พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 114 ผู้ชายคนนี้ทำตัวปัญญาอ่อนไปได้
ตอนที่ 114
ผู้ชายคนนี้ทำตัวปัญญาอ่อนไปได้
เสี่ยวเป่าพูดและมุดหัวเล็ก ๆ ของเขาเอาไว้ใต้ผ้าห่ม ดูไม่มีความสุขเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางของเขาและจับสังเกตได้ว่าเขาไม่ได้หมายความตามที่พูด
ท่าทางของเขาทำให้เธอรู้สึกทุกข์ใจ
เธอมองดูก้อนนูน ๆ บนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยน และแอบตัดสินใจว่าจะไม่บังคับให้เสี่ยวเป่าเลือกระหว่างเธอกับ มู่อวี้เฉิง
ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ
เธอเอื้อมมือออกไปดึงผ้าห่มลง เผยให้เห็นศีรษะของเขาเล็กน้อย
จากนั้นเธอจึงตบหลังเสี่ยวเป่าเบา ๆ ส่งยิ้มอบอุ่นและพูดเกลี้ยกล่อมเขาว่า “นอนเถอะ”
…
ณ สตีเฟนกรุ๊ป
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงบริษัทได้ไม่นาน สายเรียกเข้าก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงริงโทนอันไพเราะ
เธอมองดูหมายเลขบนหน้าจอและพบว่าเป็นมู่อวี้เฉิง
ทั้งสองคนไม่ได้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งที่จู่ ๆ เขาก็โทรศัพท์มาหาเธอ
หลังจากกดรับสาย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขึ้นว่า ‘ฮัลโหล’ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
วินาทีต่อมา น้ำเสียงทุ้มลึกที่น่าดึงดูดของมู่อวี้เฉิงก็ดังลอดออกมา “คุณถง ที่ดินที่เราร่วมพัฒนาด้วยกันกำลังจะเริ่มก่อสร้างในวันนี้ และมีพิธีตัดริบบิ้นด้วย ผมหวังว่าคุณถงที่มีหน้ารับผิดชอบจะเข้าร่วมงานนะครับ”
น้ำเสียงที่ดังมาจากปลายสายพูดในทำนองเชิงธุรกิจ ทำให้คนฟังแยกแยะระหว่างน้ำเสียงที่มีความสุขกับน้ำเสียงที่กำลังโมโหไม่ออก
“ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลงอย่างเรียบง่าย น้ำเสียงของเธอเย็นชาและฟังดูสงบมาก
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการติดต่อสื่อสารกับมู่อวี้เฉิงมากนัก แต่เธอก็ยังตอบตกลง
ท้ายที่สุดนี่คือโครงการใหญ่อันแรกของเธอหลังจากเข้ามายึดครองถงกรุ๊ป และเธอจะต้องทำมันให้ดี
เนื่องจากต้องเข้าร่วมพิธีการตัดริบบิ้น เธอคงจะหลีกเลี่ยงการติดต่อสื่อสารกับมู่อวี้เฉิงไม่ได้
หากแต่เธอไม่หลีกเลี่ยงมู่อวี้เฉิง ทุกการกระทำมันจะขัดต่อคำที่เธอพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้
และยังส่งผลลบต่อตัวเธอด้วย
“แล้วเดี๋ยวผมจะให้ลู่หมิงส่งเวลากับรายละเอียดไปให้คุณทางข้อความอีกที คุณถงช่วยไปให้ตรงเวลาด้วยนะครับ”
มู่อวี้เฉิงจงใจเน้นคำว่าช่วยไปให้ตรงเวลา
หลังจากพูดจบ เขาก็วางสายลงโดยไม่คำนึกถึงคำตอบรับของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเสียงสัญญาณดังมาจากปลายสายแล้วอดจะขมวดคิ้วไม่ได้
เขายังขุ่นเคืองกับสิ่งที่เธอพูดครั้งก่อนหน้านี้หรือเปล่า?
แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นล้วนเป็นความจริง
จากนั้นหน้าจอโทรศัพท์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สว่างไสวขึ้นอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลงและเห็นว่าเป็นข้อความจากลู่หมิง
เรียวนิ้วยาวกดปัดหน้าจอและคลิกอ่านข้อความ
แต่หลังจากเห็นข้อความบนหน้าจอแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ก่นด่ามู่อวี้เฉิงในใจ
ผู้ชายคนนี้ทำตัวปัญญาอ่อนไปได้!
ที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้อยู่ห่างไกลจาก สตีเฟนกรุ๊ปมาก
เวลาที่ลู่หมิงส่งมาเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก่อนจะถึงเวลาเปิด
เวลากำลังจะใกล้เข้ามาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบลุกขึ้นออกจากบริษัทและขับรถตรงไปยังจุดหมายปลายทาง
ณ ที่ตั้งโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนซีเจียว
มู่อวี้เฉิงอยู่ในชุดสูทสีดำที่สั่งตัดขึ้นมาเป็นพิเศษ ขับรูปลักษณ์ให้ดูโดนเด่นยิ่งกว่าเดิม เผยให้เห็นถึงความเป็นเลิศ และตอนนี้เขาเตรียมพร้อมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ลู่หมิงส่งบทพูดและบอกรายละเอียดกับเขา
ตอนนี้สื่อมวลชนหลายสำนักต่างทยอยเข้ามาในพื้นที่โครงการ พวกเขาตื่นเต้นและตั้งตารอกันมาก
ต่างเตรียมพร้อมและกระตือรือร้นที่จะเข้าไปสัมภาษณ์
ดวงตาของพวกเขาสว่างไสวขึ้นเมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงปรากฏตัว
มู่กรุ๊ปเป็นบริษัทชั้นนำในเมืองเป่ย ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาล้วนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองเป่ย
นอกจากนี้นักข่าวจากหลายสำนักได้ยินมานานแล้วว่าพวกเขากำลังร่วมมือกับถงกรุ๊ปพัฒนาโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนในที่ดินเขตชานเมืองทางตอนใต้
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือแพร่กระจายออกไปมากมาย แต่คราวนี้พิธีการเริ่มเปิดงานกลับดึงดูดนักข่าวได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากมีข่าวลือว่าครั้งนี้คุณมู่จะมาร่วมพิธีเปิดงานด้วยตนเอง
รูปแบบการทำงานของมู่อวี้เฉิง ท่านประธานแห่งมู่กรุ๊ปนั้นเรียบง่ายมาเสมอ
ถึงแม้ว่าเขาจะออกงานสาธารณะอยู่บ่อยครั้ง ทว่าสื่อกลับไม่เคยได้รับอนุญาตให้เผยแผ่ภาพถ่ายของเขาเลย ดูลึกลับเป็นอย่างมาก
แต่คราวนี้กลับได้รับการยกเว้น
ข่าวลือเกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพถ่ายของมู่อวี้เฉิงระหว่างทำการเปิดพิธีโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนได้แพร่กระจายไปในหมู่นักข่าวเป็นวงกว้าง
ดังนั้นนักข่าวจากสื่อหลักทั้งหลายจึงพากันมาปฏิบัติหน้าที่
กล้องเอสแอลอาร์คมชัดและกล้องถ่ายภาพชนิดอื่น ๆ ถูกเตรียมพร้อมอย่างครบครัน
พวกเขามีท่าทางน่ากลัวราวกับกำลังถือหอกและปืนใหญ่
บางคนถึงกับวางแล็ปท็อปไว้บนตักราวกับว่าพวกเขาพร้อมที่จะประกาศข่าวได้ทุกเมื่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหยียบคันเร่งสุดแรงมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง และในที่สุดก็มาถึงพิธีเปิดก่อนเวลา
มู่อวี้เฉิงเตรียมการเสร็จแล้วและกำลังรอให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงเวทีด้วยกัน
“เรียนท่านผู้บริการ และแขกมีเกียรติทุกท่าน…”
หลังจากพิธีกรกล่าวเปิดงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงจะต้องขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีเวลาได้พักหายใจ เธอรีบเดินตามมู่อวี้เฉิงขึ้นเวทีทันทีที่มาถึง
หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์เสร็จ การแสดงร้องเพลงเต้นรำอันยิ่งใหญ่กลางเวทีก็เริ่มขึ้น จากนั้นจึงจะตามมาด้วยพิธีตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเดินลงบันไดด้านข้างและเดินตรงไปยังบริเวณที่สื่อเข้ามาสัมภาษณ์
พวกนักข่าวที่รอคอยมาเนิ่นนานรีบแบกกล้องติดไมโครโฟนไว้บนไหล่และเข้ามาสัมภาษณ์
“คุณมู่มีแผนการจะพัฒนาโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนนี้ยังไงบ้างคะ?”
