พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 117 เอาอกเอาใจเธอ
ตอนที่ 117
เอาอกเอาใจเธอ
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาถึงบ้าน เธอมองรู้นาฬิกาบนผนังและพบว่าเป็นเวลาที่เสี่ยวเป่าเลิกเรียนพอดี
หลังจากนั้นไม่นานเสียงไขกุญแจบ้านก็ดังขึ้น แม่ซุนพาเสี่ยวเป่ากลับมาบ้าน
และมีเยี่ยชวงตามหลังพวกเขาทั้งสองคนมา
“หม่ามี้ กลับมาแล้วเหรอ!” เสี่ยวเป่าประหลาดใจมาก รีบวิ่งเข้ามาราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบผมที่เริ่มยาวแล้วของคนตัวเล็กและตอบรับว่า “อืม วันนี้เลิกเร็วน่ะ”
ทว่าเยี่ยชวงที่อยู่ด้านข้างสังเกตเห็นว่าวันนี้มีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ตอนที่เธอเดินทางกลับมาเธอไม่เห็นรถยนต์ของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวคะ รถล่ะคะ?” เยี่ยชวงมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังพูดคุยกับเสี่ยวเป่าและเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่มั่นใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินคำถามของเธอแล้วทำหน้านิ่งราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เยี่ยชวงจ้องมองมาที่เธอและสังเกตเห็นความแปลกประหลาดเล็กน้อยจึงถามขึ้นอีกครั้ง “คุณเหมี่ยวเหมี่ยว มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางเลือกอื่น จึงส่งเสี่ยวเป่าให้ แม่ซุนดูแลและพาเยี่ยชวงออกไปพูดคุยข้างนอก
เธอเล่าเรื่องราวช่วงบ่ายที่เกิดขึ้นโดยไม่พลาดสักรายละเอียด
เยี่ยชวงที่กำลังยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดมีสีหน้าบึ้งตึงขึ้น
หลังจากที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจบ สีหน้าของเยี่ยชวงก็ดูจริงจังขึ้น “คุณเหมี่ยวเหมี่ยวบอกว่าวันนี้มีงานตัดริบบิ้นเล็ก ๆ เลยไม่ยอมให้พี่ไปด้วย สุดท้ายก็เกิดเรื่องจนได้ ต่อจากนี้ไปพี่จะต้องติดตามคุณไปทุกที่แล้วล่ะค่ะ”
หากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้มู่อวี้เฉิงเข้ามาป้วนเปี้ยนกับคุณเหมี่ยวเหมี่ยวอีกครั้ง เจ้านายของเธอจะทำอย่างไร!
ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรือภารกิจเพื่อเจ้านาย เยี่ยชวงตัดสินใจว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะคอยติดตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกฝีก้าว
…
หลังจากรับรู้เรื่องดังกล่าว เยี่ยชวงรีบรายงานให้ ลู่ซีจวี๋ทราบทันที
เมื่อได้ยินว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกโจมตี ลู่ซีจวี๋ตำหนิ เยี่ยชวงก่อน จากนั้นจึงถามไถ่ถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถึงแม้เยี่ยชวงจะบอกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เป็นอะไร แต่ลู่ซีจวี๋ก็ยังกังวลเล็กน้อย
ตกเย็น ลู่ซีจวี๋ตรงไปที่บ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉันได้ยินมาจากเยี่ยชวงว่าวันนี้เธอถูกลอบทำร้าย เป็นอะไรหรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋ถามอย่างกังวล และจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนจะถอนหายใจเมื่อพบว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ จริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและพูดอย่างสบาย ๆ “รุ่นพี่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ”
“ฉันได้ยินเยี่ยชวงบอกว่าที่เธอถูกลอบทำร้ายวันนี้เพราะว่าอยู่กับมู่อวี้เฉิง เรื่องจริงหรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋ถามแล้วขมวดคิ้ว
เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่กับมู่อวี้เฉิง เธอจะต้องได้รับอันตรายทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงวันเกิดครั้งก่อนหรือการลอบทำร้ายในครั้งนี้
ลู่ซีจวี๋ไม่รีรอให้เธอตอบและพูดเตือนว่า “อยู่กับเขามันอันตรายเกินไป เหมี่ยวเหมี่ยวเธอต้องอยู่ให้ห่างจากเขานะ เข้าใจมั้ย?”
“รุ่นพี่คะพูดเกินจริงไปแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปริปากพูดและยิ้มเบา ๆ
จากนั้นจึงเธอพยายามพูดปกป้องมู่อวี้เฉิง “อีกอย่างวันนี้มู่อวี้เฉิงเป็นคนปกป้องฉันค่ะ ไม่ยอมให้ฉันได้รับบาดเจ็บเลย”
ลู่ซีจวี๋เงียบลงหลังจากได้ยินคำพูดดังกล่าว สีหน้าของเขาดูสงบแต่ภายในใจกลับดำดิ่งลง
สายตาลึกซึ้งจ้องมองลึกเข้าไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้เธอแยกแยะความรู้สึกของเขาไม่ออก
การเดินทางกลับมาเยี่ยมเมืองจีนในครั้งนี้ เขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้นานมากนักและจะต้องเดินทางกลับไปที่ต่างประเทศอีกครั้ง
สำนักงานใหญ่ของสตีเฟนกรุ๊ปยังคงรอคอยให้เขากลับไปรับหน้าที่ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาที่ประเทศจีนอีก
แม้ตัวเขาจากไปแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงอยู่ในเมืองจีน มู่อวี้เฉิงยิ่งเป็นคนไร้ยางอายอยู่ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ทั้งสองจะพัฒนาไปถึงขั้นไหน
ยิ่งลู่ซีจวี๋ตระหนักถึงเรื่องนี้มาเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากยอมแพ้ต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากเท่านั้น
เขาพยายามคิดใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด โดยการตัดสินใจจะตามจีบถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนที่จะเดินทางกลับต่างประเทศ
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋เล่นกับเสี่ยวเป่ามาสักพักหนึ่ง จากนั้นจึงขอตัวกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลลู่
…
แสงไฟในคฤหาสน์สว่างไสว ท่านผู้เฒ่าลู่กำลังนั่งรอ ลู่ซีจวี๋อยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นเงียบ ๆ
หลังจากรอคอยจนกระทั่งเขากลับมา ผู้เฒ่าลู่ก็ควักมือเรียกเขา
ลู่ซีจวี๋เห็นจึงเดินเข้าไปหาด้วยความเคารพ “คุณปู่ ทำไมวันนี้ถึงมานั่งรอผมล่ะครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
“ซีจวี๋ แกไม่ใช่เด็กแล้วนะ ถึงเวลามีแฟนได้แล้ว” ผู้เฒ่าลู่ค่อย ๆ พูดขึ้น ดวงตาเฉียบคมส่องประกายอยู่บนใบหน้าที่เหี่ยวย่น
ดวงตาของลู่ซีจวี๋เป็นประกายเมื่อได้ยินคำพูดของคุณปู่ “คุณปู่ ผมมีคนที่ชอบแล้วครับ เธอ…”
“ฉันให้คนไปตามสืบเรื่องแม่หนูในงานเลี้ยงวันนั้นมาแล้ว ชื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช่มั้ย” ผู้เฒ่าลู่รู้ดีว่าเขากำลังจะพูดอะไร จึงรีบขัดจังหวะ
“เธอเคยหมั้นกับคนอื่นไปแล้ว แถมยังหนีงานหมั้นมาอีก ตอนนี้เป็นม่ายมีลูกชายติด เธอไม่เหมาะกับแก ไม่เหมาะกับตระกูลลู่” ผู้เฒ่าลู่พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไร้ความสุขโดนสิ้นเชิง เขาไม่ปลาบปลื้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างมาก
ต่อมา ผู้เฒ่าลู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูดีขึ้นเล็กน้อย “ปู่เพิ่งรู้จักกับแม่หนูคนหนึ่ง เธอเป็นลูกหลานเพื่อนปู่อีกที ดูดี มีชาติตระกูลมีการศึกษา วางตัวเรียบร้อย เหมาะสมกับแกมาก”
“คืนพรุ่งนี้แวะมากินข้าวด้วยล่ะ”
“คุณปู่ ผมไม่ว่างหรอกครับ” ลู่ซีจวี๋รีบปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด
“ใช้เวลาแป๊บเดียว ถ้าแกไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าวแล้วจะไปบริหารบริษัทที่ต่างประเทศได้ยังไง?” ผู้เฒ่าลู่ทำหน้าเข้ม น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้
ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้วและปฏิเสธเขาอีกครั้งด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
“คุณปู่ ผมไม่มีเวลา ไม่อยากไปจริง ๆ ครับ”
“พรุ่งนี้ฉันจะส่งเวลากับสถานที่ไปให้ อย่าสายล่ะ”
ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าลู่จะทนดูการปฏิเสธของเขาไม่ไหวจึงรีบเดินขึ้นไปที่ชั้นบน
…
ณ สตีเฟนกรุ๊ปในเช้าวันต่อมา
ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงบริษัท ลู่ซีจวี๋ก็เข้ามาเคาะประตูห้องทำงานของเธอ
“เชิญค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับเบา ๆ
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับต้องประหลาดใจเมื่อเห็นคนที่เปิดประตูเข้ามา “รุ่นพี่ ทำไมถึงแวะมาที่นี่ได้คะ?”
ลู่ซีจวี๋ยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าเข้มกลายเป็นสระอิ “คืนนี้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย?”
“ได้ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับทันที
จากนั้นเธอจึงหรี่ตามองลู่ซีจวี๋อ “เห็นที่ต่างประเทศท่านประธานลู่ยุ่งมาก ทำไมกลับมาที่จีนแล้วไม่อะไรทำเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดเป็นกันเองของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ดวงตาของลู่ซีจวี๋ก็ยิ่งโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยวมากขึ้น
เขากางมือออกแสร้งทำเป็นพูดอะไรไม่ออก “อยู่นี่ฉันก็ยุ่งมากนะ…”
หลังจากพูดลากยาว เขาก็ขยิบตาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ตัวอย่างเช่น เอาอกเอาใจเธอ เลี้ยงอาหารเธอไง”
ลู่ซีจวี๋พูดประโยคดังกล่าว ทั้งที่ในใจยังคงคาดหวังอยู่เล็กน้อย
หวังว่าเธอจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อเห็นเขามีปฏิกิริยาแบบนั้น
ถึงอย่างนั้นเธอไม่ได้เก็บเอาคำพูดของลู่ซีจวี๋มากใส่ใจ และคิดว่าเขาแค่ล้อเล่น