พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 177 จะไม่ปล่อยให้คุณรู้สึกแย่อีก
ตอนที่ 177
จะไม่ปล่อยให้คุณรู้สึกแย่อีก
ชีวิตก่อนหน้านี้เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดระดับสายตาลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและไม่รู้ว่าจะตอบเขาว่าอย่างไรดี
ดวงตาสีเข้มของมู่อวี้เฉิงจ้องมองใบหน้าที่กำลังครุ่นคิด “บอกไม่ได้เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัวและมองเขา “คุณอยากรู้อะไรล่ะ?”
มู่อวี้เฉิงตกตะลึงเมื่อได้ยินคำถามของเธอ เขาต้องการรู้เรื่องราวทุกอย่าง เขาอยากรู้ว่าสองแม่ลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ในต่างประเทศอย่างไรบ้าง
“ตอนนั้นคุณเป็นยังไงบ้าง?” มู่อวี้เฉิงถาม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามนึกและค่อย ๆ พูดขึ้น “ตอนนั้นทุกวันเป็นเรื่องยากและลำบากสำหรับฉันมาก แต่ว่าฉันก็พอใจกับมันมากเหมือนกัน”
เพราะว่ามีเสี่ยวเป่าอยู่เคียงข้าง ไม่ว่ามันจะหนักหนาสาหัสสักเพียงไหน เธอก็รู้สึกพอใจอยู่ดี
“เอาแต่ยุ่งอยู่กับงานหรือเปล่า?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูทุกข์ทรมานที่ยากจะเห็นได้ชัด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและบอกเล่าถึงความยากลำบากในปีนั้น “หลังจากคลอดเสี่ยวเป่า เงินที่ฉันมีติดตัวอยู่ก็ร่อยหรอไปเกือบหมด ฉันต้องตรากตรำทำงานเพื่อเลี้ยงดูตัวเองกับลูก ช่วงนั้นเลยยุ่งมากค่ะ”
แต่สิ่งต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อกลับมาย้อนคิดถึงช่วงเวลายากลำบากเหล่านั้นอีกครั้ง เธอกลับไม่ได้รู้สึกขมขื่นอะไรและสามารถเล่ามันออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด นึกไม่ถึงว่าชีวิตในต่างแดนของเธอจะยากลำบากขนาดนี้
“แล้วเสี่ยวเป่าล่ะ?”
“ตอนนั้นเสี่ยวเป่ายังเล็กอยู่ อยู่ห่างไม่ได้เลย ตอนแรกฉันพาเขาไปเลี้ยงที่ทำงานด้วย แต่ต่อมา…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดชะงักชั่วคราวเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
มู่อวี้เฉิงสามารถจินตนาการได้ว่าเธอต้องทุกข์ทรมานขนาดไหนจากการถูกปฏิเสธไม่ให้พาลูกไปเลี้ยงที่ทำงาน
“ต่อมาฉันยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลเขา เลยต้องเอาเขาไปฝากไว้กับภรรยาของเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลเขาแทน”
“หม่ามี้ ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยฮะ?” สีหน้าของเสี่ยวเป่าเต็มไปด้วยความสงสัย
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงเรื่องพวกนี้
“ตอนนั้นลูกยังเด็ก จะไปจำอะไรได้ล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและยื่นมือออกมาบีบแก้มเขา
เสี่ยวเป่าที่ถูกเธอบีบแก้มอยู่โต้เถียงออกมาอย่างมั่นใจ “ใครบอกว่าผมจำไม่ได้ ผมจำคุณปู่สตีเฟนได้ด้วย เขาชอบพาผมไปเล่นที่บริษัท!”
คราวเมื่อมู่อวี้เฉิงได้ยินเสี่ยวเป่าพูดถึงสตีเฟน เขาก็ถามด้วยความอยากรู้ว่า “แล้วคุณรู้จักกับสตีเฟนได้ยังไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเขาด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะถามถึงเรื่องนี้
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังตอบตามความเป็นจริง “มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันไปทำงานแล้วบังเอิญเจอรุ่นพี่ แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะจำฉันได้ เขาเลยชวนฉันให้ไปทำงานที่สตีเฟนแทน บอกว่าที่นี่รายได้ดีและสวัสดิการก็ดีมาก ฉันเลยมาทำงานที่นี่แทน”
“เสี่ยวเป่าว่าไงนะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ยินว่าเขาถามอะไร จึงพูดต่อว่า “ตอนนั้นรุ่นพี่ทำดีกับเรามาก อนุญาตให้ฉันพาเสี่ยวเป่าไปที่บริษัทด้วยได้ ท่านประธานเห็นเขาครั้งแรกก็หลงรักเขาเลย บางครั้งฉันงานยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลเขาก็ฝากเขาไว้ที่ห้องท่านประธานบ้าง”
คราวเมื่อเธอทำงานที่สำนักใหญ่ของสตีเฟนกรุ๊ป ท่านประธานดูแลเธอดีมากและคอยทำตามสิ่งที่เสี่ยวเป่าร้องขอ กล่าวได้ว่าเขาช่วยเหลือพวกเธอมามากจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงยังคงเงียบหลังจากได้ยินคำพูดของเธอ มีเพียงแววตาสีเข้มที่จับจ้องไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถึงแม้ว่าเธอจะเล่าเรื่องพวกนี้ออกมาอย่างง่ายดาย แต่เขาก็สามารถจินตนาการได้ว่าช่วงเวลาที่เธอต้องอาศัยอยู่กับลูกน้อยเพียงลำพังมันยากลำบากขนาดไหน
มู่อวี้เฉิงยิ่งโกรธเคืองมากขึ้นเมื่อนึกถึงผู้ชายที่ทอดทิ้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลูกชาย
คนคนนั้นพรากถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปจากเขา และยังไม่รู้จักรักษาดูแลเธอให้ดี ปล่อยให้พวกเธอต้องทุกข์ทรมานและยากลำบาก
จู่ ๆ มือใหญ่ก็เคลื่อนตัวมากุมมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวบนโต๊ะ จนเกิดความรู้สึกอบอุ่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองเจ้าของมือและสบตากับมู่อวี้เฉิง
ดวงตาสีเข้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “จากนั้นไปจะไม่มีใครมาทำให้คุณรู้สึกแย่อีก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขาและถามขึ้นว่า “รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่า?”
“ผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ” มู่อวี้เฉิงให้คำมั่นสัญญา
“…”
อย่างนั้นเหรอ? เธอสามารถเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยแววตาที่สับสน
“คุณผู้ชาย อาหารมาเสิร์ฟแล้วครับ” จู่ ๆ พนักงานบริการก็เดินเข้ามา ทำให้บรรยากาศหยุดชะงัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ดึงมือออกมาแล้วพูดเบา ๆ “กินกันก่อนเถอะค่ะ”
แววตาลึกซึ้งของมู่อวี้เฉิงจับจ้องมาทางเธอ ดวงตาสีเข้มแสดงอารมณ์บางอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งอาหารชุดสำหรับเด็กให้เสี่ยวเป่า เธอหั่นอาหารของเสี่ยวเป่าออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อที่เขาจะได้สามารถใช้ส้อมจิ้มได้
“ขอบคุณฮะหม่ามี้” เสี่ยวเป่ายิ้มขอบคุณเธอและก้มหน้ากินอาหารอย่างมีความสุข
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะก้มหน้ารับประทานอาหารในจาน มู่อวี้เฉิงก็เอาสเต๊กที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาวางไว้บนจานเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักและค่อย ๆ ยิ้ม “ขอบคุณค่ะ”
“ผมไม่ชอบให้คุณทำตัวเกรงใจกับผมแบบนี้เลย” มู่อวี้เฉิงพูด
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หัวเราะขบขันขณะมองดูซอสบนริมฝีปากของเสี่ยวเป่า
“เหมือนแมวจริง ๆ” เธอพูดและหยิบทิชชู่มาเช็ดปากของเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าหยิบทิชชู่ในมือแล้วพูดว่า “หม่ามี้ อาจารย์บอกให้ผมหัดทำเอง เพราะงั้นผมจะทำเอง”
“ก็ได้จ๊ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและส่งทิชชู่ให้เขา
มู่อวี้เฉิงยิ้มขณะมองดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองแม่ลูก
เขาถามขึ้นว่า “เสี่ยวเป่าพาคุณลุงสุดหล่อไปดูสถานที่ที่หนูกับหม่ามี้เคยอยู่ได้มั้ย?”
เสี่ยวเป่าจ้องมองเขาด้วยดวงตาแวววาว ดูมีความสุขมาก “ได้ฮะ!”
สถานที่ที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยอาศัยอยู่ อยู่ใกล้กับร้านอาหาร ทั้งสามคนจึงเดินไปที่นั่น
“คุณลุงสุดหล่อ นี่คือซูเปอร์มาร์เก็ตที่หม่ามี้ชอบพาผมมาบ่อย ๆ” เสี่ยวเป่าพูดและชี้นิ้วไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ริมถนน
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบรับ
“ส่วนอันนี้คือร้านขายของที่หม่ามี้ชอบ…”
“นั่นสวนสาธารณะที่หม่ามี้ชอบพามาตอนว่าง…”
เสียงใสแจ๋วของเสี่ยวเป่าดังขึ้นขณะที่นิ้วชี้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
มู่อวี้เฉิงตั้งใจฟังเขาและตอบรับเป็นครั้งคราว
“ใกล้จะถึงแล้ว!” เสี่ยวเป่าร้องตะโกน
จากนั้นเขาก็เอื้อมมือออกไปจับถงเหมี่ยวเหมี่ยวข้างหนึ่งและมู่อวี้เฉิงอีกข้างหนึ่ง จูงทั้งสองคนไปยังอาคารสูงที่อยู่ตรงหน้า
“คุณลุงสุดหล่อดูนั่น ห้องที่ไม่เปิดไฟคือห้องที่ผมกับหม่ามี้เคยอยู่มาก่อน” เสี่ยวเป่าพูดขึ้นอย่างมีความสุข
มู่อวี้เฉิงมองตามนิ้วของเขาและเห็นว่าท่ามกลางห้องที่สว่างไสว มีเพียงหนึ่งห้องเท่านั้นที่มืดสนิท
กลับกลายเป็นว่านั่นคือห้องที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับ เสี่ยวเป่าเคยอาศัยอยู่ในต่างประเทศ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ข้างล่างมองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยรอบตัว และตระหนักได้ว่าการกลับมาในครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม
เธอเคยคิดว่าการมาเยือนสถานที่ในอดีตจะทำให้เธอหวนนึกถึงวันเวลาที่มืดมนเหล่านั้น แต่กลับนึกไม่ถึงว่าอารมณ์ของเธอจะผ่อนคลายลงกว่าแต่ก่อนมาก
เสี่ยวเป่าพามู่อวี้เฉิงไปดูสถานที่ต่าง ๆ อีกครั้ง มู่อวี้เฉิงกลัวว่าเขาจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางจึงอุ้มเขาขึ้นมา
“ไปกันเถอะ” เขามองดูนาฬิกาและเห็นว่ามันดึกมากแล้ว
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าตอบรับ