พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 116 ไม่ต้องขอบคุณฉัน ขอบคุณเธอ
ตอนที่ 116
ไม่ต้องขอบคุณฉัน ขอบคุณเธอ
รถยนต์คันสีดำหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าใบหน้าของมู่อวี้เฉิงกลับบึ้งตึงเป็นอย่างมาก
เขาจ้องมองทางที่รถยนต์แล่นจากไปด้วยสีหน้ามืดมน มืดมนเสียจนน่าสะพรึงกลัว
นัยน์ตาลุ่มลึกดูโหดเหี้ยม ร่างกายเต็มไปด้วยบรรยากาศที่กดต่ำ
เลือดสีแดงสดยังคงไหลออกมาจากบาดแผลของลู่หมิง จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มวิตกกังวล
เธอเหลือบมองด้วยความประหม่า และเห็นว่าเขายังคงยืนนิ่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดประตูลงจากรถ เดินเข้าไปหา มู่อวี้เฉิงและพูดอย่างเหลืออด “มู่อวี้เฉิง ตอนนี้อย่าเพิ่งมัวมาคิดเรื่องคนพวกนั้นเลย รีบพาลู่หมิงไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ!”
“คุณไปขับรถ เดี๋ยวฉันจะพันแผลห้ามเลือดให้เขา”
หลังจากได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มู่อวี้เฉิงเหลือบมองมือของลู่หมิงแล้วพยักหน้า
ภายในใจคิดว่าไม่ได้เจอหน้าเธอมาหลายวันแล้ว และเธอดูจะกล้าหาญมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้ยังกล้าออกคำสั่งกับเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเธอต้องการพันแผลให้ลู่หมิง ทั้งที่เขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติดี ๆ แบบนี้มาก่อน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงก็มืดมนลงเล็กน้อย
แต่เนื่องจากแขนของลู่หมิงมีเลือดออกมาก เขาจึงต้องขับรถไปโรงพยาบาลก่อน
หลังจากมู่อวี้เฉิงเดินมาขึ้นรถ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลู่หมิงก็ตามหลังมา
“คุณถงไม่เป็นไรครับ ผมทำเองได้”
ลู่หมิงเหลือบมองสีหน้ามืดมนและท่าทางไม่สบอารมณ์ของท่านประธาน จากนั้นจึงยิ้มเหยเกให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ร่างกายของเขากำลังแสดงท่าทางต่อต้าน สายตาบ่งบอกว่า ‘อย่ามาแตะต้องตัวผม’
เขาจะกล้าให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาพันแผลให้ได้อย่างไร เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
“ไม่ค่ะ คุณจะพันแผลเองได้ยังไง มานี่ค่ะฉันช่วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
“คุณถงไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ” ลู่หมิงปฏิเสธอีกครั้ง
ทุกครั้งที่พวกเขาพูดคุยกัน สีหน้าของมู่อวี้เฉิงจะเข้มขึ้นเสมอ
ลู่หมิงพบว่าการที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพันแผลให้เขามันเป็นภาระทางจิตใจของเขาเหลือเกิน
ส่วนท่านประธานที่นั่งขับรถอยู่ด้านหน้าก็ทำหน้าดำหน้าแดงอย่างข้าวก้นหม้อ น่าหวาดกลัวชะมัด
“คุณยังเจ็บอยู่อยู่นิ่ง ๆ สิคะ อย่าขยับไปไหน เดี๋ยวฉันพันแผลให้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกขณะเริ่มพันแผลโดยไม่สนใจท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงเมื่อเห็นว่าเลือดไม่ยอมหยุดไหล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความตั้งใจสูงมาก จนเม็ดเหงื่อผุดออกมาบนหน้าผากของลู่หมิง
เขาเหลือบมองท่านประธานเงียบ ๆ และเห็นว่าแม้ใบหน้าจะดูมืดมน แต่กลับไม่ได้แสดงท่าทางหรือพูดอะไรออกมา เขาจึงรู้สึกโล่งใจขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล
หลังลู่หมิงถูกนำตัวไปรักษาบาดแผลในโรงพยาบาล ก็เหลือเพียงมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวสองคน
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนเริ่มทยอยเข้ามา
“สวัสดีครับคุณมู่ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีซีเจียว ไม่ทราบว่าวันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างครับ?”
มู่อวี้เฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับว่าเขากำลังเรียบเรียงคำพูด “ตอนแรกพวกเราไปเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นด้วยกันครับ แต่ระหว่างทางกลับกลับถูกลอบโจมตี พอผู้ช่วยผมล้มพวกคนร้ายได้ ผู้ชายคนหนึ่งที่ต่อสู้เป็นก็เดินถือมีดสั้นพุ่งเข้ามา มีดพลาดไปโดนมือผู้ช่วยผมแล้วมันก็พาอันธพาลพวกนั้นหนีไป”
“คนร้ายมากันประมาณกี่คนครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม
“รวมคนที่แทงเราด้วยก็ประมาณแปดเก้าคนครับ” มู่อวี้เฉิงตอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ข้าง ๆ มู่อวี้เฉิง จึงถามว่า “คุณผู้หญิงคนนี้เป็นใครครับ?”
