พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 132 ผมชอบคุณลุงมากกว่า
ตอนที่ 132
ผมชอบคุณลุงมากกว่า
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งทบทวนดูแผนการออกแบบที่นักออกแบบเพิ่งส่งมาให้อยู่ในห้องประชุม
เรียวนิ้วยาวของมู่อวี้เฉิงเปิดพลิกดูแผนการของพวกเขาแต่ละคน
จนกระทั่งอ่านจบ คิ้วหนาก็ขมวดเป็นปม
ถึงแม้ว่าโครงร่างในครั้งนี้จะดีกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง
พาดพิงจากการออกแบบของนักออกแบบ โอกาสในการเอาชนะโครงการนี้ยังมีไม่มากนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้เธอได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเคเอ็นกรุ๊ปมามากพอแล้ว
แม้ว่าโครงการการออกแบบก่อนหน้านี้ของพวกเขาจะดูธรรมดาแต่กลับสะดุดตาพอสมควร
เมื่อมองย้อนกลับไป ผลงานการออกแบบของนักออกแบบของพวกเธอมีเพียงแก่นสารเท่านั้น แต่กลับไม่มีจิตวิญญาณ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแบบร่างในมือ ก่อนจะเงยหน้ามองผลการออกแบบก่อนหน้านี้ของเคเอ็นกรุ๊ปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
หลังจากเปรียบเทียบทั้งสองแล้ว ความคิดบางอย่างก็ฉายแวบเข้ามาในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉันว่าพวกเราควรจะเริ่มต้นจากธีมโครงการก่อนค่ะ เลือกวัสดุที่เหมาะสมกับธีม จากนั้นประมวลผลการออกแบบให้เข้ากันแต่ดูแปลกใหม่ นอกเหนือจากนี้เรายังสามารถปรับรูปแบบการลงสี เพิ่มรายละเอียดบางส่วนเพื่อใส่จิตวิญญาณแห่งการออกแบบลงไปด้วยได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างกระตือรือร้นและหันไปมองมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาราวกับตั้งคำถาม
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าความคิดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างแปลกใหม่จึงพยักหน้าตอบรับ
เขาหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งแล้วขีดเส้นลงบนกระดาษ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ้าปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “คุณรู้วิธีออกแบบด้วยเหรอคะ?”
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอแล้วตอบเบา ๆ “ไม่รู้หรอก แต่ผมยังเข้าใจวิธีการร่างเส้นอยู่บ้าง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าแสดงความเข้าใจ
“ความคิดของคุณค่อนข้างดีและน่าจะเป็นไปได้ ตอนนี้เราต้องนักออกแบบมืออาชีพมาออกแบบมันให้เสร็จสมบูรณ์ แต่คำถามคือเราจะเอานักออกแบบจากมู่กรุ๊ปหรือนักออกแบบจากสตีเฟนกรุ๊ปดี?”
มู่อวี้เฉิงถามขณะมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อให้เธอตัดสินใจเลือก
ตัวเลือกดังกล่าวง่ายมาก หากเปรียบเทียมศักยภาพของทั้งสองบริษัท ศักยภาพของมู่กรุ๊ปเหนือกว่าสตีเฟนกรุ๊ปอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้พนักงานของมู่กรุ๊ปยังเป็นผู้สำเร็จการศึกษาที่โดดเด่นจากมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติ
หากให้เลือก คำตอบก็คงชัดเจนแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นให้หัวหน้าทีมจากมู่กรุ๊ปมาออกแบบให้เสร็จเลยก็ได้ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตัดสินใจ
มู่อวี้เฉิงไม่คัดค้านและสั่งการลู่หมิงโดยตรง “ไปเรียกเขามา”
“ครับ” ลู่หมิงตอบรับคำสั่งและเดินออกไป
หลังจากนั้นไม่นานลู่หมิงก็ไปเรียกใครบางคนเข้ามา
ดวงตาสีเข้มของมู่อวี้เฉิงจับจ้องไปที่คนตรงหน้าและบอกเล่าความคิดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นักออกแบบดูประหลาดใจเล็กน้อยหลังจากได้ยินดังนั้น ก่อนจะรีบพูดชมเชย “ท่านประธานมู่ ความคิดบรรเจิดมากเลยครับ!”
“คุณช่วยร่างแบบตามความคิดที่ผมต้องการได้มั้ยครับ?” มู่อวี้เฉิงถาม
ทว่านักออกแบบกลับขมวดคิ้ว ตอนนี้เวลาใกล้เข้ามามากแล้วจึงยากที่จะออกแบบมันให้สำเร็จลุล่วงอีกครั้ง
ถึงอย่างนั้นแผนการชิ้นนี้กลับดีกว่าแผนการปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด
นักออกแบบจึงกัดฟันพูดว่า “ได้ครับท่านประธาน ผมจะพยายามอย่างเต็มที่”
“ดีมาก!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขมากที่ได้รับข้อมูลตัวล่าสุด
แม้แต่มู่อวี้เฉิงยังคลี่ยิ้มบาง ๆ
หลังจากนักออกแบบออกไป มู่อวี้เฉิงก็เหลือบมองผลงานออกแบบบนโต๊ะพร้อมพูดเตือน “แต่ว่าเรายังต้องคัดกรองงานออกแบบเพิ่มเติมอีกนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
หลังจากคัดกรองครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้ผลสรุปของผลงานบางส่วน
พวกเขายุ่งกันมากจนเวลาลุล่วงมาถึงเวลาอาหารเย็น
ทั้งสองคนเก็บข้าวของและเดินออกไปข้างนอก
“เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เราไปรับเสี่ยวเป่ามากินข้าวกันเถอะ”
มู่อวี้เฉิงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งและพูดออกไปอย่างไม่เป็นทางการ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความลังเล
เดิมทีเธอยืนกรานว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป แต่เนื่องจากธุรกิจทำให้ทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นอีกครั้ง
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้วชีวประวัติของเสี่ยวเป่าถูกค้นพบจะเกิดอะไรขึ้น?
