พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 191 คุณมาทำไม
ตอนที่ 191
คุณมาทำไม?
โรงพยาบาล
มู่อวี้เฉิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาที่โรงพยาบาล
กว่าเขาจะมาถึงห้องผู้ป่วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตื่นขึ้นมานั่งจ้องมองวิวด้านนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่าแล้ว
แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แม้แต่ใบไม้ด้านนอกก็ประกายแสงสีทอง
ถึงอย่างนั้นจิตใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับลอยละล่องไปยังที่แห่งอื่น
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านหลังจึงหันหน้าหลับมามองคนที่อยู่เบื้องหลัง “กลับมาแล้วเหรอคะ?”
“อืม ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมมาน่ะ” มู่อวี้เฉิงตอบ
เดิมทีเธอคาดหวังคำตอบเอาไว้อีกแบบหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นคำตอบเกี่ยวกับสถานที่ที่เขาไปซะได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าตอบรับพร้อมกับส่งยิ้มจาง ๆ
ขณะเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดึงขึ้นสองครั้ง มู่อวี้เฉิงเดินไปเปิดประตูและพบว่าเป็นแพทย์กับพยาบาล
แพทย์ทำการตรวจร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่หลายขั้นตอน หลังจากสอบถามข้อมูลผลตรวจในแต่ละวันกับนางพยาบาลแล้ว เขาก็หันไปยิ้มให้มู่อวี้เฉิง “ฟื้นตัวขึ้นเยอะเลยครับ รอดูอาการอีกสักสองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าและจิตใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็บานสะพรั่งไปด้วยความปีติยินดี
หากแพทย์กล่าวเช่นนี้ นั่นก็หมายความว่าเธอสบายดีและสามารถไปอยู่เคียงข้างเสี่ยวเป่าได้
บ่ายวันนั้น
นางพยาบาลจากห้องไอซียูมาที่ห้องผู้ป่วยของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณคือญาติของถงเป่ยหานใช่มั้ยคะ?”
“ใช่ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งอยู่บนเตียงพยาบาลพยักหน้าตอบรับอย่างกระตือรือร้น จากนั้นเธอก็ถามว่า “ลูกชายฉันเป็นยังไงบ้างคะ?”
นางพยาบาลที่ได้ยินเช่นนั้นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนว่า ‘แบบฟอร์มการยินยอม’ ออกมา
“ถงเป่ยหานฟื้นแล้วค่ะ และสภาวะร่างกายในตอนนี้ก็เหมาะสมที่จะเคลื่อนย้ายตัวออก ได้โปรดญาติลงนามในแบบฟอร์มการยินยอมด้วยนะคะ”
อะไรนะ?
เสี่ยวเป่าฟื้นแล้วเหรอ?
ดีจัง!
ตอนนี้เขาสามารถย้ายออกมายังห้องผู้ป่วยวีไอพีได้ นั่นก็หมายความว่าเสี่ยวเป่าพ้นขีดอันตรายแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีใจมากจนน้ำตาแทบจะไหลลงมา
เธอกลั้นน้ำตาแห่งความสุขเอาไว้และเซ็นชื่อลงบนส่วนของญาติผู้ป่วยด้วยมือที่สั่นสะท้าน
หลังจากที่มู่อวี้เฉิงโทรศัพท์จัดแจงคนให้ไปจัดการเรื่องการเคลื่อนย้ายห้องผู้ป่วยแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่อาจอดกลั้นความดีใจได้อีกต่อไปและรีบเดินทางตรงไปยังห้องผู้ป่วยหนัก
ขณะเดียวกันเสี่ยวเป่ากำลังนอนอยู่บนเตียงพยาบาลที่นางพยาบาลกำลังเข็นออกมา
ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับกระดาษ ริมฝีปากไร้สีสัน และดูผอมซูบลงมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาด้วยความรู้สึกราวกับถูกมีดแหลมคมกีดลึกเข้าที่หัวใจ ความเจ็บปวดนั้นมีมากเกินกว่าเธอจะหายใจไหว
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแดงก่ำชุ่มชื่นไปด้วยหยาดน้ำตา
เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เจ็บมั้ย?”
“ไม่เป็นไรฮะหม่ามี้ ผมไม่เจ็บหรอก” เสี่ยวเป่าพยายามฉีกยิ้มซีดเซียวเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งกว่าเดิม น้ำตาพรั่งพรูออกมาจนเธอควบคุมไม่ได้
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องไห้จึงรีบเข้าไปประคองปลอบโยนเธอเบา ๆ
จากนั้นเขาหันไปมองเสี่ยวเป่าและรู้สึกว่าเด็กคนนี้รู้จักเข้มแข็งตั้งแต่อายุยังน้อย
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักใคร น้ำเสียงยังฟังดูอบอุ่น “เสี่ยวเป่าเก่งมาก หายป่วยเร็ว ๆ นะ ลุงจะได้พาหนูกับหม่ามี้กลับบ้าน”
เสี่ยวเป่าที่นอนอยู่บนเตียงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขาเองก็อยากจะป่วยเร็ว ๆ เพื่อที่หม่ามี้จะได้ไม่ต้องมากังวล
เตียงพยาบาลถูกผลักเข้าไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพีที่เตรียมเอาไว้โดยมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามเข้าไปข้างใน
หลังจากเสี่ยวเป่าโยกย้ายเตียงพยาบาลเสร็จ เขาก็ผล็อยหลับลงไปอีกครั้งอันเนื่องมาจากอ่อนเพลีย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งน้ำตาไหลอยู่บนขอบเตียงมองดูรอยจ้ำสีฟ้าบนฝ่ามือที่มีสายน้ำเกลือหยดเข้าเส้นเลือด
ในอีกด้านหนึ่ง ลูกน้องที่ลู่ซีจวี๋ส่งมาปกป้องสองแม่ลูกที่โรงพยาบาลได้รายงานข่าวดีกลับไปหาผู้เป็นนาย “ท่านประธาน นายน้อยฟื้นแล้วครับ”
ลู่ซีจวี๋กำโทรศัพท์ในมือแน่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น “โอเค”
จากนั้นเขาก็ขอตัวกลับออกมาจากคุณตาทันที “คุณตาครับ ผมมีธุระต้องไปทำ เดี๋ยวผมกลับมานะครับ”
ผู้เฒ่าสตีเฟนมองดูเขาแล้วถามขึ้นด้วยความสับสน “เรื่องงานเหรอ?”
