พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 103 ทุบหัวแกให้ระเบิด
ตอนที่ 103
ทุบหัวแกให้ระเบิด
คุณหมอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาตรวจร่างกายภาพรวมเรียบร้อยแล้ว
หลังจากทุกขั้นตอนเสร็จสิ้น มู่อวี้เฉิงถามขึ้นทันที “คุณหมอครับ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”
สภาพจิตใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่ำแย่มากจนเขาไม่สามารถสอบถามคำถามอะไรได้เลย ต้องรอให้เธอหายดีสักหน่อยแล้วจึงค่อย ๆ ถามอีกครั้ง
คุณหมอถอดหน้ากากออกแล้วกล่าวว่า “เธอไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงไหนครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้กำลังตกใจอยู่ มีแค่รอยขีดข่วนตามร่างกาย และส่วนใหญ่เป็นแค่บาดแผลผิวเผินเท่านั้น”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “คุณหมอตรวจสอบละเอียดแล้วใช่มั้ยครับ ไม่มีอาการบาดเจ็บที่อื่นอีกใช่มั้ย?”
คุณหมอพยักหน้า “ครับ เธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน แต่เดี๋ยวหมอจะจ่ายยาระงับประสาทให้ก่อน”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าด้วยความโล่งอก และหันหน้าไปหา ลู่หมิง “ตามหมอไปรับยาด้วย”
คุณหมอหยิบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกมารักษารอยขีดข่วนให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เผยให้เห็นบาดแผลทั้งหมดบนร่างกายของเธอ แผลบริเวณลำคอหนึ่งที่ แผลที่หัวไหล่ด้านซ้ายสองที่ และยังมีรอยฟกช้ำบริเวณต้นขา
หลังจากคุณหมอกลับออกไปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงนั่งอยู่บนเตียงพยาบาลด้วยอาการงุนงง
มู่อวี้เฉิงถือน้ำอุ่นไปให้เธอ “ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“ไม่มีแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบแก้วน้ำมาถือไว้ในมือ ตอนนี้จิตใจของเธอสงบลงมากแล้วจึงกระซิบบอกว่า “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องฉันแล้วค่ะ ว่าแต่… ผู้ชายคนนั้นเป็นยังไงบ้างคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงรู้สึกหวาดกลัวเมื่อต้องพูดถึงชาย ขี้เมา
“ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้วครับ ยังไม่มีข่าวออกมา” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “ผมขอโทษ ผมไม่น่าทิ้งคุณไว้คนเดียวเลย”
เขาสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นี้ได้ด้วยการรอเธออีกสักหน่อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยับเสื้อคลุมบนหัวไหล่แล้วส่ายหัว “มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลย ฉันไม่ว่าอะไรคุณหรอกค่ะ”
มู่อวี้เฉิงเม้มริมฝีปาก
ครู่ต่อมา เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น หลังจากนั้นลู่ซีจวี๋ก็เดินเข้ามา ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองตรงไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาถามด้วยความเป็นห่วง “เจอหมอแล้วหรือยัง? เจ็บตรงไหนมั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกหัวไหล่ขึ้นเพื่อแสดงบาดแผลแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “แผลเล็กน้อยน่ะค่ะ ทายาเรียบร้อยแล้ว”
เธอพูดสบาย ๆ แต่ลู่ซีจวี๋กลับสามารถจินตนาการถึงอันตรายในเวลานั้นได้
ดวงตาของเขามืดมนลง แต่คำพูดกลับสร้างความมั่นใจให้เธอเป็นอย่างมาก “คนคนนั้นถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวทางตำรวจจะไปสอบปากคำทีหลัง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า
ลู่ซีจวี๋รู้ว่าเธอกำลังตกใจกลัว จึงยื่นมือออกไปลูบหัวเธอเบา ๆ และพูดปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการให้”
ท่าทางของเขาดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมากจนมู่อวี้เฉิงที่มองดูเผลอขมวดคิ้ว
หลังจากปลอบประโลมถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ครู่หนึ่ง ลู่ซีจวี๋ก็หันไปมองมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้าง “คุณมู่ ออกไปได้แล้วมั้งครับ เดี๋ยวผมดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวเอง”
เขาขับไล่อีกฝ่ายอย่างโจ่งแจ้ง
มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทว่าเธอกลับก้มหน้าลงไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร เขาจึงหันกลับมามองและพูดอย่างเย็นชา “ผมเป็นคนพาเธอไปงานเลี้ยง เพราะฉะนั้นผมมีหน้าที่ต้องดูแลเธอ”
สีหน้าของลู่ซีจวี๋เย็นชาขึ้น
ขณะที่เขากำลังจะพูด จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เงยหน้ามองมู่อวี้เฉิง “งานเลี้ยงจบแล้ว ฉันตอบแทนบุญคุณที่ติดค้างคุณเอาไว้เสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นคุณกลับออกไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
มู่อวี้เฉิงชะงักไปชั่วขณะ
เขาไม่มีความสุขอย่างมาก แต่กลับจำใจต้องไป
ในขณะเดียวกันประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก ลู่หมิงเดินเข้ามารายงานว่า “ท่านประธาน ตำรวจมาถึงแล้วครับ”
หลังจากลู่หมิงออกมาจากโรงแรม เขาก็ตรงดิ่งไปที่สถานีตำรวจและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมายังโรงพยาบาลโดยตรง
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
ลู่ซีจวี๋จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง และเดินออกไปยืนข้าง ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเดินเข้ามาในห้องและถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดสรุปสั้น ๆ “คนเมาเข้ามาหาฉันเอง ฉันไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากนัก เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากถามซักไซ้อยู่หลายรอบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้เรื่องราวทั้งหมดและปิดสมุดบันทึกลง “คุณผู้หญิง พักผ่อนเถอะครับ ผมจะไปสอบปากคำผู้กระทำผิดต่อ”
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินออกจากห้องพยาบาลไป มู่อวี้เฉิงก็สังเกตเห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาไม่ได้พูดอะไรแต่กลับเดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป
ชายขี้เมากำลังเข้ารับการรักษาอยู่ที่ชั้นสอง
เขาเพิ่งได้รับการผ่าตัดเย็บแผลบนศีรษะ
ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาแล้วและกำลังถูกสอบปากคำอีกละลอก
มู่อวี้เฉิงเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างใน เขายืนนิ่ง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สะดุดตาคนมากนัก
เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม “คุณได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงใช่มั้ยครับ?”
