พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 190 ว่าที่ภรรยาของท่านหัวหน้า
ตอนที่ 190
ว่าที่ภรรยาของท่านหัวหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องไห้อยู่พักใหญ่จนใบหน้าซีดเซียวลง
มู่อวี้เฉิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไปจึงพูดแนะนำว่า “เดี๋ยวผมพาคุณกลับไปพักที่ห้องดีกว่า”
“ไม่ค่ะ ฉันอยากอยู่ดูแลเสี่ยวเป่าและรอให้เขาตื่นขึ้นมา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธ
ท่าทางดื้อรั้นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูก
แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพของเธอในตอนนี้ เกรงว่าหากยังยืนอยู่หน้าห้องไอซียูแบบนี้ เธอจะทรุดตัวลงก่อนที่เสี่ยวเป่าจะฟื้นขึ้นมา
มู่อวี้เฉิงเม้มปากและไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาก้มลงไปอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมาและตั้งใจจะพาเธอกลับไปที่ห้องพัก
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับดีดดิ้นตลอดทาง เธอไม่ต้องการแยกจากเสี่ยวเป่าเช่นนี้
ถึงอย่างนั้นมู่อวี้เฉิงกลับจับเธอเอาไว้แน่น แม้ว่าเธอจะดิ้นรนสักเพียงไหนก็ไม่มีประโยชน์ เธอทำได้เพียงเฝ้าดูตนเองออกจากห้องไอซียูของเสี่ยวเป่ามากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากกลับมาที่ห้องผู้ป่วย มู่อวี้เฉิงวางเธอลงบนเตียงและห่มผ้าให้เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขา แต่แล้วความง่วงก็เข้ามาครอบงำจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวผล็อยหลับไป
มู่อวี้เฉิงรอจนกระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวหลับไปแล้วจึงเดินออกมาจากห้อง
เขาสั่งการคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดูแลเธอให้ดี อย่าให้ใครเข้าไป เดี๋ยวอีกสักพักฉันกลับมา”
“ครับ” ลูกน้องตอบรับ
เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกจากการลงไปช่วยเหลือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในน้ำเมื่อวานนี้แล้ว นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจนเขาไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า
แม้ว่าลมจะพัดผ่านจนทำให้เสื้อผ้าแห้งดังเดิมแต่ก็ยังมีกลิ่นคาวของน้ำทะเลอยู่ตามลำตัว และตอนนี้มู่อวี้เฉิงกำลังรู้สึกหมดความอดทนเต็มที
เขาจึงวางแผนจะกลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อน
มู่อวี้เฉิงเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล หลังจากขึ้นมาบนรถยนต์แล้ว ลูกน้องที่รอคอยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็เดินเข้ามาเคาะกระจกรถยนต์
มู่อวี้เฉิงมองดูเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาสั่งการให้คนคนนี้สะกดรอยตามลู่ซีจวี๋ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกลับมา?
ลูกน้องคนดังกล่าวชี้นิ้วมาทางมู่อวี้เฉิงที่นั่งอยู่ในรถยนต์ มู่อวี้เฉิงพอจะคาดเดาได้ว่าเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องการงานจึงพยักหน้าตอบรับ
หลังจากได้รับคำยินยอมแล้ว เขาก็เปิดประตูรถขึ้นไป
ลูกน้องรีบรายงานข้อความทุกประโยคที่เขาเพิ่งได้ยินมา “ท่านประธาน ผมได้ยินคุณลู่กับผู้ช่วยของเขาคุยกันว่าพบเบาะแสของฆาตกรแล้ว”
“ว่ามา” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงฉายแววอันตราย สีหน้าดูจริงจังขึ้น
ในเมื่อคนคนนั้นกล้าทำร้ายถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาที่ค้นพบเบาะแสแล้วก็จะขุดรากลึกลงไปเพื่อจับคนคนนั้นให้ได้
“ตามที่พวกเขาพูดคุยกันบอกว่าคนคนนั้นหลบหนีไปทางหลัวลี่โจว และอุบัติเหตุของคุณถงน่าจะมาจากฝีมือของทหารรับจ้างใน ‘องค์กรมืด’ ครับ” ลูกน้องรายงานด้วยความเคารพ
“องค์กรมืด? ทหารรับจ้างเหรอ?” มู่อวี้เฉิงประหลาดใจเมื่อได้ยินสองคำนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นได้ยังไง?
