พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 106 ลงมือจัดระเบียบ
ตอนที่ 106
ลงมือจัดระเบียบ
เดิมทีลูกคุณหนูทั้งสามคนกำลังร้องไห้อยู่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งอวี่ซีชัดถ้อยชัดคำ พวกเธอก็โมโหจนหน้าแดง
“อวี่ซี! เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?” เจียงเหวินเหวินตะโกนถามเสียงดัง ดวงตาสีแดงก่ำกำลังสั่น ระริก ๆ
“เธอพูดแบบนี้ได้ยังไง!”
“ถ้าเราไม่เข้าข้างเธอ พวกเราก็จะไม่กลายมาเป็นศัตรูกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรอก ทำไมจะต้องมุ่งเป้าไปที่เธอด้วย!”
อีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ไร้สาระ! ทั้งหมดนี้พวกเธอคิดกันมาเอง! แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ!” ซ่งอวี่ซีพูดหาความชอบธรรม
พวกเธอเริ่มโกรธจัดเมื่อเห็นว่าเธอปฏิเสธที่จะยอมรับความผิดของตัวเอง จึงตอบโต้กลับว่า “ซ่งอวี่ซี! ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเธอเป็นคนขอให้พวกเราทำเรื่องพรรค์นี้ แต่พอเรื่องแดง เธอก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้!”
“อ๊ะ พวกเธอจะบอกว่าฉันให้พวกเธอทำเหรอ? ถ้าอย่างนั้นพวกเธอก็ไปหาหลักฐานมาสิ!” ซ่งอวี่ซีเยาะเย้ย
หลังจากได้ยินดังนั้น ลูกคุณหนูทั้งสามก็มองหากันอย่างจนปัญญา
พวกเธอไม่มีหลักฐาน!
เมื่อเห็นสีหน้าของพวกเธอ ซ่งอวี่ซีก็เชิ่ดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
ทันใดนั้น พวกเธอก็ตระหนักขึ้นได้ว่าพวกเธอถูกซ่งอวี่ซีหลอกใช้!
ท้ายที่สุดทั้งสามคนก็พูดไม่ออก
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแผนการของซ่งอวี่ซี ทว่าพวกเธอกลับไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันที่จะพิสูจน์ได้ว่าซ่งอวี่ซียุยงให้พวกเธอทำเช่นนี้
มู่อวี้เฉิงกอดอกมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
แน่นอนว่าเขามองเห็นสายตาหยิ่งผยองของซ่งอวี่ซี
ใบหน้ามืดมนหันไปมองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านข้างและสั่งการว่า “คุณตำรวจจัดการเรื่องนี้ตามแต่ละกรณีได้เลยครับ มีวิธีการยังไงก็ทำตามแบบนั้น ไม่ต้องปรานี!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าปล่อยปละละเลยเมื่อสัมผัสได้ถึงออร่าเย็นชาบนร่างกายของมู่อวี้เฉิง “ครับคุณมู่ พวกเราจะจัดการอย่างเป็นกลางที่สุด”
ราวกับดวงตาสีนิลของมู่อวี้เฉิงสามารถมองทะลุได้ทุกอย่าง เขาเหลือบมองซ่งอวี่ซีอย่างเย็นชาและเดินหันหลังกลับไป
ซ่งอวี่ซีสบตากับเขาแล้วรู้สึกสั่นสะท้านทันที
ดูเหมือนว่าสายตานั้นจะมองเธอออก
เขารู้เรื่องทุกอย่างแล้วหรือเปล่า?
ซ่งอวี่ซีมองดูมู่อวี้เฉิงจากไปด้วยความตื่นตระหนก แล้วจึงวิ่งไล่ตามหลังเขาไป
“อวี้เฉิง เดี๋ยวก่อน!” ซ่งอวี่ซีรีบวิ่งเข้าไปจับแขนเขา
มู่อวี้เฉิงหยุดเดินและลดสายตาลงมามอง สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่มือของเธอ
“ปล่อย!”
