cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 428 ดูภาพ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง
  4. บทที่ 428 ดูภาพ
Prev
Next

ไม่มีผู้ใด​ขาด​ประชุม​ราชสำนัก​วันนี้​ แม้แต่​ฮ่องเต้​ที่​ไม่ค่อย​ปรากฏตัว​ก็​ยัง​เข้าร่วม​

ขันที​สอง​นาย​กำลัง​คลี่​ภาพ​วาดภาพ​หนึ่ง​กลาง​ท้องพระโรง​อย่าง​เบามือ​

“ปู่​ของ​หลูซือ​อัน​ หลูเจี๋ย​ เป็น​ผู้​วาดภาพ​นี้​ เรา​จำได้​ว่า​ฮ่องเต้​พระองค์​ก่อน​โปรดปราน​นัก​ จึงรับสั่ง​ให้​แขวน​ไว้​ใน​ตำหนัก​ที่​ประทับ​”

ฮ่องเต้​ที่นั่ง​อยู่​บน​บัลลังก์​เอ่ย​เสียง​เรียบ​

“เพียงแต่​ลูกหลาน​รุ่นหลัง​พร​สรรค์​ไม่เพียงพอ​ ไม่สามารถ​สืบทอด​วิชา​ของ​เขา​ไว้​ได้​ ทั้ง​ยัง​มุ่งศึกษา​ตำรา​วิชาการ​เสีย​มากกว่า​ งาน​วาดเขียน​จึงได้​ถดถอย​ ผลงาน​ของ​หลูเจี๋ย​จึงกลายเป็น​ของล้ำค่า​ใน​วันนี้​”

น้อย​นัก​ที่​การประชุม​ราชสำนัก​จะถกเถียง​กัน​เรื่อง​โคลงกลอน​หรือ​ศิลปะ​ เพราะ​มักจะ​ถูก​ผู้ตรวจ​การกล่าวหา​ว่า​มัวแต่​เริง​สำราญ​จน​ไม่สนใจ​การงาน​ แต่​ใน​วันนี้​ไม่มีผู้ตรวจการ​คนใด​ปริปาก​ แต่กลับ​พินิจ​พิจารณา​ภาพ​ที่​กาง​อยู่​กลาง​โถงอย่าง​จดจ่อ​ ดวงตา​ทุก​คู่​ล้วน​เปล่งประกาย​ ราวกับ​มอง​แกะ​น้อย​กำลัง​โดน​เชือด​ พลาง​ครุ่นคิด​ว่า​จะกัด​กิน​ส่วน​ใด​เป็น​คำ​แรก​ดี​

“แม้หลูซือ​อัน​จะมิได้​ฝึกฝน​จน​ช่ำชอง​เท่า​คน​เป็น​ปู่​ แต่​ก็​ไม่ทำให้​ต้นตระกูล​ต้อง​ขายหน้า​ ขอ​เหล่า​ขุนนาง​ทั้งหลาย​โปรด​ดู​ ดู​ว่า​ภาพวาด​ของ​เขา​เป็น​เช่นไร​บ้าง​”

ขุน​นางใน​การประชุม​ราชสำนัก​มีไม่มาก​ สอง​แถว​ยืน​เรียง​กัน​ประมาณ​สิบ​กว่า​คน​ ทว่า​พอ​ได้ยิน​คำพูด​ของ​ฮ่องเต้​ แต่กลับ​ไร้​ซึ่งเสียง​ตอบรับ​ ทั้ง​ยัง​ไม่มีผู้ใด​ก้าว​เท้า​ออกมา​

“ฝ่าบาท​ หลูซือ​อัน​ใช้อำนาจหน้าที่​ใน​ทาง​มิชอบ​… ”

ขุนนาง​ผู้​หนึ่ง​เห็น​แววตา​เกา​ห​ลิง​ปอ​ จึงรวบรวม​ความกล้า​แล้ว​ยืน​ขึ้น​พูด​

ทว่า​ยัง​ไม่ทัน​ได้​พูด​จบ​ฮ่องเต้​ก็​เอ่ย​แทรก​ขึ้น​มาก่อน​

“หลูซือ​อัน​ใช้อำนาจหน้าที่​ใน​ทาง​มิชอบ​ เรา​รู้ดี​ ไม่จำเป็นต้อง​ให้​พวก​เจ้าย้ำ​เตือน​ ยาม​นี้​เรา​กำลัง​พูดถึง​ภาพวาด​” ฮ่องเต้​เอ่ย​เสียง​เรียบ​ “ยาม​นี้​เรา​ให้​พวก​เจ้าดู​ว่า​ภาพวาด​นี้​วาด​ได้ดี​หรือไม่​!”

