พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 113 ต้องอยากมีปะป๊าอยู่แล้วสิ
ตอนที่ 113
ต้องอยากมีปะป๊าอยู่แล้วสิ
ณ คฤหาสน์ตระกูลถง
ถงกัวฮุยกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
เขานึกไม่ถึงว่านังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะจ้างทนายมือทองจากมู่กรุ๊ปมาช่วยต่อสู้กับคดีความนี้
และนึกไม่ถึงว่าทนายความของจิ้นกรุ๊ปจะพ่ายแพ้คดีความ
ยิ่งไปกว่านั้นเขาแพ้ราบคาบ!
เดิมทีเขาหวังจะใช้จิ้นกรุ๊ปดึงเอาหุ้นที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแย่งชิงไปกลับคืนมา
แต่ตอนนี้ความหวังสุดท้ายกลับสูญมลายลง
ก่อนหน้านี้ประธานจิ้นกรุ๊ปตกลงจะจ่ายเงินค่าที่ดินของ ถงกรุ๊ปเป็นจำนวนหกร้อยล้านหยวน
เขาต้องการพัฒนาที่ดินผืนนั้นร่วมกับถงกรุ๊ป แต่ตอนนี้โครงการใหญ่ ๆ แบบนั้นกลับสูญเปล่าเพราะพ่ายแพ้คดีความ
ถงกัวฮุยยกสองมือขึ้นมากุมขมับและถอนหายใจ “นึกไม่ถึงว่าแม้แต่จิ้นกรุ๊ปจะพ่ายแพ้นังเนรคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยว!”
คราวนี้เขาหมดปัญญาแล้วจริง ๆ!
ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
เขาเอามือกุมศีรษะอย่างจนปัญญา
โจวเพ่ยฮวามองดูท่าทางหมดอาลัยตายอยากของเขาแล้วโกรธมาก
ดวงตาของเธอกำลังวูบวาบราวกับเปลวเพลิง ริมฝีปากตะคอกเสียงดัง “ทำไมคุณถึงได้ไร้ประโยชน์นัก ให้นังบ้ามันมาทำแบบนี้ได้ยังไง!”
ในสายตาของโจวเพ่ยฮวา เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะถงกัวฮุยไร้ความสามารถ
ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากจิ้นกรุ๊ป แต่เขาก็ยังไม่สามารถจัดการอะไรกับนังถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
ถงกัวฮุยที่กำลังระงับอารมณ์โกรธ โมโหขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเธอพูดว่าร้ายตนเอง
“ตอนนี้คุณมาพูดแบบนี้แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร!”
ถงกัวฮุยกัดฟันด้วยความขุ่นเคืองอย่างมาก “ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ผมน่าจะอ่อนข้อลง นังเด็กดื้อด้านนั่นก็เป็นเหมือนกับแม่ที่ตายไปแล้วของมัน ชอบให้ใช้ไม้อ่อน!”
“รู้ก่อนหน้านี้?” โจวเพ่ยฮวายิ้มประชดประชัน “ถ้าเกิดรู้ก่อนหน้านี้ว่ามันจะเป็นเสี้ยนหนามชั่วร้าย คุณก็น่าจะรัดคอมันตั้งแต่เกิดมาแล้ว! ตอนนี้จะได้ไม่ต้องมานั่งลำบากลำบนอย่างนี้ไง!”
“เธอว่าไงนะ!” ถงกัวฮุยตะเบ็งเสียงใส่โจวเพ่ยฮวา ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธจัด
เขานึกไม่ถึงว่าโจวเพ่ยฮวาจะพูดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้
ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเลวร้ายสักแค่ไหน แต่เธอก็ยังเป็นลูกสาวของถงกัวฮุย
มีคำกล่าวไว้ว่า ‘เสือไม่กินลูกตัวเอง’* ไม่ว่าถงกัวฮุยจะโหดเหี้ยมสักแค่ไหน แต่เขาก็จะไม่มีวันทำเรื่องบ้า ๆ พรรค์นั้น
* เสือไม่กินลูกตัวเอง (虎毒不食子) มีความหมายว่าคนเราไม่ว่าจะโหดเหี้ยมสักแค่ไหนก็จะไม่ทำร้ายลูกตัวเอง
โจวเพ่ยฮวาเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็เริ่มไม่พอใจทันที “ทำไม ทุกข์ใจอะไร?”
