พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 186 หยุดเขาไว้
ตอนที่ 186
หยุดเขาไว้
ราวกับรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวของลู่ซีจวี๋ได้ส่งผ่านโทรศัพท์ไปด้วย
ผู้ช่วยจึงรีบตอบรับทันที “ครับ ผมจะรีบจัดการให้”
ผู้ช่วยรีบออกคำสั่งการอย่างรวดเร็ว จนคนที่อยู่เบื้องล่างดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ต้องบอกสตีเฟนกรุ๊ปเป็นบริษัทแนวหน้าของประเทศเอ็ม
มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านเศรษฐกิจและยังทรงอิทธิพลมหาศาล มีทหารรับจ้างมากฝีมือจำนวนมากอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา
คำสั่งการของลู่ซีจวี๋ทรงพลังมากจนกองทัพสตีเฟนออกมาตามล่าเต็มกำลัง
ประเทศเอ็มกว้างใหญ่ไพศาล การมองหาใครสักที่ไม่รู้แหล่งที่มาที่ไปก็เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร
ทว่าเรื่องพรรค์นี้ไม่ใช่สิ่งยากเย็นสำหรับสตีเฟน
หลังจากลู่ซีจวี๋วางสายลง เขาก็กลับเข้าไปในโรงพยาบาล
เขาต้องการเข้าไปพบแพทย์ที่ดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อสอบถามอาการปัจจุบันของเธอ
ขณะที่ลู่ซีจวี๋มาถึงห้องทำงานของแพทย์ ลู่หมิงก็บังเอิญนำตัวอย่างเลือดของเสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงมาให้แพทย์ทำการทดสอบพอดี
แพทย์กล่าวว่าต้องใช้ระยะเวลาสองสามวันถึงจะทราบผล
ลู่หมิงพยักหน้าตอบตกลง เขารู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้ทำได้เพียงรอคอยเท่านั้น จากนั้นจึงเดินกลับออกมา
แต่นึกไม่ถึงว่าทันทีที่ลู่หมิงเงยหน้าขึ้น เขาจะเห็นลู่ซีจวี๋รีบเดินมาทางนี้จากระยะไกล
“เขามาทำอะไร?” ลู่หมิงพึมพำ
จากนั้นลู่หมิงก็เห็นลู่ซีจวี๋เดินเข้าไปในห้องทำงานของแพทย์ที่รับหน้าที่ดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาขมวดคิ้วและตระหนักได้ถึงความตั้งใจของลู่ซีจวี๋ในทันที
เห็น ๆ กันอยู่กับคุณถงเป็นคู่หมั้นของท่านประธาน แต่เขากลับไม่เคยคิดจะยอมแพ้
ในอีกด้านหนึ่ง ลู่ซีจวี๋เดินเข้าไปในห้องทำงานของแพทย์และสอบถามอาการของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แพทย์เปิดข้อมูลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และพูดกับเขาว่า “ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยจมน้ำมา เธอสำลักน้ำเข้าไปเต็มปาก ทำให้ลำคอได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีน้ำอยู่ในปอดเล็กน้อย ต้องคอยสังเกตอาการให้ดีครับ”
ลู่ซีจวี๋พยักหน้ารับรู้และรู้สึกราวลำคอของตนเองกำลังแห้งผากจนพูดอะไรไม่ออก
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่ซีจวี๋ก็ออกมาจากห้องทำงานของแพทย์
ทว่าสีหน้าและท่าทางของเขากลับผิดแปลกไปกว่าเดิม
เขายิ่งรู้สึกผิดและโทษตัวเองมากขึ้นหลังจากทราบอาการของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกือบจะเสียชีวิตลงอย่างที่มู่อวี้เฉิงพูดเอาไว้จริง ๆ
ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ร้อนรนจะไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกครั้ง
ทว่าเขาไม่ทันสังเกตลู่หมิงที่ยืนอยู่อีกฝั่ง และเดินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องผู้ป่วย
