พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 125 เริ่มลงมือที่เด็ก
ตอนที่ 125
เริ่มลงมือที่เด็ก
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์ตระกูลซ่ง
ซ่งอวี่ซีกับเจี้ยงไต้เอ๋อกำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น
“คุณแม่คะ เมื่อไหร่คุณพ่อจะให้หนูกลับเข้าไปที่บริษัทสักทีล่ะคะ?”
นับตั้งแต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ ซ่งอวี่ซีถูกสั่งให้พักอยู่บ้านและไม่ได้เข้าบริษัทเป็นเวลาหลายวันแล้ว
เจี้ยงไต้เอ๋อยิ้มปลอบโยนเธอ “ช่วงนี้ลูกก็ทำตัวดี ๆ หน่อย รอให้พ่อเขาอารมณ์เย็นลงก่อน”
ซ่งอวี่ซีรู้สึกหดหู่ใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เหตุการณ์ครั้งล่าสุดทำให้บริษัทสูญเสียโครงการและผลประโยชน์จำนวนมหาศาล
หลังจากนั้นซ่งอวี่ซีก็ถูกซ่งเผิงฟู่สั่งให้กลับมานั่งคิดไตร่ตรองอยู่ที่บ้าน
หลังจากผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ซ่งอวี่ซีก็สงบจิตใจมากขึ้น
แต่การที่เธอสงบนิ่งแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเธอยอมแพ้ต่อมู่อวี้เฉิง
แม้ว่าตอนนี้ซ่งอวี่ซีจะต้องอยู่บ้านทุกวัน แต่เธอก็แอบส่งคนไปสะกดรอยตามมู่อวี้เฉิงเพื่อคอยดูว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ออกไปข้างนอกมากนัก แต่ก็มีคนเข้ามาสายงานเธอทุกวัน
และซ่งอวี่ซีคิดว่าสายเรียกเข้าประจำวันนี้กำลังจะดังขึ้นในไม่ช้า
ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นทำลายความสงบ
ซ่งอวี่ซีเหลือบมองชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์แล้วกดรับสายอย่างว่องไว
เธอตั้งใจฟังรายงานข่าวจากปลายสาย
จนกระทั่งเธอได้ยินว่ามู่อวี้เฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่ร้านน้ำชาและไปส่งหล่อนที่บ้าน ดวงตาของซ่งอวี่ซีก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกแล้ว!
ผู้หญิงคนนี้ช่างไร้ยางอายซะเหลือเกิน!
“อุ้มท้องลูกของคนอื่นแล้ว ยังมีหน้ามาอ่อยมู่อวี้เฉิงอีกได้ยังไง!?”
ซ่งอวี่ซีวางสายโทรศัพท์ลงด้วยความโกรธจัด
ทำไมมู่อวี้เฉิงถึงมองแต่นังผู้หญิงคนนั้น?
เธอด้อยกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตรงไหน!
ซ่งอวี่ซีไม่ต้องการยอมแพ้ แต่เธอทำอะไรไม่ได้เลยต่างหาก
เจี้ยงไต้เอ๋อที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่งสังเกตเห็นท่าทางทั้งหมดอย่างชัดเจน
แน่นอนว่าเธอได้ยินเสียงบ่นพึมพำของซ่งอวี่ซีเช่นกัน
เธอจึงโพล่งขึ้นทันที “อวี่ซีลูกบอกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีลูกเหรอ?”
“ใช่ค่ะ หล่อนอยู่กับไอ้เด็กเวรนั่น แล้วก็ไม่รู้ว่าไปตั้งท้องกับผู้พรรค์ไหน” ซ่งอวี่ซีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม
เจี้ยงไต้เอ๋อยิ้มและพูดแนะนำว่า “ถ้าอย่างนั้นลูกก็เริ่มลงมือที่เด็กก่อนสิ”
ดวงตาของซ่งอวี่ซีเป็นประกายเมื่อได้ยินคำแนะนำ จึงรีบถามขึ้นว่า “คุณแม่มีแผนการอะไรคะ?”
เจี้ยงไต้เอ๋อยิ้มมุมปากแฝงความหมาย “ลูกไปสืบดูว่าใครเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของเด็ก ถ้าเกิดถึงเวลานั้นพ่อเด็กกลับมาเห็นเข้าแล้วอยากจะขอตัวเด็กคืน ลูกก็จะมีเบี้ยมาเดิมพันต่อรองอีกชิ้นไม่ใช่เหรอ?”
“ถึงอวี้เฉิงจะไม่รังเกียจเด็กคนนั้น แต่ก็ไม่มีทางที่จะไม่อะไรกับพ่อผู้ให้กำเนิดของเด็กหรอก ถ้าเกิดเธอเข้าไปพัวพันกับผู้ชายคนนั้นอีกรอบ อวี้เฉิงจะต้องรังเกียจแน่ แล้วตอนนั้นโอกาสของลูกก็จะมาถึง”
สมกับเป็นคำพูดปลุกคนช่างฝันจริง ๆ!
“คุณแม่คะ คุณแม่พูดถูก เดี๋ยวหนูจะรีบส่งคนไปตรวจสอบ!” ซ่งอวี่ซีรู้สึกว่าคำพูดของแม่ค่อนข้างสมเหตุสมผลมาก ทำให้เธอตระหนักรู้เหมือนการรู้แจ้ง
เธอรู้เพียงแต่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้กำเนิดลูกในต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าประเทศไหน
อย่างไรก็ตามสำนักงานใหญ่ของสตีเฟนตั้งอยู่ในประเทศเอ็ม
ซ่งอวี่ซีคาดเดาว่าบางทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจจะให้กำเนิดเด็กในประเทศนั้น
และบังเอิญว่าเธอมีเพื่อนคนหนึ่งเปิดบริษัทนักสืบอยู่ในประเทศเอ็ม
เธอสามารถขอให้เขาตามสืบสวนเรื่องนี้ได้
ซ่งอวี่ซีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดโทรหาเพื่อนคนดังกล่าว
…
ด้วยความช่วยเหลือจากลู่ซีจวี๋ ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะในการประมูลครั้งนี้มาก
เธอยุ่งอยู่กับการค้นหาแผนการออกแบบโครงการทุกวัน
ตกช่วงบ่าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วและรู้สึกหิวข้าว ทว่าอาหารบนโต๊ะกลับเย็นชืดหมดแล้ว
ขณะเดียวกันลู่ซีจวี๋เดินเข้ามาในห้องทำงานของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและบังเอิญให้ฉากดังกล่าว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังกินอาหารขณะสายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
สีหน้าของเขาดูตกใจเล็กน้อย แต่กลับทำอะไรไม่ถูก
“กำลังกินข้าวอยู่เหรอ?” ลู่ซีจวี๋อุทานเสียงดัง แววตาบ่งบอกถึงความไม่สบายใจ
“รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ มีเมล็ดข้าวติดอยู่ที่มุมปากเธอ
ลู่ซีจวี๋ส่ายหัว ทั้งขำทั้งเอ็นดู
ตอนที่เธออยู่สำนักงานใหญ่ของสตีเฟน เธอโหมงานหนักมากจนบางครั้งลืมกินข้าวลืมพักผ่อน
ท่าทางของเธอในตอนนี้ดูเหมือนกับตอนที่เธออยู่ที่สำนักงานใหญ่
เขาเดินเข้าไปยกมือเช็ดข้าวออกจากมุมปากของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังกินข้าวอยู่ตกใจมากที่จู่ ๆ มือใหญ่ก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ จึงรีบถอยห่างออกมา
เธอเงยหน้ามองเจ้าของมือใหญ่ด้วยสายตาสับสน
ลู่ซีจวี๋ยิ้มและชี้ไปทางมุมปาก “ข้าวน่ะ”
“เอ๊ะ? โอ้”
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตระหนักขึ้นได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ จึงเอื้อมมือออกไปหยิบเมล็ดข้าวออกจากมุมปาก
“อาหารเย็นชืดหมดแล้ว กินอาหารเย็น ๆ แบบนั้นไม่ดีหรอก เดี๋ยวฉันพาเธอออกไปกินข้าวข้างนอก” ลู่ซีจวี๋พูดขึ้นด้วยความกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือ “ไม่เป็นไรค่ะรุ่นพี่ ฉันจัดการได้ค่ะแค่นี้สบาย ๆ”
หลังจากกินอาหารไปสองสามคำแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หยิบเอกสารแผนการกองโตบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้แววตาของลู่ซีจวี๋เป็นทุกข์มาก จนเขาอดไม่ได้ที่จะพูดโน้มน้าว “เธอไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้หรอก เหลืออย่างอื่นไว้ให้คนอื่นทำบ้างก็ได้ ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดงานที่กำลังทำอยู่และหันไปมองเขาด้วยสีหน้าดื้อรั้น