เขาลุกขึ้นยืนเอามือตบโต๊ะ และจ้องมองโจวเพ่ยฮวาด้วยดวงตาแดงก่ำ ร้องตะโกนว่า “เพราะอย่างนี้คุณถึงมาโทษผมใช่มั้ย?”
ใบหน้าของโจวเพ่ยฮวาดูโกรธเคืองขึ้นเมื่อเขาตะโกนใส่หน้าเธอ เธอจึงขึ้นเสียงว่า “แล้วจะโทษฉันหรือไง!?”
เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ตีกันจนบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น ถงอวิ๋นเหยียนที่กำลังเดินลงมาชั้นล่างก็ร้องตะโกนว่า “หยุด! เลิกเถียงกันสักที”
เสียงตะโกนทำให้คนทั้งสองที่กำลังทะเลาะกันกลับมามีสติอีกครั้ง
พวกเขาหยุดเถียงและหันไปมองถงอวิ๋นเหยียน
ถงอวิ๋นเหยียนรีบก้าวเข้าไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “พ่อคะแม่คะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกันนะคะ”
ทันทีที่เธอพูดจบ ทั้งสองคนก็สงบลงมาก
“สำหรับหุ้นบริษัท พ่อกับแม่ลองคิดหาวิธีอื่นดูสิคะเผื่อจะได้คืนมาบ้าง” ถงอวิ๋นเหยียนปลอบใจพวกเขา
นับตั้งแต่เธอไปรับประทานอาหารกับมู่อวี้เฉิงในวันนั้นก็ผ่านมาหลายวันแล้ว
หลายวันแล้วที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงไม่ได้ติดต่อกัน
ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะหายไปจากชีวิตของกันและกัน และไม่ได้ติดต่อกันเลย
ลู่ซีจวี๋มักจะเดินทางมาเยี่ยมเสี่ยวเป่าถึงที่บ้าน
ทุกครั้งที่เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น เสี่ยวเป่าจะรีบวิ่งออกไปเปิดประตูเสมอ
แต่หลังจากที่เห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่มู่อวี้เฉิง คนตัวเล็กก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
วันนี้ขณะที่เสี่ยวเป่ากำลังเล่นของเล่นอยู่ เสียงเล็ก ๆ ก็พึมพำขึ้นมาว่า “คุณลุงสุดหล่อไม่มาหาเสี่ยวเป่าหลายวันแล้ว”
หลังจากไม่ได้เจอหน้ามู่อวี้เฉิงมาหลายวัน เสี่ยวเป่าเริ่มคิดถึงเขาเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าเสียงของเขาจะแผ่วเบา แต่เยี่ยชวงที่อยู่ข้าง ๆ กลับได้ยินชัดเจน
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเป่าชอบมู่อวี้เฉิงมาก หัวใจของเยี่ยชวงก็เต้นระรัว
หากมู่อวี้เฉิงได้ครอบครองตัวเสี่ยวเป่า เจ้านายของเธอก็จะไม่มีโอกาสเลย
ไม่ได้การแล้ว เธอจะต้องรายงานเรื่องของเสี่ยวเป่าให้เจ้านายทราบ
ดังนั้นเยี่ยชวงจึงแสร้งทำเป็นไม่คิดอะไร “เสี่ยวเป่ากำลังคิดถึงคุณลุงสุดหล่ออยู่เหรอ?”
“คุณป้าเยี่ยชวงรู้ได้ยังไงฮะ?” เสี่ยวเป่าเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
เยี่ยชวงยิ้มเบา ๆ “เสี่ยวเป่า ถึงคุณลุงสุดหล่อจะไม่มาหา แต่คุณลุงซีจวี๋ก็ยังอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ?”
