พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 189 พบเบาะแส
ตอนที่ 189
พบเบาะแส
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคอะเขินกับท่าทางดูแลเอาใจใส่ของเขา “ฉันกินเองได้ค่ะ”
เธอพูดและยื่นออกไปคว้าช้อนที่บรรจุโจ๊กจากมือของเขา
มู่อวี้เฉิงดึงช้อนหนีเงื้อมมือของเธอแล้วพูดว่า “ผมป้อนให้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อมองดูโจ๊กในมือของมู่อวี้เฉิงและมองดูท่าทางดื้อดึงของเขา
เธอแค่จมน้ำ ไม่ได้มือหักสักหน่อย สามารถรับประทานอาหารด้วยตนเองได้ ทำไมคนคนนี้จะต้องมาบงการด้วย?
สุดท้ายถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับต้องประนีประนอมด้วยการเปิดปากและกินโจ๊กที่เขาป้อน
โจ๊กอันแสนอันอร่อยไหลผ่านหลอดอาหารส่งต่อความอบอุ่นมายังร่างกาย
ถึงอย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับชามโจ๊กกลับไม่สามารถกล้ำกลืนมันลงไปได้ดีนัก
ภายในใจเอาแต่นึกถึงว่าตอนนี้เสี่ยวเป่าจะเป็นยังไงบ้าง ร่างกายฟื้นตัวขึ้นมาหรือยัง? ตื่นขึ้นมาแล้วหรือไม่?
ปัญหาอันหนักอึ้งที่คอยรบกวนหัวใจทำให้เธอกินไม่ได้นอนไม่หลับ
หลังจากมู่อวี้เฉิงป้อนโจ๊กใส่ปากเธอแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดถามเขาไม่ได้ว่า “ตอนนี้เสี่ยวเป่าเป็นยังไงบ้างคะ?”
เขาลดมือลงชั่วคราวและมองดูเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “กินโจ๊กก่อน กินเสร็จแล้วผมจะบอก”
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงคอยกินโจ๊กที่มู่อวี้เฉิงคอยป้อน
“ตอนนี้จะบอกได้หรือยังคะ?” หลังจากกินโจ๊กหมดแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถามเขาอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงมองดูเธอและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เสี่ยวเป่ายังไม่ฟื้น”
น้ำเสียงของเขาฟังดูขมขื่นเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบบอกมู่อวี้เฉิงว่า “ฉันอยากเจอ เสี่ยวเป่า”
มู่อวี้เฉิงลังเลเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอร้องของเธอ ก่อนหน้านี้แพทย์ขอให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน หากแต่ปฏิเสธถงเหมี่ยวเหมี่ยวในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้
เขามองตรวจดูและพบว่าวันนี้ร่างกายกับผิวพรรณของเธอดูเปล่งปลั่งกว่าเมื่อวานมาก
“ก็ได้” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าตอบตกลงเธอ
หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็พาเธอไปยังห้องไอซียู
แพทย์ที่บังเอิญดูแลเคสของเสี่ยวเป่ากำลังเดินออกมาพอดี
“คุณหมอ อาการของลูกชายฉันเป็นยังไงบ้างคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบก้าวเข้าไปถาม
“ถึงจะยังไม่ฟื้นขึ้นมา แต่สภาพร่างกายก็อยู่ในสภาวะมั่นคงครับ” แพทย์ตอบ
คำพูดของแพทย์เปรียบเสมือนยาใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากขึ้น
ทว่าเมื่อเธอเห็นเสี่ยวเป่านอนไม่ได้สติอยู่ข้างในห้องกระจก เธอก็รู้สึกทุกข์ระทมจะเป็นจะตาย
ท่อแปลกประหลาดมากมายสอดเข้าไปตามร่างกายของเสี่ยวเป่า คลื่นไฟฟ้าบนเครื่องวัดหัวใจที่อยู่ด้านข้างขยับขึ้นลง ช้า ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูภาพตรงหน้าทั้งที่น้ำตาไหลริน
เธอไม่อยากจะคิดว่าเสี่ยวเป่าจะต้องทุกข์ทรมานมากแค่ไหน
มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่น้ำตาไหลอาบหน้า กอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกทุกข์ทรมานและค่อย ๆ พูดปลอบเธออย่างอ่อนโยน
ขณะเดียวกันลู่ซีจวี๋เพิ่งแวะมาที่ห้องไอซียู
เดิมทีเขามาถึงโรงพยาบาลและตรงไปที่ห้องพักของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อน
หลังจากพบว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง เขาจึงรีบมาที่นี่แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะต้องมาบังเอิญเห็นฉากนี้
ใบหน้างดงามพรั่งพรูหยาดน้ำตาออกมาเป็นสายขณะเอนกายพิงแขนมู่อวี้เฉิง มู่อวี้เฉิงประคองเธอเอาไว้และคอยปลอบประโลม
ความไม่สนใจใครอื่นของทั้งสองคนทำให้หัวใจของลู่ซีจวี๋เจ็บแปล๊บ
ดวงตาของเขาค่อย ๆ มืดมนลงขณะมองดูทั้งสองคนตรงหน้า
ลู่ซีจวี๋หลับตาลงระงับความเจ็บปวดในใจ ก่อนที่ใบหน้าจะกลับคืนสู่สภาวะอ่อนโยนเหมือนปกติ เขาก้าวขาไปข้างหน้าโดยวางแผนจะเดินเข้าไปหา
“ท่านประธาน” ผู้ช่วยของเขาขานเรียกและกระซิบว่า “พบเบาะแสคนที่ทำร้ายคุณเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วครับ”
สีหน้าของลู่ซีจวี๋มืดมนลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ดวงตาคมชัดจ้องมองมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างลึกซึ้ง จากนั้นจึงหันหน้ากลับไปส่งสายตาให้กับผู้ช่วย “ไปเถอะ!”
