พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 119 ใครใช้ให้เธอกล้าหาญ
ตอนที่ 119
ใครใช้ให้เธอกล้าหาญ
มู่อวี้เฉิงเม้มปากเล็กน้อยและพูดบอกด้วยน้ำเสียงเคารพ “คุณปู่ลู่ พอดีผมเห็นคู่หมั้นตัวเองอยู่ในห้องนี้ถึงได้แวะเข้ามาทักทายน่ะครับ”
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋มืดมนลงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ขยันตามมาหลอกหลอนจริง ๆ! ลู่ซีจวี๋คิดในใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหงื่อไหลพราก พรางคิดในใจว่าทำไมถึงมีผู้ก่อเหตุมาเพิ่มอีกคน
คู่หมั้นของเขา? เป็นแฟนกับลู่ซีจวี๋ไม่ใช่เหรอ?
อินอวี่โหรวขมวดคิ้วรู้สึกสับสนเมื่อได้ยินคำพูดของ มู่อวี้เฉิง จากนั้นจึงส่งสายถามมู่อวี้เฉิง “คู่หมั้นของคุณเหรอคะ? เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่?”
“คุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคู่หมั้นของผมครับ” มู่อวี้เฉิงตอบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธเคืองเมื่อได้ยินมู่อวี้เฉิงพูดย้ำว่าเธอเป็นคู่หมั้นของเขา เธอพยายามส่งสายตาให้มู่อวี้เฉิงหยุดพูดจาเหลวไหล
ตามที่ตกลงเอาไว้ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทางทั้งสองได้จบลงไปนานแล้ว
อินอวี่โหรวอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ “แต่คุณลู่เพิ่งบอกก่อนหน้านี้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแฟนของเขา! พวกคุณทั้งสองโกหกกันเหรอคะ”
เธอพูดและกวาดสายตามองทั้งสามคน
ใบหน้าของผู้เฒ่าอินบึ้งตึงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหลานสาว
อินอวี่โหรวเป็นถึงคุณหนูแห่งตระกูลอิน และผู้เฒ่าลู่เองก็เป็นผู้ริเริ่มแนะนำให้เขาพาเธอออกมารับประทานอาหารกับ ลู่ซีจวี๋
แต่นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะพาคนมาแสร้งทำเป็นว่าตนเองมีแฟนแล้วเพื่อมาหลอกลวงพวกเขา
ดวงตาลุ่มลึกของมู่อวี้เฉิงจ้องมองไปทางลู่ซีจวี๋ เขาพยายามปิดซ่อนความโกรธเคืองในดวงตาโดยที่ใบหน้ายังคง คลี่ยิ้มอยู่
“คุณลู่แบบนี้มันไม่ถูกนะครับ เธอเป็นคู่หมั้นของผมตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้วแล้ว คุณลู่มาแย่งชิงคู่หมั้นผมไปเป็นแฟนแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ”
ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้วและโต้ตอบด้วยความรำคาญ “คุณมู่ก็พูดได้สิครับ เรื่องมันก็ห้าปีมาแล้วนะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่อวี้เฉิงชัดเจนขึ้น และคำพูดยังคงหนักแน่น “เมื่อห้าปีที่แล้วเธอเป็นคู่หมั้นของผม และตอนนี้เธอก็ยังเป็นอยู่ครับ”
ดวงตาสีนิลของมู่อวี้เฉิงกำลังจ้องมองดวงตาสีฟ้าเข้มของลู่ซีจวี๋ ทั้งสองจ้องมองหน้ากันอย่างยั่วยุ
รังสีที่มองไม่เห็นแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของทั้งสองคน
อินอวี่โหรวพบว่ามู่อวี้เฉิงพูดความจริง และ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เป็นคู่หมั้นของเขาจริง ๆ
ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ใช่แฟนสาวของลู่ซีจวี๋
ผู้ชายคนนี้พยายามหลีกเลี่ยงการนัดดูตัวกับเธอใช่ไหม?
น่าสนใจ! น่าสนใจจริง ๆ!
เธอเม้มริมฝีปาก ยิ้มหวานแต่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย “หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือคุณลู่เป็นโสดใช่มั้ยคะ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยังพอมีโอกาสใช่มั้ย?”
