พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 124 คุณลองเดินออกจากประตูไปสิ
ตอนที่ 124
คุณลองเดินออกจากประตูไปสิ
มู่อวี้เฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาที่ร้านน้ำชาใกล้กับโรงแรม
การตกแต่งของร้านน้ำชาแห่งนี้เป็นแบบโบราณ สภาพแวดล้อมเงียบสงบมาก และทั่วทั้งร้านก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบชา
ที่นั่งด้านนอกถูกจัดเตรียมไว้สำหรับชมวิว ส่วนที่นั่งด้านในถูกจัดแจงเป็นห้องส่วนตัว
มู่อวี้เฉิงเข้าไปข้างในร้านและขอให้พนักงานจัดแจงห้องส่วนตัวที่เงียบสงบให้ ก่อนจะสั่งน้ำชาแก้เมาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหนึ่งกา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกถ้วยชาขึ้นมาขณะที่กลิ่นหอมของน้ำชากำลังฟุ้งกระจาย หลังจากดื่มชาไปสองสามถ้วย ความรู้สึก พะอืดพะอมก็เบาบางลงมาก
“ต้องกลับเข้าไปแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองมู่อวี้เฉิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและพูดด้วยท่าทางกังวล
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีถ้าออกมาข้างนอกงานนานเกินไป”
มู่อวี้เฉิงยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาเป่า และค่อย ๆ ละเมียดละไมจิบน้ำชาหลังจากมันเย็นลงเล็กน้อย
“จะกลับออกไปคงไม่ง่ายหรอกนะ กลับไปแล้วจะทำอะไรล่ะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็เงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายอีกครั้ง “งานเลี้ยงแบบนั้นน่ารำคาญจะตาย กลับไปแล้วก็ต้องดื่มต่ออยู่ดี”
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูดของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังรู้สึกหมดความอดทนกับงานเลี้ยง
แต่อย่างไรเสียรุ่นพี่ก็ยังอยู่ในงานเลี้ยง หากเธอกลับออกไปโดยไม่กล่าวอำลามันจะเป็นการเสียมารยาทเปล่า ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับมู่อวี้เฉิงว่า “ฉันจะกลับเข้าไปร่วมงานเลี้ยง ถ้าคุณไม่อยากกลับเข้าไปก็ออกไปก่อนได้เลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าถือที่อยู่ด้านข้างเตรียมตัวจะเดินออกไป
แต่ทันทีที่เธอเปิดประตู แขนแกร่งก็เคลื่อนตัวผ่านใบหูออกมาดันบานประตูเอาไว้
แสงทางด้านหลังถูกบดบังจนเกิดเงาสะท้อนบนบานประตู ปกคลุมร่างของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้
ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหันมาเผชิญหน้ากับเขา น้ำเสียงที่ไร้ความปรานีดังขึ้น “มู่อวี้เฉิงคุณจะทำอะไร”
ดวงตาสีเข้มของมู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอเงียบ ๆ
ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกมาจับคางของถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้เชิดขึ้น ลดศีรษะลงและประกบริมฝีปากเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามหลีกเลี่ยงริมฝีปาก แต่มือใหญ่ด้านหลังท้ายทอยบีบบังคับเธอเอาไว้แน่นจนเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอพยายามดิ้นรนด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทุบตีมู่อวี้เฉิงอย่างสิ้นหวัง แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือออก
หลังจากนั้นไม่นาน ริมฝีปากบางก็ผละออกไป มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ ปล่อยมือออก ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหายใจได้สะดวก
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงยังคงเย็นชา พูดเตือนด้วยน้ำเสียงดุดัน “คุณลองเดินออกจากประตูไปสิ ผมจะทำให้คุณเดินไม่ได้เลยคอยดู”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยความโกรธจัดเมื่อได้ยินคำพูดชัดถ้อยชัดคำจากอีกฝ่าย
แก้มนวลขาวถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงระเรื่อ ตามมาด้วยเสียงร้องตะโกนด้วยความโกรธจัด “ขี้โกง”
มู่อวี้เฉิงยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอกำลังหน้าแดงด้วยความเขินอาย “ขี้โกงแล้วไง ผมก็จะไม่ปล่อยคุณไปอยู่ดี”
อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ลู่ซีจวี๋ยังอยู่ข้างในนั้นไม่ใช่เหรอ? และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออกไปพักหนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของมู่อวี้เฉิง ตอนนี้เธอกำลังโกรธเขาแทบตาย
แต่ถ้าเขาไม่ให้เธอกลับออกไป เธอก็กลับออกไปไม่ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ดี
สุดท้ายแล้วเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากประนีประนอมและปฏิบัติตามการตัดสินใจของมู่อวี้เฉิง
เธอกัดฟันพร้อมกับความรู้สึกดูถูกตนเองที่พ่ายแพ้ “ไหน ๆ ก็ไม่ได้กลับไปแล้ว กลับบ้านเลยคงไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?”
“อย่างนั้นก็ได้นะ” มู่อวี้เฉิงยิ้ม
เขาพึงพอใจกับคำตอบของเธอมาก ใบหน้าเริ่มยิ้มแย้มแสดงออกว่ากำลังอารมณ์ดี
“ไปสิ เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาพูดและผละมือข้างที่ดันประตูออก เลื่อนมือลงมาเปิดบานประตู
ถึงตอนนั้นเธอจะอธิบายเรื่องนี้ให้รุ่นพี่ฟังยังไงดี? ปัญหานี้ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหดหู่ใจอย่างมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแผ่นหลังของมู่อวี้เฉิงและกัดฟันด้วยความเกลียดชัง
มู่อวี้เฉิงก็เป็นแค่ไอ้สารเลวคนหนึ่ง!
