พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 181 แกจะทำอะไร
ตอนที่ 181
แกจะทำอะไร?
ลู่ซีจวี๋หมดหนทางเมื่อได้ยินว่าคุณตาของตนเองไม่ยอมให้ความร่วมมือ และเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก
“เหมี่ยวเหมี่ยวฉันต้องไปก่อน ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็โทรหาฉันนะ”
“ได้ค่ะ รุ่นพี่รีบไปเถอะค่ะ”
ลู่ซีจวี๋รีบกลับออกไปที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไงก็ต้องไปดูแลท่านผู้เฒ่าที่โรงพยาบาล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ตามเขาไปที่โรงพยาบาลด้วย เพราะช่วงบ่ายเธอมีนัดกับลูกค้าเก่าที่เคยร่วมงานด้วย
เธอมีโครงการที่ต้องการร่วมมือกับพวกเขา และจากความเข้าใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อลูกค้า อัตราการประสบความสำเร็จในการร่วมมือลงนามกันมีอยู่ค่อนข้างสูง
แต่เนื่องจากพรุ่งนี้เธอจะต้องกลับประเทศจีนแล้ว เธอจึงเหลือเวลาในการจัดการเรื่องนี้ไม่มากนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ที่โต๊ะและตั้งจิตแน่วแน่ไปที่งานตรงหน้า
ตกบ่าย ทั้งสองฝ่ายนัดพูดคุยกันที่บริษัท และกว่าจะตกลงกันเสร็จก็เย็นมากแล้ว
ขณะที่เธอกำลังพาเสี่ยวเป่าเดินออกจากบริษัท มู่อวี้เฉิงก็โทรศัพท์มาหา
“คุณจะกลับโรงแรมแล้วเหรอ?”
“อืม ฉันเพิ่งคุยธุระเสร็จ ว่าจะกลับแล้วล่ะ”
“ให้ผมไปรับมั้ย?”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกับเสี่ยวเป่าเดินมาขึ้นแท็กซี่กันแล้ว ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม อีกแป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ”
มู่อวี้เฉิงตอบตกลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ถ้าอย่างนั้นผมจะรออยู่โรงแรมนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางสายลง โบกรถและขึ้นไปบนรถแท็กซี่
“ไปโรงแรมฮิลตันค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดกับคนขับรถ
คนขับรถพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรต่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนขับรถไม่พูดอะไร
นอกจากนี้คนขับรถคันนี้ยังดูแตกต่างจากคนขับรถแท็กซี่ในสมัยก่อนมาก
ใบหน้าขรึมสวมแว่นกันแดดไม่พูดไม่จา ดูเย็นชาและไม่เป็นมิตรเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ติเตียนอะไรออกไป
คนขับรถเร่งความเร็วไปตามท้องถนน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูทิวทัศน์ด้านนอก และไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกประหลาดในตอนแรก
แต่ทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างกลับดูไม่คุ้นตาขึ้นเรื่อย ๆ นี่ไม่ใช่เส้นทางไปสู่โรงแรมฮิลตันที่เธอเคยมา
เธอคิดกับตัวเองว่าคนขับน่าจะเป็นมือใหม่ เลยยังไม่คุ้นเคยกับทางหรือเปล่า? หรือว่าจะขับมาผิดทาง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเตือนเบา ๆ “คุณคะ ไปผิดทางหรือเปล่าคะ เหมือนว่าจะไม่ใช่ทางไปโรงแรมนะคะ”
คนขับรถมองผ่านกระจกมองหลังและตอบกลับว่า “ไปทางนี้รถมันติดน้อยกว่า”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและยอมรับคำอธิบายของเขา โดยไม่ได้ติดใจอะไร
ทว่ายิ่งรถยนต์แล่นไปไกลมากเท่าไหร่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ่งรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติมากเท่านั้น
โรงแรมตั้งอยู่ใกล้กลางเมืองถูกรายล้อมไปด้วยอาคารต่าง ๆ
แต่ถนนที่รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปกลับดูห่างไกลจากตัวเมืองมากขึ้น ไม่มีหมู่บ้านที่พักอาศัยเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ารถยนต์กำลังมุ่งหน้าไปยังชานเมือง ไม่ใช่โรงแรม
นอกจากนี้เส้นทางที่พวกเธอกำลังอยู่นั้นไม่มีรถยนต์วิ่งผ่านไปมาเลย
เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
หัวใจของเธอเต้นระรัว สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จอดรถเดี๋ยวนี้ คุณจะพาพวกเราไปที่ไหน?”
แต่ดูเหมือนว่าคนขับรถจะไม่ได้ยินอะไรและขับรถมุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจกับการเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน สีหน้าของเธอดูสับสนมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เช่นนี้
เสี่ยวเป่ามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าและตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับคนเลว
เขาเหยียดแขนออกและใช้โทรศัพท์นาฬิกาบนข้อมือกดโทรศัพท์หามู่อวี้เฉิง
หลังจากเสียง ‘ตู้ด ๆ’ ดังขึ้นได้ไม่นาน เสียงของมู่อวี้เฉิงก็ดังลอดออกมาจากนาฬิกา
“เสี่ยวเป่า?”
