พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 166 ไม่กลัวพระเจ้าจะลงโทษหรือไง
ตอนที่ 166
ไม่กลัวพระเจ้าจะลงโทษหรือไง
หลังจากได้ยินคำขอของโจวเพ่ยฮวาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตอบกลับอย่างเย็นชา “ระหว่างเราน่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเจอกันอีกแล้ว”
“พรุ่งนี้เช้ามาเจอกันที่ร้านกาแฟ ฉันอยากคุยกับเธอ” โจวเพ่ยฮวายังคงไม่ยอมแพ้ เธอต้องให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาคุยเรื่องของถงอวิ๋นเหยียนดี ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งข้อถึงขนาดนี้
เธอพูดตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากเจอคนในตระกูลถงอีก แม้แต่ครั้งเดียว
และถงเหมี่ยวเหมี่ยวพอจะคาดเดาจุดประสงค์ของ โจวเพ่ยฮวาในสายสนทนานี้ได้
คงจะเกี่ยวกับถงอวิ๋นเหยียน ลูกสาวผู้ล้ำค่าของเธอ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุยกันดี ๆ อีก
เธอจะไม่มีวันให้อภัยคนที่เกือบจะลงมือฆ่าเธอ และบทลงโทษควรเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
เธอจะไม่ไปพบทั้งโจวเพ่ยฮวาและถงกัวฮุย ทั้งสองคนนี้เป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเธอเท่านั้น
โจวเพ่ยฮวายังคงปฏิเสธที่จะยอมแพ้ และดึงดันพูดต่อ “เวลาคุยกับผู้ใหญ่ทำนิสัยแบบนี้หรือไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโต้กลับอย่างไร้ความสุภาพ “ถ้าคิดจะโทรมาเพื่ออวดอ้างความอาวุโส คุณก็โทรมาหาผิดคนแล้วล่ะ ฉันบอกพวกคุณแล้วไงว่าฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลถงอีกแล้ว”
หลังจากพูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็วางสายลงโดยไม่รอคำตอบจากเธอ
ในอีกด้านหนึ่ง โจวเพ่ยฮวาถือโทรศัพท์ค้างคาหูอย่างไม่มีความสุขอย่างยิ่ง
เธอมองดูถงกัวฮุยที่อยู่ข้าง ๆ และพร่ำบ่นใส่สีตีไข่ “ดูสิว่ามันพูดว่ายังไง มันบอกว่าตระกูลถงไม่เกี่ยวอะไรกับมัน”
โจวเพ่ยฮวากดเปิดลำโพงตลอดสายสนทนา ทำให้ถงกัวฮัยได้ยินเรื่องราวทั้งหมด
ใบหน้าของเขาดูมืดมนและน่าเกลียดขึ้น จากนั้นจึงเอ่ยเสียงทุ้ม “สมกับเป็นคนเนรคุณจริง ๆ”
โจวเพ่ยฮวายังคงพูดเกลี้ยกล่อมต่อ “ไม่ว่าจะยังไง อวิ๋นเหยียนก็เป็นน้องสาวของมัน มันจะมามัวก่อสงครามอยู่แบบนี้ไม่ได้ อีกอย่างที่อวิ๋นเหยียนถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลั่นแกล้งอยู่แบบนี้ก็เพราะว่าลูกอยากจะช่วยคุณ”
“ผมรู้”
“พรุ่งนี้เราไปหามันที่บริษัทกัน ฉันไม่เชื่อว่ามันจะหลบหน้าหลบตาพวกเราได้หรอก ยังไงซะมันก็ยังต้องไปทำงาน”
ถงกัวฮุยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของโจวเพ่ยฮวา
วันรุ่งขึ้น
โจวเพ่ยฮวากับถงกัวฮุยจับรถไปที่สตีเฟนกรุ๊ปตั้งแต่เช้าตรู่
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยวล่ะ? ไปบอกให้มันออกมา! เรามีเรื่องจะคุยกับมัน” โจวเพ่ยฮวาตะคอกใส่แผนกต้อนรับ
พนักงานต้อนรับยังคงแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างเป็นมืออาชีพ “วันนี้คุณถงไม่เข้าบริษัทค่ะ”
โจวเพ่ยฮวาขมวดคิ้ว “แล้วมันไปไหน?”
“ทางเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ หากมีเรื่องอะไรที่ต้องติดต่อกับคุณถง รบกวนติดต่อกับคุณถงโดยตรงนะคะ”
โจวเพ่ยฮวาชะงักและเงียบไปครู่หนึ่ง เดิมทีเธอต้องการมาก่อกวนที่บริษัท
หากเป็นเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะถูกความคิดของสาธารณชนตราหน้า และถงอวิ๋นเหยียนก็อาจจะได้รับการปล่อยตัว
แต่ใครจะรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มาทำงาน แล้วเธอไปอยู่ที่ไหน?
โจวเพ่ยฮวาก้มศีรษะลงคิดอย่างรอบคอบ เธอคาดเดาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่าจะซ่อนตัวอยู่ที่บ้าน
หลังจากที่เธอบอกการคาดเดาให้ถงกัวฮุยรู้แล้ว ทั้งสองก็ออกจากสตีเฟนและตรงไปยังชุมชนของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อมาถึงชุมชน โจวเพ่ยฮวาก็รื้อฟื้นความทรงจำและเดินไปยังบ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ขณะที่พวกเขามาถึง มู่อวี้เฉิงบังเอิญมีงานด่วนที่บริษัท ไม่ได้อยู่ที่นี่ และเสี่ยวเป่าก็ไปโรงเรียนอนุบาล
เหลือเพียงเยี่ยชวงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้รับบาดเจ็บพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
โจวเพ่ยฮวากดกริ่งหน้าประตู แต่คนที่เดินออกมาเปิดประตูกลับเป็นเยี่ยชวง
เธอยังคงกลัวเยี่ยชวงอยู่เล็กน้อยจึงพูดขึ้นว่า “เรามีเรื่องจะคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว”
เยี่ยชวงไม่สนใจว่าพวกเขาต้องการมาทำอะไรที่นี่ และเธอรู้ดีว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการพบหน้าสองคนนี้อย่างแน่นอน
หลังจากได้ยินคำพูดของโจวเพ่ยฮวา เยี่ยชวงก็ปิดประตูลงโดยไม่พูดไม่จา
ทั้งสองที่ถูกปิดประตูใส่มีสีหน้ามืดมนลงเรื่อย ๆ
ทว่าโจวเพ่ยฮวาไม่สามารถปล่อยให้ถงอวิ๋นเหยียนอยู่ในศูนย์กักกันได้อีกต่อไป เธอจึงมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่าง
ต่อให้วันนี้ต้องเสียหน้า แต่เธอก็จะทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาให้ได้
เธอเริ่มทุบประตูอ่างสุดกำลัง ทำให้เสียงเคาะประตูดังสนั่น พร้อมกับเสียงสาปแช่งที่ก้อง “นังเนรคุณ กินข้าวตระกูลถงจนโตมาได้ขนาดนี้แล้วยังจับน้องสาวตัวเองเข้าคุกอีก ไม่กลัวพระเจ้าจะลงโทษหรือไง?”
