พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 126 น่าสนุกจังเลย
ตอนที่ 126
น่าสนุกจังเลย
ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทางและคำพูดที่ทำเป็นเหมือนสนิทสนมของชายตรงหน้า
ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้ใช้เวลาอยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเสี่ยวเป่า ทำไมถึงได้มีคนประหลาดโผล่มาขัดจังหวะทุกครั้ง?
และเขาไม่รู้จักคนตรงหน้าด้วยซ้ำ
ลู่ซีจวี๋แสดงท่าทางเย็นชาเมื่อถูกรบกวน แต่อีกฝ่ายกลับไม่รู้ตัวและยังคงจ้องมองเขาด้วยสีหน้าประจบสอพลอ
ลู่ซีจวี๋เหลือบมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา แต่น้ำเสียงกลับเย็นยะเยือกเสียมากกว่า “อืม”
คุณชายหลินมีความสุขราวกับคนโง่เขลาหลังจากได้ยินคำตอบรับจากลู่ซีจวี๋
ขณะที่ถงอวิ๋นเหยียนมองดูภาพตรงหน้าด้วยความดูถูกดูแคลนในใจ
ผู้ชายแบบนี้จะคู่ควรกับเธอได้ยังไง!
ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็หันกลับมามองลู่ซีจวี๋ที่นั่งอยู่ด้านข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสัย
เธอตกตะลึงทันทีที่หันกลับมาเห็นลู่ซีจวี๋
ใบหน้าหล่อเหลาแสดงถึงอารมณ์ที่สูงส่งและสง่างาม ราวกับเจ้าชายที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย
ถงอวิ๋นเหยียนแสดงความประหลาดใจ แต่ภายในใจกลับอิจฉาริษยา
ทำไมผู้ชายรอบตัวนังถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงได้งานดีขนาดนี้?
คนแรกมู่อวี้เฉิง ตอนนี้คนถัดมายังเป็นลู่ซีจวี๋อีก
ผู้ชายพวกนี้ตาบอดกันหรือไง?
หรือว่าหลงรักผู้หญิงอย่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ
แต่ว่าเธอดีกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่เหรอ?
เพราะอะไรผู้ชายรอบตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงได้งานดีขนาดนี้?
ในขณะที่เธอต้องมานั่งนัดดูตัวกับคุณชายลูกผู้ดีทายาทรุ่นที่สอง เนื่องจากปัญหาหนี้สินทางครอบครัว
เธอหวนนึกถึงเรื่องนี้และมองดูคุณชายหลินที่กำลังประจบประแจงอีกครั้งด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ประทุขึ้นมาจากภายใน
ถงอวิ๋นเหยียนไม่พอใจมากจนกัดฟันพูดว่า “การตลาดของพี่สาวฉันคงจะดีมาก ได้ทั้งคุณมู่ทั้งคุณลู่มาเป็นแขก กลยุทธ์สับรางของพี่สาวฉันเนี่ยน่าสนุกจังเลยนะ”
คำพูดเต็มไปด้วยความถากถาง น้ำเสียงมีแต่ความเหน็บแนม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วและกำลังจะพูดอะไรบางอย่างหลังจากได้ยินเช่นนั้น
แต่ก่อนที่เธอจะปริปากพูด คุณชายหลินกลับพูดขัดจังหวะขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“นึกไม่ถึงว่าคุณผู้หญิงแสนสวยคนนี้จะเป็นพี่สาวของอวิ๋นเหยียน ไหน ๆ เราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว วันดี ๆ แบบนี้หาได้ยากนะครับ ถ้าไม่รังเกียจเรามาทานอาหารด้วยกันไหมครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
เขาประพฤติตนราวกับสุนัข น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประจบประแจง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอย่างนั้นชัดเจนเมื่อมองดูท่าทางของเขา
เขาเพียงต้องการอิทธิพลของลู่ซีจวี๋ และคิดจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์
ส่วนคนในตระกูลถงก็เหมือนกับแมลงดูดเลือดจริง ๆ!
