พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 131 ต้องมั่นใจในตัวพวกเขา
ตอนที่ 131
ต้องมั่นใจในตัวพวกเขา
จนในที่สุดซ่งอวี่ซีก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ
เธอคิดว่าตนเองอาจจะพบเจออะไรบางอย่างในห้องน้ำแต่กลับไม่พบเจออะไรเลย
เธอเหลือบมองอ่างล้างจานแล้วชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแปรงสีฟันวางอยู่ตรงนั้น
บางทีแปรงสีฟันอาจจะใช้การได้
แต่การหยิบแปรงสีฟันออกมาจะเผยให้เห็นถึงความสงสัย
หากเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของมู่อวี้เฉิงคงจะพูดง่ายกว่านี้
หากแต่เด็กคนนั้นเป็นลูกของมู่อวี้เฉิงจริง ๆ มันจะไม่เป็นการย้อนกลับมาทำร้ายตัวเธอเองเหรอ?
หลังจากจ้องแปรงสีฟันอยู่นาน ซ่งอวี่ซีก็ล้มเลิกความคิดที่จะเอาแปรงสีฟันออกไป
ซ่งอวี่ซีกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งและค้นหาอย่างระมัดระวัง
เธอไม่เชื่อว่าภายในห้องนี้จะไม่มีเศษผมหลงเหลือสักเส้นเดียว
พ่อบ้านที่อยู่อีกด้านหนึ่งกำลังค้นหาห้องทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่กลับไม่พบเอกสารที่ซ่งอวี่ซีกล่าวถึง
เขาจึงเดินกลับลงมาที่ชั้นล่าง
แต่เมื่อเดินมาถึงห้องโถง พ่อบ้านกลับไม่เจอซ่งอวี่ซีนั่งอยู่
เขามองดูรอบ ๆ แล้วเงยหน้ามองห้องนอนที่ชั้นบน
แต่กลับคาดไม่ถึงว่าประตูห้องนอนของมู่อวี้เฉิงจะเปิดอ้าอยู่
คุณหนูซ่งเข้าไปในห้องนอนของนายน้อยหรือเปล่า?
พ่อบ้านขมวดคิ้วไม่พอใจทันที และรีบเดินขึ้นไปยังชั้นบน
แต่เมื่อมาถึงห้องนอนของมู่อวี้เฉิง พ่อบ้านกลับพบว่า ซ่งอวี่ซีกำลังมองหาสิ่งของบางอย่าง
“คุณหนูซ่ง!” น้ำเสียงสุภาพเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ซ่งอวี่ซีชะงักและหยุดชั่วคราว
แย่แล้ว!
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มเจือนให้พ่อบ้าน
“คุณหนูซ่ง นายน้อยไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามาในห้องนอนครับ!”
พ่อบ้านมองตรงมาที่ซ่งอวี่ซีแล้วพูดด้วยความไม่พอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำเตือนอย่างชัดเจน
ซ่งอวี่ซียิ้มเจื่อนแล้วตอบว่า “ขอโทษค่ะ ฉันแค่ขึ้นมาหาเอกสาร”
“คุณหนูซ่ง นายน้อยชอบนั่งทำงานในห้องสมุด และไม่เคยนำเอกสารกลับมาที่ห้องเลยครับ”
ซ่งอวี่ซีหัวเราะแฮะ ๆ “อย่างนี้นี่เอง”
พ่อบ้านจ้องมองเฝ้าติดตามเธอแล้วพูดว่า “คุณหนูซ่ง ผมหาเอกสารที่คุณบอกไม่เจอเลย ทำไมคุณหนูไม่ลองโทรถามนายน้อยเผื่อว่าเขาจะนำติดตัวไปที่บริษัทด้วยล่ะครับ?”
“ไม่ต้อง!” ซ่งอวี่ซีรีบพูดปฏิเสธ
วันนี้เธอเดินทางมาที่นี่โดยจงใจหลีกเลี่ยงกับมู่อวี้เฉิง และเอกสารดังกล่าวก็ไม่มีอยู่จริง
หากเขาโทรศัพท์หามู่อวี้เฉิงจริง ๆ เธอจะไม่ถูกเล่นงานเอาเหรอ?
เมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของเธอดูรุนแรงขึ้น พ่อบ้านก็จ้องมองเธออย่างสงสัย
ซ่งอวี่ซีที่รู้สึกละอายแก่ใจทำได้เพียงปริปากแก้ตัว “คือว่า… ฉันอาจจะลืมมันไว้ที่บ้านน่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นขอตัวกลับไปก่อนนะคะ”
ซ่งอวี่ซีพูดแล้วเดินกลับออกไป
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องหาวิธีการอื่น!
มู่อวี้เฉิงไม่รู้เรื่องนี้จนกระทั่งกลับมาที่คฤหาสน์ในตอนเย็น และได้ยินพ่อบ้านพูดคุยถึงเรื่องนี้
“นายน้อย เมื่อเช้านี้คุณหนูซ่งแวะมาที่คฤหาสน์ด้วยครับ”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “มาทำไม?”
“คุณหนูซ่งบอกว่าเธอลืมเอกสารสำคัญเรื่องการร่วมมือระหว่างมู่กรุ๊ปกับซ่งกรุ๊ปเอาไว้ในห้องทำงานครับ แต่ผมค้นจนทั่วห้องแล้วก็ยังไม่เจอเอกสารตัวนั้นเลย”
“เธอไม่ได้ลืมเอกสารอะไรไว้ที่นี่ทั้งนั้น!” น้ำเสียงของ มู่อวี้เฉิงฟังดูหนักแน่น
“อ้าว?” พ่อบ้านตกตะลึง “แล้วทำไมคุณหนูซ่งถึงบอกแบบนั้นล่ะครับ?”
มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวค่อนข้างแปลกประหลาด จึงถามต่อว่า “แล้วเธอไปห้องไหนมาบ้าง?”
“ห้องของนายน้อยครับ” พ่อบ้านพูดตอบอย่างระวังตัว
เขารู้ดีว่านายน้อยไม่ชอบให้ใครบุกรุกเข้ามาในห้องนอนของเขา
ตามที่คาดการณ์เอาไว้ ดวงตาของมู่อวี้เฉิงดูเย็นชาขึ้น ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอน
เขากวาดสายตามองรอบห้องแล้วไม่พบสิ่งแปลกปลอมอะไร ราวกับเฟอร์นิเจอร์ข้างในไม่ได้ถูกแตะต้อง
มีเพียงผ้านวมเท่านั้นที่ผิดแปลกไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าถูกแตะต้อง
“จากนี้ไปไม่ให้ใครเข้ามาในห้องของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก!”
มู่อวี้เฉิงจ้องมองผ้านวมด้วยสายตาเย็นชาแล้วออกคำสั่งกร้าว
“ครับนายน้อย!” พ่อบ้านไม่กล้าชักช้ารีบพูดตอบรับ
“แล้วก็เปลี่ยนผ้าห่มผืนนี้ให้ฉันด้วย!”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน
พ่อบ้านรีบพยักหน้าและตอบรับ “ครับนายน้อย”
…
หลังจากโครงการออกแบบเริ่มต้นขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รับผิดชอบหน้าที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการที่มู่กรุ๊ปเกือบทุกวัน
ตอนนี้เวลากำลังจะหมดลงแล้ว นักออกแบบในบริษัทต่างยุ่งวุ่นวายกันมากจนต้องทำงานล่วงเวลา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนมองดูข้าง ๆ เธอต้องการแบ่งเบางานบางส่วน แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
ในขณะเดียวกัน มู่อวี้เฉิงก็เดินเข้ามา
เขามองดูเธอยืนขมวดคิ้วราวกับกำลังวิตกกังวลจึงอดจะถามไม่ได้ว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเขาและเหลือบมองกลุ่มคนที่กำลังวุ่นวายอยู่ จากนั้นจึงถามด้วยน้ำเสียงกังวล “เราจะเอาชนะได้มั้ยคะ?”
เธอคิดอะไรไม่ออกเลย
“ไม่ต้องห่วง จะต้องไม่เป็นอะไรครับ” มู่อวี้เฉิงพูดสร้างความมั่นใจ
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่มั่นใจของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง “แต่ฉันได้ยินมาว่าจิ้นเป่ยเฉิงทำทุกอย่างออกมาราบรื่นมาก”
มู่อวี้เฉิงพเยิดหน้าไปทางกลุ่มคนที่กำลังยุ่งอยู่ “คุณต้องมั่นใจในตัวพวกเขาสิ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
ใช่ พวกเขาตั้งใจทำงานหนักแบบนี้จะต้องทำมันได้แน่นอน!
เมื่อนึกได้เช่นนั้น มุมปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยกขึ้น
“คุณยิ้มอะไร?” มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเธอ
“แค่นึกไม่ถึงว่าคุณจะมั่นใจในตัวลูกน้องมากขนาดนี้น่ะค่ะ”
มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้ว “แน่นอน ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นลูกจ้างผม”
ณ ห้องทำงานของประธานจิ้นกรุ๊ป
“คุณจิ้น ทางมู่กรุ๊ปตัดสินใจร่วมมือพัฒนาโครงการของเคเอ็นกรุ๊ปกับทางฝั่งสตีเฟนแล้วครับ”
จิ้นเป่ยเฉิงเยาะเย้ยอย่างดูถูกเหยียดหยาม “กว่าจะรู้ว่าการอยู่ร่วมกันมันอุ่นใจกว่าก็สายไปแล้วมั้ย? ถ้าเกิดรู้แบบนี้ตั้งแต่แรก ทำไมถึงยังกระโดดเข้ามาร่วมกันแข่งขันอีกล่ะ?”
“คุณจิ้น แล้วพวกเราควรลงมือทำอะไรมั้ยครับ?” ผู้ช่วยถาม
ถึงแม้ว่าจิ้นกรุ๊ปจะมีอิทธิพลในด้านนี้ แต่ทั้งสองบริษัทก็เป็นพวกที่ชอบสร้างความยุ่งยากมาเสมอ
จิ้นเป่ยเฉิงจ้องมองด้วยสายตาทิ่มแทง “ทำไม แกคิดว่าโครงการของจิ้นกรุ๊ปจะแพ้พวกมันงั้นเหรอ?”
ผู้ช่วยจึงตระหนักได้ว่าตนเองพูดผิดไป “เปล่าครับ! คุณจิ้น ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ผมแค่กังวล…”
“ไม่มีอะไรต้องกังวล! มีแค่พวกอ่อนแอเท่านั้นแหละที่ไปร่วมมือกับคนอื่น ส่วนผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รู้จักความเป็นผู้นำ! อีกอย่างจิ้นกรุ๊ปมีประสบการณ์ทางด้านนี้มายาวนาน มีข้อได้เปรียบมากกว่ามู่กรุ๊ปกับสตีเฟนกรุ๊ปมาก! เพราะว่าพวกมันมองออกชัดเจนไงถึงได้ตัดสินใจร่วมมือกัน!”
จิ้นเป่ยเฉิงพูดขณะที่มุมปากยกสูงขึ้นอย่างพึงพอใจ “ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังเอาชนะจิ้นกรุ๊ปไม่ได้หรอก!”
ผู้ช่วยทำอะไรไม่ถูก ได้แต่พยักหน้า “ครับ”
“แต่ว่าแกยังต้องจับตาดูแผนกออกแบบอยู่! อย่าให้ทำอะไรผิดพลาด!” จิ้นเป่ยเฉิงพูดเตือน
“ได้ครับ” ผู้ช่วยตอบตกลงและเดินจากไป
หลังจากที่ผู้ช่วยออกไปแล้ว จิ้นเป่ยเฉิงก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พวกแกร่วมมือกันแล้วยังไงล่ะ?
สุดท้ายแล้วโครงการนี้ก็จะต้องตกมาเป็นของจิ้นกรุ๊ปอยู่ดี!
ทุกอย่างที่พวกแกทำลงไปก็เป็นได้แค่เศษกระดาษ!