“เป็นหุ้นส่วนบริษัทเราครับ พอดียางรถของเธอถูกเจาะ พวกเราเลยอาสาไปส่งเธอ” มู่อวี้เฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วตอบรับอย่างใจเย็น
“ยางรถถูกเจาะใช่มั้ยครับ? ถึงแม้ว่าทั้งสองเหตุการณ์จะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่กรณีจงใจเจาะยางรถก็ยังน่าสงสัยอยู่ครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างนั้น
เขาสอบปากคำมู่อวี้เฉิงเพิ่มเติมก่อนจะปิดสมุดบันทึก “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”
“สำหรับพวกคนร้ายที่ลอบโจมตีคุณ พวกเราส่งคนไปตรวจสอบแล้วครับแต่ยังไม่พอเบาะแสอะไร แต่เราจะพยายามค้นหาอย่างเต็มที่ต่อไปครับ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าเพื่อแสดงท่าทางรับทราบ
เขาไม่ต้องการดันทุรังมากจนเกินไป ถึงอย่างนั้นดวงตาของเขากลับมืดมนลงราวกับหุบเหวที่ดูน่าหวาดกลัวอย่างสุดขีด
กลุ่มคนพวกนั้นได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
แต่ในเมื่อคนร้ายหลบหนีไปได้แล้ว มัวกังวลตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เขาจึงหยุดคิดเรื่องนี้ และคิดจะกลับไปวางแผนทีหลัง
“คุณเป็นยังไงบ้าง?” มู่อวี้เฉิงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งอยู่ด้านข้าง และถามด้วยความกังวล
ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดมาก
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นนั่ง นิ่ง ๆ
ทว่าใบหน้าของเธอกลับดูซีดเซียว ไร้สีสัน และน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยราวกับกำลังช็อก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจมากที่กลุ่มคนร้ายถือไม้เบสบอลวิ่งกรูกันเข้ามา
นอกจากนี้ลู่หมิงยังได้รับบาดเจ็บ จนจิตวิญญาณของเธอก็ตกอยู่สภาพตึงเครียดอย่างมาก
คราวเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก้อนหินหนักอึ้งในหัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จางหายไป เธอรู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเดิม
ทว่าสีหน้าซีดเซียวของเธอกลับทรยศต่อความเป็นจริง และแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังหวาดกลัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นแววตาสงสัยของมู่อวี้เฉิงจึงกระซิบเบา ๆ ราวกับลูกแมวตัวน้อย “ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ”
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเธอพยายามอดกลั้นและแสร้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไร
“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่แล้ว” มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นคง
ทันใดนั้นอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นก็สลัดคราบความเย็นชาทิ้งและดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาไว้ข้างใน
ศีรษะของมู่อวี้เฉิงวางแนบอยู่บนหัวไหล่ของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ขณะที่ริมฝีปากบางแนบชิดกับใบหูของเธอ
ความอบอุ่นที่จางหายไปแล่นกลับเข้ามาในดวงตา น้ำเสียงรู้สึกผิดดังขึ้นข้าง ๆ ใบหูของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“วันนี้ผมประมาทไปหน่อย แต่ผมจะไม่มีวันยอมให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณเด็ดขาด”
ความอบอุ่นแผ่ออกมาจากอ้อมแขนของเขา แม้แต่ เสียงทุ้มยังเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าอ้อมกอดของเขาร้อนแรงมากจนสีแดงปรากฏบนใบหน้าของเธอ
เธอผลักอ้อมอกร้อนผ่าวออกและพูดอย่างกลัดกลุ้ม “คุณควรจะสนใจผู้ช่วยของคุณก่อนนะคะ”
“อืม เอาไว้ผมจะเพิ่มเงินโบนัสให้เขา”
มู่อวี้เฉิงมองดูใบหูสีแดงของคนตรงหน้าขณะที่ดวงตาโค้งลงเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในตอนนี้หายากนักที่จะได้เห็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ออกความคิดเห็นเรื่องแจกจ่ายเงินโบนัส
ทว่าลู่หมิงที่กลับออกมาจากห้องพยาบาลบังเอิญได้ยินมู่อวี้เฉิงบอกว่าจะเพิ่มเงินโบนัสให้เขา เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณครับท่านประธาน”
มู่อวี้เฉิงกำลังอารมณ์ดีอยู่จึงยกยิ้มเบา ๆ “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ขอบคุณเธอเถอะ” เขาเลิกคิ้วและมองไปทาง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ขอบคุณครับคุณถง” ลู่หมิงพูดขอบคุณอย่างสุภาพ
เนื่องจากลู่หมิงได้รับบาดเจ็บที่มือจนไม่สามารถขับรถได้ชั่วคราว มู่อวี้เฉิงจึงให้เขากลับออกไปก่อน
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง” มู่อวี้เฉิงพูด
ครั้งนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ปฏิเสธและพยักหน้าเล็กน้อย
มู่อวี้เฉิงไปส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับบ้าน และตรงกลับมาที่บริษัท
ณ มู่กรุ๊ป
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้มองดูบอดี้การ์ดในชุดดำด้วยสีหน้าจริงจัง “ไปตรวจดูว่าใครเป็นคนลงมือ”
“ครับท่านประธาน” บอดี้การ์ดในชุดดำตอบรับคำสั่งและถอยกลับไป