หากพวกเขาพบเจอโอกาสในการเกาะติด พวกเขาก็จะดูดซับสิ่งต่าง ๆ จนไม่หลงเหลือสารตกค้างใด ๆ
โชคดีที่เธอค้นพบใบหน้าที่แท้จริงของคนพวกนี้ตั้งแต่ เนิ่น ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียง ห่างเหิน “ใครบอกว่าฉันเป็นญาติเธอ อย่าเข้าใจผิดสิ!”
คุณชายหลินสับสนจนรอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง “คุณเป็นคุณหนูจากตระกูลถงไม่ใช่เหรอครับ? ใช่พี่สาวของ อวิ๋นเหยียนไหม?”
“ฉันไม่มีน้องสาวที่’ร้ายกาจ’อย่างเธอหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลถงด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดประชดประชัน แสดงทัศนคติที่ดูเย็นชา
คุณชายหลินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นทัศนคติของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อตระกูลถง
ทำไมเธอถึงแข็งกระด้างใส่คนในครอบครัวเดียวกัน?
หรือว่าเขากำลังเข้าใจอะไรผิดไป?
คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้สีหน้าของถงกัวฮุยมืดมนลง
เขาดึงมือออกจากแขนของโจวเพ่ยฮวาและเดินปรี่เข้าไป
ถงกัวฮุยเดินตรงเข้าไปข้างหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว ยกมือขึ้นชี้ปลายจมูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวและสาปแช่ง “แล้วฉันเคยมีลูกสาวแบบแกซะที่ไหนล่ะ ฉันอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน งก ๆ มาเลี้ยงดูแก ตอนนี้มีเงินรวยเข้าหน่อยก็คิดจะเฉดหัวครอบครัวทิ้งงั้นเหรอ? แกนี่มันคนเนรคุณ จะต้องถูกพระเจ้าลงโทษ!”
แขกในร้านอาหารคอยสังเกตเรื่องตลกดังกล่าวมานานแล้ว
หลายคนที่ไม่รู้เรื่องได้ยินคำพูดของถงกัวฮุยจึงพากันเข้าใจผิดคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนอกตัญญู จึงเริ่มกระซิบนินทากัน
“นึกไม่ถึงเลยว่าคนสวยแบบนั้นจะเป็นคนเนรคุณ”
“คนอย่างหล่อนละทิ้งพ่อแม่ สมควรที่จะถูกพระเจ้าลงโทษ”
“โลกกำลังถดถอย ตอนนี้คนหนุ่มสาวทำเรื่องพรรค์นี้กันได้ยังไง?”
…
หลายคนไม่แม้แต่จะลดน้ำเสียงลงเลย คำพูดปองร้ายจึงลอยผ่านมาเช่นนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้พูดแก้ต่างให้กับคำพูดของถงกัวฮุย
เธอเค้นน้ำเสียงเย็นชาออกมาจากจมูกและเยาะเย้ยกลับ “ถูกพระเจ้าลงโทษเหรอ? ฉันขอคืนคำพูดนี้ให้คุณแทนแล้วกันนะ เพราะฉันคิดว่าตอนนี้คุณน่าจะได้รับผลกรรมอยู่ ดูที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้สิ มันก็คือผลกรรมที่คุณทำตัวไร้ยางอายก่อนหน้านี้ไง”
ใบหน้าของถงกัวฮุยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกรธจัด
ขณะเดียวกันแขกรอบข้างเริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง
“จากเท่าที่ฉันดูนะ ฉันคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงจะทำอะไรสักอย่าง สาวน้อยคนนั้นถึงได้ทำกับเขาแบบนั้น”
“ฉันว่าสาวน้อยคนนั้นไม่น่าใช่คนอกตัญญูหรอก!”
