พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 105 เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ
ตอนที่ 105
เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ
เสี่ยวเป่าซุกเข้าไปในอ้อมแขนของเธอ แต่จู่ ๆ เสื้อคลุมบนร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หล่นลงมา เผยรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนบนร่างกาย
พลาสเตอร์ปิดรอยฟกช้ำเอาไว้ได้เพียงแค่ครึ่งเดียว และแทบจะมองเห็นทุกอย่าง
ถงเหมียวเหมี่ยวต้องต้องการบดบังมันไว้ “เสี่ยวเป่า ไปช่วยคุณลุงหยิบน้ำในห้องครัวทีได้มั้ยจ๊ะ?”
แต่เสี่ยวเป่าเห็นรอยฟกช้ำหมดแล้วจึงถามด้วยความเป็นห่วง “หม่ามี้เกิดอะไรขึ้น!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองสบตากลมโตของชายร่างเล็กแล้วรู้สึกว่าไม่สามารถโกหกเขาว่าเธอไม่เป็นอะไรได้อีกต่อไป เธอหัวเราะทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “หม่ามี้ซื่อบื้อเอง เผลอหกล้มแล้วได้รอยช้ำมานิดหน่อย”
เสี่ยวเป่าเอามือเท้าเอวสองข้างและมองดูเธออย่างไม่พอใจราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย “หม่ามี้ไม่ต้องมาโกหกเสี่ยวเป่าเลย!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ
ไหนใครว่าเด็กหลอกง่าย?
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันหน้ามาขอความช่วยเหลือจากผู้ชายด้านข้าง “คืนนี้ฉันไปกับคุณมา มู่อวี้เฉิง คุณก็เห็นใช่มั้ย?”
“อืม” เขาจ้องมองเธอและพยักหน้าให้ความร่วมมือ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งสัญญาณและละสายตาออกมา บีบแก้มเจ้าตัวเล็ก “หม่ามี้ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงนะ!”
เสี่ยวเป่าดึงแขนเธอขึ้นมามองสำรวจ หลังจากได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเพียงแค่บาดแผลเล็ก ๆ เขาก็โล่งอกทันที
“หม่ามี้ เดี๋ยวผมเป่าให้ จะได้หายเจ็บ!” พูดแล้วก็นั่งลง
มู่อวี้เฉิงมองดูท้องฟ้านอกหน้าต่างแต่กลับเห็นเพียงแสงนีออนสว่างจ้า เขาจึงพูดขึ้นว่า “เริ่มจะดึกแล้ว ผมมีเรื่องที่ต่อจัดการต่อ คงต้องขอตัวก่อนนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “เดินทางปลอดภัยนะคะ”
เสี่ยวเป่ากอดต้นขามู่อวี้เฉิงทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า “คุณลุงสุดหล่อทำไมถึงจะไปแล้วล่ะ…”
มู่อวี้เฉิงยิ้มและจับมือเขา “เสี่ยวเป่าไปส่งลุงหน่อย”
“ครับ!”
มือใหญ่จับมือเล็กและพากันเดินออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากและมองไล่ตามแผ่นหลังของพวกเขา ในใจคิดอยากจะเดินไปหยุดพวกเขา แต่สภาพของเธอในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้นเธอจึงปล่อยพวกเขาไป
ด้านนอกประตู มู่อวี้เฉิงลูบผมชี้โด่ชี้เด่ของคนตัวเล็กและกำชับว่า “วันนี้หม่ามี้เหนื่อยมาก อย่าลืมบอกให้หม่ามี้เข้านอน ไว ๆ แล้วอย่าไปรบกวนหม่ามี้ล่ะ”
เสี่ยวเป่าตบหน้าอก “รับประกันได้เลยฮะ!”
แววตาของมู่อวี้เฉิงดูอ่อนโยนขึ้น “ดีมาก บอกให้หม่ามี้หาอะไรกินด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงฮะ!” เสี่ยวเป่าทำสายตาเจ้าเล่ห์ “คุณลุงสุดหล่อเป็นห่วงหม่ามี้ขนาดนี้ อยากจะมาเป็นปะป๊าผมมั้ย?”