ลู่ซีจวี๋พาผู้ช่วยเดินออกมาจากโรงพยาบาลและเดินไปยังมุมตึกที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมา
เขามองไปที่ผู้ช่วยแล้วถามเสียงทุ้ม “มันอยู่ไหน?”
ดวงตาของลู่ซีจวี๋เต็มไปด้วยความโกรธที่กำลังพลุกพล่าน
หลังจากที่เขาได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับคนที่ทำร้าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็อยากจะวิ่งแจ้นไปจับคนคนนั้นมาสับออกเป็นชิ้น ๆ ทันที!
ผู้ช่วยรับรู้ได้ถึงรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่เปล่งประกายออกมาจากร่างกายของลู่ซีจวี๋ รัศมีนั้นดูแตกต่างกว่าปกติ
เขาไม่กล้าสบตาลู่ซีจวี๋ เอาแต่ก้มหน้าลงแล้วตอบว่า “คนของเราได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและกล้องที่ติดหน้ารถยนต์แล้วครับ พบว่าคนที่ลักพาตัวคุณเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่ท่าเรือร้างได้เดินทางหลบหนีไปที่เมืองทีแล้ว”
ดวงตาสีฟ้าเข้มของลู่ซีจวี๋หรี่ลงเล็กน้อย “มันซ่อนตัวอยู่ในเมืองทีเหรอ? พวกแกพบร่องรอยมันแล้ว ทำไมถึงไม่จับตัวมันกลับมา?”
“มันอยู่ในเขตพื้นที่ลับหลัวลี่โจวครับ อาณาเขตนั้นเป็นพื้นที่ปกครองของ ‘องค์กรมืด’ คนของเราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป และเรากำลังตั้งข้อสงสัยว่าคนที่ลักพาตัวคุณเหมี่ยวเหมี่ยวน่าจะเป็นทหารรับจ้างจากองค์กรมืดครับ”
ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “ทหารรับจ้าง?”
ทหารรับจ้างจะมาตามจับถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำไม?
ก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในต่างประเทศ แทบจะไม่เคยไปไหนเลยนอกจากที่ทำงาน บ้านและซูเปอร์มาร์เก็ต
เธอเป็นคนอ่อนโยนมาก ไม่รุกรานผู้อื่น และเขาไม่เคยได้ยินมาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีศัตรูเลย
ทำไมทหารรับจ้างถึงโผล่มาได้?
“ใช่ครับ” ผู้ช่วยตอบ
ต่อมาเขากล่าวรายงานข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้ “องค์กรมืดมีบทบาทในพื้นที่เขตหลัวลี่โจวมานานมากแล้วครับ ทหารรับจ้างในนั้นมีฝีมือกันมาก แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วทหารรับจ้างของพวกเขาจะทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจและประจำการอยู่ในเมืองทีเท่านั้นครับ”
สีหน้าของลู่ซีจวี๋เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ดูน่าสะพรึงกลัวและแววตาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความชั่วร้าย
ทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่ในเมืองทีจะมามีเรื่องกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน แล้วเธอจะไปมีปัญหากับองค์กรนั้นได้ยังไง
“เป็นไปได้มั้ยที่จะเกิดจากความแค้นส่วนตัว?” ลู่ซีจวี๋ถาม
“มีความน่าจะเป็นไปได้ครับ” ผู้ช่วยตอบกลับอย่างนอบน้อม “เพราะยังไงซะองค์กรมืดก็ให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าความแค้นส่วนตัว ตราบใดที่เงินมากพอ พวกเขาก็พร้อมจะลงมือช่วยเหลือทุกวิถีทาง ให้ฆาตกรรมหรือลอบวางเพลิงก็ยังได้”
“จะบอกว่าขอแค่มีเงิน พวกมันก็พร้อมจะทำทุกอย่างสินะ” ลู่ซีจวี๋หรี่ตาลง ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยภัยอันตราย
“ใช่ครับ” หลังจากได้ยินคำตอบของผู้ช่วยแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็พอจะเข้าใจได้
ดูเหมือนว่าจะมีคนจ่ายเงินวานจ้างให้พวกเขาไปลงมือทำร้ายถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ว่าแต่คนคนนั้นคือใคร?
หรือว่าจะเป็นตระกูลถงที่มีความแค้นต่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว?
ทว่าตระกูลถงไม่มีเงินทุนสำรองสักหยวน อย่าว่าแต่ทหารรับจ้างเลย
ใครก็ตามที่วานจ้างคนในองค์กรนั้นจะต้องมีทรัพย์สินเงินทองอยู่มาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยไปรุกรานคนพรรค์นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ลู่ซีจวี๋ตกอยู่ในภวังค์แห่งห้วงความคิด มัวแต่มุ่งความสนใจไปที่ผู้ช่วยจนไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนมองอยู่ที่มุมตึก และได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างชัดเจน
คนคนนั้นคือลูกน้องของมู่อวี้เฉิงที่ถูกส่งตัวมาให้สะกดรอยตามลู่ซีจวี๋
เขาซ่อนตัวอยู่ที่มุมตึก รอจนกระทั่งลู่ซีจวี๋กลับออกไปก่อนจึงค่อย ๆ เดินออกมา