พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 118 ช่วยฉันแสดงละครที
ตอนที่ 118
ช่วยฉันแสดงละครที
ตกเย็นจวนใกล้เวลาจะเลิกงาน ลู่ซีจวี๋ก็โทรศัพท์หา ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
โดยบอกเธอว่าเขากำลังรออยู่ที่ชั้นล่าง
หลังเลิกงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นรถไปกับลู่ซีจวี๋ เธอมองดูภาพถนนสองข้างทางที่ไม่คุ้นเคยตรงหน้า
“รุ่นพี่คะ เราจะไปไหนกัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัย
ลู่ซีจวี๋ทำตัวลึกลับมาก ทว่าดวงตาสีฟ้าเข้มกลับกำลังแวววาว “ไปถึงก็รู้เอง แต่เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะสวมชุดสูทมืออาชีพที่ดูเป็นผู้หญิงเก่งและมีความสามารถ
แต่ชุดแต่งกายแบบนี้มันไม่เหมาะสมสำหรับมื้ออาหารค่ำในวันนี้
ลู่ซีจวี๋ชำเลืองมองเสื้อผ้าของเธอจากหางตา
ต้องเปลี่ยนชุดด้วยเหรอ?
เป็นร้านอาหารไฮโซหรือเปล่า?
ทำไมถึงต้องกำหนดการแต่งตัวด้วย?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสนเพราะเขาพูดไม่ละเอียด
“ถึงแล้ว” รถยนต์ของลู่ซีจวี๋เข้ามาจอดหน้าร้านที่มีแสงสว่างจ้า
ที่นี่คือร้านเสริมสวยระดับมืออาชีพ เสื้อผ้าออกแบบทำมือจำนวนมากกำลังเปล่งประกายอยู่ภายใต้เสียงคริสตัลสีขาว
เนื่องจากเสื้อผ้าที่ร้านนี้สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้มากกว่า ความหรูหราจึงเทียบเท่ากับร้านเสริมสวยมืออาชีพไอเอ็มก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่ชิ้นงานมีความประณีตและการตัดเย็บก็เป็นที่หนึ่ง
พนักงานบริการเข้ามาทักทายทันทีที่เข้ามาในร้าน “สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง! ต้องการจัดแต่งทรงผมหรือเสื้อผ้าสั่งตัดทำดีคะ?”
ลู่ซีจวี๋ดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปข้างหน้า “เลือกชุดกับทำทรงผมที่เข้ากับเธอให้หน่อยครับ”
จากนั้นเขาจึงหรี่ตามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวและยิ้มเบา ๆ “ตามพนักงานไปเลือกชุดที่ชอบสิ”
ถึงแม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะยังสับสนอยู่ แต่เธอก็พยักหน้าและเดินตามพนักงานเข้าไป
หลังจากเดินวนรอบ ๆ เธอก็รู้สึกถูกโฉลกกับชุดกระโปรงทรงเอสี่เหลืองอ่อน
กระโปรงตัวนี้ใช้เนื้อผ้าที่ค่อนข้างแข็งแรง มีการปักลวดลายอย่างประณีต แสดงถึงความละเอียดอ่อน
ส่วนบนออกแบบเป็นคอวีเผยให้เห็นลำคอระหง กระโปรงทรงเอด้านล่างถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะเจาะจงด้วยการจับจีบ
แรกเห็นชุดกระโปรงตัวนี้ดูธรรมดา แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับเผยให้เห็นถึงความแปลกใหม่
การออกแบบทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น
หลังจากออกมาจากห้องจัดแต่งทรงผม ดวงตาของลู่ซีจวี๋ก็ฉายแววประหลาดใจ
