พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 120 หนทางยังอีกยาวไกล
ตอนที่ 120
หนทางยังอีกยาวไกล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหายใจหอบเล็กน้อยหลังจากมู่อวี้เฉิงผละออก ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ดูเย้ายวน
สมองกลายเป็นสีขาวโพลนจนพูดอะไรไม่ออกไปสักพัก
แต่หลังจากได้สติกลับคืนมา เธอก็หวนนึกถึงคำพูดของฝ่ายชาย ใบหน้าที่แดงระเรื่อค่อย ๆ แดงก่ำขึ้นเพราะความขุ่นเคือง
“ฉันเคยหลายใจซะที่ไหน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธจัด จ้องเขม็งไปทางเขา “อีกอย่างทำไมคุณจะต้องมาห่วงใยฉันด้วย? ตอนนี้ฉันเป็นโสดแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาลงโทษฉัน?”
มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปากบางเบา ๆ และขึ้นเสียงใส่ “ถ้าคุณพูดแบบนี้อีกผมจะจูบคุณอีกครั้ง”
น้ำเสียงคุกคามของเขาทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจกลัวจนพูดไม่ออก
เธอรีบปิดปากเงียบและจ้องมองเขาอย่างหวาดระแวง
เกรงกลัวว่าเธอเผลอหลุดพูด มู่อวี้เฉิงจะจูบเธออีก
มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปากแล้วคลี่ยิ้ม เขาพึงพอใจกับท่าทางของเธอมาก
“ขับไปที่ฉางหรานจู” เขาสั่งการคนขับรถที่อยู่ด้านหน้าอย่างใจเย็น
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะสงบมาก แต่ผู้ฟังกลับสามารถรับรู้ได้ว่าเขากำลังอารมณ์ดี
คนขับรถที่เพิ่งรับบทคนโสดเดียวดายรีบเหยียบขันเร่งมุ่งหน้าไปยังฉางหรานจู
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบถามไถ่เมื่อได้ยินว่าเขาไม่ได้มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของเธอ “คุณพาฉันไปที่นั่นทำไมคะ?”
“กินข้าว” มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วขึ้นและพูดแกมออกคำสั่ง “ตอนแรกผมเชิญลูกค้ามากินข้าวเย็นที่นั่น แต่เพราะคุณผมถึงต้องทิ้งงานมา เพราะฉะนั้นคุณจะต้องกินข้าวเย็นเป็นการชดเชยให้ผม”
แม้จะเคยเห็นคนไร้ยางอาย แต่กลับไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายเท่านี้มาก่อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออก
“แล้วยังไง? ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันเป็นปัญหาของคุณ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางมือลงและโต้เถียงกลับ
เธอไม่ได้บีบบังคับให้เขาทิ้งงานมาสักหน่อย!
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอด้วยสายตาข่มขู่และไม่ได้พูดอะไรอีก
ราวกับบอกว่าเธออกตัญญูมากแค่ไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดพูดและเขยิบมาชิดประตูรถมากขึ้น เธอไม่ต้องการพูดคุยกับมู่อวี้เฉิงอีกต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน รถยนต์ก็ขับมาถึงฉางหรานจู
ภัตตาคารอาหารจีนแห่งนี้เก่าแก่มาก มีชื่อเสียงด้านสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ร่มรื่น และอาหารที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์เฉกเช่นเดียวกับชื่อร้าน ทำให้แขกทั้งหลายรู้สึกผ่อนคลาย
หลังจากที่รถยนต์หยุดลง มู่อวี้เฉิงก็ลงจากรถก่อน
เขาเดินไปเปิดประตูรถให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเอื้อมมือออกไปช่วยเธอลงจากรถอย่างสุภาพ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงอารมณ์เสีย แต่เธอรู้ดีว่าการต่อต้านเขาจะไม่ส่งผลดีอะไรนอกเสียจากความอับอาย
เธอลงจากรถและตามมู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัวที่จองเอาไว้ก่อนหน้านี้
หลังจากที่ทั้งสองนั่งลง มู่อวี้เฉิงก็หยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหารอีกหลายจาน
หลังจากพิจารณาจากอาหารที่สั่งมาแล้ว อาหารส่วนใหญ่ล้วนมีรสชาติคล้ายคลึงกับอาหารที่พวกเขาทั้งสี่คนเคยไปกินกันมาก่อน
หนึ่งในนั้นคือซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชื่นชอบ และอาหารอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกับลู่ซีจวี๋สั่งให้เธอในวันนั้น
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แตะตะเกียบแม้แต่น้อยจึงเมินเฉยและก้มหน้าก้มตากินต่อ
หลังจากนั้นไม่นาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มรู้สึกหิวเล็กน้อย
ทว่าบรรยากาศระหว่างมื้ออาหารช่างน่าหดหู่จนทำให้เธอไม่อยากอาหาร และรู้สึกว่าอาหารจะไม่ย่อย
ถึงอย่างนั้นมู่อวี้เฉิงกลับสั่งอาหารจานโปรดของเธอมาด้วย
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้วางท่าทางเกรงใจมู่อวี้เฉิงอีกต่อไป มือเล็กหยิบชามกับตะเกียบขึ้นมาก้มหน้าก้มตากินข้าวกับเขา
มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ เมื่อเห็นว่าในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวคว้าตะเกียบขึ้นมาคีบอาหาร
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ มู่อวี้เฉิงก็มาส่งเธอที่บ้าน
ทั้งสองลงจากรถและบังเอิญเห็นเสี่ยวเป่ากำลังวิ่งเล่นอยู่ข้างล่าง ข้างกายมีแม่ซุนที่กำลังจะเตรียมพาเขากลับขึ้นไปข้างบน
เสี่ยวเป่ามีความสุขมากที่ได้เจอมู่อวี้เฉิง รีบปล่อยมือแม่ซุนแล้ววิ่งเข้ามาหาเขา
“วิ่งช้า ๆ หน่อย!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเขามากจนร้องตะโกนออกไป
“หม่ามี้กลับมาแล้ว” เสี่ยวเป่ายิ้มกว้างและหันไปพูดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จากนั้นเขาก็หันไปหามู่อวี้เฉิง ดวงตาทั้งสองข้างแวววาวขึ้นก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเขยื้อนเล็กน้อย “คุณลุงสุดหล่อ ไม่ได้มาหาเสี่ยวเป่าหลายวันเลยนะ วันนี้อยู่ต่ออีกหน่อยแล้วมาเล่นเกมกับเสี่ยวเป่าได้มั้ย?”
