พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 182 ค้นหาให้ทั่ว
ตอนที่ 182
ค้นหาให้ทั่ว
เสียงร้องไห้ของเสี่ยวเป่าทำให้คนขับรถหงุดหงิด
เขาคิดกับตนเองว่าเด็กคนนี้ช่างน่ารำคาญจริง ๆ อีกอย่างผู้จ้างต้องการแค่ตัวหญิงสาวเท่านั้น เด็กคนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เก็บเอาไว้จะเป็นอุปสรรคเสียเปล่า ทำไมไม่…
คนขับรถเกิดความคิดเมื่อมองดูเสี่ยวเป่าที่กำลังร้องไห้
เขาจึงคิดจะโยนเสี่ยวเป่าออกจากรถ
เขายกเสี่ยวเป่าขึ้นมาจนกระทั่งแขนขาของคนเล็กห้อยอยู่กลางอากาศ ดวงตาของเสี่ยวเป่าเต็มไปด้วยความกลัว และเริ่มกระพือแขนขาทั้งสองข้าง “ปล่อยฉันนะ!”
คนขับรถแสยะยิ้มชั่วร้าย “ฉันจะปล่อยแกเดี๋ยวนี้แหละ”
เขาพูดและโยนเสี่ยวเป่าออกไปข้างทาง ก่อนจะขึ้นรถขับพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่หมดสติออกไป
เสี่ยวเป่าที่ถูกโยนออกมาไม่ทันตั้งตัว ทำให้ศีรษะกระแทกลงกับพื้น
ศีรษะของเขากระแทกเข้ากับก้อนหินข้างถนนจนเป็นลมหมดสติไป เลือดค่อย ๆ ไหลออกมาจากบาดแผล ย้อมดินทรายข้างล่างจนเป็นสีแดงสด
มู่อวี้เฉิงได้ยินบทสนทนาระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับคนร้ายและเสียงกรีดร้องของเสี่ยวเป่าอย่างชัดเจนก่อนที่สายจะถูกตัดไป
เขารู้สึกราวกับหัวใจกำลังบีบรัด หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเธอสองคน เขาคงไม่อาจจินตนาการถึงผลลัพธ์ที่ตามมาได้เลย
สีหน้าของมู่อวี้เฉินย่ำแย่มาก เขากดโทรศัพท์หาลู่หมิงและเค้นน้ำเสียงทุ้ม “มารับฉันที่โรงแรมที แล้วส่งคนไปตรวจสอบตำแหน่งโทรศัพท์ของเสี่ยวเป่าด้วย”
ลู่หมิงสัมผัสน้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงจากปลายสายและรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์เสีย เขาจึงไม่ได้ถามอะไรต่อและรีบตอบตกลง
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่หมิงก็มาถึงโรงแรม
มู่อวี้เฉิงไม่ชักช้ารีบออกจากโรงแรมไปพร้อมกับลู่หมิง ตำแหน่งของนาฬิกาโทรศัพท์ถูกส่งเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของเขาอย่างรวดเร็ว
เขาเฝ้าดูและติดตามตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง นำกำลังคนไล่ตามจนมาถึงท่าเรือ
ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นท่าเรือร้าง ไม้กระดาษที่มีรูเรียงรายกันอยู่ข้างท่าเรือ เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เหยียบย่ำ และเรือประมงขึ้นสนิมอีกหลายอยู่เรียงกันอยู่บนฝั่ง
เท่าที่กวาดสายตามอง บริเวณนี้รกร้างมากจนรถยนต์วิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่คัน
ตำแหน่งนาฬิกามาสิ้นสุดอยู่แถวนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าจะต้องถูกลักพาตัวมาที่นี่แน่
“ค้นหา! จะกว้างแค่ไหนก็ต้องหาให้เจอ” มู่อวี้เฉิงออกคำสั่ง สีหน้าของเขามืดมนลงเรื่อย ๆ
ลูกน้องทั้งหลายรับคำสั่งและแบ่งกลุ่มออกไปค้นหาตามท่าเรือหาปลา
ขณะที่หลายสิบคนเข้าไปค้นหาในห้องโดยสารเรือ แต่แล้วการค้นหาก็เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่พบร่องรอยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าเลย
หัวหน้าทีมค้นหาก้าวลงมาจากเรือและรายงานมู่อวี้เฉิง “ไม่พบใครอยู่ในห้องโดยสารเรือเลยครับ”
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงยิ่งดูสะพรึงกลัวขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่ร่างกายเปล่งประกายรัศมีเย็นชาออกมา
เขากัดฟันแน่นแล้วพ่นออกมาสามคำ “หาให้เจอ!”
กลุ่มลูกน้องพยักหน้าแล้วเริ่มค้นหาใหม่อีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงเตรียมพาลู่หมิงขึ้นไปยังเรือประมงเพื่อค้นหาเป็นการส่วนตัว
ทว่าเรือประมงลำดังกล่าวได้รับความเสียหายมากจนอันตรายเกินไป ลู่หมิงจึงหยุดเขาไว้แล้วพูดว่า “ท่านประธาน เรือลำนี้อันตรายเกินไปครับ บางทีพวกคุณถงอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้มั้งครับ?”