“แต่ว่าเงินเดือนสูงขนาดนี้ ฉันก็ต้องพยายามเต็มที่สิคะ อีกอย่างฉันรู้สึกไม่สบายใจถ้าต้องทิ้งงานให้คนอื่นทำแทน”
เธอพูดและก้มดูเอกสารในมืออีกครั้ง
ทว่าลู่ซีจวี๋ยังคงพูดโน้มน้าวต่อ “ขยันทำงานหนักมันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอต้องใช้เวลากับเสี่ยวเป่าให้มากกว่านี้สิ เสี่ยวเป่ายังเล็ก เป็นวัยที่ต้องการความรักจากแม่มากที่สุด เธอก็ควรจะใช้เวลากับเขาให้มากกว่านี้ใช่มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่สายตาลงครู่หนึ่งหลังจากได้ยินดังนั้น เธอรู้สึกว่าคำพูดของลู่ซีจวี๋สมเหตุสมผล
ช่วงนี้เธอยุ่งอยู่กับโครงการตัวล่าสุดจนไม่มีเวลาอยู่กับเจ้าตัวเล็กเลย
แต่เขากลับมีเหตุผลมากและคอยปลอบโยนเธอแทน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกละอายแก่ใจตนเอง
ลู่ซีจวี๋เห็นว่าเธอทำหน้าแบบนั้นและรับรู้ได้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังฟังคำพูดของเขาอยู่
เขายกยิ้มมุมปากและพูดต่อ “เย็นนี้ใช้เวลากับเขาสักหน่อยเถอะ เราพาเขาออกไปกินข้าวเย็นกัน”
“รุ่นพี่ แต่แบบนี้จะรบกวนคุณเกินไปหรือเปล่าคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเบา ๆ
“ไม่หรอก ฉันไม่ได้เจอหน้าเสี่ยวเป่ามาหลายวันแล้ว ว่าจะพาเขาออกไปเล่นสักหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลง
ณ ร้านอาหารเว่ยฉีเอ๋อร์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามานั่งลงและสั่งอาหารสองสามจาน ซึ่งอาหารทั้งหมดเป็นของที่เสี่ยวเป่ากับลู่ซีจวี๋ชอบ
ทั้งสามคนนั่งพูดคุยหัวเราะคิกคักระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ
เสี่ยวเป่ามีความสุขมากเช่นกันเพราะในที่สุดวันนี้หม่ามี้ก็มีเวลาว่างมาอยู่กับเขา
หลังจากนั้นไม่นาน อาหารก็มาเสิร์ฟ
หลังจากรับประทานอาหารเพียงไม่กี่คำ ประตูร้านอาหารก็ถูกเปิดออก คนที่เดินเข้ามาถึงถงกุยฮัว โจวเพ่ยฮวาและ ถงอวิ๋นเหยียน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูครอบครัวที่ประพฤติตนเรียบร้อย แล้วพูดตำหนิในใจ นานทีปีหนเธอจะพาเสี่ยวเป่าออกมากินข้าวนอกบ้าน แต่บังเอิญกลับมาเจอคนพวกนี้ได้ ช่างโชคร้ายจริง ๆ
ชายหนุ่มคนหนึ่งมองเห็นพวกเขาจึงโบกมือเรียก
โต๊ะของพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากนัก ดังนั้นโจวเพ่ยฮวาจึงสังเกตเห็นพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันทีที่เดินเข้ามาใกล้
เธอถึงกลับตกใจ
ทำไมนังนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้!
เธอจะปล่อยให้นังสารเลวนี้มาทำลายการนัดดูตัวของอวิ๋นเหยียนไม่ได้เป็นอันขาด!
คู่นัดดูตัวของถงอวิ๋นเหยียนคือคุณชายหลิน บุตรชายผู้ดีมีเงินทายาทรุ่นที่สอง
เขามองตามสายตาของถงอวิ๋นเหยียนแล้วตาเป็นประกายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือลู่ซีจวี๋
เขาจึงรีบก้าวเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณลู่ใช่มั้ยครับ? ยินดีที่พบนะครับ นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอคุณที่นี่”