พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 110 กำชับ
ตอนที่ 110
กำชับ
ภายในห้องทำงานของท่านประธานแห่งมู่กรุ๊ป แสงแดดสาดส่องผ่านบานกระจกจนห้องโปร่งสบาย
ลู่หมิงเข้ามารายงานมู่อวี้เฉิงตามปกติ
“ท่านประธาน นอกจากจะตัดโครงการประจำปีของ ซ่งกรุ๊ปออกสองรายการ ความร่วมมือระหว่างเรากับซ่งกรุ๊ปก็ยุติลงด้วยครับ”
ถึงแม้ว่ามู่หงจวิ้นจะเข้ามาขอร้องแทนซ่งเผิงฟู่ แต่ มู่อวี้เฉิงก็ไม่เพิกถอนคำสั่งการ
ภายในระยะเวลาเพียงแค่สิบว่าซ่งกรุ๊ปสูญเสียเงินกำไรไปหลายสิบล้านหยวน
สองวันที่ผ่านมาซ่งกรุ๊ปหัวปั่นกับโครงการสองรายการนี้มาก ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถชดเชยความเสียหายได้
ซ่งเผิงฟู่สิ้นหวังมากจึงจำใจพาซ่งอวี่ซีไปที่คฤหาสน์ตระกูลมู่
“อวี่ซี น้าไม่ได้เจอหนูมาตั้งนาน สวยขึ้นเป็นกองเลยนะ” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดชมเชยขณะจับมือซ่งอวี่ซี
ลิ่นอวี๋เหยียนบอกว่าจะให้เธอเป็นลูกสะใภ้ในอนาคต ทำให้ยิ่งมองดูเท่าไหร่ก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น
ซ่งอวี่ซียิ้มตอบ แต่รอยยิ้มนั้นกลับบ่งบอกได้ว่ามีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจ
หลังจากที่กลุ่มคนเข้ามานั่งลง ซ่งเผิงฟู่ก็พูดขึ้นว่า “พี่มู่ บ้านเราสนิทสนมกันมาตั้งนาน ทำไมอวี้เฉิงถึงทำขนาดนี้?”
มู่หงจวิ้นสับสนเมื่อได้ยินดังนั้น “เผิงฟู่เกิดอะไรขึ้น? เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก?”
“ก็อวี้เฉิงตัดโครงการของซ่งกรุ๊ปออกสองรายการ ตอนนี้ซ่งกรุ๊ปสูญเสียไปหลายสิบล้านแล้ว”
มู่หงจวิ้นทำหน้าบึ้งตึงเมื่อได้ยินดังนั้น
“พี่มู่ จริงอยู่ที่อวี่ซีทำผิดพลาดไป แต่จะให้อวี่ซีก็ขอโทษก็ได้นี่ ผมได้แต่หวังว่าพี่มู่จะเอามิตรภาพอันยาวนานของเรากลับคืนมา จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องนี้กันอีก”
“เผิงฟู่ไม่ต้องห่วง ฉันจะกำชับเจ้าเด็กนั่นให้นายเอง”
จากนั้นมู่หงจวิ้นจึงตะโกนเรียกหาแม่บ้าน “โทรตามนายน้อยบอกให้มันกลับมาเดี๋ยวนี้!”
แม่บ้านไม่กล้าปล่อยปละละเลย “ค่ะคุณท่าน”
มู่อวี้เฉิงขับรถตรงมาที่คฤหาสน์ตระกูลมู่
แต่ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปเป็นพ่อลูกจากตระกูลซ่ง เขาก็เข้าใจได้ในทันที
“อวี้เฉิง หยุดทำเรื่องพรรค์นี้กับซ่งกรุ๊ปซะที ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไปมันจะมากเกินไปแล้ว” มู่หงจวิ้นมีสีหน้าเคร่งเครียด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความบงการ
ซ่งเผิงฟู่ฉวยโอกาสนี้พูดว่า “ใช่ อวี้เฉิง ครอบครัวเราก็สนิทสนมกันมากนาน ทำไมเราจะต้องมาต่อปากต่อคำเพราะคนนอกด้วยล่ะ! หรือถ้าเธอคิดว่าอวี่ซีทำอะไรผิดพลาดไปก็ให้น้องไปขอโทษซะ”
ซ่งเผิงฟู่พูดและผลักซ่งอวี่ซีไปทางมู่อวี้เฉิง “แกไปทำความดีอะไรเอาไว้ พูดออกมาให้หมด!”