“หลีกไป!” มู่อวี้เฉิงเพิกเฉยต่อการขัดขวางและยืนกรานที่จะขึ้นไปค้นหาบนเรือ
ขณะเดียวกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในท้องเรือประมงที่จมอยู่ใต้น้ำ
ก่อนหน้านี้เธอถูกคนขับรถแท็กซี่ทุบตีจนสลบไป
หลังจากเธอฟื้นขึ้นมา เธอพบว่าตนเองถูกพามายังท่าเรือและไม่เห็นเสี่ยวเป่าเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลมาก ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นพา เสี่ยวเป่าไปที่ไหน และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เธอดิ้นรนจนเข็มขัดที่มัดมือหลุดออก
แต่ขณะที่เธอกำลังจะออกไป เธอกลับได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวนอกตัวรถยนต์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวั่นเกรงว่าตนเองจะตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งหากเขารู้ว่าเธอตื่นขึ้นมาแล้ว เธอจึงแกล้งทำเป็นยังไม่ได้สติ
แต่นึกไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะลดการระมัดระวังตัวลงหลังจากเธอหมดสติ เขาถอดเครื่องแต่งกายที่ปลอมตัวอยู่ ทำให้เธอเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
ผู้ชายคนนั้นพาเธอมายังก้นซากเรือหาปลาปรักหักพัง เปิดประตูที่เสียรูปทรงและจับเธอเข้ามาข้างใน
เขาโยนเธอเข้ามาข้างในและไม่ได้ตามเข้ามาด้วยกัน หันหลังกลับและเดินออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ลืมตามองบริเวณรอบข้างอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงพบว่ามีอุปกรณ์ตกปลาวางกระจัดกระจายอยู่เป็นกองและบริเวณก้นเรือมีรูรั่วอยู่
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาอีกครั้งและเอาก้อนหินก้อนใหญ่มาผูกไว้ที่ขาของเธอ
เขาผลักเธอเข้าไปใกล้รูรั่วและเดินจากไป
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกผลักเข้าไปข้างใน น้ำก็ทะลักขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เธอพยายามดิ้นรนด้วยการคว้าแผ่นไม้กระดานเรือที่กำลังเปื่อยยุ่ยตรงหน้า
แผ่นไม้กระดานสามารถลอยตัวในน้ำได้ดี จึงทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสามารถลอยอยู่บนน้ำได้
เธอต้องการปีนป่ายขึ้นไป ทว่าหินที่ถ่วงเท้าอยู่กลับหนักอึ้ง ทำให้เธอไม่สามารถขยับเขยื้อนขาได้เลย
เธอพยายามดิ้นรนด้วยการเตะก้อนหินออกไป
ทว่าแรงกำลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่สามารถทำอะไรก้อนหินได้เลย หนำซ้ำยังดึงเธอลงไปในน้ำ
ช่วงที่คนของมู่อวี้เฉิงมาตามหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้ยินเสียงเช่นกัน
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าด้านบนแล้วอยากจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าเธอกลัวว่าชายคนนั้นจะเดินกลับมาอีกครั้ง เธอจึงได้ยอมแพ้
หลังจากนั้นไม่นาน ไม้กระดานเรือที่เปราะบางอยู่แล้วก็แตกออกอันเนื่องมาจากไม่สามารถรองรับน้ำหนักของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและก้อนหินได้อีกต่อไป
หลังจากแผ่นไม้แตกหัก เธอก็รู้สึกว่าร่างกายของตนเองค่อย ๆ จมดิ่งลึกลงไปตามก้อนหิน
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นี่เธอจะต้องมาตายที่นี่เหรอ?
หากเธอตาย เสี่ยวเป่าจะทำอย่างไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดได้เช่นนั้นจึงเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง เธอสำลักน้ำท่ามกลางความสิ้นหวังจนฟองน้ำมีจำนวนเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ
ในอีกด้านหนึ่ง มู่อวี้เฉิงไม่สนใจการขัดขวางของลู่หมิงและขึ้นมาค้นหาบนเรือ แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ทั้งสองคนเดินไปที่ท้องเรือแต่กลับไม่พบใครอีกเช่นเคย จึงออกคำสั่งแก่ลูกน้อง “หาให้ทั่ว!”
การค้นหาล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้สีหน้าของมู่อวี้เฉิงน่าสะพรึงกว่าเดิม
เขาพากำลังคนออกมาและเตรียมจะไปค้นหาที่อื่นต่อ
แต่ขณะที่เขาเดินออกมานอกประตู ลู่หมิงกลับเผลอมองย้อนเข้าไปข้างในอีกครั้ง
ดวงตาเฉียบคมมองเห็นบางอย่างที่เหมือนกับผ้าขี้ริ้วบนเสาไม้ที่ถูกยกขึ้น
เขาเดินเข้าไปใกล้และหยิบมันยกขึ้นมาดู ขณะที่รูม่านตาหดลงเล็กน้อย “ท่านประธาน เสื้อของคุณถงครับ”
มู่อวี้เฉิงรีบก้าวเข้าไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาหยิบผ้าชิ้นนั้นขึ้นมามองดูใกล้ ๆ แล้วพบว่ามันเป็นเสื้อที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใส่ในวันนี้
เขากำมือเสื้อไว้ในมือแน่นแล้วกัดฟันพูดว่า “เรียกทุกคนมาที่เรือลำนี้แล้วค้นหาให้ทั่ว”
“ครับ” ลู่หมิงพยักหน้าแล้วออกไปขอความช่วยเหลือ
มู่อวี้เฉิงยังคงยืนอยู่ใต้ท้องเรือ กวาดสายตามองไปทั่วทุกสารทิศ มือของเขาสัมผัสสิ่งของรอบกายเพราะกลัวว่าจะพลาดจุดไหนไป
ขณะเดียวกันมีฟองน้ำปรากฏต่อหน้า
เสียง “บุ๋ง ๆ” ทำให้มู่อวี้เฉิงตกใจ เขาเดินเข้าไปใกล้ขอบหลุมของซากเรือที่ปรับหักพังแล้วดูฟองน้ำที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องตรงหน้า
มู่อวี้เฉิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง หรือว่าเธอจะอยู่ข้างในนั้น?
มู่อวี้เฉิงที่เคยได้เช่นนั้นรีบตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำ