พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 130 ตรวจดีเอ็นเอ
ตอนที่ 130
ตรวจดีเอ็นเอ
หลังจากนั้นไม่นานผู้ช่วยก็ตรวจสอบข้อมูลเสร็จเรียบร้อย
เขาโทรหาซ่งอวี่ซีและเริ่มรายงานว่า “คุณหนูครับ จากการตรวจสอบพบว่าตอนนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีแฟนครับ มีแค่คุณมู่ที่เป็นคู่หมั้นของเธอ”
ซ่งอวี่ซีขมวดคิ้ว ไม่มีแฟน หมายความว่าเด็กคนนั้นคือลูกของมู่อวี้เฉิงจริง ๆ เหรอ?
ไม่! ไม่มีทาง!
มู่อวี้เฉิงจะจับเนื้อต้องตัวนังนั่นได้ยังไง!
ซ่งอวี่ซีไม่อยากจะเชื่อและรีบคิดคำนวณช่วงเวลา
ตามช่วงเวลาที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคลอดลูก ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นน่าจะเป็น….
ช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์คือช่วงฤดูหนาวเมื่อห้าปีที่แล้ว!
“นายไปตรวจสอบดูว่าตอนฤดูหนาวเมื่อห้าปีที่แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดต่อกับใครบ้าง!”
ซ่งอวี่ซีออกคำสั่งคนที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์
หลังจากทำการตรวจสอบเรื่องนี้ ผู้ช่วยก็พอจะเข้าใจจุดประสงค์ของซ่งอวี่ซีคร่าว ๆ
เธอแค่อยากรู้ว่าเด็กที่อยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกของมู่อวี้เฉิงหรือไม่
เขาจึงแนะนำว่า “คุณหนู ถ้าคุณอยากรู้เรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กคนนั้นกับคุณมู่ ผมมีวิธีการที่ดีกว่านั้นครับ”
“วิธีการอะไร?”
“คุณหนูสามารถตรวจสอบดีเอ็นดีลูกของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับคุณมู่ได้โดยตรงนะครับ”
ซ่งอวี่ซีตระหนักได้ในทันทีว่านั่นคือข้อเท็จจริงที่สุด
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ซ่งอวี่ซีวางแผนหาวิธีการตรวจสอบกรุ๊ปเลือดลูกของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง แผนการบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว
ทว่าตอนนี้เธอจะต้องออกไปข้างนอกให้ได้ก่อน!
ตกเย็น ซ่งอวี่ซีออกมานั่งรอซ่งเผิงฟู่กลับบ้านอย่างเชื่อฟัง
“คุณพ่อ ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ! อาหารพร้อมแล้ว เริ่มทานกันเลยมั้ยคะ” ซ่งอวี่ซีจับมือซ่งเผิงฟูพาเขาเดินเข้าไปในห้องอาหาร
ซ่งเผิงฟู่มองดูลูกสาวแล้วรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เออออตามเข้าไปในห้องอาหาร
หลังจากพวกเขานั่งลงรับประทานอาหาร ซ่งอวี่ซีก็เหลือบมองซ่งเผิงฟู่แล้วพูดขึ้นช้า ๆ “คุณพ่อคะ ช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งหรือเปล่าคะ?”
ทันทีที่คำพูดดังกล่าวหลุดออกมา ความคิดในใจของ ซ่งเผิงฟู่ก็เริ่มชัดเจนขึ้น “ลูกอยากจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ”
“คุณพ่อคะ หนูหมกตัวอยู่บ้านมาตั้งหลายวันแล้ว หนูรู้ว่าหนูผิด แต่ตอนนี้ที่บริษัทยุ่งมากเลย หนูก็กลัวว่าร่างกายคุณพ่อจะทนไม่ไหว หนูขอกลับไปช่วยคุณพ่อที่บริษัทได้มั้ยคะ?”
ตามที่คาดหมาย!
