พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 173 เขามีเจ้าของแล้ว
ตอนที่ 173
เขามีเจ้าของแล้ว
มู่อวี้เฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าเข้าไปนั่งรอเครื่องบินในเลานจ์วีไอพี
หลังจากที่เครื่องบินมาถึง พวกเขาก็ใช้บริการรถวีไอพีของทางสนามบินเดินทางมายังบันไดงวงช้างเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน
นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเป่าได้นั่งชั้นหนึ่ง เขาให้ความสนใจกับเบาะที่นั่งกว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมาก
เนื่องจากการเดินทางมีระยะเวลายาวนาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหลับตาลงทันทีที่ขึ้นเครื่องบินและผล็อยหลับไปในที่สุด
มู่อวี้เฉิงปรับเบาะเอนหลังให้เธอเพื่อที่เธอจะได้นอนสบายตัวมากขึ้น
หลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหลายคนในห้องรับรองก็เริ่มผลักไสกัน
“ได้ยินมาว่ามีหนุ่มหล่อด้วย เดี๋ยวฉันเอาน้ำชาไปเสิร์ฟที่นั่นเอง พวกเธออย่าเข้ามาแย่งล่ะ”
“ไม่ ฉันจะไป”
“อ๊ะ พวกเธอให้ฉันไปเถอะ!”
ขณะเดียวกันแอร์โฮสเตสสาวรายหนึ่งได้ก้าวออกไปในขณะที่เพื่อนร่วมงานไม่ทันได้สนใจ
ใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มตามมาตรฐาน เดินมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของมู่อวี้เฉิง
ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเดินมาเห็นมู่อวี้เฉิง
น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งของแอร์โฮสเตสถามขึ้นอย่างสุภาพ “คุณผู้ชายต้องการรับอะไรมั้ยคะ?”
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเสียงเธอขมวดคิ้วและจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
เขายกเรียวยิ้มขึ้นมาทาบริมฝีปากและส่งเสียง ‘ชู่ว’ อย่างอ่อนโยน
แอร์โฮสเตสตกใจจนตัวสั่นเทาเมื่อเห็นดวงตาเย็นชาจ้องเขม็ง
เธอรีบปิดปากและพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
มู่อวี้เฉิงหยุดมองเธอและหันหน้าไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ข้าง ๆ แทน
เมื่อเขาเห็นเธอนอนหลับด้วยใบหน้าสงบ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ความอ่อนโยนในดวงตาแทบจะเอ่อล้นออกมา
แอร์โฮสเตสรู้คำตอบของเขาแล้วและเดินกลับไปที่ห้องรับรองเงียบ ๆ
แอร์โฮสเตสอีกหลายคนที่กำลังต่อสู้กันเพื่อสิ่งนี้จ้องมองเธอด้วยสายตาเคียดแค้น
แต่เมื่อเห็นเธอเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าหดหู่ ทุกคนก็รีบเข้าไปรุมล้อม
“เป็นยังไงบ้าง ทำไม หล่อจริง ๆ หรือเปล่า?” แอร์โฮสเตสคนหนึ่งรีบสะกิดถาม
แอร์โฮสเตสพยักหน้าและตอบตามความเป็นจริง “ก็หล่อ”
“ฮึ่ม เธอนี่โชคดีชะมัด”
“โชคดีอะไรเล่า เขามีเจ้าของแล้ว และเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกับเขาก็นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน อีกอย่างนะเธอไม่เห็นสายตาที่เขามองผู้หญิงคนนั้น จิ๊ ๆ ๆ ความรักในดวงตานี่แทบจะทะลักออกมา”
“ว้าว! ถ้ามีคนทำแบบนั้นกับฉัน ฉันคงนอนตายตาหลับ” แอร์โฮสเตสอีกคนหนึ่งพูดด้วยความคลั่งไคล้
ในอีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเป่าตื่นเต้นมากตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินมา และเขาไม่รู้สึกง่วงนอนเลย
เขาคอยร้องอุทานเป็นครั้งคราว “ว้าว! คุณลุงสุดหล่อ ดูสิหน้าต่างบานนี้ใหญ่มาก พอมองออกไปทางนี้ ก้อนเมฆก้อนนั้นดูเหมือนมาร์ชแมลโลว์เลย”
“ใช่” มู่อวี้เฉิงตอบรับ
ทันใดนั้น เขาก็มองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งถัดอยู่ด้านข้าง เขาเริ่มกังวลว่าเสี่ยวเป่าจะรบกวนการนอนหลับของเธอ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดแนะนำว่า “เสี่ยวเป่า อยากให้ลุงสอนคัดลายมือมั้ย?”
