พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 109 ไม่อยากให้เขารู้
ตอนที่ 109
ไม่อยากให้เขารู้
หลังจากหลายชั่วโมงผ่านพ้นไปภายในชั่วพริบตา ตอนนี้ก็เริ่มสายมากแล้ว เมฆบนท้องฟ้าสว่างจ้าราวกับถูกไฟเผา
ในที่สุดมู่อวี้เฉิงก็นึกถึงผู้จัดการธนาคารที่ถูกปล่อยปละละเลยมาตลอดช่วงบ่ายได้
“คุณมู่ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณครับ” คุณเจินผู้จัดการธนาคารยิ้มแย้ม
“ยินดีที่ได้ร่วมมือครับ” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างใจเย็น
หลังจากทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ผู้จัดการธนาคารก็ขอตัวขับรถกอล์ฟออกไปก่อน
ส่วนด้านถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนจะออกไปรับประทานอาหารกับลู่ซีจวี๋
พวกเขาทั้งสามคนเดินออกนอกประตูไปและพบเข้ากับมู่อวี้เฉิง
“จะกลับแล้วเหรอ?” ดวงตาสงบของมู่อวี้เฉิงจ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอพยักหน้า “เสี่ยวเป่าหิวแล้ว เราจะพาเขาไปกินข้าว”
“คุณลุงสุดหล่อก็มากินข้าวกับเราด้วยสิครับ” เสี่ยวเป่ากะพริบตากลมโตมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยความหวัง
“ได้!” มู่อวี้เฉิงตอบรับอย่างพร้อมเพรียง และเหลือบมองลู่ซีจวี๋อย่างโอ้อวด
ลู่ซีจวี๋เม้มปากและเมินเฉยต่อสายตาที่ยั่วยุ
…
ภายในห้องส่วนตัวประจำภัตตาคารอาหารจีนมีการตกแต่งที่หรูหรา
หลังจากที่พวกเขาทั้งสี่คนนั่งลงแล้ว พนักงานบริการในชุดกี่เพ้าก็เดินเข้ามาเสิร์ฟชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหารสองสามอย่างแล้วจึงส่งเมนูให้มู่อวี้เฉิง
ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะเคยหมั้นหมายอยู่ด้วยกันมาก่อน แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่รู้ว่าเขาชอบกินอะไร
คราวเมื่อพวกเขาหมั้นหมายกันเมื่อห้าปีก่อนนั้น พวกเขาเจอหากันเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง อย่าว่าแต่รับประทานอาหารร่วมกันเลย
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยแววตาลึกซึ้งแล้วบอกว่า “คุณเลือกเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่งอาหารเพิ่มอีกสองสามจาน
หลังจากนั้นไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกยกมาวางเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ทั้งหมดล้วนดูน่ารับประทาน
ลู่ซีจวี๋หยิบตะเกียบสีเขียวมรกตอันหรูหราขึ้นมาคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานใส่ชามถงเหมี่ยวเหมี่ยว จากนั้นจึงยิ้มอ่อนโยน “เหมี่ยวเหมี่ยว อะนี่ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานที่เธอชอบกิน”
“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มให้ลู่ซีจวี๋เล็กน้อย
ลู่ซีจวี๋ยิ้มอบอุ่น และคีบปลาเปรี้ยวหวานใส่ชามของ เสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่ายิ้มกว้าง และทำตาเป็นประกายขณะมองดูปลาเปรี้ยวหวานที่อยู่ในชามตัวเอง “ขอบคุณฮะคุณลุงซีจวี๋”
ลู่ซีจวี๋ยิ้มและชำเลืองมองมู่อวี้เฉิงด้วยสายตายียวนกวนประสาทเล็กน้อย
มู่อวี้เฉิงกำตะเกียบในมือแน่น ใบหน้าดูหม่นหมองลง
ถึงแม้ว่าจะไม่มีความสุข แต่จุดนี้เขาก็ต้องยอมรับว่าเขาแพ้ลู่ซีจวี๋จริง ๆ
ลู่ซีจวี๋ได้เปรียบเรื่องบนโต๊ะอาหารอย่างแท้จริง จนตัวตนของมู่อวี้เฉิงดูต่ำต้อยมาก
ด้วยเหตุนี้ ลู่ซีจวี๋จึงอารมณ์ดีขึ้นมามาก
เสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่ด้านข้างสังเกตเห็นความไม่พอใจของมู่อวี้เฉิงทันที
เขายื่นตะเกียบสำหรับเด็กเล็กออกไปคีบเนื้อปลาเปรี้ยวหวานใส่ชามของมู่อวี้เฉิง “คุณลุงสุดหล่อ กินนี่สิฮะ นี่เป็นปลาเปรี้ยวหวานที่เสี่ยวเป่าชอบ”
“ขอบใจนะเสี่ยวเป่า”
มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ การกระทำของเสี่ยวเป่าทำให้ความหดหู่ในใจค่อย ๆ มลายหายไป
ทั้งสี่คนรับประทานอาหารจนหมดและกลับออกจากร้านไป
จนกระทั่งเดินมาถึงลานจอดรถ ลู่ซีจวี๋เป็นคนริเริ่มพูดขึ้นว่า “คุณมู่ มันดึกแล้ว คุณรีบกลับไปเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่งพวกเหมี่ยวเหมี่ยวเอง ไม่ต้องรบกวนคุณมู่หรอกครับ”
เขาพูดและพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าขึ้นรถ
มู่อวี้เฉิงเอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ออกแรงดึงอย่างแรงจนเธอลอยเข้ามาในอ้อมอก
เขาโอบมือวางรอบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ขณะที่จ้องมองไปทางลู่ซีจวี๋ และยกยิ้มมุมปาก “คู่หมั้นผมจะกลับบ้านทั้งที ผมที่เป็นคู่หมั้นก็ควรจะไปส่งให้ถึงบ้านสิครับ คุณลู่มาเร่งเร้าแบบนี้มันไม่เหมาะสมหรือเปล่า?”
ทั้งสองปลดปล่อยรัศมีความกดดันออกมาเต็มเปี่ยม ดวงตาสีฟ้าเข้มของลู่ซีจวี๋กำลังปะทะกับดวงตาสีนิลของมู่อวี้เฉิง จนรู้สึกได้กลิ่นเขม่าควันพุ่งขึ้นมากลางอากาศ
ราวกับเกิดประกายที่มองไม่เห็นในอากาศ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่ระหว่างสองคนถึงกับพูดไม่ออก
เธอเหลือบมองพวกเขาทั้งสองและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับไปเองดีกว่า พวกคุณกลับบ้านไปเถอะ”
เธอพูดและเดินอุ้มเสี่ยวเป่าไปตามริมถนน ยื่นมือออกมาโบกแท็กซี่แล้วจากไป
ปล่อยให้ทั้งสองคนยืนทำสีหน้ามืดมน
“คุณลู่ ได้โปรดตระหนักถึงตัวตนของตัวเองบ้างเถอะครับ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับคู่หมั้นผมนักเลย!”สีหน้าเคร่งขรึมและดวงตาที่กำลังฉายแววดุร้ายของมู่อวี้เฉิงปลดปล่อยรัศมีอำมหิตออกมา
“คู่หมั้นของคุณเหรอ? เหมี่ยวเหมี่ยวยอมรับแล้วหรือไง? คุณมู่คุณคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยมั้ยครับ” ลู่ซีจวี๋เยาะเย้ยด้วยการพ่นถ้อยคำเย็นชาออกมาอย่างประชดประชัน
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเขา นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอันตรายและเย็นชาราวกับท้องทะเลลึก “เรายังไม่ได้ถอนหมั้นกัน แน่นอนว่าเธอก็ยังเป็นคู่หมั้นของผมสิ ส่วนเธอจะยอมรับหรือไม่นั่นก็คือเรื่องระหว่างผมกับเธอ ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณลู่”
มู่อวี้เฉิงไม่มีอะไรจะพูดต่อจึงหันกลับไปเปิดประตูรถและขับรถออกไป
…
หลังจากกลับมาจากภัตตาคารอาหาร ลู่ซีจวี๋หวนนึกถึงคำพูดของมู่อวี้เฉิงเป็นครั้งคราว เขาอารมณ์เสียและเริ่มกระสับกระส่าย
