พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 107 คำอธิบายที่ไร้ประโยชน์
ตอนที่ 107
คำอธิบายที่ไร้ประโยชน์
“อวี่ซีเหรอ? เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเธอ?” ซ่งเผิงฟู่งุนงง
“เกี่ยวไม่เกี่ยว คุณลุงกลับไปถามเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ” มู่อวี้เฉิงพยายามใจเย็น
ซ่งเผิงฟู่รู้สึกสงสัยเมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของมู่อวี้เฉิง
หรือว่าลูกสาวตัวดีซ่งอวี่ซีจะก่อเรื่องอะไรอีก?
ซ่งเผิงฟู่เดินออกมาจากมู่กรุ๊ปด้วยความสงสัย และขับรถกลับบ้านทันที
เมื่อเห็นว่าพ่อกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ซ่งอวี่ซีก็รีบเข้าไปถามไถ่ “คุณพ่อคะ เป็นยังไงบ้าง? โครงการของบริษัทเรามีอะไรผิดปกติเหรอคะ?”
ซ่งเผิงฟู่เหลือบมองเธอและพูดเบา ๆ “วันนี้พ่อไปถาม อวี้เฉิงมาว่าทำไมถึงตัดโครงการซ่งกรุ๊ปของเราออก”
ซ่งอวี่ซีมองดูซ่งเผิงฟู่ด้วยสายตาที่รู้สึกผิด “แล้ว… เขาว่ายังไงบ้างคะ?”
ซ่งเผิงฟู่มองดูปฏิกิริยาของซ่งอวี่ซี “เขาบอกให้พ่อกลับมาถามแก!”
“อวี่ซี ลูกไปทำเรื่องอะไรไว้อีก? ทำไมอวี้เฉิงถึงทำกับพวกเราแบบนี้?”
ซ่งเผิงฟูสังเกตเห็นว่าลูกสายกำลังหลบตาอยู่จึงเอ่ยถาม
ซ่งอวี่ซีจนตรอกจนต้องเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น “ตอนที่หนูไปร่วมงานเลี้ยง หนูสั่งให้คนอื่นพาคนเมาเข้าไปในห้องน้ำที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ ตอนแรกหนูอยากให้อวี้เฉิงเข้าใจว่ามันนอกใจ แต่นึกไม่ถึงว่า… จะถูกจับได้ก่อน”
ซ่งเผิงฟู่ที่ได้ยินเรื่องนี้โกรธมาก เขาตบโต๊ะเสียงดังปังและตะคอกใส่เธอ “เหลวไหลสิ้นดี! แกทำเรื่องพรรค์ได้ยังไง! รู้มั้ยว่าบริษัทเสียหายไปเท่าไหร่เพราะว่าสะเพร่าของแก!”
ซ่งอวี่ซีตื่นตระหนกมาก นึกไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดจะกลายมาเป็นแบบนี้
เธอต้องพึ่งพาตระกูลซ่ง หากเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลซ่ง เธอจะแต่งงานกับมู่อวี้เฉิงได้อย่างไร!
ไม่! จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้!
เธอรีบเข้าไปจับมือซ่งเผิงฟู่ “คุณพ่อคะ หนูขอโทษ! หนูผิดไปแล้ว! ทำไมคุณพ่อไม่ลองไปคุยกับคุณลุงมู่ดูล่ะคะ? ครอบครัวเราสองคนสนิทสนมกัน เขาคงไม่ปล่อยให้อวี้เฉิงทำแบบนี้หรอกค่ะ!”
ซ่งเผิงฟู่อารมณ์เสีย เขาโกรธลูกสาวที่หลงผิดและโกรธมู่อวี้เฉิงที่ใจร้อน
แต่ในความเป็นจริงนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวกำลังจะหยุดชะงักเพราะผู้หญิงที่เป็นคนนอก!
ทั้งที่สองครอบครัวเป็นเพื่อนกันมาสองชั่วอายุคน
การที่ทำเขาทำแบบนั้นช่างสมกับเป็นเด็กจริง ๆ!
เขากระฟัดกระเฟียดหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหามู่หงจวิ้น
“พี่มู่ พี่รู้หรือยังว่ามู่กรุ๊ปยุติโครงการของซ่งกรุ๊ปไปสองรายการ?”
“มู่กรุ๊ปยุติโครงการกับซ่งกรุ๊ปเหรอ?”