เสี่ยวเป่าสับสนเล็กน้อยในตอนแรกว่าทำไมคุณลุงสุดหล่อถึงขอให้เขาเขียนคัดลายมือบนเครื่องบิน
จนกระทั่งเขาเห็นหม่ามี้นอนหลับอยู่ข้าง ๆ จึงเข้าใจได้ในทันที
เขารู้ว่าคุณลุงสุดหล่อเสนอแนะให้เขาหัดเขียนคัดลายมือเพราะต้องการให้หม่ามี้นอนหลับสบาย
เสี่ยวเป่าจึงตอบตกลงในทันที “ได้ฮะ”
หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ขอปากกากับกระดาษจากแอร์โฮสเตส
เขาช่วยเสี่ยวเป่าเปิดถาดวางอาหารบนเครื่องและคอยดูเขาเขียนหนังสือ
ระหว่างทาง เสี่ยวเป่าก้มหน้าคัดลายมือด้วยท่าทางจริงจัง ถึงแม้ว่าเขาจะหยุดพักแต่เขาก็ไม่ได้ส่งเสียงดังอย่างที่ มู่อวี้เฉิงคิด แต่กลับนั่งเงียบ ๆ อยู่ตลอดเวลา
เสี่ยวเป่าไม่ได้ทำให้มู่อวี้เฉิงกังวลใจ ในทางกลับกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นอนหลับอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
หลังจากผล็อยหลับไป เครื่องปรับอากาศบนเครื่องบินเย็นมากจนทำให้เธอนอนหลับไม่สบาย มู่อวี้เฉิงจึงขอให้แอร์โฮสเตสนำผ้าห่มมาให้เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวห่มผ้าไม่ได้นานก็ถลกมันออกหลังจากเริ่มรู้สึกร้อน มู่อวี้เฉิงจึงช่วยห่มผ้าให้เธออย่างระมัดระวัง
เสี่ยวเป่าที่กำลังคัดลายมืออยู่ด้านข้างมองดูการกระทำของทั้งสองคนด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
หลังจากนั้นไม่นาน เครื่องบินก็เดินทางมาถึงประเทศเอ็ม
“เหมี่ยวเหมี่ยว ตื่นได้แล้ว” มู่อวี้เฉิงปลุกถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยการตบไหล่เบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาด้วยอาการเซื่องซึม “ถึงแล้วเหรอ?”
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบรับเบา ๆ จากนั้นก็พาเธอกับเสี่ยวเป่าเดินออกจากประตูขึ้นเครื่องบินด้วยเส้นทางวีไอพี
ลู่ซีจวี๋รออยู่ด้านนอกประตูทางออกเครื่องบินนานแล้ว
ดวงตาของลู่ซีจวี๋ดูเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าเดินออกมาพร้อมกับมู่อวี้เฉิง โดยไร้เงาของเยี่ยชวง
หลังจากที่กลุ่มคนเดินออกมา เขาก็ทักทายมู่อวี้เฉิงด้วยท่าทางสงบ “คุณมู่ เจอกันอีกแล้วนะครับ”
“อืม” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าเบา ๆ และตอบรับเขาอย่างไม่เต็มใจนัก
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้สนใจท่าทีของเขาเช่นกัน
“คุณลุงซีจวี๋” เสี่ยวเป่าที่กำลังจับมือมู่อวี้เฉิงอยู่รีบร้องตะโกนเสียงดังลั่น
ลู่ซีจวี๋จ้องมองเสี่ยวเป่าด้วยสายตายิ้มแย้ม “ไม่ได้เจอเสี่ยวเป่ามาตั้งหลายวัน คิดถึงลุงมั้ย?”
“คิดถึงฮะ” เสี่ยวเป่าตอบกลับอย่างมีความสุข
ลู่ซีจวี๋ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงระเบิดเสียงหัวเราะ
จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอ่อนโยนให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณตาดีใจมากที่รู้ว่าพวกคุณจะมาเยี่ยม”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น “ควรจะเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ เพราะฉันเองก็ไม่ได้เจอท่านประธานมานานแล้ว”
ลู่ซีจวี๋ยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน เยี่ยชวงก็ยังไม่ออกมา ลู่ซีจวี๋จึงถามขึ้นว่า “ว่าแต่ทำไมไม่เห็นเยี่ยชวง ฉันจำได้ว่าเยี่ยชวงมากับเธอ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตามจริง “เยี่ยชวงน่าจะยังอยู่ข้างใน พวกเราใช้ช่องวีไอพีที่เร็วกว่าช่องปกติออกมาก่อนค่ะ”
ลู่ซีจวี๋พยักหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด แต่มันก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น
เขาหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกครั้งและยิ้มเบา ๆ “ฉันจองโรงแรมไว้ให้เธอแล้ว เดี๋ยวฉันพาเธอไปที่นั่นก่อน”
“ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
ลู่ซีจวี๋หันไปมองมู่อวี้เฉิง สีหน้าของเขายังคงดูอ่อนโยนและยิ้มแย้ม ทว่าแววตากลับไม่เป็นมิตร
“ไม่รู้ว่าคุณมู่จะมาที่นี่ด้วย ผมเลยไม่ได้จองที่พักเอาไว้ให้ล่วงหน้า ผมนี่ต้อนรับแขกได้แย่จริง ๆ”
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร ผมจองมาแล้วครับ”
เขาพูดและจับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าที่นี่มีผู้คนเดินผ่านไปมา มู่อวี้เฉิงมากอดเธอไว้แบบนี้มันเป็นเรื่องที่น่าอายมาก
เธอดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง ริมฝีปากของมู่อวี้เฉิงก็เขยิบเข้ามาใกล้หูเธอทันที
เสียงเย้ายวนที่ฟังดูคุกคามดังขึ้นในรูหูเธอ “อย่าขยับ ถ้าคุณขยับผมจะจับคุณจูบซะที่นี่เลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าจ้องเขาเขม็ง จากนั้นเธอจึงหยุดดิ้นรน
แววตาของมู่อวี้เฉิงดูมีความสุขมากเมื่อเห็นว่าเธอทำตัวเชื่อฟัง
เขากอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้แน่นและพูดกับลู่ซีจวี๋ว่า “คู่หมั้นของผมก็ต้องอยู่กับผมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมไม่รบกวนคุณลู่หรอกครับ”