ลู่ซีจวี๋กังวลมากจึงคว้าเสื้อคลุมและกุญแจรถขับตรงไปยังชุมชนของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากมาถึงทางเข้าชุมชน ลู่ซีจวี๋จอดรถและเงยหน้ามองห้องชั้นบนที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้า เขาก้มหน้าลงและส่งข้อความหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ภายใต้แสงนวลสีเหลือง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำถือผ้าขนหนูคอยเช็ดผมให้เสี่ยวเป่าอยู่
หลังจากซับน้ำออกแล้ว เธอจึงหยิบเครื่องเป่าผมขึ้นมาเป่าผมนุ่มของเสี่ยวเป่าอย่างระมัดระวัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยับเขยื้อนเบา ๆ จนเสี่ยวเป่ารู้สึกพึงพอใจมากจึงยิ้มกว้างออกมา
เสียงเครื่องเป่าผมกลบเสียงข้อความแจ้งเตือน ดังนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเห็นข้อความหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
‘ฉันรออยู่หน้าชุมชน มีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย’ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเวลาแล้วรีบเปลี่ยนรองเท้าออกไป
เมื่อเดินไปถึงหน้าชุมชน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นรถยนต์ยี่ห้อมายบัคสีดำจอดสะดุดตาอยู่ท่ามกลางรถยนต์อีกหลายคัน
เมื่อลู่ซีจวี๋มองเห็นเธอ เขาก็เปิดประตูแล้วลงจากรถมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลัวว่าเขาจะรอนานจึงรบวิ่งหอบเข้าไปหา “รุ่นพี่… ดึกแล้ว มีเรื่องอะไรเหรอคะ?”
ลู่ซีจวี๋พูดคุยกับเธอถึงเนื้อหางานบางอย่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “นึกไม่ถึงเลยนะคะว่ารุ่นพี่กลับมาถึงจีนแล้วยังจะบ้างานอยู่เหมือนเดิม”
ลู่ซีจวี๋มองดูใบหน้ายิ้มแย้มของเธอ ก่อนที่จะกะพริบดวงตาสีฟ้าเข้ม
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามขึ้นว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว บอกความจริงกับฉันมาว่ามู่อวี้เฉิงคือพ่อของเสี่ยวเป่าใช่มั้ย? เขาคือคนที่ทอดทิ้งเธอกับเสี่ยวเป่าไปก่อนใช่มั้ย? ”
ลู่ซีจวี๋จ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อรอคอยคำตอบจากเธอ
เมื่อยินคำถามนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็แข็งค้างทันที “ใช่ค่ะ แต่เขาไม่ได้ทิ้งฉัน มันเป็นความเข้าใจผิดกัน แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายยังไงดี”
“แล้ว… เธออยากกลับไปคบกับเขาอีกมั้ย?” ท่าทางการแสดงออกของลู่ซีจวี๋ดูเฉยเมยราวกับถามสารทุกข์สุกดิบ แต่มือของเขากลับกำเข้าหากันแน่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สังเกต เธอเม้มปากเล็กน้อย “ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยที่จะกลับไปคบกับเขาอีก อีกอย่างฉันไม่อยากให้เขารู้ว่าเสี่ยวเป่าคือลูกของเขา”
หลังจากได้ยินคำตอบของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มือที่กำเข้าหากันแน่นของลู่ซีจวี๋ก็ผ่อนคลายลง
ตราบใดที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการกลับไปคบหากับมู่อวี้เฉิง เขาก็ยังมีโอกาส!