ไม่มีผู้ใด​กล้า​พูด​ต่อ​

“ถวายบังคม​ฝ่าบาท​”

เสียงดัง​กังวาน​ของ​ชายหนุ่ม​ดัง​ขึ้น​ ทำลาย​บรรยากาศ​แสน​อึดอัด​ลง​

พอ​เห็น​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ก้าว​ออกมา​มา องค์​ชาย​ใหญ่​ที่อยู่​ข้าง​กัน​ก็​เดิน​ตามติด​ ก่อน​จะชิงยืน​นิ่ง​อยู่​ที่​หน้า​ภาพวาด​ก่อน​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ยิ้ม​บาง​ชะงัก​ฝีเท้า​ลง​แล้ว​หลีกทาง​ให้​

พอ​มีเหล่า​องค์​ชาย​เปิดฉาก​ เฉินเซ่า​ก็​ก้าวเดิน​มาหยุด​อยู่​ข้างหน้า​เช่นกัน​ คน​ที่​เหลือ​ก็​ทยอย​ตาม​กัน​มาตามลำดับ​ศักดิ์​ของ​ตำแหน่ง​

ภาพวาด​ผืน​ยาว​นี้​ เริ่มต้น​จาก​ประตู​ตะวันตก​ของ​เมืองหลวง​ ภาพ​ทิวทัศน์​ที่​วาด​ออกมา​นั้น​ไม่อาจ​เรียก​ได้​ว่า​งามสัก​เท่าไหร่​ ลายเส้น​พู่กัน​แสน​ธรรมดา​ แต่​โดดเด่น​ที่​ความมีชีวิตชีวา​

เดิมที​ท้องพระโรง​นั้น​เงียบสงัด​แม้เหล่า​ขุนนาง​จะเริ่ม​ขยับ​เข้ามา​ใกล้​ จนกระทั่ง​เริ่ม​มีเสียง​กระซิบ​ถกเถียง​ดัง​ขึ้น​

แน่นอน​ว่า​เหล่า​ขุนนาง​ ณ ที่​นี้​ไม่ได้​เห็น​เหตุการณ์​ใน​วันนั้น​กับ​ตา​ของ​ตนเอง​ แต่​อย่าง​น้อย​ก็​ต้อง​ได้ยิน​ข่าวคราว​บ้าง​ ภาพวาด​ที่ตั้ง​ตระหง่าน​อยู่​ตรงหน้า​ใน​ยาม​นี้​ ราวกับ​กำลัง​พา​พวกเขา​เข้าไป​อยู่​ใน​เหตุการณ์​นั้น​อย่าง​ใกล้ชิด​

สมกับ​ที่​เป็น​หลานชาย​ของ​หลูเจี๋ย​ ลายเส้น​ปลาย​พู่กัน​ของ​หลู่​ซือ​อันนั้น​ละเอียด​ยิ่งนัก​ แม้แต่​ดอกไม้​ขาว​ที่​ประดับ​อยู่​บน​หัว​ม้าก็​ยัง​วาด​อย่าง​ประณีต​

ใน​ภาพ​มีทั้งคน​หาม​โลงศพ​ คน​ถือ​ธงดวงวิญญาณ​ คน​ยก​มือขึ้น​ปาด​น้ำตา​ คน​ที่​ใบหน้า​เรียบ​เฉย​ คน​ที่​ก้มหน้า​ แถมท่าทาง​ของ​เด็กน้อย​ที่อยู่​ใน​อ้อม​อก​ของ​ใครคนหนึ่ง​ก็​เปลี่ยน​ผัน​ไป​ตาม​การ​เคลื่อน​ขบวน​ บางครั้ง​ก็​ชูมือ​ออก​ไป​คว้า​ธงขาว​ บางครั้ง​ก็​ขยี้ตา​ บางครั้ง​ก็​อม​นิ้วมือ​ ช่างดู​ไร้เดียงสา​ยิ่งนัก​

สีหน้า​ของ​บรรดา​ชาย​หญิง​ทั้ง​คนหนุ่ม​ของ​แก่​ริมถนน​ก็​แตกต่าง​ บ้าง​ก็​กำลัง​ถามไถ่ด้วย​ความ​ตื่นตระหนก​ ทั้ง​ยังมี​สีหน้า​ของ​คนเมา​ที่​พยาม​ยาม​ยื้อแย่ง​เหล้า​กัน​ เขา​ก็​สามารถ​วาด​ออกมา​ได้​สมจริง​นัก​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เห็น​ดังนั้น​ก็​เม้มปาก​ยิ้ม​ออ​กม​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​

ใน​ตอนแรก​องค์​ชาย​ใหญ่​ก้าว​ฉับ​อย่าง​ว่องไว​ แต่​พอ​หาง​ตา​เหลือบ​ไป​เห็น​จิ้ว​อัน​จวิ๋น​อ๋อง​เดิน​ช้าลง​ จังหวะ​ฝีเท้า​ของ​เขา​จึงช้าลง​ตาม​ เขา​มอง​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ที่​เอาแต่​จอ​จ้อง​ไป​ที่​ภาพวาด​ ราวกับ​กลัว​ว่า​จะรายละเอียด​บางอย่าง​จะหลุด​ลอด​สายตา​ไป​ ทั้ง​ยัง​ขมวดคิ้ว​แน่น​

เขา​เกลียด​การ​ดู​ภาพวาด​! เพราะ​เหมือนกับ​การ​ดู​แผนที่​! ใน​สายตา​ของ​เขา​ลายเส้น​ขีดเขียน​อะไร​พวก​นั้น​ล้วนแต่​น่าเบื่อหน่าย​!

แต่​ตอนนี้​เขา​ไม่ใช่เด็กน้อย​เหมือน​แต่ก่อน​แล้ว​ องค์​ชาย​ใหญ่​เงยหน้า​ขึ้น​ สายตา​หยิ่งยโส​นั้น​จับจ้อง​ไป​ภาพวาด​อย่าง​พินิจ​พิจารณา​

เจอ​แล้ว​!

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ชะงัก​ฝีเท้า​ลง​ สายตา​หยุด​อยู่​ที่​มุมหนึ่ง​ของ​ภาพ​ ท่ามกลาง​ฝูงชน​วุ่นวาย​ มีหญิงสาว​นาง​หนึ่ง​กำลัง​ยื่นมือ​ออก​ไป​ลูก​หัว​ม้า แม้จะสวม​หมวก​คุ​ลม​หน้า​ แต่​เข้า​ก็​รู้​ว่า​เป็น​ผู้ใด​

ภาพวาด​ของ​หลูซือ​อัน​เทียบ​ไม่ได้​กับ​ของ​คน​เป็น​ปู่​เลย​สักนิด​ เพราะ​ความจริง​แล้ว​เพียงแค่​หมวก​คลุม​หน้า​ไม่อาจ​ปกปิด​ท่าทาง​อันเป็น​เอกลักษณ์​ของ​หญิงสาว​ผู้​นั้น​ได้​อย่าง​แน่นอน​ แต่​จาก​ปลาย​พู่กัน​ของ​เขา​กลับ​กลายเป็น​เพียง​ภาพ​ไร้อารมณ์​

ตรงนี้​ต้อง​สูงขึ้น​อีก​นิด​ แขน​เสื้อ​ต้อง​กว้าง​ขึ้น​อีกหน่อย​ ถึงจะเป็น​หมวก​คลุม​หน้า​แต่​ก็​ไม่ควร​ลงสี​ดำ​สนิท​เช่นนี้​ อย่าง​น้อย​ก็​ต้อง​เผย​ให้​เห็น​ใบหน้า​ภายใน​บ้าง​…

“ฝ่าบาท​…”

เสียงเตือน​เรียก​สติ​ดัง​ขึ้น​ข้าง​กาย​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ยืน​ตัวตรง​ มองดู​เฉินเซ่า​พยักหน้า​ส่งสัญญาณ แล้วจึง​ก้าวเดิน​ไป​ข้างหน้า​

ดู​อะไร​กัน​ เหตุใด​ถึงได้​เหม่อลอย​เช่นนั้น​

เฉินเซ่า​มอง​ตามอย่าง​อด​ไม่ได้​ แต่​ก็​ไม่เห็น​ว่า​มีจุด​ใด​โดดเด่น​เป็นพิเศษ​

ภาพ​นี้​ร่าย​เรียง​เรื่องราว​ตั้งแต่​ประตูเมือง​ทิศตะวันออก​ ไป​จนถึง​ความ​ครื้นเครง​ที่​หน้า​หลุมศพ​ และ​ดอกไม้ไฟ​บน​ท้องฟ้า​

“วาด​ได้ดี​หรือไม่​” เสียง​ของ​ฮ่องเต้​ดัง​มาจาก​บน​บัลลังก์​

วาด​ได้​ไม่ดี​สัก​เท่าไหร่​ แต่​วาด​ได้​สมจริง​เสีย​จน​น่าหวาดกลัว​

เกา​ห​ลิง​ปอ​กัดฟัน​กรอด​

ภาพวาด​หรือ​การ​ร่าย​ร่ำ​ย่อม​แสดงออก​ได้​เด่นชัด​ยิ่งกว่า​บทกวี​ ทั้ง​ยัง​สะเทือนอารมณ์​คน​มากกว่า​

หาก​เหตุการณ์​นี้​พรรณนา​โดย​บท​ร้อยกรอง​ คง​น่าเบื่อหน่าย​เพราะ​คน​ขับร้อง​มิได้​รู้สึก​เช่นเดียวกับ​คนเขียน​ แต่​หาก​ใช้ภาพวาด​ถ่ายทอด​ออกมา​ ย่อม​สามารถ​สั่นคลอน​ความรู้สึกนึกคิด​ของ​ฮ่องเต้​ได้​บ้าง​

บน​แผ่น​กระดาษ​ปรากฏ​ภาพ​ของ​ขบวน​ส่งศพ​อัน​ยิ่งใหญ่​ รายล้อม​ไป​ด้วย​ฝูงชน​มากมาย​ ถ่ายทอด​ความโกลาหล​วุ่นวาย​ใน​เมืองหลวง​ได้​อย่าง​แจ่มแจ้ง สำหรับ​ฮ่องเต้​ที่หนึ่ง​ปี​ออกจาก​วัง​เพียงแค่​หน​สอง​หน​ แถมยัง​ออก​ไป​ถึงแค่​ตำหนัก​ที่​ตั้งอยู่​ไกล​ออก​ไป​ไม่กี่​ลี้​ ภาพ​ที่​ได้​เห็น​ทำให้​เขา​สะเทือนอารมณ์​ยิ่งนัก​

ภาพ​วาดภาพ​นี้​ราวกับ​พา​เขา​เข้าไป​อยู่​ใน​เหตุการณ์​วันนั้น​ ราวกับ​ได้​สัมผัส​และ​ความรู้สึก​นั้น​เกิดขึ้น​จริง​กับ​ตนเอง​

“ชาวเมือง​ทั้ง​โศกเศร้า​ทั้ง​คับแค้นใจ​ สิบ​คน​ได้​เห็น​ เก้า​คน​ตรอมใจ​ จาก​ตะวันออก​จรด​ตะวันตก​ ถนนหนทาง​เนืองแน่น​ไป​ด้วย​ผู้คน​ เงิน​กระดาษ​โปรยปราย​ลงมา​ดั่ง​หิมะ​ ธงส่งดวงวิญญาณ​ตั้งชัน​ดั่ง​พงไพร​ ทั้งเมือง​ต่าง​กล่าวขาน​ถึงเขา​เม่าหยวน​ซาน​”