หัวใจของมู่อวี้เฉิงสั่นไหว
ราวกับมีบางอย่างสะกิดใจเขา
ทว่าเขากลับไม่ได้แสดงออกอะไรต่อหน้าเจ้าตัวเล็ก และยิ้มเบา ๆ “กำลังคิดอะไรอยู่ในหัวน่ะ”
“ลุงไปก่อน ไว้เจอกันใหม่นะ”
ทั้งสองพูดคุยกันเพียงไม่กี่คำ เสี่ยวเป่าก็จำใจโบกมือลาเขา
ขณะที่ยืนอยู่ในลิฟต์ มู่อวี้เฉิงก็ได้รับสายเรียกเข้าจาก ลู่หมิง
“ท่านประธาน จากการตรวจสอบพบว่าคุณเจ้าถูกกลุ่มลูกคุณหนูล่อลวงมาครับ”
มู่อวี้เฉิงกัดฟัน ขณะที่ดวงตามืดมนลง “ไปลากคอพวกมันมาที่สถานีตำรวจ”
ลู่หมิงตอบตกลง
ทันใดนั้น บอดี้การ์ดก็บุกเข้าไปแย่งชิงตัวพวกลูกคุณหนูในสามตระกูลมั่งคั่งแห่งเมืองเป่ย
“พ่อคะ แม่คะช่วยหนูด้วย!”
เจียงเหวินเหวียน บุตรสาวแห่งตระกูลเจียงถึงกับหลั่งน้ำตากุมมือมารดาเอาไว้แน่น
ลู่หมิงยืนยิ้มอยู่ด้านข้างแล้วหันไปพูดกับพ่อแม่เจียงว่า “คุณเจียง ลูกสาวของคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรม เราจะพาตัวเธอไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ จนถึงนั้นแล้วพวกคุณจะได้รู้ความจริง”
เขาพูดและหันหลังพากลุ่มคนเดินออกไป
กล้องวงจรปิดของทางโรงแรมเปิดเผยภาพเหตุการณ์ทุกอย่าง หญิงสาวสามคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน พาตัวคุณชายเจ้าที่เมาอ้อแอ้ไปส่งถึงที่และยุยงให้เขาก่อเหตุ
แสงไฟในสถานีตำรวจสว่างไสว
หลังจากดูคลิปวิดีโอนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรี่ตาลงและพูดกับลูกคุณหนูที่นั่งตัวสั่นว่า “พวกคุณมีความผิดโทษทานยุยงให้คนอื่นก่ออาชญากรรม”
เจียงเหวินเหวินหน้าซีดเผือด
ขณะเดียวกันเสียงแตรรถก็ดังขึ้นด้านนอกสถานีตำรวจ หลังจากนั้นไม่นานชายในชุดดำก็เดินเข้ามา
ออร่าของเขาดูน่าสะพรึงกลัว แม้แต่ใบหน้ายังมืดมน ราวกับว่าจะจับคนกินทั้งเป็น
เจียงเหวินเหวินรู้สึกว่าขาของเธออ่อนแรงลงเมื่อสบตากับเขา
มู่อวี้เฉิงได้ยินเสียงตำรวจดังมาแต่ไกล สายตาเย็นชากวาดมองลูกคุณหนูทั้งสามคนและยกยิ้มมุมปาก “อยากจะเข้าคุกหรือไง? ฉันช่วยส่งเคราะห์ให้ได้นะ แถมครอบครัวที่กินดีอยู่ดีก็ต้องมาล่มจมลงเพราะการกระทำของพวกเธอ”
เจียงเหวินเหวินตกใจกลัวจนน้ำตาไหลพราก และหันไปมองเพื่อนสาวอีกสองคน “ฉันไม่อยากติดคุก! ฉันไม่อยากให้ครอบครัวล้มละลาย… พวกเธอก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย!”
พวกเธอไม่รู้เรื่องรู้ราว
และเดิมทีเธอไม่รู้จักถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยซ้ำ!