“ครับ” ลู่ซีจวี๋พยักหน้า
“ก็ได้ รีบไปล่ะ ยังไงซะเรื่องงานก็ต้องสำคัญกว่าคนแก่อย่างฉันอยู่แล้ว” ผู้เฒ่าสตีเฟนพูดและหันหลังกลับไปโดยไม่สนใจไยดีลู่ซีจวี๋อีก
ลู่ซีจวี๋มองดูแผ่นหลังของเขาแล้วอมยิ้มอย่างขมขื่น
เขายังคงเก็บงำเรื่องที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวเป่าและ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ ไม่ให้ผู้เฒ่าสตีเฟนรับรู้
ชายชรามีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ลู่ซีจวี๋จึงกลัวว่าหากเขาได้ยินเข้าเขาจะตื่นตระหนกเอาเสียเปล่า
จากนั้นเขาจึงพาผู้ช่วยมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
แต่หลังจากมาถึงจุดหมายปลายทาง มู่อวี้เฉิงกลับขมวดคิ้วแล้วถามว่า “คุณมาทำไม?”
คราวนี้มู่อวี้เฉิงไม่ได้ห้ามปรามเขาเอาไว้เหมือนครั้งที่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่
“รุ่นพี่? มาทำอะไรคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา
ลู่ซีจวี๋ส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ “ฉันได้ยินว่า เสี่ยวเป่าฟื้นแล้ว เลยแวะมาดูสักหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “เพิ่งฟื้นและถูกย้ายตัวออกจากห้องไอซียูค่ะ ตอนนี้หลับไปอีกแล้ว”
เขาตบไหล่เพื่อปลอบประโลมเธอเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาก็หายดี”
ดวงตามืดมนของมู่อวี้เฉิงจ้องเขม็งไปที่มือบนหัวไหล่ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พวกเขารวมตัวกันอยู่ในห้องของเสี่ยวเป่าจนกระทั่งถึงตกกลางคืน
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแล้วพูดเตือนว่า “ดึกแล้ว เดี๋ยวผมพาคุณกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนดีกว่า”
“ฉันไม่เป็นไร ฉันอยากนั่งเฝ้าเสี่ยวเป่าค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธเขา
เสี่ยวเป่ายังคงนอนหลับตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมาเมื่อตอนบ่าย และนั่นทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลมากขึ้น
เธออยากจะเฝ้าดูเขาให้ดี
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเธอไม่ห่วงใยสุขภาพร่างกายของตนเองเลย “ไม่ได้ คุณอยู่ที่นี่ตลอดทั้งบ่ายแล้ว ถ้ายังฝืนเฝ้าอยู่แบบนี้ต่อไปร่างกายจะไม่ไหวเอา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเบา ๆ “หมอบอกว่าฉันดีขึ้นมาแล้ว พักผ่อนน้อยลงกว่าเดิมหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเธอไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปยังห้องพักของตนเองจึงโทรศัพท์สั่งการให้ใครบางคนหาเตียงมาเสริมในห้องผู้ป่วยวีไอพี
ทางโรงพยาบาลทำงานเร็วมาก พวกเขารีบหาเตียงมาเสริมถัดจากเตียงของเสี่ยวเป่าทันที
เนื่องจากตอนนี้ค่อนข้างดึกมากแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นอนเอนกายอยู่บนเตียงจึงหันไปพูดกับลู่ซีจวี๋ว่า “รุ่นพี่คะ ท่านประธานยังต้องการรุ่นพี่นะคะ ทำไมรุ่นพี่ไม่กลับไปก่อนล่ะคะ”
ลู่ซีจวี๋ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ตอบตกลง คุณตาของเขาจะไม่มีทางอยู่แน่ ๆ หากไม่มีคนคอยเคียงข้าง
เขาจึงตอบรับด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น “ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะมาเยี่ยมใหม่นะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
ลู่ซีจวี๋เดินออกมาจากโรงพยาบาลตรงไปยังรถยนต์ที่ผู้ช่วยจอดรออยู่หน้าปากประตู
หลังจากขึ้นรถยนต์ไปแล้ว เขาก็ปริปากถามประโยคแรกว่า “หาเจอหรือยัง?”
“ยังไม่เจอใครเลยครับ” ผู้ช่วยก้มหน้าลงขณะตอบคำถาม
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋ดูเคร่งขรึมกว่าเดิมเล็กน้อย “ก็แล้วทำไมไม่ค้นหาต่อให้มันเจอล่ะ!”
“ผมพยายามเต็มที่แล้วครับท่านประธาน ได้โปรดให้เวลาผมอีกหน่อยนะครับ” ผู้ช่วยตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ลู่ซีจวี๋เค้นน้ำเสียงเย็นชา “ฉันให้เวลาพวกแกอีกสามวัน ฉันจะต้องได้เห็นหน้ามัน”
“ครับ” ผู้ช่วยพยักหน้า
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นท่านประธานโกรธเคืองขนาดนี้