ซ่งเผิงฟู่ยังคงก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซ่งอวี่ซีทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นท่าทางของผู้เป็นพ่อ
เธอทำได้เพียงขยิบตาให้เจี้ยงไต้เอ๋อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะพูดช่วยเหลือเธอ
เจี้ยงไต้เอ๋อเข้าใจในทันที “เผิงฟู่ ปล่อยให้ลูกไปช่วยงานที่บริษัทเถอะ มาอยู่บ้านแบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก อีกอย่างลงโทษเท่านี้ก็พอแล้ว อวี่ซีก็สำนึกผิดแล้วไง”
“ใช่ คุณพ่อคะ หนูรู้แล้วว่าหนูผิด คุณพ่อให้หนูไปที่บริษัทได้มั้ยคะ? หนูสัญญาว่าหนูจะเชื่อฟังและหลังจากนี้ไปหนูจะไม่สร้างปัญหาอะไรอีก” ซ่งอวี่ซีพูดให้ความมั่นใจ
ซ่งเผิงฟู่เงยหน้ามองทั้งสองคนเงียบ ๆ
อันที่จริงเขาแค่ต้องการสอนบทเรียนให้ซ่งอวี่ซี อย่างไรเสียเธอก็ยังเป็นลูกสาวของเขา เขาจะต้องปฏิบัติต่อเธอแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร
“พรุ่งนี้เข้าบริษัทได้”
ซ่งเผิงฟู่ตอบตกลงภายใต้สายตาที่คาดหวังของทั้งสองคน
“คุณพ่อคะ ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ!”
ซ่งอวี่ซีมีความสุขมาก รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารใส่ถ้วยของซ่งเผิงฟู่
ซ่งเผิงฟู่เหลือบมองอาหารในถ้วยแล้วพูดเตือนเบา ๆ “ทีหลังก็อย่าทำอะไรประมาทอีกล่ะ!”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณพ่อ” ซ่งอวี่ซีพยักหน้า
เช้าวันรุ่งขึ้น ซ่งอวี่ซีตรงไปที่โรงเรียนอนุบาลของเสี่ยวเป่า
คราวเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนรู้ว่าเธอกำลังจะเข้ามาจึงออกมาทักทายเธอ “สวัสดีครับคุณหนูซ่ง! ผมเป็นผู้อำนวยการที่นี่ ไม่ทราบว่าคุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
ซ่งอวี่ซียิ้มเล็กน้อยด้วยท่าทางเป็นมิตร “คือว่าช่วงนี้ ซ่งกรุ๊ปของเรามีโครงการการกุศลอยู่ค่ะ และวางแผนว่าจะมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนอนุบาลของพวกคุณ”
ดวงตาของผู้อำนวยการเป็นประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“นอกจากนี้ ทางเราได้จัดเตรียมให้ทางโรงพยาบาลเข้ามาตรวจสุขภาพเด็กในโรงเรียนอนุบาลโดยเฉพาะค่ะ”
แต่ก่อนที่ผู้อำนวยการจะกล่าวขอบคุณ ซ่งอวี่ซีก็พูดขึ้นอีกครั้ง
ผู้อำนวยการที่ได้ยินเช่นนั้นดีใจมากและขอบคุณเธอครั้งแล้วครั้งเล่า “ขอบคุณครับคุณหนูซ่ง ขอบคุณซ่งกรุ๊ปด้วยครับ”
คราวเมื่อเสี่ยวเป่ากลับมาบ้านในคืนนั้น เขาเล่าเรื่องการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนกำหนดให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเป็นการจัดการของโรงเรียนอนุบาลเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น รถบัสหลายคันเข้ามาจอดเรียงรายอยู่หน้าโรงเรียนอนุบาล
กลุ่มคนจากซ่งกรุ๊ปถูกส่งมารับตัวเด็ก ๆ ไปตรวจสุขภาพโดยเฉพาะ
มีเหล่าคุณครูคอยยืนรักษาความสงบอยู่ข้าง ๆ หลังจากทุกคนขึ้นไปบนรถบัสแล้ว รถบัสก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลสุดหรูใจกลางเมือง
หลังจากนั้นไม่นาน ซ่งอวี่ซีก็ได้รับผลตรวจเลือดของ เสี่ยวเป่า แต่เธอยังขาดตัวอย่างเลือดของมู่อวี้เฉิง
ซ่งอวี่ซีขมวดคิ้วคิดเรื่องนี้และขับรถยนต์ตรงไปยังคฤหาสน์ส่วนตัวของมู่อวี้เฉิง
เธอต้องการตรวจดูว่าเธอจะสามารถหาเส้นผมที่นั่นได้หรือไม่
พ่อบ้านรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นซ่งอวี่ซี
ตลอดช่วงนี้ มู่อวี้เฉิงไม่ค่อยอยู่บ้านเลย
“คุณหนูซ่ง นายน้อยไม่อยู่บ้านนะครับ” พ่อบ้านบอกตามความเป็นจริง
ซ่งอวี่ซีรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นเธอจึงจงใจมาที่นี่ในเวลานี้
เธอยิ้ม “ฉันไม่ได้มาหาอวี้เฉิงหรอกค่ะ”
“แล้วคุณหนูซ่งมาทำอะไรตอนนี้ครับ?” พ่อบ้านสับสน
“เหมือนว่าฉันจะลืมแผนโครงการที่ฉันเคยเอามาคุยกับอวี้เฉิงก่อนหน้านี้น่ะค่ะ เผลอวางทิ้งเอาไว้ในห้องทำงานประจำคฤหาสน์ ฉันต้องใช้มันเดี๋ยวนี้เลย คุณช่วยไปหามันมาให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ?”
