พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 121 ทำไมถึงไม่สารภาพรัก
ตอนที่ 121
ทำไมถึงไม่สารภาพรัก
คนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กนั่งอยู่บนพรมภายใต้แสงสีเหลืองอันอบอุ่น
คนทั้งสองถือจอยบังคับเกมไว้ในมือ นั่งหลังตรงจดจ่ออยู่กับหน้าจอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับขึ้นมาจากชั้นล่างและมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
“คุณลุงสุดหล่อ ตรงนั้นมีกับดัก!” เสี่ยวเป่ารีบร้องอุทาน
มู่อวี้เฉิงยกยิ้มมุมปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความสบายใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าพวกเขากำลังจะจดจ่ออยู่กับเกมและไม่สนใจผู้คนรอบข้าง จึงเดินเข้าไปนั่งดูพวกเขาเล่นเกม
มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเธอจากหางตา มุมปากจึงยกขึ้นสูงกว่าเดิม
ทั้งสองเล่นเกมต่อสู้กันอยู่นาน จนในที่สุดคำว่า ‘ภารกิจเสร็จสิ้น’ ก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
“ผ่านด่านแล้ว! คุณลุงสุดหล่อเก่งมาก!” เสี่ยวเป่าพูดชมเชยด้วยความตื่นเต้น
มู่อวี้เฉิงยิ้มแย้มเมื่อเห็นว่าเขาดูมีความสุขมาก จนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปลูบผมที่ชี้โด่ชี้เด่ของเขา
แต่ทันใดนั้นเขาก็เหลือบมองนาฬิกาบนผนังและเห็นว่าเข็มชั่วโมงเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กับเลขสิบ
เขาลุกขึ้นยืนและพูดกับเสี่ยวเป่าและถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “ดึกแล้ว ผมต้องขอตัวกลับก่อน”
เสี่ยวเป่าจ้องมองไปทางมู่อวี้เฉิง ไม่เต็มใจจะให้เขากลับไป
“คุณลุงสุดหล่อ หลังจากนี้มาหาเสี่ยวเป่าบ่อย ๆ ได้มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงนั่งยอง ๆ และมองเข้าไปในดวงตาของเสี่ยวเป่า “ได้ แต่ลุงคงต้องถามหม่ามี้หนูก่อน”
มู่อวี้เฉิงพูดและหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวเป่าก็หันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“หม่ามี้ให้คุณลุงสุดหล่อมาหาผมบ่อย ๆ ได้มั้ยฮะ?”
“ไม่ได้หรอก คุณลุงสุดหล่อเขายุ่งมาก ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธโดยไม่คิด
เธอไม่สามารถปล่อยให้เสี่ยวเป่าอยู่กับมู่อวี้เฉิงได้บ่อยนัก เพราะเกรงว่าเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
หากเขาพบว่าเสี่ยวเป่าเป็นลูกชายของเขา ตระกูลจะต้องแย่งชิงตัวลูกชายไปจากเธออย่างแน่นอน!
ไม่มีทาง! เธอแบกรับความเสี่ยงนั้นไม่ไหวหรอก!
“ก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง”
มู่อวี้เฉิงพูดทำลายปัญหาดังกล่าว จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็ง
“หม่ามี้ หม่ามี้ หม่ามี้คนดีที่สุดในโลก จะต้องเห็นด้วยสิ” เสี่ยวเป่าเขย่ามือถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เป็นประกาย น่ารักอย่างยิ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงกังวลใจเล็กน้อยจึงเม้มปากเบา ๆ
เธอมีเรื่องกังวลใจ!
ทว่าเสี่ยวเป่าไม่รู้เอาแต่เอื้อมมือออกมาจับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “หม่ามี้ สัญญากับผมสิ เสี่ยวเป่าชอบเล่นกับคุณลุงสุดหล่อจริง ๆ นะ สัญญากับเสี่ยวเป่าหน่อยได้มั้ย เสี่ยวเป่าสัญญาว่าหลังจากนี้จะเป็นเด็กดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดทนมองดูสายตาที่คาดหวังของ เสี่ยวเป่าไม่ไหว
เด็กคนนี้มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เธอลำบากใจ…
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กัดฟันตอบตกลง
“เยี่ยมมาก! ผมรู้ว่าหม่ามี้แสนดีที่สุด! หม่ามี้เป็นหม่ามี้ที่ดีที่สุดในโลกเลย!”
เสี่ยวเป่ากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“เอาล่ะเสี่ยวเป่าตอนนี้เข้านอนได้แล้ว เดี๋ยวคุณลุงสุดหล่อมาหาใหม่ได้มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงหยิบเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนโต๊ะขึ้นมาและกล่าวอำลากับเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าพยักหน้าตอบ “ฮะ”
“คุณก็รีบเข้านอนล่ะ” มู่อวี้เฉิงเหลือบมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป
เสี่ยวเป่าเฝ้าดูแผ่นหลังของเขาหายออกไปจากประตูบ้านด้วยความไม่เต็มใจ
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบังเอิญเจอลู่ซีจวี๋ที่บริษัท
“รุ่นพี่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นฝ่ายทักทายก่อน แล้วจึงถามต่อว่า “วันนี้มาตรวจงานเหรอคะ?”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เป็นเหมือนหนามแหลมคมที่ทิ่มแทงอยู่ในลำคอของลู่ซีจวี๋
ด้วยเหตุนี้ลู่ซีจวี๋จึงมาดักรอถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่บริษัทตั้งแต่เช้าตรู่
“ไม่ใช่ ฉันมาหาเธอเหมี่ยวเหมี่ยว” ดวงตาสีฟ้าเข้มจับจ้องไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เขาหรี่ตาลงเพื่อปกปิดอารมณ์ที่ปะทุอยู่ในดวงตา และพูดต่อ “ฉันขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้นะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือราวกับว่าเธอไม่ได้สนใจเรื่องเมื่อคืนนี้
ทว่าหลังจากนั้นเธอกลับคิดอะไรยางอย่างออก “ถ้าพี่อยากจะใช้ฉันเป็นเกราะกำบัง พี่ก็ควรจะบอกฉันตั้งแต่เนิ่น ๆ สิคะ ฉันจะได้ร่วมมือกับพี่ถูก”
“อืม” ลู่ซีจวี๋ตอบรับ ขณะที่รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเศร้าโศก
หลังจากลู่ซีจวี๋ตอบรับแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับไปที่ห้องทำงาน
ลู่ซีจวี๋ยืนยิ้มให้เธอจากทางด้านหลัง ทว่าภายในใจความเต็มไปด้วยความขมขื่น
เขาไม่ได้ต้องการใช้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกราะกำบัง เขาต้องการให้เธอเป็นแฟนของเขาจริง ๆ
เขาต้องการใช้โอกาสนี้ทดสอบปฏิกิริยาของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพาเธอไปร่วมอาหารเย็นด้วย
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเข้าใจผิด และมู่อวี้เฉิงยังได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้
เมื่อนึกถึงมู่อวี้เฉิง ความเหน็บหนาวก็พุ่งเข้ามาในใจ
เยี่ยชวงที่ยืนอยู่ด้านข้างสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลู่ซีจวี๋เป็นอย่างดี
หลังจากที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปแล้ว เยี่ยชวงก็ก้าวไปข้างหน้า “ท่านประธาน ทำไมไม่สารภาพรักคุณเหมี่ยวเหมี่ยว ตรง ๆ ไปเลยล่ะคะ?”
ลู่ซีจวี๋ไม่ตอบหลังจากได้ยินคำถามของเยี่ยชวง
เหตุผลที่เขาไม่ต้องการแสดงความรู้สึกต่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยตรง เพราะเกรงกลัวว่าการทำแบบนั้นจะทำให้เธอหวาดกลัว
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบมาตลอด แต่การปรากฏตัวของมู่อวี้เฉิงกลับทำให้เขากังวล
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าหากเขาไม่ทำอะไรเลย เขาอาจจะเสียเธอไปจริง ๆ
เยี่ยชวงมองดูใบหน้าของเจ้านายที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล แต่แล้วความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอ
เธอรีบเสนอความคิดทันที “ตอนนี้คุณเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังยุ่งอยู่กับการทำโครงการค่ะ โครงการนี้เป็นของบริษัทต่างชาติ พวกเขาต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศ มีแผนการจะสร้างสวนสนุกขนาดยักษ์ ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ขั้นตอนการประมูล ถ้าบริษัทไหนออกแบบตรงใจก็มีสิทธิ์จะได้เข้าร่วมก่อสร้างโครงการสวนสนุกร่วมกันค่ะ”
“บริษัทที่ว่าคือเคเอ็นกรุ๊ปเป็นเครือบริษัทเก่าแก่ในยุโรป คุณเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเข้าร่วมการประมูลด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริษัทในประเทศอีกหลายแห่งที่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ ได้แก่ มู่กรุ๊ปกับจิ้นกรุ๊ป”
ลู่ซีจวี๋ตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นจึงหรี่ตาลงราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เยี่ยชวงเห็นว่าเขากำลังฟังอยู่จึงพูดต่อ “ท่านประธาน ฉันว่านี่คือโอกาสดีที่คุณกับคุณเหมี่ยวเหมี่ยวจะได้ทำงานร่วมกันนะคะ เพราะในโลกธุรกิจแห่งนี้มีแค่ท่านประธานกับ คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้นที่อยู่ในจุดเดียวกัน ส่วนมู่อวี้เฉิงก็เป็นได้แค่คู่แข่งเท่านั้นแหละค่ะ”
ลู่ซีจวี๋คิดพิจารณาและพบว่าคำพูดของเยี่ยชวงสมเหตุสมผล
เขาหันหลังกลับและเดินยิ้มเข้าไปในห้องทำงานของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ฉันได้ยินมาว่าเธออยากจะเข้าร่วมโครงการประมูลของเคเอ็นกรุ๊ปเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นจริงจังต่อหน้าที่การงาน จึงพยักหน้าทันทีที่ได้ยินลู่ซีจวี๋ถาม
เธอรีบเสนอความคิดกับลู่ซีจวี๋ว่า “ฉันอยากให้นักออกแบบทุกคนในบริษัทมีส่วนร่วมในครั้งนี้ค่ะ จากนั้นเราค่อยมาดูกันว่าผลงานของใครโดดเด่นแล้วค่อยนำผลงานชิ้นนั้นไปร่วมการประมูล”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วและหยุดพูดชั่วคราว “แต่ว่าฝั่งตรงข้ามมีทั้งมู่กรุ๊ปและจิ้นกรุ๊ป เพราะฉะนั้นฉันเกรงว่ามันคงจะเป็นแค่หวังลม ๆ แล้ง ๆ น่ะค่ะ”
ดวงตาของลู่ซีจวี๋โค้งลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเธอกล่าวว่า มู่กรุ๊ปของมู่อวี้เฉิงเป็นเพียงคู่แข่ง
เขาตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ ว่า “ทำให้ดีที่สุดก็พอ เดี๋ยวฉันช่วยเธอเอง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าลู่ซีจวี๋จะช่วยเหลือเธอ เธอจึงยิ้มกว้างและตอบตกลงทันที