น้ำเสียงของมู่หงจวิ้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ไม่ได้ผิดพลาดอะไรใช่มั้ย? มู่กรุ๊ปจะยุติโครงการที่ทำร่วมกับ ซ่งกรุ๊ปได้ยังไง?”
ซ่งเผิงฟู่ถอนหายใจเบา ๆ “ก็เพราะซ่งอวี่ซีเผลอไปหาเรื่องถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาน่ะสิ มู่อวี้เฉิงถึงได้สกัดกั้นโครงการเพื่อระบายความโกรธแทนถงเหมี่ยวเหมี่ยว”
หลังจากอธิบายเรื่องราวทั้งหมด ซ่งเผิงฟู่ก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “แต่เรื่องนี้อวี่ซีก็ผิดจริง ๆ นั่นแหละ เอาไว้สักวันผมจะพาลูกไปขอโทษเธอถึงหน้าบ้าน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ครอบครัวเราสองคนสนิทกันมานานแล้ว จะให้มิตรภาพมายุติลงเพราะเรื่องของพวกเด็ก ๆ ไม่ได้!”
คำพูดของซ่งเผิงฟู่ดูจริงใจ แต่ความหมายของประโยคสุดท้ายกลับเน้นย้ำชัดเจน
มู่หงจวิ้นเข้าใจ “ไม่หรอก เดี๋ยวฉันจะไปคุยเรื่องนี้กับ อวี้เฉิงแล้วจะบอกให้มันไปอธิบายเรื่องนี้กับซ่งกรุ๊ป”
“ขอบคุณมากนะพี่มู่!” ซ่งเผิงฟู่โล่งใจเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หลังจากวางสายลง มู่หงจวิ้นก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของมู่อวี้เฉิง
เมื่อเห็นว่าพ่อเดินเข้ามา มู่อวี้เฉิงรู้สึกถึงบางอย่างชัดเจน
ตามที่คาดการณ์เอาไว้ มู่หงจวิ้นพูดว่า “อวี้เฉิง ลุงซ่งโทรมาบอกว่าแกยุติโครงการที่ทำร่วมกับซ่งกรุ๊ป เป็นเรื่องจริงเหรอ?”
“จริงครับ” มู่อวี้เฉิงตอบนิ่ง ๆ
มู่หงจวิ้นอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบ “อวี้เฉิง ไม่ว่าแกกับหนูอวี่ซีจะเข้าใจผิดอะไรกัน แต่ครอบครัวเราสองคนดีต่อกันมาตลอด ทั้งในด้านธุรกิจและพันธมิตร เพราะฉะนั้นอย่าแข็งข้อกับเรื่องนี้นัก! แล้วก็…”
“พ่อ ผมจะเป็นคนพิจารณาเรื่องนี้เอง พ่อไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ”
มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปากบางแน่น ดวงตาสีนิลจับจ้องไปทางผู้เป็นพ่อขณะรีบพูดขัดจังหวะ
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่หงจวิ้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่เตือนว่า “จะทำอะไรก็ระวังด้วยล่ะ”
วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดพักผ่อนสบาย ๆ แสงแดดเจิดจ้าและสายลมพลิ้วไสว
กริ่งที่หน้าประตูบ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดังขึ้นตั้งแต่เช้า เสี่ยวเป่าตื่นเต้นมากรีบวิ่งออกไปเปิดประตู
เมื่อเห็นบุคคลด้านหน้าชัดเจน ดวงตาของเสี่ยวเป่าก็สว่างไสวขึ้น รีบเข้าไปกอดขาและตะโกนเรียกชื่อ “คุณลุงซีจวี๋!”
ลู่ซีจวี๋ก้มลงมาอุ้มเขาและพาเดินเข้าไปในบ้าน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเขามาหาตั้งแต่เช้าตรู่
ดูเหมือนว่าลู่ซีจวี๋จะอ่านความคิดของเธอได้ในทันที จึงยิ้มอ่อนโยน “ฉันมาดูแลเธอน่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นคำเตือนบางอย่างจากรอยยิ้มของเขา จึงได้แต่ยิ้มตอบเบา ๆ “ก็แค่แผลเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะ พี่กังวลกับฉันมากไปแล้วค่ะ”
ลู่ซีจวี๋เห็นว่าเธอไม่ใส่ใจร่างกายของตัวเองจึงขมวดคิ้วและพูดเสียงเข้ม “ไม่ เธอฝ่าฝืนคำสั่งฉันและกลับไปทำงานก่อนที่แผลจะหายดี เพราะฉะนั้นวันนี้เธอต้องพักผ่อนอยู่ที่บ้าน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมดหนทางเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งที่เข้มงวดของลู่ซีจวี๋
“แต่พี่อุตส่าห์กลับมาจีนแล้ว ฉันว่าจะพาพี่ออกไปเดินเล่นสักหน่อย”
ลู่ซีจวี๋มองดูเธอเงียบ ๆ และไม่พูดอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าการโน้มน้าวของตัวเองไร้ผล จึงมองไปทางเสี่ยวเป่าที่อยู่ในอ้อมแขน “เสี่ยวเป่าอยากออกไปเล่นที่ไหนมั้ย?”
