พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 123 ถูกทิ้งแล้วเหรอ
ตอนที่ 123
ถูกทิ้งแล้วเหรอ?
มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างรวดเร็ว และพบว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวยมาก
เธออยู่ในชุดเดรสสีเขียวมิ้นท์มีสายพาดไหล่ อวดทรวดทรงองค์เอวได้อย่างเต็มที่
ผมของเธอถูกเกล้าขึ้นมามัดหลวม ๆ กระจัดกระจายเป็นลอนเล็กน้อย เผยภพลักษณ์หรูหราและอ่อนโยน
ทว่ามือที่ขาวเนียนไร้ที่ติอยู่ในอ้อมแขนของลู่ซีจวี๋ ทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกขัดหูขัดตาทุกครั้งที่หันไปมอง
จู่ ๆ ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงก็มืดมนลงเมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสองคนเดินเข้ามาด้วยกันอย่างสนิทสนม
สายตาจับจ้องอยู่ที่มือขาว ดวงตาของเขามืดมนมากจนเดาไม่ออกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร
หลังจากนั้นเสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของมู่อวี้เฉิง
“นั่นคุณลู่นี่ ผู้หญิงข้าง ๆ เขาคือใคร?”
“ไม่รู้สิ บางทีอาจจะเป็นแฟนหรือเป็นญาติก็ได้มั้ง”
“เหลวไหล นั่นคุณถงจากสตีเฟนต่างหาก แต่นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะสนิทกันขนาดนี้”
“แต่จะว่าไปแล้วพวกเขาก็ดูเหมาะสมกันดีนะ”
…
เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา สีหน้าของมู่อวี้เฉิงก็เย็นชาลงเรื่อย ๆ ดวงตาสีเข้มจ้องมองสองคนที่ควงคู่กันเดินเข้ามาใกล้พวกเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นมู่อวี้เฉิงเช่นกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดฉายแวบขึ้นมาในใจราวกับว่าเธอกำลังรู้สึกผิด
เธอต้องการดึงมือออกมา แต่ลู่ซีจวี๋กลับจับเอาไว้แน่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองลู่ซีจวี๋ และเห็นใบหน้าอ่อนโยนกำลังพูดกับเธอว่า “เราไปทักทายคุณหลินกันก่อนเถอะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ดึงเธอออกไปโดยไม่ตั้งคำถามใด ๆ และเดินผ่านมู่อวี้เฉิงไปหาประธานหลิน
จิ้นเป่ยเฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดติดตลกว่า “เอ๊ะ นั่นมันคู่หมั้นของคุณมู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไปจับมือถือแขนผู้ชายอื่นล่ะ? หรือว่าจะถูกทิ้งซะแล้ว!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมินเฉยใส่คำพูดของจิ้นเป่ยเฉิงและเดินผ่านเขาไป
เธอยังไม่ลืมว่าผู้ชายตรงไหนอยากได้ที่ดินในเขตชานเมืองทางตอนใต้จนลงมือทำสิ่งที่ไร้ยางอาย
นอกจากนี้เธอไม่มีความประทับใจต่อจิ้นเป่ยเฉิงเลยสักนิด
เหตุการณ์ครั้งล่าสุดทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรังเกียจบุคคลตรงหน้ามากขึ้น
มู่อวี้เฉิงจ้องมองจิ้นเป่ยเฉิงด้วยสีหน้ามืดมนหลังจากได้ยินคำพูดของเขา
จิ้นเป่ยเฉิงไม่ได้คิดอะไรจริงจังมากนัก เพียงแต่เม้มริมฝีปาก
หลังจากที่ทั้งสองเดินเข้ามาหาประธานหลิน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งยิ้มทักทายประธานหลิน “สวัสดีค่ะคุณหลิน ฉันชื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว เป็นผู้จัดการสตีเฟนกรุ๊ปสาขาเอเชียค่ะ ส่วนด้านข้างคือคุณลู่ซีจวี๋เป็นประธานของสตีเฟนค่ะ”
“คุณลู่นี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ประธานหลินยิ้มทักทาย ยกแก้วขึ้นมาชนและจิบไวน์เล็กน้อย
“ผมเองก็ได้ยินชื่อของคุณหลินมานานแล้วครับ” ลู่ซีจวี๋ตอบ
ประธานหลินยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพเรียบร้อยไว้บนใบหน้าเสมอ
เขาหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วส่งยิ้มให้เธอ “ผมได้ยินมานานแล้วว่าตอนนี้มีสาวสวยมากความสามารถมาคุม สตีเฟนอยู่ วันนี้โชคดีได้เจอหน้าสักที สมแล้วที่เป็นเธอ”
“คุณหลินชมฉัน แต่ฉันก็แค่ทำตามความสามารถเท่าที่จะทำได้เท่านั้นเองค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบเรียบ ๆ
ความสามารถในการเป็นผู้จัดการสาขาของสตีเฟนไม่ใช่เรื่องง่าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสามารถ ตั้งใจทำงานและค่อนข้างถ่อมตัว
ทั้งสามคนยืนพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
มู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกว่ารอยยิ้มและมือของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ควงแขนลู่ซีจวี๋ช่างดูน่ารำคาญเกินไป
เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป มู่อวี้เฉิงก้าวไปข้างหน้าและกอดรัดเอวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้
ศีรษะของมู่อวี้เฉิงขยับเข้ามาใกล้ลำคอระหงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกระซิบเสียงแผ่วว่า “จะมาที่นี่ทำไมไม่บอกผมล่ะ?”
ลำแขนแกร่งที่โอบกอดรอบเอวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะดุ้งตัวขึ้น
หลังจากพบว่าเป็นมู่อวี้เฉิง ใบหน้าของเธอก็เริ่มร้อนผ่าว เขาอยู่ใกล้เธอมากจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รวยรินอยู่ข้างใบหู
เธอพยายามดิ้นรนเล็กน้อยเพื่อสลัดแขนแกร่งออกจากเอว
แต่กลับนึกไม่ถึงว่ายิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่ แขนแกร่งกลับยิ่งโอบรัดรอบเอวแน่นขึ้นเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการส่งเสียงดัง จึงยอมพ่ายแพ้ต่อการต่อสู้
เธอจ้องมองเขาด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ น้ำเสียงฟังดูอู้อี้เล็กน้อย “ปล่อยฉัน!”
ท่าทางเมินเฉยของมู่อวี้เฉิงทำให้ลู่ซีจวี๋เริ่มรู้สึกรำคาญ
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ลู่ซีจวี๋จับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพาเธอเดินเข้าไปหาเขา พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “คุณมู่ ไม่ว่าจะยังไงคืนนี้เหมี่ยวเหมี่ยวก็เป็นคู่ควงของผม เธอมาที่นี่ในนามของสตีเฟนกรุ๊ป คุณมู่ช่วยกรุณาหยุดการกระทำดังกล่าวด้วยนะครับ”
ประธานหลินมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าและกวาดสายตามองทั้งสามคนเงียบ ๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นอะไร
ขณะที่จิ้นเป่ยเฉิงยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ด้านข้างด้วยแววตาสนุกสนาน
มู่อวี้เฉิงรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของลู่ซีจวี๋เล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเข้าร่วมงานเลี้ยงในนามของ สตีเฟนกรุ๊ป ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
เขาจึงขมวดคิ้วแล้วถามว่า “สตีเฟนจะเข้าร่วมการประมูลด้วยเหรอ?”
ลู่ซีจวี๋เหลือบมองเขาเล็กน้อย “แน่นอนสิครับ ก็ สตีเฟนเรามีศักยภาพเพียงพอในการเอาชนะโครงการนี้”
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสนใจแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกไป
จิ้นเป่ยเฉิงที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว “แสดงได้ยอดเยี่ยมมากครับ! แต่ผมแนะนำว่าคุณอย่าเสียเวลาเปล่าดีกว่า เพราะโครงการนี้จะต้องเป็นของผม”
รูปลักษณ์หยิ่งผยองและถ้อยคำประกาศกร้าวของจิ้นเป่ยเฉิงไม่ได้ทำให้มู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋สนใจอะไรมากนัก
ขณะเดียวกัน ใครบางคนที่น่าจะเป็นผู้ช่วยของประธานหลินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับประธานหลิน
ประธานหลินจึงส่งยิ้มให้กับพวกมู่อวี้เฉิง “คุณมู่ คุณลู่ คุณจิ้น ผมยังต้องไปทักทายลูกค้าคนอื่นต่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าพวกคุณจะสนุกกัน”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินพาผู้ช่วยไปที่อื่น
หลังจากที่ประธานหลินเดินออกไปแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็หันมามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาอ่อนโยน น้ำเสียงน่าดึงดูดดังขึ้นเบา ๆ “ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเจอลูกค้า”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับด้วยความเต็มใจ ขณะที่มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูพวกเขาสองคนจากไปด้วยกัน
ดวงตาสีเข้มราวกับท้องทะเลลึกจ้องมองไปทางสองคนอย่างใกล้ชิด สีหน้าดูบูดบึ้งเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจำใจดื่มไวน์อีกสองสามแก้วเพื่อพยายามเข้าร่วมงานสังคม
จนกระทั่งเธอขอปลีกตัวออกไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำ ลำแขนแกร่งของ มู่อวี้เฉิงก็ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด
“คุณมาทำอะไรตรงนี้คะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เธอต้องการเดินผ่านเขากลับออกไป
ทว่ามู่อวี้เฉิงกลับยืนขวางทางเธอเอาไว้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “คุณมู่ มาดักรอคนหน้าห้องน้ำหญิงแบบนี้มันดูไม่ดีนะคะ!”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้รู้สึกรำคาญแม้แต่น้อยที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสีเข้มจดจ่ออยู่กับใบหน้าสีแดงระเรื่อ “ถ้าดื่มไม่ไหวก็ไม่ต้องดื่มหรอก มานี่ เดี๋ยวผมพาคุณไปดื่มชาแก้เมา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการปฏิเสธ แต่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรมู่อวี้เฉิงก็คว้าข้อมือเธอเอาไว้แล้วพาเธอเดินตรงออกไปข้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถสะบัดมือออกมาได้ จึงเดินตามเขาไป