ลู่หมิงเห็นหมายเลขชั้นที่ลู่ซีจวี๋กดและเข้าใจได้ในทันทีว่าเขาต้องการจะทำอะไร
เขาจึงรีบเดินขึ้นบันไดมายังห้องผู้ป่วยของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้เขามาถึงเร็วกว่าลู่ซีจวี๋เล็กน้อย
ขณะเดียวกันลู่ซีจวี๋ไม่รู้ว่าลู่หมิงขึ้นมาถึงชั้นบนและทำการรายงานมู่อวี้เฉิงเรียบร้อยแล้ว
ลู่หมิงเคาะประตูหน้าห้อง จากนั้นมู่อวี้เฉิงจึงเปิดประตูออก
“ท่านประธาน คุณลู่จากสตีเฟนเพิ่งแวะไปที่ห้องทำงานของคุณหมอที่รับผิดชอบเคสของคุณถง และตอนนี้กำลังขึ้นมาที่ห้องครับ” ลู่หมิงรายงาน
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หยุดเขาไว้ซะ”
“ครับ” ลู่หมิงพยักหน้า
มู่อวี้เฉิงพูดและปิดประตูลง
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่ซีจวี๋ก็ขึ้นมาถึง
เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าประตูห้องพักฟื้นของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงปิดอยู่และมีลู่หมิงยืนเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้า
เขาเดินผ่านลู่หมิงไปโดยตั้งใจจะเข้าไปเปิดประตูห้อง
ทว่าลู่หมิงกลับยื่นมือออกไปหยุดเขาและพูดเตือนว่า “ตอนนี้ท่านประธานยังไม่ต้องการให้คุณลู่เข้าไปเยี่ยมคุณถงครับ”
“แล้วถ้าผมจะเข้าไปล่ะ?” ใบหน้าของลู่ซีจวี๋บูดบึ้งขณะแรงบนฝ่ามือแข็งแกร่งขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นผมคงจะไม่เกรงใจคุณลู่นะครับ” น้ำเสียงของลู่หมิงเต็มไปด้วยคำเตือน เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเปิดประตูเข้าไป
ขณะที่ทั้งสองไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กัน
จู่ ๆ ลู่หมิงก็จ้องมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามและถามลู่ซีจวี๋ว่า “ที่คุณถงเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณไม่สามารถปกป้องเธอได้ คุณยังจะมีหน้ามาเจอหน้าเธออีกเหรอครับ?”
คำพูดของลู่หมิงทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่มันกลับคือเรื่องจริง
สตีเฟนมีอิทธิพลกว้างใหญ่ไพศาลในประเทศเอ็ม แต่เขากลับไม่สามารถปกป้องถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลูกชายได้
ลู่ซีจวี๋ที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดดังนั้นก็แสดงสีหน้ามืดมน ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองไปที่เขาอย่างน่าสะพรึงกลัว
“ออกไปให้พ้น” ลู่ซีจวี๋พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา และไม่ยับยั้งรัศมีอันน่าหวาดกลัวบนร่างกายอีกต่อไป
ลู่หมิงไม่ได้ตกใจกับความกลัวของเขา และตอบโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ผมคงให้คุณเข้าไปไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าคุณอยากจะลงไม้ลงมือ ผมก็ไปกับคุณได้”
ลู่หมิงตั้งท่าปกป้องกันตัวเผื่อกรณีที่ลู่ซีจวี๋โจมตีกะทันหัน
ลู่ซีจวี๋รำคาญทัศนคติของเขาเป็นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้าใจดีว่าที่นี่คือโรงพยาบาล
ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คือประตูหน้าห้องของถงเหมี่ยวเหมี่ยว หากเขาเผลอปลุกเธอเข้ามันคงจะไม่ดี
เขากัดฟันแน่นและเค้นคำพูดออกมา “ผมไม่มีอารมณ์มาต่อสู้กับคุณตอนนี้หรอก หลบไป!”