ลู่ซีจวี๋ตกตะลึง จ้องมองใบหน้าเธออย่างไม่เชื่อสายตา
ทว่าดวงตาของอินอวี่โหรวกลับเป็นประกาย แสดงให้เห็นว่าเธอสนใจเขามาก
มู่อวี้เฉิงมองดูสถานการณ์ตรงหน้าแล้วรู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย
พรางคิดในใจว่าลู่ซีจวี๋คงจะพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเป็นเกราะกำบัง
เขาส่งยิ้มให้กลุ่มคนตรงหน้า “ดูเหมือนว่าถ้าคู่หมั้นผมอยู่ที่นี่ด้วย เธอจะไปบดบังเรื่องดี ๆ ของพวกคุณกันหมด ถ้าเป็นอย่างนั้นผมขอพาเธอกลับออกไปก่อนนะครับ”
พูดจบแล้วเขาก็หันไปมองลู่ซีจวี๋ราวกับผู้ชนะ
เขารู้ดีว่าลู่ซีจวี๋ไม่สามารถออกไปท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ได้
จากนั้นวงแขนยาวจึงเอื้อมออกไปกอดเอวเรียวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ความร้อนบนแขนเสื้อของเขาแผ่กระจายออกจากเนื้อผ้าไปยังผิวหนัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามดิ้นรน ทว่าแขนของ มู่อวี้เฉิงกลับล็อกตัวเธอเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
เธอต้องการจะสะบัดออก แต่มู่อวี้เฉิงกลับจับเธอไว้และกระซิบว่า “อย่าดิ้น”
จากนั้นเขาจึงกล่าวขอโทษผู้เฒ่าลู่ “คุณปู่ลู่ ผมต้องขอโทษที่เข้ามารบกวนมื้ออาหารนะครับ ผมขอพาคู่หมั้นออกไปก่อน”
ผู้เฒ่าลู่พยักหน้าเห็นด้วยกับมู่อวี้เฉิง อันที่จริงเขาต้องการให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบกลับออกไปเสียที
หลังจากนั้นมู่อวี้เฉิงก็พาตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกจากห้องอาหารส่วนตัวไป
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะจากไป ลู่ซีจวี๋รีบลุกพรวดพราดกัดฟันแน่นและพูดเสียงเข้ม “มู่อวี้เฉิง!”
ทว่ามู่อวี้เฉิงไม่สนใจเสียงร้องตะโกนให้หลังของลู่ซีจวี๋ และพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมา
หลังจากทั้งสองออกไป บรรยากาศภายในห้องก็เงียบสงบลงทันที
เหลือทิ้งไว้แต่ลู่ซีจวี๋ที่กำลังนั่งทำหน้ามืดมน ขณะที่ผู้เฒ่าอินกับผู้เฒ่าลู่แสดงสีหน้าว่าไม่เข้าใจอะไรเลย
เว้นเพียงแต่อินอวี่โหรวที่ยังคงจ้องมองลู่ซีจวี๋ด้วยความสนใจ
…
หลังจากออกมาจากห้องอาหารส่วนตัว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผละออกจากวงแขนของมู่อวี้เฉิง และจ้องมองเขาทันที
มู่อวี้เฉิงไม่ได้แสดงท่าทางโกรธเคือง ทว่าดวงตากลับมืดมนลงราวกับว่ากำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่ต้องค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความหมาย “ทำไม? อยากกลับเข้าไปเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพร่ำบ่นในใจ แน่นอนว่าฉันไม่อยากกลับเข้าไป แต่ฉันก็ไม่อยากนั่งรถของคุณเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูด ความโกรธเคืองที่มู่อวี้เฉิงพยายามจะระงับเอาไว้ก็พลุ่งพล่านออกมาทันที
เขาเอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือเธอแล้วเธอกลับออกไป
“ปล่อยฉัน ปล่อย มู่อวี้เฉิง! ฉันเจ็บ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามดิ้นรนจนข้อมือปรากฏรอยแดง
“ผมจะไม่มีวันปล่อย” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแน่วแน่
ทั้งสองคนเดินมาถึงประตูด้านหน้า รอคอยคนขับให้เคลื่อนรถเข้ามาหา
มู่อวี้เฉิงเปิดประตูเบาะหลังและผลักถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไป “วันนี้ผมมีเรื่องที่ต้องจัดการกับคุณ”
มู่อวี้เฉิงตามหลังถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในรถยนต์ เขายิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเคือง
“ออกไปกินข้าวกับผู้ชายอื่นลับหลัง แถมยังมีหน้าไปเจอคนเฒ่าคนแก่อีก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ใครใช้ให้เธอกล้าทำเรื่องพรรค์นี้!”
ถึงแม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะถูกมู่อวี้เฉิงผลักเข้าไปในรถยนต์ ทว่าเธอกลับรู้สึกโล่งใจเมื่อได้กลับเข้ามาในรถยนต์ของเขา
ส่วนคำพูดของมู่อวี้เฉิงนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจเขาเลย
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางเธอแล้วรู้สึกโมโหขึ้นเรื่อย ๆ
เขาดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีนิลและใบหน้ามืดมนกำลังจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างใกล้ชิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกสุนัขหมาป่าจ้องมอง จนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากกระดูกสันหลัง
มู่อวี้เฉิงยกมุมปากขึ้นอย่างชั่วร้าย กัดฟันและพูดว่า “นึกไม่ถึงเลยว่าคุณถงจะสนใจแสดงเป็นแฟนสาวของคนอื่นด้วย หลายใจแบบนี้อยากรู้ผลลัพธ์ที่ตามมามั้ยล่ะ?”
เขาจับกุมข้อมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วผลักเธอเอนกายลงบนเบาะหลัง ก่อนที่จะระดมจูบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ทันได้ตอบโต้หลังจากถูกจูบ เธอตกตะลึงจนริมฝีปากแยกออกจากกันเล็กน้อย ทำให้อีกฝ่ายฉวยโอกาสนี้บุกรุกเข้ามา
จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนแรงของอีกฝ่าย จึงตั้งสติได้ว่าจะต้องดิ้นรน เธอพยายามดีดดิ้นอย่างต่อเนื่องจนมีบางทีที่เผลอกัดปากของมู่อวี้เฉิง
หลังจากสงครามสิ้นสุดลง มู่อวี้เฉิงก็ยกนิ้วขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากที่ถูกเธอกัดอย่างอารมณ์ดี “นี่คือบทลงโทษของคุณ”