พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 156 ไปตายซะ!
ตอนที่ 156
ไปตายซะ!
ถงอวิ๋นเหยียนจะถูกจับไปขายอย่างนั้นหรือ?
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้มอย่างเย็นชา “ฉันไม่มีน้องสาวแบบเธอ แม่ฉันคลอดฉันมาคนเดียว”
ดวงตาของโจวเพ่ยฮวาเบิกกว้าง เธอรีบยกนิ้วชี้ไปทาง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “แก…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางที่โกรธจัดของเธอ เยาะเย้ยและพูดขัดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง
เธอเยาะเย้ยว่า “พวกแกขายฉันในฐานะลูกสาวโดยไม่แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ ทำไม พอเป็นลูกในสายเลือดตัวเองก็ไม่อยากจะขายขึ้นมาเหรอ?”
“แก… แก…” โจวเพ่ยฮวาไม่สามารถพูดอะไรหักล้าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ และนั่นทำให้เธอโกรธมาก
เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมหน้าผากราวกับกำลังจะเป็นลมเพราะโกรธเคืองถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
“แม่ เป็นอะไรไป!” ถงอวิ๋นเหยียนรีบเข้ามาประคอง โจวเพ่ยฮวา
โจวเพ่ยฮวาส่ายหัวหลังจากได้รับการช่วยเหลือ “ไม่เป็นไร”
ถงอวิ๋นเหยียนรู้สึกโมโหที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้ โจวเพ่ยฮวาเป็นแบบนี้ “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว วันนี้แกกะมาเยาะเย้ยแม่ฉันให้ตายไปข้างเลยสินะ แกกำลังคิดบ้าอะไรอยู่กันแน่”
“แล้วเธอคิดว่าฉันอยากเห็นพวกเธอมากนักหรือไง!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบ
ถงกัวฮุยเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
ทว่าการล้มลงกับพื้นเมื่อสักครู่นี้ทำให้เขาตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของเยี่ยชวง
เขารู้สึกหวาดผวาเยี่ยชวงที่อยู่ข้างหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยวและไม่กล้าทุบตีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีก
ถงกัวฮุยจึงทำได้เพียงชี้นิ้วด่าเธอ “นังเนรคุณ ใครอนุญาตให้แกพูดจาแบบนี้ใส่เรา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูคนกลุ่มนี้เข้าข้างกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “วันนี้ฉันมาพูดแค่นี้แหละ ครั้งหน้าถ้าพวกคุณให้คนอื่นมาสร้างปัญหาที่บริษัทฉันอีก ฉันจะจับพวกคุณไปนอนในคุกแน่!”
หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังกลับไปพร้อมกับเยี่ยชวง
วันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเพื่อพูดอธิบายและตักเตือนเท่านั้น
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความถากถางซึ่งเผยให้เห็นว่าเธอไม่สนใจไยดีพวกเขาแม้แต่น้อย
ถงอวิ๋นเหยียนโกรธมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอรู้สึกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังแก้แค้นเธอ
เห็นได้ชัดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีเงินแต่ไม่ต้องการช่วยพวกเธอจ่ายหนี้ นอกจากนี้ยังต้องการให้เธอถูกขายเพื่อชำระหนี้อีก
คงอยากจะให้เธอมีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนตายทั้งเป็น
เธอมองร่างของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินจากไปราวกับงูพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่อ ดวงตาของเธอดุร้ายมากหากใครเห็นคงจะสั่นสะท้าน
เธอแอบพูดในใจอย่างโหดเหี้ยมว่าในเมื่อแกไม่ต้องการให้ฉันมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้นก็อย่าได้มีความสุขกันทั้งหมดนี้แหละ และแกก็ควรจะตายไปพร้อมกัน!
ทันใดนั้นเธอก็พยุงโจวเพ่ยฮวาขึ้นไปนั่งบนโซฟาและวิ่งตามอีกฝ่ายออกไป
“อวิ๋นเหยียนจะไปไหน? อวิ๋นเหยียน!” โจวเพ่ยฮวาร้องตะโกนมาจากทางด้านหลัง
เธอตะเบ็งเสียงสุดพลัง ดูไม่เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย
ทว่าถงอวิ๋นเหยียนกลับไม่ยอมหันกลับมาตอบ และขับไล่รถยนต์ไล่ตามไปยังทิศทางที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับออกไป
เธอเหยียบคันเร่งสุดแรงเกิด เร่งความเร็วไปจนถึงสุด และในไม่ช้าก็ขับตามรถยนต์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทัน
ในอีกด้านหนึ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในรถยนต์ไม่รู้ว่าถงอวิ๋นเหยียนมีความคิดต้องการจะฆ่าเธอให้ตาย
เหตุการณ์ทวงหนี้ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเป็นอย่างมาก
พนักงานทั้งหลายต่างตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว หากมีข่าวลือหลุดลอดไป ผลกระทบที่ตามมาจะต้องใหญ่หลวง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปวดหัวมากและตั้งใจจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ขณะที่เยี่ยชวงกำลังมุ่งความสนใจไปที่การขับรถ ทั้งสองจึงไม่รู้ว่าภัยอันตรายกำลังจะพุ่งตรงมา
…
ภายในรถสปอร์ตคันสีแดง
ถงอวิ๋นเหยียนโกรธมากจนแทบบ้า เธอยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีกเมื่อหวนนึกถึงตอนที่คนกลุ่มนั้นพยายามจะลากเธอไปขาย
