พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 188 จะไม่มีวันปล่อยคนที่ทำร้ายคุณไป
ตอนที่ 188
จะไม่มีวันปล่อยคนที่ทำร้ายคุณไป
มู่อวี้เฉิงรู้สึกโล่งใจมากที่ในที่สุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สงบลง
เธอเพิ่งตื่นนอนจากการหลับใหลอันแสนยาวนาน ทำให้ลำคอแห้งผากจากขาดน้ำ
“ดื่มน้ำก่อนสิ” มู่อวี้เฉิงพูดขณะมองเธอด้วยสายตารักใคร่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเงียบ ๆ
มู่อวี้เฉิงประคองเธอให้ลุกขึ้นนั่งพิงขอบเตียง แล้วจึงรินน้ำอุ่นใส่แก้วยื่นให้เธอ
มือเรียวขาวยื่นออกมารับแก้ว แก้วใสที่อยู่ในกำมือทั้งสองข้างค่อย ๆ ส่งผ่านความอบอุ่นออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจิบน้ำอุ่นให้ไหลลงคอ ทำให้ลำคอที่ แห้งผากกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง
เธอดื่มเข้าไปอีกสองสามอึกแล้วจึงส่งแก้วคืนให้มู่อวี้เฉิง
ช่วงนี้มีเรื่องมากมายเกินขึ้นจนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเหนื่อยล้า
หลังจากเธอสงบลงแล้ว เธอจึงถามว่า “ใครลักพาตัวฉัน? แล้วทำไมต้องฆ่าฉันด้วย?”
ดวงตาใสแจ๋วของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
เธอเคยอาศัยอยู่ที่ประเทศเอ็มมาหลายปีแล้วและไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเลย
ทำไมครั้งนี้เธอกับเสี่ยวเป่าถึงประสบปัญหาดังกล่าวและถึงขั้นลงมือฆ่าแกงพวกเธอกันเลย
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
“ผมส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อยู่” มู่อวี้เฉิงพูด
เหตุการณ์ลักพาตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างแปลกประหลาด ดังนั้นจึงอยู่ระหว่างการสอบสวน
แต่สิ่งที่แน่ชัดคือฆาตกรวางแผนลักพาตัวเธอไปยังท่าเรือร้างที่อยู่ห่างไกลล่วงหน้า
คนคนนั้นน่าจะคอยสะกดรอยตามและรอให้สองแม่ลูกอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สังเกตสายตาของเขา เพราะเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์
เธอเจ็บปวดหัวใจทุกครั้งที่หวนนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของเสี่ยวเป่าที่กำลังนอนอยู่บนเตียงพยาบาล
ก่อนที่ดวงตาของเธอจะฉายแววดุร้าย “คนที่ทำให้ เสี่ยวเป่าได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะให้อภัยได้!”
ดวงตาสีนิลของมู่อวี้เฉิงจับจ้องไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ผมจะไม่มีวันปล่อยคนที่ทำร้ายคุณไป”
เธอกัดฟันอย่างขมขื่น “ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นบงการ ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยมันไปเหมือนกัน”
ถึงแม้ว่าลู่ซีจวี๋จะถูกลู่หมิงขัดขวางอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าห้องผู้ป่วยของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขารีบบุกเข้าไปในห้องพักหลังจากได้ยินเสียงดังลอดออกมาจากในห้อง
ลู่หมิงเดินตามหลังเขาเข้าไปและรีบพูดขึ้นว่า “ขอโทษครับท่านประธาน ผม…”
“นายออกไปก่อน” มู่อวี้เฉิงพูดขัดจังหวะเขา
ลู่หมิงพยักหน้า ถอยหลังกลับและปิดประตูลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่ซีจวี๋อย่างกะทันหัน
“รุ่นพี่ มาทำไมคะ”
“ฉันก็มาดูเธอไง ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?” ดวงตาของลู่ซีจวี๋จับจ้องไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเบา ๆ “หลังจากนอนมาหลายตื่นก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ”
“ยังรู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋ถาม
“ยังเจ็บคออยู่นิดหน่อยค่ะ ที่อื่นไม่เป็นไรแล้ว” เธอส่ายหน้าและตอบ
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดเช่นนั้น ทว่าใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับยังดูไม่ดีนัก
ลู่ซีจวี๋เองก็รู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพียงพูดเพื่อให้เขารู้สึกสบายใจ
ถึงอย่างนั้นเขาไม่ต้องการฉีกหน้าเธอ เพียงยิ้มและบอกว่า “งั้นก็ดีแล้ว”
ทันใดนั้นเขาก็ลดสายตาลงและพูดว่า “ขอโทษนะ เหมี่ยวเหมี่ยว เพราะฉันไม่ยอมไปส่งเธอ เรื่องแบบนี้ถึงได้เกิดขึ้น”
น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ฟังดูรู้สึกผิด แม้แต่สายตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยการตำหนิตนเอง
“รุ่นพี่ ฉันจะไปตำหนิรุ่นพี่ได้ยังไงล่ะคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
“ครั้งนี้ฉันปกป้องเธอกับเสี่ยวเป่าเอาไว้ไม่ได้” ลู่ซีจวี๋พูดขึ้นอีกครั้ง
“รุ่นพี่ทำเพื่อพวกเรามามากแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเพราะฉันประมาทเองค่ะ”
ดวงตามืดมนของมู่อวี้เฉิงจ้องมองพวกเขาทั้งสองคนเงียบ ๆ
ก่อนที่จะเขารีบพูดขัดจังหวะถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ดึกแล้ว คุณรีบเข้านอนเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า “รุ่นพี่ดึกแล้วค่ะ รีบกลับไปก่อนเถอะนะคะ”
“ฉันอยากอยู่เฝ้าเธอ” ลู่ซีจวี๋ยิ้มเบา ๆ
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นจ้องมองเขาด้วยสายตามืดมน
เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชา “ให้ผมอยู่เฝ้าเธอคนเดียวก็พอ คุณลู่กลับไปเถอะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “รุ่นพี่ยังต้องกลับไปดูแลท่านประธานนะคะ อีกอย่างฉันยังมีเขาเฝ้าอยู่ที่นี่ รุ่นพี่ไม่ต้องห่วงรีบกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
ลู่ซีจวี๋รู้ดีว่าตนเองจะต้องอยู่ดูแลคุณตาในวันพรุ่งนี้และเขาไม่มีทางที่จะอยู่เฝ้าเธอได้
เขาจึงยิ้มและบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาเยี่ยมใหม่นะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
หลังจากที่ลู่ซีจวี๋กลับออกไป มู่อวี้เฉิงก็ช่วยประคองเธอให้นอนลง จากนั้นเธอจึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
มู่อวี้เฉิงจ้องมองใบหน้าที่หลับใหลของเธอด้วยแววตาลึกซึ้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น
จู่ ๆ แก้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แดงขึ้นผิดปกติ มีเหงื่อมากมายผุดขึ้นมาบนหน้าผาก
มู่อวี้เฉิงรีบกดกริ่งเรียกทีมแพทย์ จากนั้นกลุ่มแพทย์และพยาบาลในชุดขาวก็พากันเดินเข้ามา
หลังจากวัดอุณหภูมิร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว แพทย์ก็เปิดสมุดบันทึกแล้วพูดว่า “เธอไข้ขึ้นครับ เหตุการณ์จมน้ำเมื่อวานซืนค่อนข้างร้ายแรง คุณควรจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
หลังจากนั้นนางพยาบาลก็หยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาฉีดยาลดไข้ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เส้นเลือดสีเขียวปรากฏขึ้นบนท่อนแขนขาวนวลดุจดั่งหิมะของถงเหมี่ยวเหมี่ยว จากนั้นนางพยาบาลก็จิ้มเข็มลงไปอย่างว่องไว
แพทย์และนางพยาบาลให้คำแนะนำเล็กน้อยและเดินกลับออกไป เหลือเพียงมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในห้องพักฟื้นกันสองคน
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาข้างเตียงพยาบาล วางกะละมังที่บรรจุน้ำเย็นลงบนโต๊ะข้างเตียง
เขาหยิบผ้าขนหนูที่เริ่มแห้งผากออกจากหน้าผากของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นครั้งคราว และแทนที่ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำ
หลังจากนั้นไม่นาน มู่อวี้เฉิงก็วางมือทาบลงบนหน้าผากของเธอ
เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนบนฝ่ามือ ทว่าตอนนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะรู้สึกถึงความเย็บเฉียบที่ผิดปกติอยู่
เธอคว้าฝ่ามือของเขาขึ้นมาลูบไล้ตามแก้มนวลขณะที่ยังคงหลับใหล
มู่อวี้เฉิงตกใจมากที่จู่ ๆ เธอก็คว้ามือเขาเอาไว้ เขาลังเลที่จะดึงมือกลับมาและปล่อยให้เธอจับมือเขาเอาไว้แบบนี้ตลอดทั้งคืน
เช้าวันต่อมา ไข้ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดลงแล้ว
เธอลืมตาขึ้นมาและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกำลังนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้
เขาหลับตาพริ้มทั้งที่ใต้ตาเริ่มมีสีดำคล้ำ ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ดูแลเอตลอดทั้งคืน
มู่อวี้เฉิงไม่ได้นอนหลับสนิท หลังจากได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวบนเตียง เขาก็ลืมตาขึ้นและพบกับดวงตาของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่จ้องมองมา
เขายิ้มเบา ๆ “ตื่นแล้วเหรอ? ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?”
“รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าแล้วพาเธอไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ
เมื่อเดินกลับออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
มู่อวี้เฉิงเดินไปเปิดประตูและเห็นว่าคนที่มาเยืยนคือ ลู่หมิงที่เดินถือเอาโจ๊กสองชามมาเสิร์ฟ
ท่านประธานขอให้เขาออกไปซื้ออาหารเบา ๆ แต่มีคุณค่าทางโภชนาการ หลังจากค้นหาอยู่นาน เขาก็พบเข้ากับร้านโจ๊กอันแสนอร่อย
มู่อวี้เฉิงรับชามโจ๊กมาเปิดฝาออก ขณะสัมผัสได้ถึงความร้อนบนฝ่ามือ
เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊ก เป่ามันเบา ๆ และยื่นจ่อปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยว