พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 102 ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่แล้ว
ตอนที่ 102
ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่แล้ว
มู่อวี้เฉิงรอสายอยู่นานก็จะได้ยินเสียงตู้ด ๆ ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
เขาวางสายลงด้วยความไม่สบายใจ
ไม่มีทางที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเมินสายเรียกเข้าจากเขา หรือ… ไม่สามารถรับสายได้
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองลู่ซีจวี๋ที่อยู่ข้าง ๆ จากหางตาแล้ว แล้วจึงหันหลังเดินกลับไปทันที
หลังจากเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นกลุ่มคนหลั่งไหลออกมาจากฟากหนึ่งของทางเดิน จึงรีบวิ่งเข้าไปข้างหน้า
“เกิดอะไรขึ้น? ไหนบอกว่าคนมีอะไรกันไง? ทำไมถึงโทรหา1669?”
“เหมือนว่าจะมีคนตาย ได้ยินว่ารถพยาบาลถูกเรียกมาหลายคันเลย เราไปดูกันเถอะ น่าเสียดายเรื่องแบบนี้ไม่น่ามาเกิดขึ้นในวันเกิดของท่านผู้เฒ่าซ่งเลย!”
เสียงของคนกลุ่มหนึ่งในบริเวณทางเดินดังชัดขึ้นมาเป็นพิเศษ พวกเขาเดินเลี้ยวและมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุม
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วแล้วรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาด้วยเหตุบางอย่าง จึงเร่งฝีเท้าเดินตามไปอย่างว่องไว
ลู่ซีจวี๋ที่เดินตามหลังเขามาไม่ได้ถามอะไรและน่าจะคาดเดาบางอย่างได้จากบทสนทนาของคนเหล่านั้น เขารีบก้าวขาเดินตามไปในทิศทางเดียวกัน
หน้าประตูห้องน้ำหญิง มีหญิงสาวหลายคนยืนชะเง้อหน้ามองเข้าไปด้านในด้วยความหวาดกลัว
มู่อวี้เฉิงที่ได้เปรียบในเรื่องความสูงสามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่ยุ่งเหยิงภายในห้องน้ำได้อย่างรวดเร็ว ชายคนหนึ่งมีเลือดท่วมตัว ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง
ใบหน้าของเขาเย็นเฉียบลงทันที
“ถอยไป!”
มู่อวี้เฉิงผลักผู้หญิงที่ขวางทางออกและเดินตรงเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกชายขี้เมากระตุ้นจนไม่เป็นตัวเอง แต่เมื่อเธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เธอก็อดไม่ไหวอีกต่อไปรีบโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิง
“เขา… ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา! เขาบุกเข้ามาก่อน จะ… จะลวนลามฉัน…”
น้ำตาของเธอไหลเป็นทางขณะที่เธอคอยพูดออกมาเป็นระยะ ๆ
มู่อวี้เฉิงเข้าใจได้ว่าเธอกำลังหมายถึงอะไร
ยิ่งไปกว่านั้นผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อปาดไหล่ขาดก็พอจะพิสูจน์เรื่องทุกอย่างได้!
ดวงตาของเขาดูโหดเหี้ยมขึ้น แต่กลับพยายามจะระงับความโกรธเคืองและพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ไม่เป็นไรนะ ผมอยู่นี่แล้ว”
หลังจากนั้นเขาก็ผูกปมเสื้อที่ขาดออกจากกันและถอดเสื้อคลุมออกมาสวมให้เธอ
ลู่ซีจวี๋เข้ามายืนข้าง ๆ พวกเขาสองคน หลังจากได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ใบหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที
เมื่อเห็นชายที่หมดสนิทนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ลู่ซีจวี๋ก็เดินเข้าไปแล้วเอามือแนบกับจมูกเพื่อตรวจสอบการหายใจของเขา
“ยังมีชีวิตอยู่ แค่เป็นลมหมดสติ”
ลู่ซีจวี๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วจึงหันไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ไม่ต้องกังวลนะ เขายังมีชีวิตอยู่ เธอไม่ใช่ฆาตกรสักหน่อย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน้ำตาไหลอาบหน้าขณะพูดถามอย่างอ่อนแรง “จริงเหรอ?”
เธอหันหน้ากลับไปมองกองเลือกบนพื้นด้วยสีหน้าซีดเผือด “เขาเลือดออกเยอะขนาดนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง… ฉันเอง ฉันเป็นคนฆ่าเขา!”
เธอจะทำอย่างไรหากเธอโดนตั้งข้อหาฆาตกรรม? แต่ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกมองไปที่มู่อวี้เฉิงแล้วอธิบายว่า “เขาพยายามลวนลามฉันก่อน ฉัน…”
“ผมรู้” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและใช้ฝ่ามือใหญ่ซับน้ำตาบนใบหน้าของเธอ คอยพูดปลอบโยนเธอ “มันไม่ใช่ความผิดคุณ ถึงเขาจะไม่ตายแต่เขาก็สมควรตาย!”
“จริงเหรอ…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความไม่แน่ใจ
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเธอไม่คงที่ ลู่ซีจวี๋จึงต้องจัดการกับคนคนนี้ก่อน เขาหันไปมองคนที่ยืนมุมอยู่หน้าประตูแล้วตะโกนถามว่า “เรียกรถพยาบาลหรือยัง?”
“เรียกแล้ว ๆ! ใกล้ถึงแล้ว”
เรื่องดังกล่าวแพร่กระจายไปถึงหูทุกคนในงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว ฝูงชนจำนวนมากมากระจุกตัวอยู่หน้าห้องน้ำและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“มีคนตายได้ยังไง? แล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่นทำไมถึงใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยเลย เป็นคนยังไงกัน!”
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตีคนจนตายเหรอ? แต่ทำไมผู้ชายถึงบุกรุกเข้ามาในห้องน้ำหญิง?”
“…”
ข่าวลือแพร่สะพัดราวกับไฟป่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการตะโกนบอกว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น แต่ชายขี้เมาหมดสติไปแล้วคงไม่มีใครเชื่อที่เธอพูด
ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนเพื่อใช้ร่างกายเป็นโล่กำบังไม่ให้ทุกสายตาจับจ้องเข้ามาในห้องน้ำ
“ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ผมหวังว่าทุกคนในงานเลี้ยงนี้จะไม่แผ่กระจายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกไป”
ทุกคนพยักหน้าเพื่อให้ความร่วมมือ
มู่อวี้เฉิงไม่สนใจสิ่งอื่นใด เขาอุ้มคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนและรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง น้ำตาไหลเป็นสายตลอดทาง
วันนี้มีเรื่องราวใหญ่โตเกิดขึ้น และเธอไม่สามารถแบกรับอะไรได้อีก
“เดี๋ยวผมพาคุณออกไปเอง”
เขาโน้มตัวลงมาอุ้มเธอและเตรียมตัวจะเดินกลับออกไป
ทว่ามือหนึ่งกลับหยุดเขาจากทางด้านหลัง ดวงตาของ ลู่ซีจวี๋มืดมนมาก “จะพาเหมี่ยวเหมี่ยวไปไหน?”
“คุณไม่มีสิทธ์มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผม” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลบไป!”
ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายแววดุร้ายกำลังจ้องเขม็งไปทางเขา “วันนี้อย่าได้คิดจะไปไหนทั้งนั้น! คุณพาเธอมาที่นี่แต่ไม่ยอมดูแลเธอให้ดี ปล่อยให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ คุณคิดว่าตัวเองมีความรับผิดชอบดีพอแล้วหรือไง?”
มู่อวี้เฉิงเกลียดขี้หน้าลู่ซีจวี๋เป็นทุนเดิม สายตาเย็นชาและน้ำเสียงเรียบนิ่งพุ่งตรงไปที่อีกฝ่าย “ผมจะพูดอีกครั้ง หลบไปซะ! ไม่อย่างนั้นก็อย่าว่าผมหยาบคาย!”
“ส่งเธอมา” ลู่ซีจวี๋ไม่ยอม
“อา งั้นมาดูกันว่าคุณจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว” มู่อวี้เฉิงยกยิ้มประชดประชัน
ในขณะเดียวกัน ลู่หมิงรีบเดินนำบอดี้การ์ดชุดดำเข้ามาปิดล้อมลู่ซีจวี๋
สีหน้าของลู่ซีจวี๋ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย
เขากับผู้เฒ่าลู่มาร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับบอดี้การ์ดหลายคน หากมู่อวี้เฉิงไม่ส่งตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาให้เขา วันนี้ก็อย่าได้คิดที่จะออกไปจากงานเลี้ยง
ทั้งสองประจันหน้ากันจนบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น
แต่จู่ ๆ เสียงของผู้เฒ่าลู่ก็ดังขึ้นมาจากทางประตู “ซีจวี๋”
ท่าทางดุร้ายของลู่ซีจวี๋ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย “คุณปู่ ที่นี่สกปรก ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ? กลับเข้าไปในงานเลี้ยงดีกว่า”
ถึงแม้ว่าผู้เฒ่าลู่จะดูแก่และมีผมขาวทั่วศีรษะ แต่ความน่าเกรงขามคราวเมื่อแสดงสีหน้าจริงจังกลับไม่ลดน้อยลงเลย
“ซีจวี๋ อย่ามาขวางทาง ส่งแม่หนูไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อน”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสุขภาพร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งมองดูสีหน้าตื่นตระหนกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว เขามัวแต่ต่อล้อต่อเถียงอยู่ได้อย่างไร?
ลู่ซีจวี๋กำมือแน่น
หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที เขาก็ถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเฉียบคมจ้องมองไปทางมู่อวี้เฉิงและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คุณควรจะจับตาดูเธอให้ดีกว่านี้ อย่าปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับเธออีก”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้โต้เถียงกับเขาต่อ ขายาวเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินทางออกจากโรงแรมไป
ลู่หมิงเป็นคนขับรถพาพวกเขามุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด