พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 122 เขม่าควันเต็มอากาศ
ตอนที่ 122
เขม่าควันเต็มอากาศ
ณ มู่กรุ๊ป
นับตั้งแต่มู่อวี้เฉิงสั่งให้เข้าร่วมประมูลโครงการกับเคเอ็นกรุ๊ป บทสนทนาประจำวันของแผนกออกแบบประจำมู่กรุ๊ปก็เป็นไปตามนี้
“ใครก็ได้ช่วยฉันปริ้นแผนการนี้หน่อยสิ”
“ต้นฉบับที่ออกแบบไว้ยังต้องปรับปรุงอีกนะ”
“ผู้จัดการครับ รูปแบบอื่น ๆ เสร็จแล้ว ลองดูก่อนสิครับ”
…
ตั้งแต่มู่อวี้เฉิงตัดสินใจเข้าร่วมประมูลโครงการ เขาจึงให้ความสำคัญกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้จิ้นกรุ๊ปที่วางตัวเป็นคู่แข่งกันมู่กรุ๊ปมาโดยตลอดก็เข้ารวมการประมูลในครั้งนี้ด้วย
มู่อวี้เฉิงจึงกำกับนักออกแบบทุกคนของมู่กรุ๊ปว่าควรจะให้ความสำคัญกับโครงการนี้
นับตั้งแต่วันที่ออกคำสั่ง ทุกคนในแผนกออกแบบต่างยุ่งกันมาก มือไม่เคยยกออกจากโต๊ะเท้าไม่เคยลุกขึ้นแตะพื้น
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็แสดงจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ทุ่มเทกายและใจให้กับการประมูลในครั้งนี้
ณ ห้องผู้บริหารมู่กรุ๊ป
ลู่หมิงยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องผู้บริการ หลังจากได้ยินเสียงตอบรับดังมาจากข้างใน เขาก็เปิดประตูเดินเข้าไป
“ท่านประธานครับ”
ลู่หมิงเดินเข้ามาหลังจากปิดประตูลง หันหน้าไปพูดกับมู่อวี้เฉิงด้วยความเคารพ “คืนนี้คุณหลิน ประธานผู้บริหาร เคเอ็นกรุ๊ปภาคเอเชียจะเดินทางไปพบแขกที่โรงแรมหมิงซื่อ ท่านต้องการเข้าร่วมมั้ยครับ?”
การรับประทานอาหารเย็นค่อนข้างกินเวลาของมู่อวี้เฉิง
นอกจากนี้มู่อวี้เฉิงไม่ชอบการสังสรรค์เช่นนี้ เขามักจะมีทัศนคติทำเรื่องทุกอย่างให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้มู่อวี้เฉิงไม่ได้มองโครงการนี้ในแง่ดีมากนัก
ปัจจัยหลายอย่างทำให้ลู่หมิงคาดเดาความคิดและทัศนคติของมู่อวี้เฉิงที่มีต่อโครงการนี้ไม่ออก ดังนั้นเขาจึงมีความคิดเห็นของมู่อวี้เฉิงก่อน
“ไปสิ!” มู่อวี้เฉิงจดจ่ออยู่กับกองเอกสารในมือ และตอบตกลงโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปจัดการให้ครับ” ลู่หมิงตอบตกลงและกลับออกไป
เขาต้องกลับออกไปช่วยเจ้านายเลื่อนนัดหมายที่มีความสำคัญน้อยกว่า และจัดการกับเรื่องราวบางอย่าง
ณ ห้องจัดเลี้ยงอาหารที่โรงแรมหลิงซื่อในตอนกลางคืน
ภายใต้โคมไฟระย้าคริสตัลอันหรูหรา ชายหญิงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตระการตา ดูมีชีวิตชีวาทั่วทุกหนทุกแห่ง
แขกหลายคนยกแก้วขึ้นแล้วเดินมารวมตัวหารือเรื่อง ต่าง ๆ ฉากหลังมองเห็นผู้คนมากมายที่ต่างฝ่ายต่างดื่ม
แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำคืนนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญในเมืองเป่ย
แน่นอนว่าหลายคนพยายามสอดส่องดูว่าพวกเขาสามารถใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับเคเอ็นกรุ๊ปเพื่อยกระดับบริษัทให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ได้หรือไม่
ท่านประธานหลินจากเคเอ็นกรุ๊ปจึงถูกห้อมล้อมทันทีที่เข้ามาถึงงานเลี้ยง
หลังจากนั้นไม่นาน มู่อวี้เฉิงก็มาถึงงานเลี้ยง
ทุกคนสังเกตเห็นเขาในทันที
“นั่นมันท่านประธานมู่จากมู่กรุ๊ปไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“เขาไม่เคยมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอเขา”
“คุณไม่รู้เหรอ? คุณมู่เขาก็สนใจโครงการของเคเอ็นกรุ๊ปเหมือนกัน”
…
หลายคนพยายามพูดกระซิบกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินมานานแล้วว่ามู่กรุ๊ปสนใจโครงการนี้ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาที่ไม่ชอบเข้าร่วมงานสังสรรค์จะมาเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยตนเอง
การปรากฏตัวของมู่อวี้เฉิงทำให้หลายคนถึงกับเหงื่อตก
สิ่งที่ลำบากกว่านั้นคือการลงมือของมู่อวี้เฉิง แล้วอย่างนี้พวกเขาจะยังมีโอกาสอยู่หรือไม่?
ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกว่าพวกเขากำลังหมดโอกาส
มู่อวี้เฉิงไม่รู้เรื่องราวดังกล่าว
เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงและตรงไปพบกับประธานหลิน
“คุณหลิน สวัสดีครับ ผมมู่อวี้เฉิงจากมู่กรุ๊ปครับ” มู่อวี้เฉิงยกแก้วขึ้นเล็กน้อย ยกมุมปากขึ้นและส่งยิ้มบาง ๆ ให้ ประธานหลิน
“คุณมู่นี่เอง ดีใจที่ได้เจอคุณสักที ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามคุณมานานแล้ว สมกับเป็นคนหนุ่มไฟแรงจริง ๆ” ประธานหลินแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม พูดจาสุภาพเรียบร้อย
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ประธานหลินก็ถามขึ้นอีกครั้งว่า “คุณมู่สนใจโครงการของเคเอ็นด้วยหรือเปล่าครับ?”
“ครับ และการประมูลโครงการกับเคเอ็นในครั้งนี้ มู่กรุ๊ปเราก็มั่นใจมากด้วยครับ” มู่อวี้เฉิงตอบด้วยความมั่นใจ สายตามุ่งมั่นจะเอาชนะ
“ถ้าอย่างนั้นผมจะรอดู” ประธานหลินยิ้มและยกแก้วขึ้นมาชนกับมู่อวี้เฉิง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จิ้นเป่ยเฉิงก็เดินถือแก้วไวน์เข้ามา
ใบหน้าหล่อเหลาเดินยิ้มมุมปากเข้ามาและพูดขึ้นว่า “ถ้าจะให้เหมาะสมจริง ๆ โครงการนี้ก็ควรจะเป็นของจิ้นกรุ๊ปนะครับ แต่ว่าทำไมวันนี้มู่กรุ๊ปถึงมาร่วมสนุกได้ล่ะ?”
มู่อวี้เฉิงแย่งชิงโครงการบ่อน้ำพุร้อนในเขตชานเมืองทางใต้จากเขาไปแล้ว และตอนนี้ยังเข้าร่วมโครงการประมูลกับเคเอ็นกรุ๊ปอีก
มู่อวี้เฉิงคิดดีแล้วหรือว่ามู่กรุ๊ปมีความสามารถมากพอที่จะสามารถแย่งชิงโครงการนี้ไปจากเขาได้?
น่าเสียดายที่คราวนี้มู่อวี้เฉิงน่าจะต้องผิดหวัง
แผนการออกแบบของจิ้นกรุ๊ปในครั้งนี้ถูกเก็บรวบรวมมาจากความพยายามทั้งหมดของนักออกแบบในจิ้นกรุ๊ป และพวกเขาจะไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
เนื่องจากว่าประธานหลินไม่สามารถมองข้ามความแข็งแกร่งของจิ้นกรุ๊ปได้ เขาจึงเหลือบมองจิ้นเป่ยเฉิงและกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“นี่น่ะเหรอคุณจิ้นจากจิ้นกรุ๊ป สมกับที่เป็นคนมีพรสวรรค์จริง ๆ นะครับ! ผมได้ยินมาว่าการประมูลครั้งนี้จิ้นกรุ๊ปเตรียมตัวกันมาดีมาก ผมถึงกับตั้งตารอเลย”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญรอชมได้เลยครับ” เห็นได้ชัดว่า จิ้นเป่ยเฉิงพึงพอใจกับคำพูดของประธานหลินมาก จึงส่งสายตามองมู่อวี้เฉิงอย่างยั่วยุ
แต่ในความเป็นจริงประธานหลินมักจะแสดงทัศนคตินอบน้อมและสุภาพอยู่เสมอ จึงทำให้ผู้คนสับสนกับความคิดเห็นของเขา
สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
ดวงตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงจับจ้องไปทางจิ้นเป่ยเฉิงอย่างไม่แยแส “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางจิ้นกรุ๊ปเริ่มถดถอยในอุตสาหกรรมนี้แล้วครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องตั้งตารอหรอก”
ความโกรธของจิ้นเป่ยเฉิงทวีคูณทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่เป็นภัยของมู่อวี้เฉิง “จิ้นกรุ๊ปเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้มาตลอด จะลดลงได้ยังไง ว่าแต่มู่กรุ๊ปเถอะเห็นลุกลี้ลุกลนอยากจะเข้ามาขอส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมนี้แทบตาย ผมว่ามู่กรุ๊ปของคุณคงไม่ดีเท่าแต่ก่อนแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคุณจะวิ่งแจ้นมาขโมยธุรกิจของจิ้นกรุ๊ปโดยไม่ประเมินความสามารถตัวเองแบบนี้เหรอครับ?”
“มู่กรุ๊ปจะแตกต่างจากเมื่อก่อนได้ยังไงครับ มู่กรุ๊ปเพิ่งสร้างโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนในเขตชานเมืองทางใต้ไป ได้มาว่าก่อนหน้านี้จิ้นกรุ๊ปก็อยากได้โครงการนี้เหมือนกันนี่ครับ” มู่อวี้เฉิงจงใจกล่าวจี้ปมของจิ้นเป่ยเฉิง
แน่นอนว่าทันทีที่จิ้นเป่ยเฉิงได้ยินเขาพูดถึงที่ดินในเขตชานเมืองทางตอนใต้ แววตากลุกโชนไปด้วยความขุ่นเคืองทันที “อ๊า สำหรับโครงการแบบนั้น จิ้นกรุ๊ปยังสามารถหาได้อีกเยอะเลยครับ อันนั้นก็ไม่เท่าไหร่หรอก”
พวกเขาทั้งสองประจันหน้ากัน ไม่มีใครยอมใคร จนเขม่าควันที่มองไม่เห็นลอยตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศ
ขณะเดียวกัน เสียงดังเจื้อยแจ้วดังมาจากข้างหน้า
มู่อวี้เฉิงกับจิ้นเป่ยเฉิงหยุดโต้เถียงกันและเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นจึงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเดินควงแขนลู่ซีจวี๋เข้ามา
หนุ่มหล่อสาวสวย ดูเข้ากันอย่างลงตัว
แขกรับเชิญมากมายเดินออกมาเอาอกเอาใจพวกเขา ทว่าลู่ซีจวี๋กลับปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด
สันนิษฐานว่าหลังจากกลับมาจากต่างประเทศ ลู่ซีจวี๋ก็ได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของพวกชนชั้นสูง
รูปลักษณ์ที่สง่างามและใบหน้าที่หล่อเหลา ควบคู่ไปกับดวงตาสีฟ้าเข้มคู่งามที่เพิ่มความลึกลับให้กับใบหน้าของเขาเล็กน้อย คอยดึงดูดผู้คนมั่งคั่งมากมายให้เข้ามาหาเขา
นอกจากนี้บริษัทสตีเฟนยังมีอุตสาหกรรมทั้งภายในและภายนอกประเทศ ความแข็งแกร่งของทางองค์กรไม่ได้ด้อยไปกว่ามู่กรุ๊ปกับจิ้นกรุ๊ปเลย
ประกอบกับความจริงที่ว่าลู่ซีจวี๋มักจะมีสีหน้าอ่อนโยนอยู่เสมอ แตกต่างจากมู่อวี๋เฉิงที่เฉยเมย และจิ้นเป่ยเฉิงที่ดูเป็นภัยอันตราย ผู้คนมากมายจึงสลับผลัดเปลี่ยนกันมาเชยชมเขา