ซ่งอวี่ซีจำใจต้องขอโทษเมื่อได้ยินเสียงอันทรงพลังของผู้เป็นพ่อ
เธอเอื้อมมือออกไปจับมือมู่อวี้เฉิง “อวี้เฉิง…”
มู่อวี้เฉิงทำสีหน้าเย็นชาและดึงมือออกมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ซ่งอวี่ซีมองดูมือที่ดึงออกไปด้วยความเจ็บปวด
ตั้งแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาที่ประเทศจีน มู่อวี้เฉิงก็ทำตัวเย็นชากับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซ่งอวี่ซีก้มหน้าลง ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและขุ่นเคือง
เธอนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะทำเพื่อนังสารเลว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขนาดนี้…
แม้ว่ามู่หงจวิ้นจะมาออกหน้าช่วยก็ไร้ประโยชน์!
ซ่งอวี่ซีแอบกัดฟันด้วยความโกรธเคือง!
นังแพศยานั่นมีอะไรดี?
เธอด้อยกว่ามันตรงไหน?
ทำไมมู่อวี้เฉิงถึงไม่เคยมองเห็นความดีของเธอเลย!?
เธอไม่ต้องการยอมแพ้ แต่ตอนนี้เธอจะต้องขอโทษ มู่อวี้เฉิงทุกอย่างเพื่อซ่งกรุ๊ปก่อน
ถึงแม้ว่าซ่งอวี่ซีจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่เธอกลับเงยหน้าขึ้นมาและแสดงสีหน้าน่าสงสาร
“อวี้เฉิง ฉันรู้ว่าฉันทำผิดไป ฉันไม่น่าทำกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแบบนั้นเลย ครั้งนี้ยกโทษให้ฉันได้มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกแล้วเหรอ?
ทำไมถึงต้องเกี่ยวข้องกับเธออีก?
ลิ่นอวี๋เหยียนอดจะขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยินชื่อของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ปรากฏว่ามู่อวี้เฉิงทำแบบนี้ล้วนแต่ทำเพื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ลิ่นอวี๋เหยียนลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหาทั้งสองคน “อวี้เฉิง ลูกทำสิ่งที่ควรทำแล้ว และตอนนี้หนูอวี่ซ่งก็ขอโทษลูกแล้วด้วย ยังไงก็ทำเป็นลืม ๆ มันไปสักครั้งเถอะลูก”
เธอแสดงสีหน้าเป็นมิตรแล้วคว้ามือของซ่งอวี่ซีมาตบ เบา ๆ “หนูอวี่ซี วันนี้หนูกับคุณพ่อกลับกันไปก่อน เดี๋ยวน้ากับคุณลุงจะแนะแนวคำสอนดี ๆ ให้อวี้เฉิงเอง”
เมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาของลิ่นอวี๋เหยียน ซ่งอวี่ซีก็รีบตกลงทันที “คุณน้าลิ่น ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
หลังจากพ่อลูกตระกูลซ่งกลับไป ภายในห้องนั่งเล่นก็เหลือเพียงครอบครัวสามคนเท่านั้น
รอยยิ้มอ่อนโยนของลิ่นอวี๋เหยียนถูกแทนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง “อวี้เฉิง ถึงกับทำเรื่องใหญ่โตเพื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวเชียวเหรอ ยังชอบแม่นั่นอยู่หรือไง? เธอหลบหนีงานแต่งแถมยังทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะลูก แล้วลูกมัวคิดบ้าอะไรอยู่อีก!”