เพียงเพราะความอิจฉาริษยา อิจฉาที่ผู้ชายทรงอิทธิพลทั้งสองคนในเมืองเป่ยต่อสู้แก่งแย่งเธอ เธอจึงทำตามคำสั่งของ ซ่งอวี่ซี!
ซ่งอวี่ซีเป็นบุตรสาวของตระกูลซ่ง เธอถึงได้กล้าลงมือทำ! หากแต่ตระกูลเจียงตกเป็นเป้าหมายของตระกูลมู่ ทุกอย่างก็จบเห่!
เจียงเหวินเหวินยกมือขึ้นขณะสะอื้นไห้ “ฉันขอพูดค่ะ! ซ่งอวี่ซีเป็นคนสั่งให้เราทำ!”
เมื่อเห็นว่าอีกคนยอมสารภาพ ลูกคุณหนูอีกสองคนก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหวและร้องไห้ออกมา “ซ่งอวี่ซี! อย่าถือสาพวกเราเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะนะคะ!”
เมื่อได้ยินพวกเขาพูดชื่อซ่งอวี่ซีออกมาพร้อมกัน
เส้นเลือดบนหน้าผากของมู่อวี้เฉิงก็แทบจะระเบิดออกมา
ซ่งอวี่ซี!!!
ลู่หมิงแทบจะคาดเดาคำสั่งการครั้งต่อไปของมู่อวี้เฉิงได้ เขาจึงออกคำสั่งบอดี้การ์ดทันที “ไปเชิญซ่งอวี่ซีจากตระกูลซ่งมา!”
เขาใช้ว่าคำว่า ‘เชิญ’ หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ซ่งอวี่ซีก็เดินทางมาถึงสถานีตำรวจพร้อมกับแม่บ้านคนเก่าแก่ประจำตระกูลซ่ง
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ปลดปล่อยออร่าเย็นชาออกมา ดวงตาเฉียบคมจ้องมองเธอและพูดนิ่ง ๆ “มีคนกล่าวหาว่าเธอ ยุยงพวกเธอให้พาตัวคุณชายเจ้าไปส่งไว้ในห้องน้ำ เธออยากจะพูดอะไรหน่อยมั้ย?”
ซ่งอวี่ซียิ้มเบา ๆ และจ้องมองเขาอย่างไม่ละลด “อวี้เฉิง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”
ลูกคุณหนูสามคนที่นั่งอยู่ด้านข้างต่างตกตะลึง
เจียงเหวินเหวินโกรธจัดและรีบตอบโต้ทันทีเมื่อคาดเดาได้ว่าซ่งอวี่ซีหมายถึงอะไร “อวี่ซี! เธอจะมาปฏิเสธแบบนี้ไม่ได้นะ! เธอเป็นคนพูดกับพวกเราเอง!”
อีกสองคนรีบพูดสนับสนุน “ใช่ เธอจะมาหักหลังพวกเราแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“พวกเราทุกคนทำตามที่เธอบอก!”
ถึงแม้ว่าพวกเธอจะรังเกียจถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่กลับไม่เคยคิดทำร้ายเธอเลย หากแต่ซ่งอวี่ซีไม่มีเจตนาเช่นนั้น พวกเธอก็คงจะไม่ลงมือทำ
และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความคิดของซ่งอวี่ซี! พวกเธอแค่ทำตามคำสั่ง
ซ่งอวี่ซีหันกลับไปมองพวกเธอ “พวกเธอมาพูดโยงถึงฉันแบบนี้ได้ยังไง มีหลักฐานมั้ย? ใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ระวังจะถูกฟ้องเอาล่ะ!”
เธอปฏิเสธและข่มขู่กลับ จนพวกเธอถึงกับพูดไม่ออก
ดวงตาของซ่งอวี่ซีเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ และหันไปมองมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาแน่วแน่ “อวี้เฉิง คุณตำรวจคะ ฉันไม่เคยยุยงใคร อย่าเชื่อที่พวกเธอพูดให้มากนัก พวกเธอไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำ!”