“…กระหม่อม​ได้ยิน​ข่าว​มา จึงได้​สืบ​เรื่อง​ต่อ​เป็นการ​ลับ​ เพราะ​ไม่ต้องการ​ให้​การฉ้อฉล​เพื่อ​รับ​ความดี​ความชอบ​ของ​เจียง​เห​วิน​หยวน​แปดเปื้อน​ถึงฝ่าบาท​ ยาม​นี้​เหล่า​ชาวเมือง​นั้น​คับแค้นใจ​ ถูก​กดขี่​เสีย​จน​มิกล้า​ร้องเรียน​ เบื้องบน​จึงไม่อาจ​ได้ยิน​เสียง​ของ​พวกเขา​ ใน​วันที่​ข้า​จะต้อง​จาก​เมืองหลวง​แห่ง​นี้​ไป​ ข้า​ได้​เห็น​เหล่า​ชาวเมือง​ร้องเรียก​ให้​สวรรค์​รับ​ดวงวิญญาณ​ของ​เหล่า​นักรบ​ขึ้นไป​ กระหม่อม​ยอม​มิได้​หาก​ฝ่าบาท​จะต้อง​แปดเปื้อน​เพราะ​ความผิด​นี้​ และ​เพื่อ​หา​หลักฐาน​ว่า​เจียง​เห​วิน​หยวน​เป็น​ผู้​กระทำความผิด​ กระหม่อม​ยอม​ต้องโทษ​หมิ่น​เบื้องสูง​ หาก​มิเป็น​ดั่ง​ที่ว่า​ไว้​ กระหม่อม​ยิน​ยอมให้​ตัดหัว​ประจาน​ที่​หน้า​ประตู​เซวียนเต๋​อ.​..”

เสียง​ของ​ขันที​ที่​อ่าน​คำร้อง​ของ​หลูซือ​อัน​ดังก้อง​ไป​ทั่ว​ท้องพระโรง​ พาล​ให้​เหล่า​ขุนนาง​ที่​จ้องมอง​ภาพ​นั้น​นิ่งเงียบ​ไป​อีกครั้ง​

“พวก​เจ้าคิด​ว่า​ หลูซือ​อัน​วาด​ได้ดี​หรือไม่​” ฮ่องเต้​ถามอีกครั้ง​

องค์​ชาย​ใหญ่​อยาก​จะก้าว​ขึ้น​มาข้างหน้า​แล้ว​ออกความเห็น​ แต่​ก็​ไม่ว่า​จะพูด​อัน​ใด​ดี​ ยาม​นี้​หาก​จะบอ​กว่า​วาด​ได้​แย่​ ก็​เหมือน​พูด​ไป​เพื่อ​ขายผ้าเอาหน้ารอด​ ใน​เมื่อ​ยัง​ไม่แน่ชัด​ว่า​ฮ่องเต้​มีความหมายแฝง​อัน​ใด​ถึงได้​ถามเช่นนั้น​ หาก​ตอบ​ไม่ตรง​ใจก็​ยิ่ง​แย่​เข้าไป​กัน​ใหญ่​

วันก่อน​อาจารย์​ได้​สอน​เขา​ใน​คาบ​เรียน​ว่า​ พูด​ให้​น้อย​ เรื่อง​ที่​ตน​ไม่รู้​ ยิ่ง​ห้าม​พูด​เด็ดขาด​

ขณะที่​เขา​กำลัง​ลังเล​อยู่​นั้น​ จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ก็​ก้าว​ออก​มาจาก​แถว​

สายตา​ของ​คน​ทั้ง​ท้องพระโรง​หันไป​มอง​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ บ้าง​ก็​มอง​อย่าง​โจ้งแจ้ง บ้าง​ก็​ลอบมอง​ ทว่า​ล้วนแต่​มอง​ด้วย​ความประหลาดใจ​อย่าง​ไม่อาจ​ปกปิด​