เสี่ยวเป่าไม่รอคำตอบจามมู่อวี้เฉิง รีบชิงพูดด้วยท่าทางน่าสงสาร “สองวันแล้วยังไม่ผ่านด่านเลย คุณลุงสุดหล่อช่วยผมหน่อยได้มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงรู้สึกใจละลายเมื่อมองดูท่าทางของคนตัวเล็ก
“ได้สิ” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเขาด้วยความรักใคร่ และเอื้อมมือออกไปลูบหัวเขาเบา ๆ
เสี่ยวเป่ายิ้มกว้างมีความสุขขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเขาตอบตกลงคำเชิญชวนของตนเอง “จริงเหรอฮะ? คุณลุงสุดหล่อไปเล่นเกมกันเถอะ”
เขารีบยื่นมือออกไปคว้ามือของมู่อวี้เฉิงแล้วดึงเข้าบ้าน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่ได้พูดออกไป
มู่อวี้เฉิงตอบตกลงเร็วมากจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีเวลาได้ปฏิเสธ
ตอนนี้เธอทำได้เพียงเฝ้าดูเขาบุกเข้าไปในบ้านเท่านั้น
…
เดิมทีลู่ซีจวี๋ต้องการไล่ตามหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ถูก มู่อวี้เฉิงพาตัวไป
แต่ทันทีที่เขาลุกขึ้น ผู้เฒ่าลู่ก็หยุดเอาไว้
เนื่องจากต้องรักษาหน้าตา ลู่ซีจวี๋จึงจำใจอยู่ต่อ
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ลู่ซีจวี๋ก็หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาและกล่าวคำอำลา
ด้วยเหตุนี้ผู้เฒ่าลู่จึงกล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้ยังไม่มืดเลย ซีจวี๋ก็ออกไปเดินเล่นกับอวี่โหรวหน่อยสิ”
น้ำเสียงฟังดูน่าเกรงขามจนไม่อาจปฏิเสธได้
อินอวี่โหรวยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าลู่ “ขอบคุณค่ะคุณปู่ลู่!”
เธอพูดและหันหน้าไปคล้องแขนลู่ซีจวี๋
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องอาหารส่วนตัวไป
ลู่ซีจวี๋ไม่ชอบที่เธอแตะเนื้อต้องตัวเขาและไม่อยากไปเดินเล่นกับเธอ
ถึงอย่างนั้นใบหน้ากลับยังยิ้มแย้มตามแบบฉบับของสุภาพบุรุษ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา
“ถ้าไม่อยากไปเดินเล่นกับฉันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ไม่เห็นต้องแสร้งทำเป็นเต็มใจเลย”
อินอวี่โหรวสังเกตท่าทางและเดินเข้ามาดักตรงหน้า
เมื่อลู่ซีจวี๋เห็นว่าถูกจับได้แล้วจึงเลิกทำเป็นเสแสร้งและพูดตรง ๆ “คุณหนูอิน เราเป็นคนฉลาด ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าผมไม่ได้สนใจคุณก็มาทำเรื่องให้มันชัดเจนเถอะครับ คุณหนูอินเป็นคนที่เก่งมาก แต่ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราเป็นเพื่อนกันได้นะครับ แต่ถ้าให้เป็นมากกว่านั้นคงไม่ได้”
อินอวี่โหรวไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองกับคำพูดตรงไปตรงมาของเขาเลยสักนิด นอกจากนี้ยังรู้สึกสนใจมากขึ้น “เพราะ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหรอ?”
ลู่ซีจวี๋พยักหน้าโดยไม่ลังเล
เขาคิดว่าด้วยเหตุนี้อินอวี่โหรวจะยอมแพ้แต่โดยดี
แต่กลับไม่คาดคิดว่าอินอวี่โหรวจะยิ้มหวานและพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ”
เธอพูดขณะที่ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
คู่รักจำนวนมากก็เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?
ตราบใดที่เธอสามารถเป็นเพื่อนกับลู่ซีจวี๋ได้ เธอจะใช้ช่วงนี้ทำให้เขาตกหลุมรักเธอ
หนทางของพวกเขายังอีกยาวไกล!