“คุณลู่ ผมบอกคุณแล้วไงว่าคุณเข้าไปไม่ได้ กรุณาออกไปเถอะครับ” ลู่หมิงยังคงยืนขวางทางเขาไว้
ลู่ซีจวี๋ที่ถูกขวางทางอยู่หลายครั้งรู้สึกถึงความโกรธที่แผดเผาอยู่ในทรวงอก
ทว่าเขาไม่สามารถลงมือทำอะไรในตอนนี้ได้ และทำได้เพียงระงับความโกรธเคืองเอาไว้
หลังจากที่เขาระงับอารมณ์โกรธได้แล้ว ดวงตาสีฟ้าเข้มก็จับจ้องไปทางลู่หมิง
“คราวนี้ผมจะปล่อยคุณไป แต่ขอถามหน่อยว่าเสี่ยวเป่าอยู่ไหน?”
เสี่ยวเป่ากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวประสบอุบัติเหตุด้วยกัน ดังนั้นจะต้องเข้ารับการรักษาด้วยกัน เขาจึงสงสัยว่าตอนนี้ เสี่ยวเป่าเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากคิดได้เช่นนั้น ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกทุกข์ทรมานมาก
ทั้งสองคนเป็นคนที่เขารักใคร่ อยากจะเข้าไปกุมมือทั้งสองคนเอาไว้ แต่ในความเป็นจริงนั้นพวกเขากลับถูกลอบทำร้ายในอาณาเขตของเขา หนำซ้ำยังบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
ลู่หมิงเห็นว่าเขาไม่ได้ดื้อดึงเหมือนเดิมจึงอ่อนข้อลง
เขาตอบกลับว่า “นายน้อยนอนพักอยู่ในห้องไอซียู”
คำพูดที่ว่าเสี่ยวเป่าอยู่ในห้องไอซียูทำให้ลู่ซีจวี๋กล่าวโทษตัวเองหนักขึ้นเรื่อย ๆ เขาหันหลังกลับและวางแผนจะเข้าไปพบเสี่ยวเป่าก่อน
“คุณลู่ ตอนนี้เรายังเข้าไปเยี่ยมในห้องไอซียูไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นคุณกลับไปก่อนเถอะครับ” ลู่หมิงพูด
ลู่ซีจวี๋หยุดชะงักและหันหน้ากลับมามองเขา
ลู่หมิงพูดต่อ “นายน้อยได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก ถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในอาการโคม่า ท่านประธานไม่ต้องการให้ใครมารบกวนเขาครับ”
ลู่ซีจวี๋รู้สึกว่าลู่หมิงกำลังพูดเตือนให้เขารีบกลับออกไป ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
รูปลักษณ์หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เสี่ยวเป่าคือทั้งชีวิตของเหมี่ยวเหมี่ยว เป็นเสาหลักที่ช่วยค้ำจุนให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อ
หากเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวเป่า เกรงว่าเธอจะทนไม่ไหว
ลู่ซีจวี่ไม่ได้ตอบโต้อะไรลู่หมิงอีก เพียงแต่เดินกดโทรศัพท์ออกไป
หลังจากนั้นไม่นานปลายสายก็กดรับ เสียงของชายวัยกลางคนที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ดังมาจากอีกด้านหนึ่ง
“คุณลู่ โทรมาหาผมมีเรื่องอะไรหรือครับ?” ผู้อำนวยการถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ท้ายที่สุดผู้เฒ่าสตีเฟนไม่ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของเขาอีกต่อไป เขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงโทรศัพท์มาหาเขา
น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ฟังดูเย็นชาขณะออกคำสั่ง “จำชื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับถงเป่ยหานให้ขึ้นใจ ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ต้องรักษาสองคนนี้ให้สุดความสามารถ”
ผู้อำนวยการที่ได้ยินเช่นนั้นย่อมไม่กล้าที่จะละสายตา เขาจึงตอบรับอย่างสุภาพว่า “คุณลู่ไม่ต้องกังวลครับ ผมจะดูแลพวกเขาอย่างดี”