ทุกครั้งที่​ชิน​อ๋อง​มาร่วม​ประชุม​ราชสำนัก​ก็​เป็น​เหมือน​เพียง​ไม้ประดับ​ ไม่เหมือน​องค์​ชาย​ใหญ่​ องค์​ราช​ทายาท​ที่​ถูก​ฝึกฝน​จน​สามารถ​ร่วม​ออกความเห็น​ได้​ จิ้น​อัน​จวิ๋น​อ๋อง​เอง​ย่อม​รู้ดี​ จึงมักจะ​ถกเถียง​กับ​ฮ่องเต้​เป็นการ​ส่วนตัว​ แต่​ไม่แสดง​ความเห็น​ของ​ตน​ต่อหน้า​เหล่า​ขุน​นางใน​การประชุม​ราชสำนัก​

วันนี้​เป็นครั้งแรก​ของ​เขา​

ฮ่องเต้​หันไป​มอง​เขา​ สีหน้า​มอง​ไม่ออ​กว่า​เกรี้ยวกราด​หรือว่า​ดีใจ​

“ฝ่าบาท​จำภาพวาด​ลัดเลาะ​ป่า​เขา​ที่​กระหม่อม​ถวาย​ให้​พระองค์​ได้​หรือไม่​” สีหน้า​ของ​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ดู​ผ่อนคลาย​ ทั้ง​ยัง​เอ่ย​ด้วย​ใบหน้า​ยิ้มแย้ม​ดัง​เช่นเคย​

ภาพ​อะไร​นะ​ เหล่า​ขุนนาง​ที่อยู่​ใน​ท้องพระโรง​ต่าง​สงสัย​ สีหน้า​ของ​ฮ่องเต้​เริ่ม​เปลี่ยนไป​

“กระหม่อม​เอง​ไม่ค่อย​รู้เรื่อง​ศิลปะ​นัก​ แต่​ก็​พอ​รู้​ว่า​ฝีมือ​วาดภาพ​ของ​หลูซือ​อันนั้น​ช่างแสน​ธรรมดา​ เก่งกาจ​กว่า​กระหม่อม​ไม่เท่าไหร่​” จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​เอ่ย​ สายตา​มอง​ไป​ยัง​ภาพ​ที่​ขันที​กาง​อยู่​ “แต่ว่า​กระหม่อม​สัมผัส​ได้​ถึงความตั้งใจ​ของ​เขา​ เหมือนกับ​ภาพวาด​ที่​กระหม่อม​ถวาย​แก่​ฝ่าบาท​ใน​วันนั้น​ กระหม่อม​เอง​ก็​เคย​มีรู้สึก​เช่นนั้น​ ถึงได้​มองออก​ว่า​แต่ละ​ลายเส้น​พู่กัน​นั้น​มาจาก​ความเพียรพยายาม​”

ความตั้งใจ​อย่างนั้น​หรือ​!

ให้​ความเห็น​เช่นนี้​ก็ได้​อย่างนั้น​หรือ​! นี่​คือ​ความเห็น​ที่​มีต่อ​ภาพวาด​หรือ​เหตุการณ์​ที่​เกิดขึ้น​กัน​แน่​! นี่​คือ​ความเห็น​ที่​ฮ่องเต้​อยาก​ได้ยิน​สินะ​!

คำพูด​นั้น​ทำให้​เข้าใจ​ภาพวาด​นี้​ได้​อย่าง​ทะลุ​ปุ​โปร่ง​ ราวกับ​หยิบยก​เรื่องราว​ข้างหลัง​ภาพ​ให้​ปรากฏ​สู่สายตา​ของ​ทุกคน​!

ฟางเหว่​ย!​

ชีวิต​เจ้าคง​สุขสบาย​เกินไป​กระมัง​! เหตุใด​ถึงได้​แส่ไม่เข้าเรื่อง​เช่นนี้​!