น้ำเสียงจริงจังของเธอทำให้พ่อบ้านไม่รู้สึกสงสัยเลยสักนิด ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง “ครับคุณหนูซ่ง คุณหนูรอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปช่วยหาให้ครับ”
“รบกวนด้วยนะคะ” ซ่งอวี่ซีพยักหน้าเล็กน้อย
ทันใดนั้นพ่อบ้านก็เดินขึ้นไปชั้นบน
ซ่งอวี่ซีเงยหน้ามองรอบ ๆ คฤหาสน์ จากนั้นจึงจ้องมองไปทางห้องนอนของมู่อวี้เฉิง
หลังจากนั้นสักพักพ่อบ้านก็กลับลงมา
“หาเจอมั้ยคะ?” ซ่งอวี่ซีถาม
พ่อบ้านส่ายหัว “คุณหนูซ่งแน่ใจแล้วใช่มั้ยครับว่าเผลอวางมันทิ้งไว้ในห้องทำงานของนายน้อย?”
ซ่งอวี่ซีขมวดคิ้ว “ใช่ค่ะ! ไม่ผิดแน่”
“หรือคุณหนูลองนึกดูอีกที เป็นไปได้มั้ยครับว่ามันจะตกหล่นอยู่ที่อื่น? แล้วคุณหนูเผลอหลงลืมไป”
ซ่งอวี่ซีทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เป็นไปไม่ได้ค่ะ วันนั้นหลังจากคุยกับอวี้เฉิงเสร็จแล้วฉันก็กลับบ้านเลย”
พ่อบ้านมีสีหน้างุนงงเช่นกัน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ซ่งอวี่ซีก็พูดกับแม่บ้านว่า “หรือคุณจะหามันไม่ทั่วเองคะ? เดี๋ยวฉันขึ้นไปช่วยหาด้วย เอกสารพวกนั้นสำคัญมากค่ะ เป็นเอกสารความร่วมมือระหว่างมู่กรุ๊ปกับซ่งกรุ๊ปด้วย”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปหามันอีกรอบ” พ่อบ้านตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมากเมื่อได้ยินว่าเอกสารพวกนั้นสำคัญมาก
ซ่งอวี่ซีจ้องมองเขาด้วยสายตาขอบคุณและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจว่า “ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ต้องลำบาก แต่อย่าลืมดูให้ดีอีกครั้งนะคะ”
พ่อบ้านพยักหน้าแล้วหันหลังเดินกลับขึ้นไปที่ชั้นบน
หลังจากที่พ่อบ้านเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน ซ่งอวี่ซีก็เดินตามเขาขึ้นไปที่ชั้นบน
เธอเดินตรงไปยังห้องนอนของมู่อวี้เฉิง
ซ่งอวี่ซีเปิดประตูเข้าไปและเดินตรงไปที่เตียงหลังใหญ่
เธอยืนอยู่ข้างเตียง ลดระดับสายตาลงมองทั่วปลอกหมอน คอยค้นหาเส้นผมอย่างระมัดระวัง
แต่เตียงตรงหน้าถูกจัดเอาไว้อย่างประณีต ไม่มีแม้แต่เส้นผมหลงเหลือให้เห็นเลย
ซ่งอวี่ซียังคงไม่ยอมแพ้และเริ่มค้นหาไปรอบ ๆ ห้อง