กระโปรงสั้นสีเหลืองอ่อนขับผิวขาวให้ดูกระจ่างสดใสยิ่งขึ้น คอเรียวยาวดูน่าหลงใหล ผมยาวถูกดัดลอนพาดไปบนไหล่ ดูสง่างามและมีเสน่ห์
“แปลกมั้ยคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นดวงตาของลู่ซีจวี๋ที่มองมาทางเสื้อผ้าของเธอแล้วรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
“ไม่นิ สวยดี” ลู่ซีจวี๋ยิ้มอ่อนโยน ขณะที่ดวงตาเป็นประกาย
หลังจากจัดแต่งทรงผมเสร็จแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็ขับรถพา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่ร้านอาหารทันที
พนักงานบริการเปิดประตูห้องส่วนตัวให้ทั้งสองเดินเข้าไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูคนที่นั่งอยู่ข้างในและตกตะลึงไปชั่วขณะ
คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือคุณปู่ลู่ คุณปู่ของลู่ซีจวี๋ที่เธอเคยพบในงานเลี้ยงเมื่อวันก่อน
นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวทรงเสน่ห์ที่แต่งแต้มใบหน้าจนสวยงาม ถัดจากหญิงสาวมีชายชราเหมือนคุณปู่ของเธอนั่งอยู่ด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยความอับอาย ดวงตาของเธอส่งสัญญาณราวกับกำลังถามว่า ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น’
ลู่ซีจวี๋เข้าใจได้ในทันที ก้มหน้าลงและกระซิบข้างใบหูของเธอ คำพูดที่มีแต่พวกเขาสองคนได้ยินเท่านั้น “ช่วยฉันแสดงละครที”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจได้ในทันทีว่ารุ่นพี่กำลังใช้เธอเป็นเกราะกำบัง!
ตอนนี้เธออยู่บนเรือลำเดียวกับเขาแล้ว ไม่รู้ว่าจะลงไปได้หรือไม่
ลู่ซีจวี๋ไม่รีรอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลง รีบดึงเธอไปยังโต๊ะอาหาร
เขาหรี่ตาลงและโค้งคำนับให้ผู้เฒ่าลู่ “ขอโทษคุณปู่ด้วยครับ ผมมาสายนิดหน่อย”
หลังจากนั้นลู่ซีจวี๋ก็ดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้นั่งลง
บรรยากาศในห้องอาหารส่วนตัวดูอึมครึมมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกราวกับกำลังนั่งทับเข็มหมุดอยู่ เธอไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าเราจะคอยช่วยเหลือกันและกัน แต่นี่มันมากไปหรือเปล่า?
ใบหน้าของผู้เฒ่าลู่บึ้งตึงทันทีเมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว และเขายิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลง
ซีจวี๋ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?
จำต้องรู้ว่าวันนี้นอกจากคุณหนูอินอวี่โหรวแล้วยังผู้เฒ่าอิน ผู้เฒ่าอินเป็นเพื่อนเก่าแก่ของเขามานานนับหลายปี
แต่เจ้าหลานชายตัวดีกลับพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงที่นี่ มันเป็นการตบหน้าเขาไม่ใช่เหรอ!
ผู้เฒ่าอินมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วเผลอขมวดคิ้ว ก่อนจะถามว่า “นั่นใคร?”