เกา​ห​ลิง​ปอ​มอง​ไป​ทาง​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ด้วย​ความ​ตื่นตระหนก​อย่าง​ไม่อาจ​ปกปิด​ ใน​ใจของ​เขา​เดือดดาล​

เขา​ไม่ได้​ตื่นกลัว​เพราะ​คำพูด​นั้น​ แต่​ตกใจ​เพราะ​คน​ที่​พูด​ประโยค​นั้น​ต่างหาก​ ไม่ว่า​อย่างไร​คำพูด​นี้​ต้อง​ถูก​ใคร​สัก​คน​เอ่ย​ขึ้น​เป็นแน่​ และ​ก็​ควรจะ​เป็นหนึ่ง​ใน​พวกพ้อง​ของ​เฉินเซ่า​ แต่​ไม่ใช่จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ที่​ไม่ได้ส่วน​เกี่ยวข้อง​อัน​ใด​กับ​เรื่อง​นี้​

หาก​เฉินเซ่า​เป็น​คนพูด​ หรือ​จะว่า​กัน​ตามหลักการ​แล้ว​ ก็​มีแต่​คน​ระดับ​เฉินเซ่า​เท่านั้น​ที่​พูด​ได้​ เพราะ​หลูซือ​อันเป็น​คน​ที่​เฉินเซ่า​แนะนำ​เข้ามา​ ใน​สายตา​ของ​ฮ่องเต้​แล้ว​เขา​คือ​พวกพ้อง​เฉินเซ่า​ แต่​หาก​เขา​ไม่พูด​ ก็​แสดงว่า​ใจเขา​มิได้คิด​ซื่อตรง​ แต่​หาก​เขา​ออกหน้า​แล้ว​บอ​กว่า​การกระทำ​ของ​หลูซือ​อันนั้น​ถูกต้อง​แล้ว​ ก็​เท่ากับ​ว่า​เขา​ช่วย​พวกพ้อง​ปิดบัง​ สุดท้าย​แล้ว​ไม่ว่า​เฉินเซ่า​จะพูด​หรือไม่​พูด​ ก็​ย่อม​เกิดผล​อย่างใดอย่างหนึ่ง​อยู่ดี​ แล้ว​จะยิ่ง​ทำให้​ฮ่องเต้​สงสัย​ใน​ตัว​เขา​

สงสัย​ว่า​เฉินเซ่า​คือ​ผู้​ชักใย​อยู่​เบื้องหลัง​เรื่อง​นี้​

แต่​ยาม​นี้​จู่ๆ จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​กลับเป็น​คน​โพล่ง​ขึ้น​มาก่อน​ แถมยัง​เอ่ยถึง​ภาพวาด​ใน​อดีต​ พา​ให้​ฮ่องเต้​ยิ่ง​ครุ่นคิด​ จน​สถานการณ์​ใน​ตอนนี้​กลับตาลปัตร​ไป​กัน​หมด​แล้ว​!

“ฝ่าบาท​ กระหม่อม​ก็​เห็น​เช่นนั้น​พ่ะย่ะค่ะ​” เฉินเซ่า​ก้าว​ออกมา​แล้ว​เอ่ย​ขึ้น​

ได้ยิน​หรือยัง​ กลายเป็น​ว่า​เขา​เห็นด้วย​ แต่​มิใช่ความเห็น​ของ​เขา​เอง​! คำพูด​ที่​ต่างกัน​เพียงแค่​คำ​เดียว​กลับ​ทำให้​ฮ่องเต้​คลาย​ข้อกังขา​ใน​ใจที่​มีต่อ​เฉินเซ่า​ไป​ปลิด​ทิ้ง​!

“ฝ่าบาท​ หลูซือ​อัน​มีความตั้งใจ​ก็​จริง​ แต่​มีความ​ประสงค์ร้าย​แฝงอยู่​!” เกา​ห​ลิง​ปอ​โมโห​จน​ทนไม่ไหว​ อย่างไร​ก็​ต้อง​กู้​สถานการณ์​เบื้องหน้า​นี้​ให้​ได้เสีย​ก่อน​ เพื่อ​จะความเสียหาย​จะได้​ไม่บานปลาย​ไป​มากกว่า​นี้​

“…หลูซือ​อัน​กล่าวหา​เจียง​เห​วิน​หยวน​ว่า​แย่ง​ความดี​ความชอบ​ของ​ผู้ใต้บังคับบัญชา​มาเป็น​ของ​ตน​ ทั้ง​ยัง​ปกปิด​เรื่อง​นี้​ต่อ​ฝ่าบาท​ แต่​กระหม่อม​กับ​คิด​ว่า​เขา​กำลัง​ยุยง​ให้​ชาวเมือง​บีบคั้น​ฝ่าบาท​มากกว่า​…”

