆ ขณะที่ริมฝีปากยิ้มกว้างและดวงตาก็เต็มไปด้วยความสุข
คำว่าแด๊ดดี้ช่วยมาขจัดความกังวลในแต่ละวันออกไปจนสิ้นซาก
หากเสี่ยวเป่าไม่ได้รับบาดเจ็บและมีสายห้อยน้ำเกลืออยู่ มู่อวี้เฉิงรีบบึ่งเข้าอุ้มเขาขึ้นมา
“แด๊ดดี้ เสี่ยวเป่าหิวแล้ว อยากกินโจ๊กที่แด๊ดดี้ป้อน” เสี่ยวเป่ายิ้มหวาน
มู่อวี้เฉิงตอบสนองความต้องการของเขาและโทรศัพท์สั่งคนให้ไปซื้อโจ๊กกลับมาในทันที
หลังจากนั้นไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น มู่อวี้เฉิงเดินไปรับโจ๊กสองถ้วยเข้ามา
เขาส่งโจ๊กให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถ้วยหนึ่ง และถืออีกถ้วยหนึ่งไว้ในมือ
เสี่ยวเป่านั่งอยู่บนเตียงรอคอยให้มู่อวี้เฉิงตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ ทีละช้อน
เสี่ยวเป่าอ้าปากรับโจ๊กและกลืนมันลงไปในอึกเดียว
“โจ๊กที่แด๊ดดี้ป้อนอร่อยจัง” เสี่ยวเป่ายิ้ม สีหน้าของเขาดูพึงพอใจมาก
มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะ ๆ เลยนะ จะได้หายป่วยไว ๆ แด๊ดดี้กับหม่ามี้จะได้ไม่ต้องกังวล”
“ฮะ” เสี่ยวเป่าพยักหน้างึกงัก “เสี่ยวเป่าจะรีบหายป่วยแล้วกลับบ้านกับแด๊ดดี้หม่ามี้”
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังเฝ้ามองปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกอยู่ก็รู้สึกถึงดวงตาที่ร้อนผ่าว
เธอหลับตาลงก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้พวกเขาเห็น
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เสี่ยวเป่าก็พูดคุยกับมู่อวี้เฉิงและถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่พักหนึ่งก่อนจะผล็อยหลับไป
มู่อวี้เฉิงดูแลเสี่ยวเป่าจนกระทั่งเขาผล็อยหลับ
จากนั้นเขาก็หันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นิ่งเงียบอยู่
เธอกินโจ๊กเสร็จแล้วและส่งถ้วยคืนให้เขา มู่อวี้เฉิงหยิบยาสองสามขวดออกมาจากด้านข้างและพูดเตือนเธอ “กินยาซะ จะได้หายไว ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเทเม็ดยาออกมาจากกระปุก และกินมันควบคู่ไปกับน้ำอุ่น
หลังจากกินยาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกง่วงนอนและผล็อยหลับลงไปในไม่ช้า
มู่อวี้เฉิงมองดูสองแม่ลูกที่กำลังนอนหลับด้วยสายตามืดมน
หลังจากที่พวกเขาผล็อยหลับไป มู่อวี้เฉิงก็นั่งอ่านเอกสารบนเก้าอี้ใกล้ ๆ
จนกระทั่งตีหนึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ
มู่อวี้เฉิงกระชับมือที่จับเอกสารอยู่และขมวดคิ้ว
เขาเปิดประตูออกไปและเห็นลู่หมิงยืนอยู่ที่หน้าประตู
มู่อวี้เฉิงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มีอะไร?”
ลู่หมิงรีบพูดรายงานกับมู่อวี้เฉิงด้วยน้ำเสียงกระซิบ “ท่านประธาน คนที่เฟิงเหลี่ยหยางส่งออกไปตามจับคนร้าย จับคนร้ายได้แล้วครับ”