โจวเพ่ยฮวาร้องตะโกนขณะดึงแขนเสื้อของถงกัวฮุยและขยิบตาส่งสัญญาณ
เดิมทีถงกัวฮุยรู้สึกอับอายมาก แต่เมื่อเขาหวนนึกถึงรูปลักษณ์ของถงอวิ๋นเหยียน เขาก็เริ่มร้องตะโกน “นังชั่ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
พวกเขาทั้งสองเคาะประตูและส่งเสียงตะโกนใส่ประตูบ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างสิ้นหวัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงดังลอดมาจากบานประตู เสียงร้องตะโกนของพวกเขาทำให้เธอเริ่มหมดความอดทน
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการเจอหน้าพวกเขา จึงปล่อยให้พวกเขาพังประตูต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เพื่อนบ้านหลายคนที่ได้ยินเสียงดังเดินออกมา
โจวเพ่ยฮวาเห็นเพื่อนบ้านพวกนี้จึงเกิดความคิดขึ้นมาทันที
เธอเริ่มร้องห่มร้องไห้กับเพื่อนบ้านพวกนี้อยู่หน้าประตูบ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ลูกสาวฉันพักอยู่ที่นี่ค่ะ พวกเราอุตส่าห์ตรากตรำลำบากเลี้ยงดูเธอจนโต ตอนนี้เธอมีเงินมั่งคั่งแล้วก็ทำเป็นจำพวกเราไม่ได้ แถมยังปิดประตูใส่หน้าพวกเราอีก ใจร้ายจริง ๆ”
เพื่อนบ้านรอบข้างที่ได้ยินดังนั้นเริ่มซุบซิบนินทา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินสิ่งที่โจวเพ่ยฮวาพูดจึงเตรียมจะเดินออกไป
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรคะ?” เยี่ยชวงถาม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยเสียงเรียบ “ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา แต่ถ้าพวกเขายังก่อเรื่องแบบนี้ เพื่อนบ้านจะบ่นเอาได้ค่ะ”
จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดประตู
พวกถงกัวฮุยดีใจมากที่เห็นเธอเดินออกมาเปิดประตู “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ในที่สุดแกก็ออกมา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมินทั้งสองคนและหันไปพูดขอโทษกับเพื่อนบ้าน “ขอโทษที่รบกวนทุกคนนะคะ ทุกคนกลับไปได้แล้วค่ะ”
เพื่อนบ้านไม่อาจใจร้ายต่อคำพูดขอโทษได้ เพียงช่วย โจวเพ่ยฮวาพูดสองสามประโยคแล้วจึงจากไป
หลังจากเพื่อนบ้านกลับออกไปแล้ว เธอก็มองดู โจวเพ่ยฮวาด้วยสายตาเย็นชาและถามว่า “รบกวนชาวบ้านพอหรือยัง?”
ถงกัวฮุยเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามเช่นนั้น จึงพูดเข้าประเด็นและยื่นคำขอของพวกเขา “พวกเราอยากจะให้แกยกฟ้องคดีของอวิ๋นเหยียน แกจะมาใช้วิธีนี้จับน้องเข้าคุกไม่ได้นะ แกไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาว่าน้องขับรถชนแกด้วยซ้ำ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าคำขอดังกล่าวช่างไร้สาระจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงท่าทางเย็นชาต่อถงกัวฮุยมาก
เขายอมเสียหน้าเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือ ถงอวิ๋นเหยียน
เธอมองดูถงกัวฮุยด้วยสีหน้าเย็นชาและพูดเยาะเย้ย “ฉันก็เป็นลูกสาวคุณเหมือนกัน แต่ชีวิตเธอกลับสำคัญกว่า แล้วชีวิตฉันมันไม่สำคัญเท่าชีวิตเธอหรือยังไง?”
ถงกัวฮุยพูดตั้งรับว่า “แต่ไม่ว่าจะยังไง น้องก็เป็นน้องของแก แกจะต้องถอนฟ้องคดี”
“ฉันไม่ถอนฟ้อง แล้วคุณจะทำยังไง”
ถงกัวฮุยเขยิบเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าที่ไร้ความอดทน “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันหยาบคายแล้วกัน”
เยี่ยชวงเห็นว่าเขาเขยิบเข้ามาจึงก้าวไปปกป้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวข้างหน้า และมองดูทั้งสองคนด้วยสีหน้าเย็นชา
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาทันที
“สิ่งที่พ่อคุณทำช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ”
“แล้วแกจะไม่ถอนฟ้องเหรอ?” โจวเพ่ยฮวาถาม
จุดประสงค์ที่พวกเขาเดินทางมาในวันนี้ก็เพื่อขอให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนฟ้อง แต่เธอกลับปฏิเสธ
หากเธอไม่ถอนฟ้องวันนี้ อวิ๋นเหยียนก็จะต้องทุกข์ทรมานไปอีกหนึ่งวัน และนั่นทำให้โจวเพ่ยฮวารู้สึกวิตกกังวล
คำถามของโจวเพ่ยฮวาทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรังเกียจพวกเขาทั้งสองคนมากขึ้นกว่าเดิม เธอจึงเยาะเย้ยว่า “ออกไปให้พ้น ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกคุณ ถ้าบุกรุกมาที่นี่อีกฉันจะโทรแจ้งตำรวจ”