พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 176 ชีวิตก่อนหน้านี้
ตอนที่ 176
ชีวิตก่อนหน้านี้
ผู้เฒ่าสตีเฟนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ โดยรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้เลือกคนผิด
การส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไปยังประเทศจีน สาขาลูกของสตีเฟนกรุ๊ปในประเทศจีนจะต้องถูกพัฒนาไปอย่างก้าวไกลอย่างแน่นอน
จากนั้นเขาก็หันไปส่งยิ้มให้เสี่ยวเป่า “ปู่ไม่เจอเสี่ยวเป่ามานานแล้ว ดูเหมือนว่าจะโตขึ้นเยอะเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “ช่วงนี้เสี่ยวเป่าสูงขึ้นเยอะเลยค่ะ”
“ได้ยินว่าเธอจ้างอาจารย์มาสอนเขาที่บ้านแล้วเหรอ? ทำไมไม่ไปโรงเรียนแล้วล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ้างอิงถึงคำพูดของมู่อวี้เฉิง “เด็กอย่างเสี่ยวเป่ามีระดับสติปัญญาสูง ถ้าให้ไปโรงเรียนเกรงว่าจะเสียเวลาเปล่าค่ะ ฉันจึงตัดสินใจจ้างอาจารย์มาสอนให้ที่บ้าน โชคดีที่เสี่ยวเป่าฉลาดและตามบทสอนของอาจารย์ทัน”
ผู้เฒ่าสตีเฟนมองดูเสี่ยวเป่าด้วยสายตาครุ่นคิด
“เสี่ยวเป่าเป็นเด็กฉลาดอย่างที่ว่ามาจริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งดูน่ารัก คงจะดีถ้าเขากลายมาเป็นเหลนของฉันได้”
“ท่านจะคิดว่าเสี่ยวเป่าเป็นเหลนของท่านก็ได้ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบ
ผู้เฒ่าสตีเฟนหัวเราะชอบใจ
“เสี่ยวเป่าน่ารักขนาดนี้ ฉันก็ต้องเต็มใจอยู่แล้ว” ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเสี่ยวเป่า จากนั้นจึงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว “แต่เหมี่ยวเหมี่ยว ดูแลลูกคนเดียวแบบนี้คงลำบากแย่”
“ไม่หรอกค่ะ เสี่ยวเป่าเก่งมาก ตอนเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางมือลงบนหัวไหล่เสี่ยวเป่าและใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างถูวนเบา ๆ
ทุกครั้งที่เธอเลิกงานกลับมาถึงบ้าน ตราบใดที่ลูกน้อยวิ่งเข้ามาคลอเคลียและร้องเรียกเธอ เธอก็รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าในร่างกายได้จางหายไปในทันที
ผู้เฒ่าสตีเฟนถอนหายใจเล็กน้อย เด็กคนนี้ยังคงเข้มแข็งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“แต่เธอยังเด็กยังมีหนทางอีกยาวไกล ยังต้องหาใครสักคนมาดูแลเธอนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบรับจาง ๆ และก้มหน้ามอง เสี่ยวเป่า “ฉันมีเสี่ยวเป่าก็พอใจมากแล้วค่ะ”
ผู้เฒ่าสตีเฟนขมวดคิ้วและพูดชักชวน “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเธอวางแผนจะใช้ชีวิตเพียงลำพังเหรอ? เดี๋ยวลูกโตขึ้นเมื่อไหร่ก็ต้องจากเธอไปอยู่ดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจกับคำพูดของเขา
อย่างที่เขากล่าว ลูกน้อยจะโบยบินเสมอเมื่อพวกเขาเติบใหญ่ และเธอก็ไม่สามารถเก็บเสี่ยวเป่าเอาไว้ข้างกายตลอดไปได้
แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เธอก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด และค่อย ๆ ก้าวไปสู่อนาคตทีละขั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแย้มขณะมองดูผู้เฒ่าสตีเฟน “ฉันคิดว่าตอนนี้ชีวิตค่อนข้างดีมากแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไร ส่วนเรื่องอนาคตเอาไว้ทีหลังเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันอยากจะตั้งใจทำงานให้เสี่ยวเป่ามีชีวิตที่ดีขึ้น”
ผู้เฒ่าสตีเฟนเห็นเธอพูดเช่นนั้นจึงพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เขาถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูก “เธอกับซีจวี๋นี่เหมือนกันเลย เอาแต่ทำงานจนงานกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว”
จากนั้นจึงชี้นิ้วไปทางลู่ซีจวี๋และพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ดูเขาสิ อยู่ในวัยที่จะต้องพูดถึงเรื่องแต่งงานแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบพูดปลอบเขา “ท่านประธานไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ยังมีผู้หญิงอีกเยอะที่วิ่งไล่ตามคุณลู่อยู่”
“ฉันก็แก่แล้ว ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง คนที่ฉันห่วงมากที่สุดก็ซีจวี๋นี่แหละ”
เขารีบเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากหางตา “คงจะดีไม่น้อยถ้ามีผู้หญิงประพฤติตัวดีและมีไหวพริบอย่างเธอมาอยู่เคียงข้างเขา อย่างน้อยฉันจะได้ตายตาหลับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบโบกมือปฏิเสธ “ท่านประธาน ได้โปรดอย่าพูดแบบนั้นสิคะ คุณลู่เป็นคนดีมาก ท่านประธานไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะช่วยคัดเลือกคนที่เหมาะสมมาให้เขาเองค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจความหมายของผู้เฒ่าสตีเฟน เพียงแต่เธอคิดว่าตนเองกับลู่ซีจวี๋ไม่เหมาะสมกัน ดังนั้นเธอจึงละทิ้งหัวข้อบทสนทนาดังกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าสตีเฟนก็ส่งสายตาให้ลู่ซีจวี๋ สายตาของเขากำลังบ่งบอกเป็นนัยว่า ‘ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับแกแล้ว’
พวกเขาพูดคุยหัวเราะคิกคักกัน กว่าจะรู้ตัวก็หมดเวลาช่วงบ่ายแล้ว
โคมไฟด้านบนสว่างขึ้น บ่งบอกว่าถึงเวลาอาหารเย็น
ผู้เฒ่าสตีเฟนต้องการให้ลู่ซีจวี๋กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น เขาจึงขับไล่ทั้งสองออกมา
เขาโบกมือและพูดเร่งเร้าว่า “รีบพาเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าไปกินข้าวเถอะ ตามีคนดูแลอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องห่วง”
ขณะเดียวกันเสียงเรียกเข้าดังลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ
เสียงทุ้มของมู่อวี้เฉิงดังมาจากปลายสาย “ใกล้กลับกันมาหรือยัง?”