“ครับ”
“แล้วทำไมคุณถึงบุกรุกเข้าไปข้างในห้องน้ำหญิงล่ะ?”
ชายขี้เมาเกาหัวด้วยสีหน้าลำบากใจ “ผมจำได้ว่าผมเมา แต่หลังจากนั้นผมก็จำอะไรอีกไม่ได้เลย! ผมอยากจะถามด้วยซ้ำว่าแผลบนหัวผมมันมาจากไหน!”
ขณะนั้นเองเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างหันมามองหน้ากัน และสังเกตเห็นถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณมีเจตนาร้ายต่อผู้อื่น และเธอแค่ป้องกันตัวจากคุณ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นหัวหน้าพูดอย่างเฉยเมย “คุณควรจะนึกให้ออกนะครับ เพราะถ้าคุณนึกอะไรไม่ออก มันจะกลายเป็นว่าเข้าข่ายกรณีพยายามข่มขืน และคุณจะต้องมีโทษจำคุก”
ชายขี้เมาตกใจกลัวจนดวงตาเบิกกว้าง เขาพยายามมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “แต่ผมจำไม่ได้จริง ๆ นะครับ!”
มู่อวี้เฉิงที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างกำลังรู้สึกโกรธจัด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจมาก และต้องทนทุกข์กับความหวาดกลัว
ซึ่งเป็นผลพวงมาจากผู้กระทำผิดที่ไม่แม้แต่จะจำความอะไรได้!
มู่อวี้เฉิงรีบเดินตรงไปคว้าคอเสื้อของชายคนที่อยู่บนเตียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง “เชื่อมั้ยว่าฉันจะทุบหัวแกให้ระเบิด ทีนี้มาดูกันว่าจะจำได้แล้วหรือยัง!”
แขกที่เข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของคุณปู่ซ่งล้วนเป็นบุคคลสำคัญในเมืองเป่ย
ชายขี้เมาเห็นมู่อวี้เฉิงและจำตัวตนของเขาได้ในทันที ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ยกมือขึ้นร้องขอความเมตตา “คุณมู่ คุณมู่! โปรดให้อภัยผมด้วย ผมจะลองพยายามคิดใหม่ครับ!”
ชายขี้เมากำลังหัวเสียอย่างมาก
คราวเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วได้ยินเหตุการณ์ดังกล่าว รู้มาว่าอีกฝ่ายไม่มีความสำคัญอะไรจึงคิดจะปิดปากเงียบ แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวโยงกับคุณมู่!
ซวยจริง ๆ!
“พูดมา”
มู่อวี้เฉิงปริปากพูดสองคำเบา ๆ และจ้องมองเขาด้วยดวงตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว
ชายขี้เมาตื่นตระหนกมากและกวาดสายตามองรอบข้างอยู่หลายครั้ง “ผมจำได้แล้วครับ!”
“ตอนที่ผมเมา มีใครบางคนพาผมเข้าไปในห้องน้ำนั้น!”
เขาพูดและหันไปพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนนั้นเขายังพอมีสติอยู่บ้าง จึงระลึกได้ว่ามีคนคอยช่วยพยุงตัวเขาตลอดทาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจถามต่อ “จำได้มั้ยว่าใคร? ช่วยบรรยายลักษณะมาที”
“จำไม่ได้…” เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของเขา ฝ่ามือที่ปกคอเสื้อก็กระชับขึ้นอีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นระรัวพูดออกไปอย่างประหม่า “ผู้หญิง! เป็นผู้หญิงครับ!”
“คุณมู่ ผมจำไม่ได้จริง ๆ ว่าเป็นใคร!”
ชายขี้เมาทำหน้าเศร้าสร้อย “ถ้าเกิดผมรู้ว่าเป็นใคร ผมจะไปหักขาเธอแน่! มาทำกันแบบนี้ได้ยังไง…”