น้ำเสียงเย็นชาราวกับธารน้ำแข็งที่มีอายุหลายพันปีทำให้หัวใจของซ่งอวี่ซีสั่นสะท้าน
ทว่าเธอไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เธอแค่ต้องการปกป้องตัวเอง
“อวี้เฉิง ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้นะ! ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ! นายต้องเชื่อฉันสิ!”
ดวงตาของเธอแดงก่ำเล็กน้อย พยายามทำตัวน่าสงสารขณะจ้องมองมู่อวี้เฉิง
ทว่าสายตาของมู่อวี้เฉิงนั้นเฉียบคมราวกับคมกริชที่พุ่งเข้าใส่ซ่งอวี่ซี
ซ่งอวี่ซีรู้สึกถึงหัวใจที่เย็นเฉียบ รีบปล่อยมือออกจาก มู่อวี้เฉิง
เขารู้เรื่องทุกอย่าง!
“เชื่อเธอเหรอ? ถึงวันนี้ฉันจะไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเป็นฝีมือเธอ แต่เธอก็ระวังตัวเอาไว้เถอะ ถ้าวันไหนเกิดฉันจับได้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป!”
หลังจากพูดถ้อยคำรุนแรงเสร็จ มู่อวี้เฉิงก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเธอ
เขากำลังข่มขู่เธอ!
เขาทำแบบนี้เพื่อผู้หญิงคนนั้น!
ซ่งอวี่ซีกัดฟันมองดูรถยนต์ที่แล่นออกไปด้วยความรู้สึกชอกช้ำ
นังสารเลวถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นมีอะไรดี มันด้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว! รอฉันก่อนเถอะ!
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สำนักงานมู่กรุ๊ปที่สูงตระหง่านอยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ
ภายในห้องทำงานที่สะอาดสะอ้านและสว่างสดใส มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานกำลังสั่งการลู่หมิง
“ในเมื่อพวกเขายุ่งจนไม่มีเวลาอบรมดูแลลูกสาวตัวเอง ก็ให้เวลาพวกเขาได้กลับไปอยู่บ้านดูแลลูกหลานตัวเองบ้าง”
“ครับ ท่านประธาน”
สายภายในของทั้งสามบริษัทหลัก ได้แก่ เจียงกรุ๊ป ฉินกรุ๊ป และหลินกรุ๊ปดังขึ้นไม่หยุดหย่อน บริษัทพันธมิตรจำนวนมากต่อสายตรงมาร้องเรียนให้พวกเขายุติความร่วมมือถึงแม้ว่าปลายสายจะเป็นคนผิดสัญญาก็ตาม
เลขานุการรีบเข้ามารายงานข่าวภายในห้องทำงานของประธานเจียงกรุ๊ป “ท่านประธานคะแย่แล้ว จางกรุ๊ปโทรมาขอยกเลิกแผนการร่วมมือ บริษัทเรายิ่งมีโครงการร่วมเหลือน้อยอยู่ด้วย”
“ต่อสายมา!”
เจียงเปี๋ยเซินรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเขาต้องรับสายโทรศัพท์จากเพื่อนเก่าแก่ในแวดวงธุรกิจ
“เหล่าจาง คุณจะยกเลิกความร่วมมือกับพวกเราด้วยเหรอ! ทำไมต้องทำกันแบบนี้ด้วย?”
“เราก็ร่วมมือกันมาหลายปีแล้ว ไหนคุณช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยสิเหล่าเจียง คุณไปทำอะไรให้มู่กรุ๊ปขุ่นเคืองหรือเปล่า?”
มู่กรุ๊ป?
เจียงเปี๋ยเซินได้ยินคำพูดของเพื่อนเก่าและหวนนึกถึงเจียงเหวินเหวิน บุตรสาวที่ถูกลู่หมิงมาพาตัวออกไป
เธอไปทำให้มู่กรุ๊ปขุ่นเคืองหรือเปล่า?
ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าใครเป็นคนตัดเส้นสายทางธุรกิจของเขา แต่มันก็สายไปแล้ว
อาคารของทั้งสามบริษัท ได้แก่ เจียงกรุ๊ป ฉินกรุ๊ป และหลินกรุ๊ปกำลังจะล้มละลายลง สื่อหลายสำนักรายงานว่าพวกเขากำลังถูกมู่กรุ๊ปลงโทษ
หลังจากได้ยินข่าว นักลงทุนก็ขายหุ้นทิ้ง ทำให้หุ้นของทั้งสามบริษัทปั่นป่วนและร่วงลงอย่างมาก
ณ ห้องทำงานของประธานซ่งกรุ๊ปในช่วงบ่ายแก่
ซ่งเผิงฟู่ทวีคูณความโกรธมากขึ้นเมื่อรู้มาว่ามู่กรุ๊ปตัดโครงการสำคัญประจำปีของบริษัทออกไปสองรายการ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมู่กรุ๊ปที่เป็นพันธมิตรกันมาแต่ดั้งเดิมถึงได้ตัดโครงการของซ่งกรุ๊ปออก
ขณะเดียวกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานของผู้จัดการซ่งกรุ๊ปก็ดังขึ้น จากนั้นผู้ช่วยจึงเดินเข้ามา
“ผู้จัดการครับ มู่กรุ๊ปยุติโครงการประจำปีของเราสองรายการ”
“อะไรนะ?” ซ่งอวี่ซีขมวดคิ้วแล้วเอื้อมมือออกไปดึงเอกสารจากมือของผู้ช่วย ก้มหน้ามองด้วยสีหน้าซีดเผือด
เธอกัดริมฝีปากแน่น นึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะทำเพื่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขนาดนี้!
หลังจากสูญเสียโครงการประจำปีไปสองรายการ ซ่งกรุ๊ปก็ตระหนักถึงผลกำไรที่สูญเสียไปจากการกระทำของมู่อวี้เฉิงที่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปส่งเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนอนุบาลและกลับเข้ามาทำงานในบริษัท
แต่เมื่อมาถึงเธอก็ได้ยินพนักงานหลายคนพูดถึงข่าวที่ มู่กรุ๊ปลงมือจัดระเบียบบริษัทต่าง ๆ ใหม่
การเคลื่อนไหวที่ปราศจากเหตุผลทำให้ทุกคนสงสัยถึงสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง
หลังจากฟังบทสนทนาอยู่พักหนึ่ง สายตาเธอก็ฉายแววสงสัย
เป็นไปได้ไหมว่าเขาทำทั้งหมดนี้เพื่อเธอ?
แต่เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอก็สลัดความคิดนี้ออกไป
มู่อวี้เฉิงจะมาทำแบบนี้เพื่อเธอได้ยังไง?
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
ขณะเดียวกันใครบางคนสังเกตเห็นจึงขยิบตาให้เพื่อนร่วมงานอีกหลายคน
หลายคนที่สังเกตเห็นเธอรีบปิดปากเงียบและมุ่งความสนใจไปที่งานตรงหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าพื้นที่สำนักงานเงียบลงแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องทำงาน
วันรุ่งขึ้น ซ่งเผิงฟู่ขับรถมาถามหาสาเหตุกับมู่อวี้เฉิงที่ มู่กรุ๊ปตั้งแต่เช้าตรู่
ซ่งเผิงฟู่รีบพุ่งตัวเข้ามาถามทันทีเมื่อเจอหน้ามู่อวี้เฉิง “อวี้เฉิง ครอบครัวเรารู้จักกันมาหลายปีแล้วนะ ทำไมเธอถึงเมินมิตรภาพระหว่างเราแล้วทำเรื่องแบบนี้ล่ะ?”
มู่อวี้เฉิงวางเอกสารตรงหน้าลง เงยหน้ามองเล็กน้อยและพูดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณลุงจะว่างมาถามผมขนาดนี้ ทำไมไม่กลับไปถามลูกสาวคนดีว่าไปทำความดีอะไรมาบ้างล่ะครับ!”