“ไปตายซะเถอะ! ไปตายซะ!” ถงอวิ๋นเหยียนยังคงพึมพำต่อไป
ขณะนี้ดวงตาของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น ความคิดในหัวมีแต่จะลากถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ไปตายด้วยกัน
หลังจากที่เห็นรถยนต์ออดี้สีเงินของถงเหมี่ยวเหมี่ยว รอยยิ้มมุมปากก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ พร้อมกับขาที่เหยียบคันเร่งสุดแรง
เยี่ยชวงที่อยู่ด้านข้างมองผ่านกระจกมองหลังและเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับรถสปอร์ตคันสีแดงที่วิ่งไล่ตามเธอมา
หลังจากที่เห็นรถยนต์ของพวกเธอ ความเร็วของมันกลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง ราวกับต้องการพุ่งชนเธอ
เยี่ยชวงรีบหมุนพวงมาลัยและเร่งความเร็วขึ้น พยายามจะขับให้ห่างจากรถยนต์คันนั้น
“เกิดอะไรขึ้น?” เยี่ยชวงเร่งความเร็วอย่างกะทันหันจนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวจับให้แน่นนะคะ ข้างหลังมีรถขับตามพวกเรามา ฉันจะสลัดเขาทิ้งก่อน” เขาพูดและเร่งความเร็ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรัดเข็มขัดนิรภัยจนแน่น และตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวเล็กน้อย
คราวเมื่อเธอถูกโจมตีพร้อมกับมู่อวี้เฉิงยังคงเป็นจุดด่างดำอยู่ในใจของเธอ
แต่นึกไม่ถึงว่ารถยนต์คันหลังจากแล่นตามติดพวกเธออย่างใกล้ชิดไม่ว่าเยี่ยชวงจะพยายามเร่งความเร็วขนาดไหนก็ตาม
ในไม่ช้าพวกเขาก็ขับมาถึงหัวมุม เยี่ยชวงกังวลเกี่ยวกับรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้าจึงชะลอความเร็วลง
ถงอวิ๋นเหยียนคว้าโอกาสนี้เหยียบคันเร่งไปด้านข้างและชนเข้ากับรถยนต์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยตรง
“โครม” รถสปอร์ตคันสีแดงชนเข้าที่ท้ายรถออดี้คันสีเงิน
ทว่ารถสปอร์ตคันสีแดงยังคงเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถออดี้สีเงินพุ่งไปข้างหน้า
เมื่อเห็นว่ารถยนต์ถูกชนจนพุ่งเข้ามาเลนกลางถนน หากมีรถยนต์คันอื่นขับสวนทางมา พวกเธอทั้งสองคนจะต้องพิการหรือเสียชีวิตลงอย่างแน่นอน
เยี่ยชวงหมุนพวงมาลัยหลบอย่างสิ้นหวังและดำเนินมาตรการฉุกเฉิน ถึงแม้ว่ารถยนต์จะไม่ถูกดันเข้าเลนถนนแล้ว ทว่ามันกลับชนเข้าที่ราวกันด้านข้างถนนแทน
อันเนื่องมาจากความเคยชินของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้หน้าผากของเธอกระแทกเข้ากับแผงหน้าปัด และกระแทกเข้ากับกระจกด้านข้างอีกที
แรงกระแทกรุนแรงมากจนกระจกแตก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ เลือดไหลลงมาและตกอยู่ในอาการโคม่า
…
หลังจากรถยนต์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวชนกับราวกันข้าง ๆ ถงอวิ๋นเหยียนที่ได้รับความกระทบกระเทือนก็ได้สติกลับคืนมา
เธอเหลือบมองรถสปอร์ตคันสีแดงที่ถูกกระแทกอย่างแรงจนส่วนหน้าของรถบิดเบี้ยวผิดรูปและกลายเป็นเศษซาก
หัวเข่าและหน้าผากของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากแรงกระแทกเมื่อสักครู่นี้ ขณะที่เลือดไหลออกมาจากต่อเนื่อง
ความเจ็บปวดทำให้ถงอวิ๋นเหยียนตระหนักได้ว่าเธอได้ลงมือทำไปแล้ว
ออดี้คันสีเงินผิดรูปทรงจนแทบจะจำไม่ได้ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเต็มไปด้วยรอยบุบและรอยแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง
เธอฆ่าคน!
ถงอวิ๋นเหยียนสั่นสะท้านกับความคิดดังกล่าว
จากนั้นจึงรีบพึมพำ “ฉันไม่ได้ฆ่าคน ไม่ใช่ฉัน! ไม่ใช่ฉัน!”
ถงอวิ๋นเหยียนหวาดกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าสุดขีด
เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูรถและวิ่งหนีไป เหลือทิ้งไว้เพียงรถสปอร์ตคันสีแดงที่มีส่วนหน้าบุบสลาย
…
อีกด้านหนึ่ง
ถึงแม้ว่าเยี่ยชวงจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่เธอกลับรู้สึกเวียนศีรษะจากแรงกระแทกของถุงนิรภัยที่เปิดทำงาน
หลังจากที่เธอหายดีแล้ว เธอก็รีบถามขึ้น “คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอะไรมั้ยคะ”
“…”
มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับเธอ
ทันใดนั้นเยี่ยชวงก็แทบจะหมดแรง เธอมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังก้มหน้าอยู่โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอะไรไปคะ!” เยี่ยชวงรีบเปิดประตูและเข้าไปตรวจสอบถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แต่หลังจากเห็นหน้าผากและใบหน้าซีดเซียวที่มีเลือดออก เยี่ยชวงก็ตื่นตระหนกทันที
เธอวางนิ้วชี้ไว้ใต้จมูกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยมือที่สั่นเทา และรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบา
จากนั้นเยี่ยชวงก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าและกดหมายเลขฉุกเฉิน
หลังจากนั้นไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง พวกเขาเคลื่อนย้ายถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปบนเปลหามและส่งตัวเธอไปปฐมพยาบาลที่โรงพยาบาล