หากพวกเขาเคยมีเรื่องขุ่นเคืองกันมาก่อน คนพวกนั้นคงจะจัดการเธอไปนานแล้ว ทำไมต้องรอจนถึงป่านนี้
นอกจากนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางมาเยี่ยมผู้เฒ่าสตีเฟนที่ประเทศเอ็มเป็นเวลาแค่สองวันเท่านั้น เธอไม่มีเวลาออกไปทำอะไรข้างนอกเพียงลำพังด้วยซ้ำ แล้วเธอจะไปมีเรื่องกับคนพวกนี้ได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนจะเดินกลับประเทศจีนในวันนี้ แต่ฆาตกรกลับเลือกลงมือเมื่อวาน เห็นได้ชัดว่าพวกมันรู้ตำแหน่งที่ตั้งของเธอเป็นอย่างดี
คนคนนั้นคือใคร?
ตามความเข้าใจของมู่อวี้เฉิง ‘องค์กรมืด’ เป็นองค์กรที่แสวงหาผลกำไร และทหารรับจ้างที่อยู่ข้างในนั้นก็โลภเงินทองยิ่งกว่าอะไร
หรือว่า…
ลูกน้องพูดต่อ “เพราะทหารรับจ้างมาจากองค์กรมืดนี่แหละครับ พวกเขาเลยคาดเดากันว่าน่าจะมีคนวานจ้างให้มาฆ่าคุณถง”
คำพูดของลูกน้องทำให้มู่อวี้เฉิงมั่นใจในความคิดของตนเองมากยิ่งขึ้น
และถ้าหากต้องการหาผู้บงการเบื้องหลังก็จะต้องเริ่มต้นที่ทหารรับจ้างก่อน
“เข้าใจล่ะ” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าแล้วบอกว่า “นำคำสั่งฉันไปบอกเฟิงเหลี่ยหยางที่เสินอิ่น บอกว่าให้จับฆาตกรให้ได้ภายในสามวัน”
“ผมจะรีบเดินทางทันทีครับ” ลูกน้องพยักหน้าตอบรับคำสั่งการ
หลังจากเขาลงมาจากรถยนต์แล้ว มู่อวี้เฉิงก็สตาร์ทรถขับออกจากรถพยาบาลไป
ลูกน้องมองดูรถยนต์ของมู่อวี้เฉิงแล่นออกไปจนลับสายตา ก่อนจะเดินเข้าไปรถยนต์คันที่จอดอยู่ข้าง ๆ
รถยนต์เคลื่อนตัวตามแสงแดดที่สาดส่องไปจนถึงฐานทัพ’เสินอิ่น’อันมั่นคง
ฐานทัพใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงตระหง่านตระการตา ภูเขาลูกนี้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล เส้นทางถนนบนภูเขาลูกนี้มีด่านตรวจตราหลายด่าน และมีเพียงคนที่รู้เส้นทางเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้
รถยนต์ของมู่อวี้เฉิงเดินทางไปจนถึงยอดเขาอย่างราบรื่น
บริเวณยอดเขามีคฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปให้ชมเชย
หลังจากที่ชายผู้นั้นจอดรถแล้วก็เดินตรงไปยังคฤหาสน์
“หยุด มาหาใคร” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหยุดเขาและเอ่ยถามเสียงเรียบ
ลูกน้องหยิบโทเค็นออกมาแสดงให้เขาดู
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบก้มศีรษะลงทันทีที่เห็นเหรียญโทเค็น “เชิญเข้ามาครับ”
โทเค็นคือเหรียญตราสัญลักษณ์ที่บุคลากรอาวุโสในองค์กรใช้แสดงตัวตนของตนเอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าปล่อยปละละเลย
ระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์เข้มงวดมาก ไม่เพียงแต่จะมีเจ้าหน้าที่คอยคุ้มกันเท่านั้น แต่ยังมีการติดตั้งประตูอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายบาน
ลูกน้องถือเหรียญโทเค็นผ่านไปยังด่านสุดท้ายโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง
บานประตูตรงหน้าดูแตกต่างจากห้องอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะมันมีสีแดงเข้มและดูตัดกับทุกอย่าง
เขาเคาะประตูเบา ๆ จากนั้นจึงได้ยินเสียงตอบรับจากข้างใน
ลูกน้องเปิดประตูและเดินเข้าไป
ชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าละเอียดอ่อนและดวงตาสีฟ้ากำลังจับจ้องมาทางเขา
บุคคลนี้มีชื่อว่าเฟิงเหลี่ยหยาง เป็นบุคคลสำคัญของ ‘เสินอิ่น’
เฟิงเหลี่ยหยางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้มาเยือน “นายติดตามท่านหัวหน้าไปไม่ใช่เหรอ?”
“ผมมาที่นี่ตามคำสั่งของท่านหัวหน้าครับ” ลูกน้องพูดตอบด้วยความเคารพ
จากนั้นจึงพูดต่อว่า “ท่านหัวหน้าสั่งให้คุณตามหาคนที่ทำร้ายคุณถงภายในสามวัน”
“คุณถง? ใคร?” เฟิงเหลี่ยหยางเริ่มใส่ความสนใจอย่างมาก ผู้หญิงคนนี้เขามาปรากฏตัวใกล้ชิดท่านหัวหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเขาถึงไม่รู้
ลูกน้องตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่คิดว่าเฟิงเหลี่ยหยางจะถามคำถามนี้ เขากลับมามีสติอีกครั้งและรีบพูดอธิบาย “น่าจะเป็นว่าที่ภรรยาของท่านหัวหน้า”
“ภรรยาท่านหัวหน้าเหรอ?” เฟิงเหลี่ยหยางพูดและแสยะยิ้มชั่วร้าย
“ใช่ ตามข้อมูลที่ทางเราได้ยินมาบอกว่าคนคนนั้นน่าจะกลบดานอยู่ในองค์กรมืดที่เขตพื้นที่หลัวลี่โจว ท่านหัวหน้าหวังว่าคุณจะตามหาคนคนนั้นให้เจอโดยเร็วที่สุด” ลูกน้องพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เฟิงเหลี่ยหยางพยักหน้าและร้องตะโกน “เสินอวี้เข้ามา”
หลังจากนั้นครู่หนึ่งบานประตูก็ถูกเปิดออก จากนั้นหญิงสาวผมสั้นที่มีรูปร่างสง่างามก็เดินเข้ามา
เธอมีสีหน้าเย็นชา ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แม้แต่คำพูดคำจายังค่อนข้างกระชับรัด
“เรียกฉันเหรอ?” ราวกับว่าเธอพ่นคำเหล่านี้ออกมาซอกฟัน
แต่ดูเหมือนว่าเฟิงเหลี่ยหยางจะคุ้นเคยกับเธอดี และสั่งการโดยตรง “ไปตามหาคนในองค์กรมืดที ส่วนข้อมูลเฉพาะทางฉันจะส่งให้ทีหลัง หาคนคนนั้นให้เจอภายในสองวัน ถ้าไม่เจอไม่ต้องกลับมา”
เสินอวี้พยักหน้ารับคำสั่งโดยไม่แสดงสีหน้าและเดินกลับออกไป