ทั้งสองเดินออกมาจากร้านน้ำชา มู่อวี้เฉิงบอกว่าเขาจะไปขับรถมาและขอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรอสักครู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังหมดอาลัยตายอยากแต่จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นว่าสายเรียกเข้ามาจากลู่ซีจวี๋ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกปวดหัวทันที
การละทิ้งคู่ควงของตนเองไว้เพียงลำพังเป็นการกระทำที่หยาบคายมาก
“เหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ไหน?” ลู่ซีจวี๋ถามด้วยความวิตกกังวล
แต่ไม่ว่าเธอจะหวาดกลัวสักแค่ไหน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกผิดมากที่ต้องจากไปโดยไม่กล่าวคำอำลาและยังต้องเผชิญหน้ากับความวิตกกังวลของลู่ซีจวี๋
“รุ่นพี่คะ พอดีฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อย ขอตัวกลับก่อนนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบ
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้สงสัยเลยว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังหลบซ่อนตัวจากเขา เพียงแต่ถามต่อว่า “ให้ฉันไปส่งมั้ย?”
“ไม่ต้องค่ะไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด
ขณะเดียวกัน มู่อวี้เฉิงขับรถมาถึงจุดนัดหมาย
เขาบีบแตรสองครั้งเพื่อส่งสัญญาณให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในรถ
“เสียงอะไร?” เห็นได้ชัดว่าลู่ซีจวี๋ที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงดังลอดผ่านโทรศัพท์มือถือ
“เสียงรถที่มารับฉันกลับมาถึงแล้วค่ะ รุ่นพี่แค่นี้ก่อนนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบกดวางสายโดยไม่รอคำตอบจากลู่ซีจวี๋
มู่อวี้เฉิงที่อยู่ในรถยนต์เลื่อนบานกระจกลงและจ้องมองด้วยดวงตาสีเข้ม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจอุปนิสัยของชายตรงหน้าดีว่าเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นเธอจึงเกียจคร้านเกินกว่าจะดิ้นรนและจำใจยอมแพ้ขึ้นรถไป
ลู่ซีจวี๋ที่อยู่อีกด้านหนึ่งกำลังออกมาจากงานเลี้ยงหลังจากได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกว่าไม่สบายและต้องการกลับก่อน
แต่เมื่อเขาเดินออกมาจากประตูโรงแรม เขากลับบังเอิญเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นไปบนรถยนต์คันที่จอดอยู่หน้าร้านน้ำชาซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป
เขารู้สึกคุ้นตากับรถยนต์คันนั้นมาก และมันน่าจะเป็นรถยนต์ของมู่อวี้เฉิง
ลู่ซีจวี๋มองดูรถยนต์เคลื่อนตัวออกไปด้วยดวงตาที่มืดมน
จิ้นเป่ยเฉิงมองดูฉากตรงหน้าจากด้านข้าง คลี่ยิ้มและสอยเท้าเดินออกไป
“จุ๊ ๆ ๆ ผู้หญิงที่เป็นที่รักถูกฉกตัวไปแล้ว คุณลู่จะไม่ตามไปหน่อยเหรอครับ?”
ลู่ซีจวี๋เหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นชา นิ่งเงียบและเดินกลับเข้าไปในโรงแรม
ดวงตาของจิ้นเป่ยเฉิงเปล่งประกายไปด้วยลำแสงเย็นชาเมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋ไม่สนใจเขา
แต่จู่ ๆ ความเย็นชาก็จางหายไป จิ้นเป่ยเฉิงกลับมาสู้สภาวะปกติอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณลู่”
จิ้นเป่ยเฉิงตะโกนเรียกลู่ซีจวี๋และพูดสื่อความหมาย “ถ้าเกิดยังพอมีเวลาว่าง เรามาร่วมมือกันได้นะครับ”
…
หลังจากที่มู่อวี้เฉิงมาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงทางเข้าชุมชน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปิดประตูรถและเดินลงมา
“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขอบคุณเขาและไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ไม่มีเจตนาจะเชิญชวนเขาขึ้นไปข้างบน
ตอนนี้ดึกมากแล้ว และเสี่ยวเป่าคงกำลังจะนอนหลับอยู่ มู่อวี้เฉิงเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะรบกวนเธอต่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาถึงบ้านและสายตาที่ซับซ้อนของเยี่ยชวงจ้องมองมา
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวจะกลับไปคบกับมู่อวี้เฉิงอีกครั้งเหรอคะ?” เยี่ยชวงถามด้วยความลังเล
“ไม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธโดยไม่คิด
หลังจากได้รับคำตอบแล้ว เยี่ยชวงก็เริ่มตัดสินความถูกต้องจากคำพูดของเธอ
จากนั้นจึงพูดแนะนำด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ “ถ้าเป็นอย่างนั้นรักษาระยะห่างเอาไว้น่าจะดีกว่ามั้ยคะ”
เจ้านายของเธอชอบคุณเหมี่ยวเหมี่ยวมาก และเธอไม่ต้องการให้ผู้ชายอื่นเข้ามาพัวพันกับคุณเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเธอและพูดตอบเบา ๆ “เยี่ยชวง ฉันมีวิธีการของตัวเอง”
เยี่ยชวงก้มศีรษะขอโทษเมื่อเห็นเธอพูดแบบนั้น “ขอโทษค่ะคุณเหมี่ยวเหมี่ยว ฉันคงพูดมากไป”