“หม่ามี้ ผมอยากไปนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์!” เสี่ยวเป่ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาสดใส
ลู่ซีจวี๋สังเกตเห็นแผนการเล็ก ๆ ของเธอ ทว่าเขาไม่ได้เปิดโปง เพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นและถามเสี่ยวเป่าว่า “ในเมื่อเสี่ยวเป่าอยากดูนิทรรศการ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ลุงซีจวี๋ก็จะพาเสี่ยวเป่าไปดู”
ดวงตากลมโตของเสี่ยวเป่าจ้องมองไปทางลู่ซีจวี๋ ถึงแม้ว่าเขาจะอยากไปพิพิธภัณฑ์กับคุณลุงสุดหล่อมากกว่า แต่คุณลุงซีจวี๋ใจดีกับเขามาก ดังนั้นเขาก็ยินดีจะตอบตกลง
“อืม!” เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างมีความสุข
หลังจากตัดสินใจแล้ว ทั้งสามคนก็เตรียมตัวออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ ทั้งสามลงจากรถเพื่อเดินไปที่ประตูฉีกบัตร พวกเขาหน้าตาดีกันมากจนสะดุดตานักท่องเที่ยวทั้งหลายให้หันหลังกลับมามอง
“ดูนั่น มาเป็นครอบครัวกันสามคนใช่มั้ย? ลูกชายน่ารักมาก!”
“ว้าว พ่อเป็นลูกครึ่งเหรอ? หล่อมาก ไม่นะ ฉันจะเป็นลม! หล่อไม่ไหว!”
“แม่ก็สวยมาก ทรวดทรงองเอวดีไปหมด ไม่เหมือนคนมีลูกแล้วเลย”
บางคนถึงกับเดินเข้าไปพูดกับพวกเขาโต้ง ๆ “พวกคุณสามคนหน้าตาดีมาก! ลูกชายน่ารักจังค่ะ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามจะอธิบายเมื่อถูกเข้าใจผิด “ไม่ใช่…”
“ขอบคุณครับ”
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ ลู่ซีจวี๋ก็พูดขัดจังหวะเธอขึ้นมาก่อน และส่งยิ้มหวานให้คนถามจนเขาตกตะลึงเพ้อฝัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ด้านข้างทำได้แต่ยิ้มแหยะ ๆ
หลังจากเดินเข้าไปข้างใน ลู่ซีจวี๋ก็รีบพูดอธิบายโดยไม่รอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม “พูดอธิบายไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเข้าใจได้ว่าเขากำลังอธิบายถึงเรื่องที่เข้าใจผิด
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเล็กน้อย
ขณะนี้พิพิธภัณฑ์อยู่ในช่วงจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับทหาร
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ปืนใหญ่ อาวุธปืน อุปกรณ์ทุ่นแรง หรือแม้แต่โล่ชัยชนะของจริงก็มาวางตั้งรวมอยู่ในนี้
เสี่ยวเป่าเพลิดเพลินกับงานนิทรรศการมาก เขาเดินจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาจากงานห้องนิทรรศการและยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด
ตกบ่าย พวกเขาไปที่สนามกอล์ฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์
“ท่านประธาน คุณเจินเจ้าหน้าที่พนักงานมาถึงแล้วครับ” ลู่หมิงรายงานมู่อวี้เฮิง
มู่อวี้เฉิงเม้มปากแน่นขณะจ้องมองไปทางข้างหน้า
ลู่หมิงไม่รอคำตอบรีบมองตามทิศทางสายตาของเขา และพบถงเหมี่ยวเหมี่ยว ลู่ซีจวี๋ และเสี่ยวเป่า
พวกเขาทั้งสามคนเดินเคียงข้างกันราวกับพ่อแม่พาลูกออกมาเดินเล่น ดูอบอุ่นและมีความสุขมาก