“หรือว่าคุณจะกลับไปกินข้าวที่บ้านครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองมู่อวี้เฉิงอย่างเหลือเชื่อเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว
เขาเห็นว่าไม่เต็มใจของเธอด้วยเหรอ?
“ก็เลือกมาสักทางสิครับ!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความครอบงำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจำใจตอบตกลง “ถ้าอย่างนั้นไปกินข้าวกันเถอะค่ะ”
เพราะเธอรู้ดีว่าในตอนสุดท้ายความพากเพียรพยายามของเขาและความรักของเสี่ยวเป่าที่มีต่อเขาจะทำให้เธอพ่ายแพ้
นอกจากนี้เธอเกียจคร้านเกินกว่าจะกลับไปทำอาหารเย็น
มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปากด้วยความพึงพอใจและเปิดประตูรถให้เธอ “ขึ้นรถ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้าวขึ้นรถอย่างไม่เต็มใจนัก
จากนั้นรถยนต์ก็เคลื่อนตัวออกจากมู่กรุ๊ปแล่นตรงไปยังชุมชนที่พักอาศัยของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากมารับเสี่ยวเป่าแล้ว ทั้งสามคนก็ตรงไปที่ภัตตาคารอาหาร
ระหว่างทาง เสี่ยวเป่ามีความสุขมากที่ได้ออกไปรับประทานอาหารเย็นกับมู่อวี้เฉิงอีกครั้ง
“คุณลุงสุดหล่อ ดีจังเลย! เราได้ไปกินข้าวด้วยกันอีกแล้ว!”
ความสุขเอ่อล้นออกมาจากน้ำเสียงของเด็กน้อย
“หนูชอบไปกินข้าวกับคุณลุงมั้ย?”
มู่อวี้เฉิงมองดูเขาผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาอ่อนโยน
เสี่ยวเป่าพยักหน้างึกงัก “เสี่ยวเป่าไม่ได้ชอบกินข้าวกับคุณลุงสุดหล่ออย่างเดียวนะ ชอบเล่นกับคุณลุงสุดหล่อด้วย!”
“แล้วเสี่ยวเป่าชอบคุณลุงอีกคนหรือเปล่า?” มู่อวี้เฉิงถาม
“คุณลุงสุดหล่อหมายถึงคุณลุงลู่เหรอ?”
“ใช่ เสี่ยวเป่าชอบเล่นชอบกินข้าวกับเขามั้ย?”
“คุณลุงลู่เป็นคนดีมาก แต่ผมชอบเล่นชอบกินข้าวกับคุณลุงสุดหล่อมากกว่า” เสี่ยวเป่าตอบตามความจริง
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินดังนั้นเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยแววตาที่แฝงความหมายราวกับผู้ชัยชนะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออกกับพฤติกรรมของ มู่อวี้เฉิง
ทว่าคำพูดของเสี่ยวเป่าทำให้เธอรู้สึกซับซ้อนอยู่ภายใน
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติของพ่อลูกหรือเปล่า?
…
ซ่งอวี่ซียังคงค้นหาวิธีการตรวจสอบดีเอ็นเอของมู่อวี้เฉิง
เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะขณะระดมสมองคิดค้นวิธีการแก้ปัญหา
ทันใดนั้นก็ราวกับเกิดสายฟ้าแลบ ซ่งอวี่ซีนึกถึงมู่กรุ๊ปขึ้นมาทันที!
ในเมื่อลงมือที่บ้านไม่ได้ ที่บริษัทอาจจะมีอะไรคืบหน้าก็เป็นได้
หลังจากคิดออกแล้ว ซ่งอวี่ซีก็แทบจะทนรอไม่ไหว
เธอรีบเรียกหาผู้ช่วยทันที “นายไปตรวจค้นข้อมูลเกี่ยวกับคนทำความสะอาดในมู่กรุ๊ปมาที”
“ครับคุณหนู” ผู้ช่วยพยักหน้าแล้วกลับออกไป
หลังจากนั้นไม่นานผู้ช่วยก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง
เขาเข้ามาหาซ่งอวี่ซีและส่งข้อมูลในมือให้เธอ “คุณหนู นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการครับ”
“อืม” ซ่งอวี่ซีเอื้อมมือออกไปรับและเปิดดูผ่าน ๆ
ผู้ช่วยเห็นดังนั้นจึงรีบเดินกลับออกไป
ซ่งอวี่ซีกวาดสายตามองดูข้อมูลของแต่ละคน ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปยังพนักงานทำความสะอาดที่ชื่อหวังชิวจวี๋
จากข้อมูลดังกล่าว ครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวยนัก สามีก็ประกอบอาชีพรับจ้างเช่นกัน ที่บ้านมีลูกสาวหนึ่งคนกำลังอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม
ทั้งคู่ใช้สอยอย่างประหยัดเพื่อที่ลูกสาวจะได้เรียนต่อในชั้นมหาวิทยาลัย