มู่อวี้เฉิงมองดูสีหน้าโกรธเคืองของผู้เป็นแม่ด้วยท่าทางสงบ “แล้วไงครับ อย่างน้อยเธอก็กลับมาแล้ว”
หลังจากพูดเช่นนั้น หัวใจของลิ่นอวี๋เหยียนก็จมดิ่งลงทันที
เธอไม่พอใจกับงานหมั้นเดิมมานานมาแล้ว ทั้งภูมิหลังทางครอบครัวและคุณสมบัติของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีอะไรโดดเด่นสักอย่าง ลิ่นอวี๋เหยียนจึงรู้ว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายของตัวเอง
ทว่าคุณปู่ของมู่อวี้เฉิงเป็นผู้ริเริ่มให้จัดงานหมั้นในครั้งนั้นขึ้น เธอจึงไม่สามารถโต้แย้งได้และทำได้เพียงสมยอม
แต่นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหลบหนีการแต่งงานและออกเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการให้ลูกชายแต่งงาน แต่ก็รับไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกชายถูกคนหัวเราะเยาะใส่
หลังจากวันเวลาผ่านไปหลายปี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางกลับมาและเข้ามาพัวพันกับมู่อวี้เฉิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะหลบหนีไม่ได้เลยเหรอ?
ลิ่นอวี๋เหยียนกัดฟันแน่น สีหน้าค่อย ๆ มืดมนลง
จะปล่อยให้พวกเขาเข้ามาพัวพันกันไม่ได้อีกต่อไป!
เธอแอบตัดสินใจว่าจะหาเวลาไปคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นการส่วนตัว
จะไม่มีวันปล่อยให้เธอเข้ามาพัวพันกับมู่อวี้เฉิงอีกต่อไป!
ทางที่ดีอย่าได้ติดต่อกันในอนาคตอีก!
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่ารับประทานอาหารเช้าแล้วจึงขับรถไปส่งเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนอนุบาล
หลังจากโบกมือลาเสี่ยวเป่าและเฝ้าดูคุณครูประจำชั้นพาตัวเขาไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ขับรถกลับมาที่บริษัท
ณ ห้องทำงานผู้จัดการสตีเฟนกรุ๊ป สาขาภูมิภาคเอเชีย
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงได้ไม่นาน กู้ชิงก็เข้ามาเคาะประตูห้อง
“คุณถง มีคุณผู้หญิงท่านหนึ่งต้องการเข้ามาพบคุณค่ะ ตอนนี้กำลังรออยู่ในห้องรับแขก” กู้ชิงรายงาน
“อืม บอกให้เธอรอสักครู่ เดี๋ยวฉันเข้าไป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดแจงเอกสารต่อและตอบกลับโดยที่ไม่เงยหน้า
“ค่ะ” กู้ชิงตอบรับและเดินออกไป
หลังจากจัดการเอกสารเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลุกขึ้นยืนเดินออกไปที่ห้องประชุม จากนั้นจึงพบเข้ากับหญิงสาวผู้สง่างาม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผู้หญิงตรงหน้าขณะที่รูม่านตาหดลงเล็กน้อย เธอตกใจมาก
ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของมู่อวี้เฉิง!
แต่อีกฝ่ายมาหาเธอแบบนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัยจึงเดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะคุณนายมู่! วันนี้มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
เธอแสดงท่าทีสงบ และพูดจาไพเราะ
ลิ่นอวี๋เหยียนหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบด้วยท่าทางสง่างาม และยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เรารู้จักกันแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะพูดเข้าตรงประเด็น”
“เมื่อห้าปีที่แล้วตระกูลมู่จัดงานหมั้นให้เธอกับอวี้เฉิงด้วยสินสอดทองหมั้นที่มีราคาสูงเฉียดฟ้า แต่เธอกลับหนีงานหมั้นไป ตอนนี้ถึงเธอจะกลับมา แต่เรื่องระหว่างเธอกับอวี้เฉิงก็จบลงแล้ว เพราะฉะนั้นฉันหวังว่าเธอจะอยู่ให้ห่างจากอวี้เฉิง! และไม่เข้ามาพัวพันกันอีก!”