“คุณมู่คาดการณ์ว่าโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้จะสร้างเสร็จเมื่อไหร่คะ?”
ลู่หมิงเห็นว่าสื่อเริ่มเข้ามาคุกคามจึงรีบเดินเข้าไปยืนบังข้างหน้า
เขาตอบในนามของมู่อวี้เฉิง “หลังจากที่โรงแรมบ่อน้ำพุร้อนสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานมู่จะจัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ และทุกคนจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานแน่นอนครับ”
จากนั้นสื่อก็ถามคำถามอีกมากมาย โดยที่ลู่หมิงเป็นคนตอบคำถามทั้งหมด
ตอนนี้การแสดงร้องเพลงและเต้นรำจบลงเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจึงเดินขึ้นเวทีไปเตรียมตัดริบบิ้น
พนักงานเดินถือจานที่ถูกคลุมด้วยผ้าซาตินสีแดงมีกรรไกรวางอยู่ด้านบนขึ้นมาบนเวที
ทั้งสองคนหยิบกรรไกรขึ้นมาและตัดแถบผ้าที่เตรียมเอาไว้
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินไปที่กองทรายด้วยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว มู่อวี้เฉิงและผู้บริการคนอื่น ๆ ใช้พลั่วตักทรายใส่ลงไปในหลุม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าโครงการกำลังจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
หลังจากช่วงเช้าที่วุ่นวาย พิธีการต่าง ๆ ก็สิ้นสุดลง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเตรียมขับกลับไปที่บริษัทอีกครั้ง
แต่พอขึ้นรถมา เธอกลับพบว่ายางแบน
โชคร้ายชะมัด!
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากสตีเฟนกรุ๊ปมาก!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูล้อยางที่แบนราบอย่างไม่พอใจ
มู่อวี้เฉิงกำลังนั่งรถกลับบริษัท แต่จู่ ๆ รถยนต์ก็แล่นผ่านถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป ทำให้เขาเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว
“หยุด!” มู่อวี้เฉิงสั่งการลู่หมิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ
ลู่หมิงรีบเหยียบเบรก ทำให้รถยนต์จอดอยู่ไม่ไกลจาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากนัก
มู่อวี้เฉิงลงจากรถ ขมวดคิ้วและถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มลอยมา
เธอหันหลับมาเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ด้านข้างหลังคือมู่อวี้เฉิง จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอชี้นิ้วไปที่ยางรถยนต์ “ยางแตกค่ะ”
มู่อวี้เฉิงมองตามนิ้วของเธอและพบว่ายางรถยนต์ยี่ห้อออดี้สีเงินกำลังแบนราบติดกับพื้น
ถึงแม้ว่าเขาจะยังโมโหแต่เขาก็ทิ้งเธอไว้ที่นี่ไม่ได้
หลังจากครุ่นคิดอย่างมีมนุษยธรรมแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ ปริปากพ่นน้ำเสียงเย็นชาออกไป “ติดรถผมไปแล้วกัน”