พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 174 ยั่วโมโห
ตอนที่ 174
ยั่วโมโห
ลู่ซีจวี๋รู้สึกเจ็บปวดมากเมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงโอบกอด ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และเธอเองก็มีสีหน้าแดงก่ำ
ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาขมวดคิ้วและจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยร่างกายที่แผ่รัศมีความเย็นยะเยือก
“เหมี่ยวเหมี่ยวอุตส่าห์เดินทางมาเจอคุณตาของผม ผมก็ต้องต้อนรับแขกให้ดีที่สุดสิครับ”
เขาพูดและพยายามยื่นมือออกไปคว้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงรีบคว้าข้อมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาเพื่อหลีกเลี่ยงมือของอีกฝ่าย
เขาหรี่ตาลงและเปล่งรัศมีอันดุร้ายออกมา “ผมบอกว่าไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณลู่ไง ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
หากคิดจะแย่งเธอไปจากเขา เกรงว่าจะทำได้แค่ฝันไปเท่านั้น!
“ผมเกรงว่าคุณมู่จะมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ พวกเหมี่ยวเหมี่ยวติดตามคุณไปแบบนี้จะไม่สะดวกเอา เพราะฉะนั้นให้ผมจัดการดีกว่านะครับ” ลู่ซีจวี๋ก้าวเข้าไปข้างหน้าด้วยรัศมีที่อ่อนโยนลงมาก
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น ทว่าน้ำเสียงของเขายังคงหนักแน่น “สะดวกหรือไม่สะดวกมันก็เรื่องของผม คุณลู่ไม่จำเป็นต้องมากังวลหรอกครับ”
ทัศนคติของมู่อวี้เฉิงนั้นแน่วแน่และไม่คิดจะยอมแพ้
ลู่ซีจวี๋เห็นว่าตนเองถูกขัดขวางจึงหันไปมองเสี่ยวเป่าที่อยู่ข้าง ๆ แทน
“เสี่ยวเป่าอยากไปกับลุงซีจวี๋หรือว่าอยากไปกับคุณลุงสุดหล่อ?”
เสี่ยวเป่าที่ได้ยินเช่นนั้นหันไปมองมู่อวี้เฉิงที่กำลังจับมือเขาอยู่และหันกลับมามองลู่ซีจวี๋ที่กำลังส่งยิ้มมาทางเขา เขาชื่นชอบคุณลุงทั้งสองมาก และนั่นทำให้เขารู้สึกลังเล
มู่อวี้เฉิงมองดูสีหน้าครุ่นคิดด้วยความสับสนของเขาแล้วจึงกระชับมือของเขาให้แน่นขึ้น
ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงกระวนกระวายใจท่ามกลางความลังเลของเสี่ยวเป่าที่จะต้องเลือกระหว่างเขากับลู่ซีจวี๋
เสี่ยวเป่ารู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ส่งตรงมาจากมือ เขาจึงเหลือบมองมู่อวี้เฉิงอย่างรู้ทันท่วงที
สีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก แม้แต่ริมฝีปากยังกลายเป็นเส้นตรง
“ผมอยากไปกับคุณลุงสุดหล่อฮะ” เสี่ยวเป่าตอบ
หลังจากได้ยินคำตอบของเสี่ยวเป่า ดวงตาของลู่ซีจวี๋ก็ฉายแววผิดหวัง แต่หลังจากนั้นมันก็จางหายไปในทันที
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นยกยิ้มมุมปากและเลิกคิ้วใส่ลู่ซีจวี๋อย่างโอ้อวด
ลู่ซีจวี๋รับรู้ได้ถึงความยั่วโมโหของมู่อวี้เฉิงจึงจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
มู่อวี้เฉิงจ้องกลับโดยไม่หวั่นเกรง
ทั้งสองจ้องมองกันโดยมีประกายไฟลอยอยู่กลางอากาศ
ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากสองคนนี้ทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นในทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกปวดหัวเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋ต่างไม่ยอมแพ้กัน
แม้แต่เรื่องที่พักในโรงแรม ทั้งสองก็ยังโต้เถียงกันได้ไร้สาระมาก!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่น้ำเสียงเย็นชาของเธอจะทำให้พวกเขาหยุดชะงัก “เอาล่ะ! เลิกเถียงกันสักที”
มู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋รีบหันกลับมามองเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าทั้งสองคนไม่ได้โต้เถียงกันอีกต่อไปแล้ว จึงพูดขึ้นว่า “เราก็อยู่ในเมืองเดียวกันแท้ ๆ เถียงกันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
“งั้นไปพักโรงแรมที่ฉันจองไว้” ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน
มู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋ต่างมองไปทางต้นกำเนิดของเสียง แต่หลังจากตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายพูดแบบเดียวกัน พวกเขาทั้งสองก็เขม่นใส่กันอีกครั้ง
นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองไปทางนัยน์ตาสีฟ้า จากนั้นเกิดเขม่าควันที่มองไม่เห็นลอยขึ้นมากลางอากาศ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเมื่อเห็นว่าทั้งสองเริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหลืออด “ครั้งนี้ฉันบินมาเยี่ยมท่านประธานสตีเฟน ไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุก เพราะฉะนั้นฉันจะเลือกพักโรงแรมที่อยู่ใกล้กับทางโรงพยาบาลมากที่สุด”