“ใกล้แล้ว”
“ออกมาสิ ผมรออยู่ที่ประตูทางเข้าโรงพยาบาล จะพาพวกคุณไปกินข้าว”
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ผู้เฒ่าสตีเฟนมองดูสีหน้าของเธอแล้วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงสีหน้าแบบนี้ แต่เขาไม่รู้ว่าคนในปลายสายคือใคร หรือว่าเธอจะมีแฟนแล้ว? แสดงว่าหลายชายของเขาหมดโอกาสแล้วใช่ไหม?
ลู่ซีจวี๋มองดูเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มมืดมนและดูไม่ชัดเจน ทำให้ผู้คนไม่สามารถคาดเดาได้
หลังจากกดวางสาย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยกยิ้ม “ฉันคงจะไม่รบกวนคุณลู่สำหรับอาหารเย็นหรอกค่ะ เขายังต้องดูแลท่านประธานอยู่ อีกอย่างฉันกับเสี่ยวเป่าจัดการกันได้”
ลู่ซีจวี๋จ้องมองเธอด้วยสีหน้าลังเล
ฝ่ายหนึ่งคือคุณตา ส่วนอีกฝ่ายคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขารู้สึกวิตกกังวลกับทั้งสองฝ่าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นความสับสนของเขาจึงพูดเสนอว่า “พรุ่งนี้เที่ยงมากินข้าวด้วยกันอีกนะคะ”
ลู่ซีจวี๋จึงพยักหน้าเห็นด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือเสี่ยวเป่าโค้งคำนับลงและยิ้ม เบา ๆ “เสี่ยวเป่าบอกลาคุณปู่สิลูก”
“บ๊ายบายฮะคุณปู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เสี่ยวเป่ามาหาใหม่”
“อืม” ผู้เฒ่าสตีเฟนยิ้มตอบรับอย่างใจดี
“ท่านประธาน พวกเราขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด
ผู้เฒ่าสตีเฟนพยักหน้าและพูดกับลู่ซีจวี๋ว่า “ซีจวี๋ไปส่งพวกเธอสิ”
“ครับ” ลู่ซีจวี๋ตอบ
หลังจากที่เขาลงมาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าที่ทางเข้าประตูโรงพยาบาลแล้ว เขาก็เห็นมู่อวี้เฉิงยืนอยู่ที่บันไดด้านล่าง
ท่าทางของลู่ซีจวี๋ดูเย็นชาขึ้นมากเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่
ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้กล่าวหาอะไรมู่อวี้เฉิงเพราะยังต้องการไปรับถงเหมี่ยวเหมี่ยวในวันพรุ่งนี้ เพียงแต่ส่งยิ้มให้เธอและพูดว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันไปรับเธอกับเสี่ยวเป่านะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและตอบว่า “อืม มาถึงแล้วโทรมานะ”
“ได้” ลู่ซีจวี๋ยิ้มเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าโบกมือลาลู่ซีจวี๋และเดินตามมู่อวี้เฉิงเข้าไปในรถยนต์
มู่อวี้เฉิงขับรถท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน และไม่นานพวกเขาก็มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ร้านอาหารสไตล์ตะวันตกที่มีการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เสียงไวโอลินอันหรูหราก้องกังวานไปทั่วร้านอาหาร
หลังจากนั่งลงแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ส่งสัญญาณให้พนักงานเอาเมนูมาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบเมนูอาหารขึ้นมาและสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว
“เคยมากินอาหารที่นี่มาก่อนหรือเปล่า?” เขาถามขึ้นอย่างสงสัย
“เคยค่ะ ฉันเคยมาที่นี่ตอนที่บริษัทมากินเลี้ยงกันในตอนเย็น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับ
เมื่อได้ยินเธอพูดถึงช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ มู่อวี้เฉิงก็ถามขึ้นว่า “ชีวิตของคุณเมื่อก่อนเป็นยังไงบ้าง?”