ผู้เฒ่าลู่กลัวว่าลู่ซีจวี๋จะพูดไร้สาระจึงรีบพูดตัดหน้า “ลูกน้องของซีจวี๋น่ะ ไม่ใช่คนสำคัญอะไรหรอก”
ลู่ซีจวี๋ขัดจังหวะผู้เฒ่าลู่ด้วยการพูดแนะนำกับผู้เฒ่าอินอย่างสุภาพ “คุณปู่อิน นี่แฟนของผมเองครับ”
ท่าทางสงบเสงี่ยมของผู้เฒ่าอินเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเล็กน้อย
ผู้เฒ่าลู่จ้องมองลู่ซีจวี๋ด้วยแววตาโกรธจัด บ่งบอกว่าไม่เข้าใจในการกระทำของเขาอย่างยิ่ง
อินอวี่โหรวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเขา “คุณปู่ลู่ ในเมื่อคุณลู่มีแฟนอยู่แล้ว มื้อเย็นวันนี้คงไม่จำเป็นแล้วมั้งคะ”
ผู้เฒ่าลู่โกรธจัดทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ไว้หน้า
ลู่ซีจวี๋มองดูคุณปู่ของตนเองที่กำลังโกรธจัด แล้วหวาดกลัวว่าความโกรธเคืองจะส่งผลกระทบต่อถงเหมี่ยวหมี่ยว
ดังนั้นเขาจึงรีบส่งยิ้มสุภาพให้อินอวี่โหรวและพูดว่า “ผมได้ยินจากคุณปู่มานานแล้วว่าคุณหนูอินเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีไหวพริบและอ่อนโยน วันนี้พอมีโอกาสได้มาเจอตัวจริงก็รู้เลยว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ คุณหนูอินเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ควรจะได้เจอกับผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกนะครับ”
“ถ้าคุณมาคบหากับผม ผมก็กลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับคุณ วันนี้ผมทำเรื่องหยาบคายมากจริง ๆ ถึงได้เดินทางมาขอโทษคุณหนูอินถึงที่นี่ และทุกอย่างที่ผมพูดออกไปมันมาจากก้นบึ้งหัวใจจริง ๆ นะครับ”
หลังจากสังเกตเห็นว่าท่าทางของคุณหนูอินเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ลู่ซีจวี๋ก็หันไปมองผู้เฒ่าอินที่กำลังนั่งทำหน้าบึ้งตึง
“คุณปู่ชอบมาเล่าให้ผมฟังว่าคุณปู่อินเป็นคนเก่งน่าเกรงขาม พอวันนี้ได้เห็นก็รู้สึกว่าน่าเกรงขามจริง ๆ ช่วยเมตตากรุณาหลานคนนี้ด้วยนะครับ”
ลู่ซีจวี๋เกลี้ยกล่อมปู่หลานสองคนอย่างไพเราะ
หลังจากอินอวี่โหรวได้รับการชมเชยจากลู่ซีจวี๋แล้ว เธอก็เริ่มสนใจชายหนุ่มรูปงามที่สามารถทำให้เธอมีความสุขได้ในทันที
ผู้เฒ่าอินรู้สึกเสียดายที่ลู่ซีจวี๋หน้าตาดี มีความสามารถและยังสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ชายหนุ่มคนนี้ปากหวานมากราวกับริมฝีปากบางนั้นมีน้ำผึ้งติดอยู่
ทำไมชายหนุ่มผู้เก่งกาจเช่นนี้ถึงได้มีแฟนแล้ว?
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถมาเป็นหลานเขยของตนได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฝ้าดูลู่ซีจวี๋จัดการปู่หลานสองคนจากตระกูลอินตลอดทั้งกระบวนการเงียบ ๆ เธอพยายามทำตัวล่องหนและไม่ส่งเสียงระหว่างรับประทานอาหารด้วยซ้ำ
คืนนี้มู่อวี้เฉิงมีนัดรับประทานอาหารเย็นกับลูกค้าที่ร้านอาหารแห่งนี้เช่นกัน
เขาเดินเข้ามาในส่วนของห้องอาหารส่วนตัว และบังเอิญเห็นว่าประตูห้องอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดอยู่
มู่อวี้เฉิงจดจำถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งอยู่ด้านข้างลู่ซีจวี๋ได้อย่างรวดเร็ว
เขาเคาะประตูและเดินเข้าไปข้างใน “บังเอิญจังนะครับ”
มู่อวี้เฉิงจำผู้เฒ่าลู่ท่ามกลางกลุ่มคนได้ เขาทำความเคารพและพูดทักทาย “สวัสดีครับคุณปู่ลู่”
“คุณมู่ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะ?” ผู้เฒ่าลู่พยักหน้าตอบรับและถามกลับ