ดูเหมือนว่าคำพูดดังกล่าวจะเป็นไปตามที่มู่อวี้เฉิงคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาจึงมีความสุขขึ้นมาทันที
เขาพูดด้วยท่าทางสงบ ๆ “ผมจองโรงแรมฮิลตันที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเอาไว้”
ก่อนหน้านี้เขาให้คนสืบค้นโรงพยาบาลที่ท่านประธานสตีเฟนเข้ารักษา เขาจึงเลือกจองโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงกับทางโรงพยาบาลมากที่สุดเพื่อให้สองแม่ลูกเดินทางไปมาได้สะดวก
แต่นึกไม่ถึงว่าการจองโรงแรมแบบสุ่มจะเกิดผลเช่นนี้
อารมณ์ของมู่อวี้เฉิงดีขึ้นมาก แม้แต่รูปลักษณ์หน้าตายังดูยิ้มแย้ม
ลู่ซีจวี๋ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น และพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ฉันจองโรงแรมเดลลูน่าไว้”
โรงแรมเดลลูน่าเป็นโรงแรมระดับแปดดาวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศเอ็ม
โรงแรมแห่งนี้มอบความบันเทิงให้กับนักธุรกิจผู้ร่ำรวยในระดับต้น ๆ ของโลก ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่จึงค่อนข้างห่างไกลกับทางโรงพยาบาล
ลู่ซีจวี๋คัดสรรโรงแรมมาอย่างดีเพราะต้องการให้เธอกับเสี่ยวเป่ามีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดี แต่นึกไม่ถึงว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเลือกความสะดวกมากกว่า
มู่อวี้เฉิงไม่ได้เดินทางมาเยือนประเทศเอ็มครั้งแรก เขาจึงรู้ดีว่าโรงแรมเดลลูน่าอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล
รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา “ดูเหมือนว่าโรงแรมผมจะอยู่ใกล้กว่านะครับ”
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋ดูบึ้งตึงขึ้น ดวงตาสดใสกลับมืดมนลง แต่หลังจากสงบสติอารมณ์ ท่าทางของเขาก็กลับมาอ่อนโยนราวกับหยกอีกครั้ง
เขายื่นมือออกไปหยิบกระเป๋าเดินทางของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เดี๋ยวฉันไปส่ง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและไม่ได้ปฏิเสธอะไร
จากนั้นเธอก็หันกลับไปมองมู่อวี้เฉิงและถามว่า “เราจะไปรถของรุ่นพี่กัน แล้วคุณล่ะ?”
“ลู่หมิงกำลังมาน่ะ” มู่อวี้เฉิงตอบรับ
เมื่อรู้ว่ารถยนต์กำลังจะมารับมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพาเสี่ยวเป่าไปขึ้นรถของลู่ซีจวี๋
ในความเป็นจริงรถยนต์ที่มู่อวี้เฉิงจัดแจงให้มารับนั้นจอดอยู่ไม่ไกล แต่เมื่อเขาเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกที่จะไปขึ้นรถของลู่ซีจวี๋ เขาจึงไม่ต้องการทำให้เธอลำบากใจ
ท้ายที่สุดเขาได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในเรื่องโรงแรมแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ควรออกแรงมากจนเกินไป
ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากสตาร์ทรถแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันไปพูดกับลู่ซีจวี๋ที่กำลังขับรถอยู่ “รุ่นพี่คะ อย่าไปสนใจมู่อวี้เฉิงเลยนะคะ เขาชอบทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง ชอบยั่วโมโหให้คนโกรธจัด”
ดวงตาของลู่ซีจวี๋ดูเย็นชาขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น และพูดว่า “ฉันคงจะเข้ากับเขาไม่ได้หรอก”
ในสายตาของเขา มู่อวี้เฉิงเป็นคนชอบยั่วโมโหให้คนอื่นโกรธจัด ชอบครอบงำและเอาแต่ใจมาก ดังนั้นลู่ซีจวี๋จึงไม่อยากไปโต้เถียงกับเขา
หากแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว มันคงเป็นเรื่องยากที่จะพูด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นหยุดพูดถึงมู่อวี้เฉิงในทันที และถามเรื่องอื่นแทน “อาการของท่านประธานเป็นยังไงบ้างคะ?”
สีหน้าของลู่ซีจวี๋ดูอ่อนโยนลงมากเมื่อได้ยินเธอถามถึงคุณตาของตนเอง
เขายกยิ้มมุมปากขณะที่ดวงตาสีฟ้ายังคงจับจ้องไปที่ท้องถนนด้านหน้า
“คุณตาไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่แก่ตัวลงแต่ยังชอบเล่นสนุก ๆ อยู่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะและพูดตอบ “ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่ก็ควรใช้เวลากับท่านประธานให้มากกว่านี้นะคะ”
“พอได้ยินว่าเขาป่วย ฉันก็รีบบินกลับมาอยู่กับเขาเลยนี่ไง”
ลู่ซีจวี๋หวนนึกถึงคุณตาและแสดงสีหน้าทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
“เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณตาบอกว่าไม่ได้เจอเสี่ยวเป่านานแล้ว คิดถึงเขามาก บอกว่าอยากเจอพวกเธอทั้งสองคน สุดท้ายแล้วพวกเธอก็ต้องเดินทางมาจนได้” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือปฏิเสธและรีบพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ตอนที่ฉันอยู่ในต่างประเทศเมื่อหลายปีก่อนท่านประธานก็เป็นคนคอยดูแลฉัน ตอนนี้เขาล้มป่วยฉันก็ควรจะมาดูแลเขาเหมือนกัน”