เสี่ยวเป่าที่ได้ยินเสียงของมู่อวี้เฉิงรู้สึกราวกับว่าเขาได้พบกับผู้ช่วยชีวิต เขาจึงรีบร้องตะโกนว่า “คุณลุงสุดหล่อ พวกเราเจอคนเลว รีบมาช่วยพวกเราที!”
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขามานั่งรออยู่ในล็อบบี้โรงแรมนานและยังไม่มีวี่แววว่าสองแม่ลูกจะมาถึงสักที
เขากำลังจะกดโทรศัพท์สอบถามตำแหน่งที่อยู่กับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เสี่ยวเป่ากลับโทรศัพท์มาหาก่อน
เขาจึงรีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ตอนนี้อยู่ไหนกัน?”
เสี่ยวเป่าชะงัก เขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน
เขาหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยท่าทางกระตือรือร้น “หม่ามี้ เราอยู่ไหนกันฮะ?”
เขาเขยิบเขาไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวขณะที่ยกแขนจ่อหน้าเธอ
“เราอยู่…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะตอบ แต่รถขับรถกลับเบรกกะทันหัน จนร่างของเธอกระแทกเข้ากับเบาะหน้าอย่างรุนแรงก่อนที่จะทันได้พูดตอบ
มู่อวี้เฉิงได้ยินเสียงร้องครวญครางดังลอดออกจากปลายสายจึงรีบถามขัดจังหวะ “พวกคุณอยู่ไหน?”
เขาขมวดคิ้วด้วยสีหน้ากังวล แม้แต่น้ำเสียงยังฟังดูร้อนรน
ขณะเดียวกันคนขับรถเดินมาเปิดประตูทางด้านหลัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “แกจะทำอะไร?”
คนขับรถจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าด้วยสายตาดุดัน เขาเอื้อมมือออกมาจับแขนเสี่ยวเป่าและพยายามแย่งนาฬิกาไป
เสี่ยวเป่าถูกบีบแขนจนส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพยายามเข้าไปคว้ามือของคนขับรถ
ทว่าเขาจับมือเสี่ยวเป่าเอาไว้แน่นจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถดึงมันออกไปด้วยแรงกำลังที่มีได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงทำได้เพียงกัดข้อมือเขาอย่างแรง
คนขับรถที่ถูกกัดอย่างแรงรีบสะบัดมือออกจากเสี่ยวเป่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบดึงเสี่ยวเป่ามาไว้ข้างหลัง และพูดปลอบเขาเบา ๆ “ไม่ต้องกลัว หม่ามี้อยู่นี่แล้ว”
เธอมองคนขับรถด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะเห็นคนขับรถดึงมีดสีเงินที่เปล่งประกายแวววาวออกมาจากกระเป๋า
เขาหรี่ตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ถ้าไม่อยากตายก็ส่งสิ่งนั้นมาให้ฉันซะ”
สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอรีบถอดนาฬิกาข้อมือของเสี่ยวเป่าไปให้เขา
คนขับตะคอกใส่ “หัดอยู่ให้เป็นซะบ้าง”
เขาหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูและเก็บใส่กระเป๋า
จากนั้นก็คว้าผมของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและดึงเธอขึ้นมา
“แกจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดจากถูกดึง เพียงแต่ยกมือขึ้นมาตีแขนเขาด้วยความหวาดกลัว
“คนเลว ปล่อยหม่ามี้นะ!” เสี่ยวเป่ารีบพุ่งตรงเข้ามากัดแขนเขาอย่างแรง
“ไอเด็กผี ไปให้พ้น!” คนขับรถตะคอกใส่
“ไม่ไป! ปล่อยหม่ามี้ ปล่อยหม่ามี้” เขาทุบตีคนขับรถอย่างสิ้นหวัง
ทว่าแรงของเสี่ยวเป่ากลับไม่ได้ทำให้คนขับรถเจ็บปวดหรือจั๊กจี้แม้แต่น้อย
“น่ารำคาญโว้ย” คนขับรถหันไปมองเสี่ยวเป่าและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความอดทน
เขายกแขนขึ้นมาจับเสี่ยวเป่าเหวี่ยงไปยังมุมรถ
“เสี่ยวเป่า!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามต่อต้านสุดแรงเกิดเมื่อเห็นเสี่ยวเป่าถูกเหวี่ยงออกไป
คนขับรถคว้ามือทั้งสองข้างของเธอมามัดประสานมือเอาไว้ทางด้านหลัง
จากนั้นจึงใช้ข้อศอกทุบเข้ากับหลังคอของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้เธอเป็นลมหมดสติไปในทันที
“หม่ามี้!” เสี่ยวเป่ากรีดร้องเมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมดสติไป
คนขับรถหยิบเข็มขัดออกมาจากที่ไหนสักแห่งหนึ่งขึ้นมามัดมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและโยนเธอไว้ที่เบาะหลัง
เสี่ยวเป่าหน้าซีดเผือดและตัวสั่นเทาเมื่อเห็นว่าหม่ามี้หมดสติไปและยังโดนมัดข้อมือ
เขามองคนขับรถข้างหน้าด้วยความหวาดกลัว
“ไอเด็กผี มองอะไร” คนขับรถตะเบ็งเสียงใส่เสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าตกใจกลัวมากจนตัวสั่นเทาและร้องไห้