“ใช่ อีกอย่างฉันเห็นว่าพวกเขาแต่งตัวค่อนข้างดี ดูไม่เหมือนคนโดนทิ้งหรือปล่อยให้ตกระกำลำบากเลย”
…
ถงกัวฮุยกำลังจะโต้เถียงเรื่องดังกล่าวกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อ
ทว่าลู่ซีจวี๋ที่เห็นเขาชี้นิ้วและสาปแช่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับแสดงสีหน้าเย็นชาทันที
เขาหันมามองถงกัวฮุยและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าพวกคุณไม่มีอะไรแล้วได้โปรดออกไปด้วยครับ อย่ามารบกวนพวกเราเลย”
คราวเมื่อลู่ซีจวี๋ปลดปล่อยรัศมีออกมา ความรู้สึกที่ถูกกดขี่จากผู้บังคับบัญชาก็เข้ามาครอบงำเขาทันที
ถงกัวฮุยเข้าใจตัวตนของคนที่อยู่ตรงหน้าดี คนคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะทำให้ขุ่นเคืองได้
นอกจากนี้สถานการณ์ภายในตระกูลถงทำให้เขาไม่กล้าไปยั่วยุใครง่าย ๆ
เขาจึงจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาดุเดือด และหันไปพูดกับคุณชายหลินที่อยู่ด้านข้าง “คุณชายหลิน ในเมื่อพวกคุณลู่เขาจะคุยธุระกัน เราก็ไปคุยเรื่องของเรากันดีกว่ามั้ยครับ?”
คุณชายหลินพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่กล้าที่ทำให้ลู่ซีจวี๋อารมณ์เสีย
“ครับ ๆ คุณลู่ครับ เดี๋ยวพวกเราติดต่อไปทีหลังนะครับ” เขาพูดประจบสอพลอและเดินตามถงกัวฮุยไปนั่งลงที่โต๊ะ
ถึงแม้ว่าโจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนจะไม่พึงพอใจ แต่พวกเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากติดตามพวกเขาไปด้วยความขุ่นเคือง
คุณชายหลินกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ในห้องอาหารส่วนตัว สีหน้าของเขาดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
จนถึงตอนนี้แล้วเขาเข้าใจเรื่องน่าขบขันนั้นอย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าคนจากตระกูลถงจะกล่าวว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นญาติของพวกเขา แต่เธอกลับไม่เป็นมิตรด้วย และแม้แต่ลู่ซีจวี๋เองก็ยังไม่เป็นมิตร
หากความบาดหมางก่อนหน้านี้ของพวกเขาได้รับการแก้ไขคงจะเป็นผลดีต่อตัวเขาอย่างมาก
จนถึงตอนนั้นเขาก็จะสามารถแต่งงานกับถงอวิ๋นเหยียนได้
เมื่อหวนนึกถึงเรื่องนี้ คุณชายหลินจึงพูดเข้าประเด็นว่า “ไม่ว่าตอนนี้พวกคุณจะมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกับคุณถง พยายามแก้ไขให้ได้มากที่สุดครับ ไม่อย่างนั้นการแต่งงานระหว่างผมกับคุณหนูคงเป็นไปไม่ได้”
หากความบาดหมางไม่รับการแก้ไข นั่นก็หมายความว่าเขากำลังทำให้ตระกูลมู่กับตระกูลลู่ขุ่นเคืองด้วยการแต่งงานกับ ถงอวิ๋นเหยียนไม่ใช่เหรอ
การรุกรานพวกเขาก็เปรียบเสมือนกับการร้องขอความตาย
จำเป็นต้องรู้ว่าตระกูลมู่กับตระกูลลู่สามารถทำให้เมืองเป่ยทั้งเมืองสั่นสะเทือนได้ด้วยการเหยียบย่ำเท้า
ครอบครัวขนาดเล็กที่พอมีเงินอยู่ข้างแต่ไม่มีชื่อเสียงอย่างพวกเขาก็เปรียบเสมือนมดตัวน้อยที่ทั้งสองสามารถบดขยี้ได้ตามต้องการ
สำหรับพวกเขาแล้วมันไม่สำคัญอะไรเลย
ถงอวิ๋นเหยียนฟันกัดอย่างเกลียดชังเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดถึง แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
ทำไม!?
ทำไมการแต่งงานของเธอจะต้องเกี่ยวข้องกับนัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วย!?
อยากให้พวกเธอคืนดีกับมันนักหรือไง?
การแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคืนดีกัน
นั่นก็หมายความว่าการแต่งงานของเธอถูกควบคุมโดยถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่เหรอ?
นังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวมันมีสิทธิ์อะไร!!!