เสี่ยวเป่าครุ่นคิดและพยักหน้า
ถึงแม้ว่าคุณลุงซีจวี๋จะใจดีกับเขามาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีความสุขทุกครั้งที่เจอหน้าคุณลุงสุดหล่อ
ดังนั้นคุณลุงซีจวี๋จึงไม่เหมือนกับคุณลุงสุดหล่อ เขาชอบคุณลุงสุดหล่อมากกว่า
เยี่ยชวงคิดว่าคำพูดของเธอได้ผลจึงรีบพูดต่อขณะที่ยังมีโอกาส “คุณลุงซีจวี๋หล่อมาก แต่ยังดูแลหนูกับหม่ามี้เป็นอย่างดี ถ้าเกิดคุณลุงได้อยู่กับพวกหนูคงจะกลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ”
“เสี่ยวเป่าไม่อยากมีปะป๊าที่รักหนูมากเหรอจ๊ะ?”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าและจ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโต “เสี่ยวเป่าก็ต้องอยากมีปะป๊าอยู่แล้วสิ!”
หากแต่เปรียบเทียบกับคุณลุงซีจวี๋แล้ว เขาอยากให้คุณลุงสุดหล่อเป็นปะป๊ามากกว่า
ตกกลางคืน ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเข้านอน จู่ ๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น
เธอเดินไปเปิดประตูและเห็นเสี่ยวเป่ายืนถือหนอนกับผ้าห่มอยู่หน้าห้อง
“หม่ามี้ คืนนี้ผมอยากนอนด้วย” ดวงตาสดใสแวววาวของเสี่ยวเป่าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ได้สิจ๊ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแววตาคาดหวังของเขาและตอบตกลงแต่โดยดี
หลังจากพูดจบ เธอก็เอื้อมมือออกไปหยิบหมอนกับผ้าห่มมาวางไว้ จากนั้นจึงอุ้มเสี่ยวเป่าขึ้นมาบนเตียง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปิดไฟลงและเอนตัวนอนหลับตา ทว่าเสี่ยวเป่ากลับดึงแขนเสื้อของเธอเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองเสี่ยวเป่าด้วยความงุนงง “มีอะไร?”
“หม่ามี้ทะเลาะกับคุณลุงสุดหล่อเหรอ?” เสี่ยวเป่าถามเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของเสี่ยวเป่า
เธอลูบศีรษะของเขาเบา ๆ และถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ?”
เสี่ยวเป่าสังเกตเห็นบางอย่างหรือเปล่า?
“คุณลุงสุดหล่อไม่ได้มาหาเสี่ยวเป่าหลายวันแล้ว”
เสี่ยวเป่าทำหน้าผิดหวัง “ทำไมถึงทะเลาะกันล่ะ? ก็เห็น ๆ อยู่ว่าหม่ามี้ไม่ได้เกลียดคุณลุงสุดหล่อหรอกใช่มั้ย?”
“หม่ามี้ไม่ได้ทะเลาะกับคุณลุงสุดหล่อ แค่…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลที่จะพูดออกไป
“แค่อะไร? หรือว่าหม่ามี้ชอบอยู่กับคุณลุงซีจวี๋มากกว่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครุ่นคิดและถามขึ้นว่า “หนูอยากให้คุณลุงซีจวี๋เป็นปะป๊ามั้ย?”
เสี่ยวเป่าส่ายหัวและทำหน้ามุ่ย “ไม่ เสี่ยวเป่าชอบคุณลุงสุดหล่อ”
จากนั้นจึงพูดเสริมว่า “แต่ถ้าหม่ามี้ชอบ เสี่ยวเป่าก็จะไม่ว่าอะไร”
ถึงแม้ว่าเสี่ยวเป่าจะยังเป็นเด็ก แต่เขาก็มีเหตุผลและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอันดับแรก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
นี่คือสายสัมพันธ์ทางพ่อลูกจริง ๆ ใช่ไหม?
ถึงแม้ว่าลู่ซีจวี๋จะดูแลเขามาหลายปี แต่ก็ยังไม่ดีเท่า มู่อวี้เฉิงที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่เดือน