“…ยุยง​ชาวเมือง​อย่างนั้น​หรือ​ คน​นับ​หมื่น​ที่​ออกมา​ร่วม​ขบวน​นี้​น่ะ​หรือ​ ใต้เท้า​เกา​ช่างประเมิน​หลูซือ​อัน​สูงยิ่งนัก​…”

ท้อง​พระ​โถงที่​เคย​เงียบสงบ​ก็​เสียงดัง​เซ็งแซ่ขึ้น​มาใน​ทันใด​ มีทั้งคน​ที่​เห็นด้วย​และ​คน​ที่​คัดค้าน​ เสียงดัง​สนั่นราวกับ​ลม​ฝน​พายุ​มิปาน​

องค์​ชาย​ใหญ่​ได้​แต่​ยืน​นิ่ง​ แววตา​เหม่อลอย​

เขา​ยัง​ไม่ทัน​ได้สติ​ว่า​เกิดเรื่อง​อัน​ใด​ขึ้น​ด้วยซ้ำ​ เหตุใด​เหล่า​ขุนนาง​ที่​ปิดหูปิดตา​ นิ่งเงียบ​ราวกับ​สุนัข​แสน​เชื่อง​มาโดยตลอด​ กลับ​เริ่ม​แบ่ง​พรรค​แบ่ง​พวก​ขึ้น​มา ไม่นาน​ก็​เริ่ม​เถียง​กัน​จน​หน้าดำหน้าแดง​ แทบจะ​ถลก​แขน​เสื้อ​กระโจน​เข้าใส่​กัน​อยู่แล้ว​

เป็น​เช่นนี้​อีก​ตามเคย​ ไม่รู้​ว่า​พวกเขา​ทะเลาะ​กัน​เรื่อง​อัน​ใด​กัน​แน่​ ไร้สาระ​ยิ่งนัก​

องค์​ชาย​ใหญ่​ยืน​อยู่​กลาง​ท้องพระโรง​ รู้สึก​เหมือน​กำลัง​ย้อนกลับ​ไป​ยาม​ที่​เขา​ขึ้น​ว่าราชการ​แทน​เสด็จ​พ่อ​ตอน​ยัง​เด็ก​ แต่​ยาม​นี้​กลับ​รู้สึก​ทรมาน​เสีย​ยิ่งกว่า​ เพราะ​ตอนนั้น​อย่าง​น้อย​เขา​ก็ได้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ ไม่ใช่ยืน​อยู่​เหมือน​ตอนนี้​

ไม่รู้​ว่า​คน​พวก​นี้​จะทะเลาะ​กัน​ไป​ถึงเมื่อไหร่​…

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ผู้​จุด​ชวน​ดอกไม้ไฟ​ให้​ปะทุ​ขึ้น​กำลัง​ก้มหน้า​ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่​ ก่อน​จะเงยหน้า​ขึ้น​ด้วย​ใบหน้า​เรียบ​เฉย​ดังเดิม​ ทว่า​สาย​ตากลับ​หยุด​อยู่​ที่​ภาพวาด​น​นั้น​อีกครั้ง​ เสียง​โหวกเหวก​โวย​ด้านหลัง​ราว​กลับ​บทเพลง​บรรเลง​เคล้า​คลอ​

“ข้า​ชอบ​ภาพ​วาดภาพ​นี้​นัก​” เขา​เอ่ย​กระซิบ​กับ​องค์​ชาย​ใหญ่​

องค์​ชาย​ใหญ่​ไม่ชายตามอง​เขา​แม้แต่​นิด​

“องค์​ชาย​ดู​สิ วาด​ได้ดี​นัก​ สมจริง​เสีย​ยิ่ง​กระไร​ แต่ก่อน​ตอนที่​ข้า​ออกจาก​วัง​ไป​ ก็​มักจะ​ใช้เส้นทาง​จาก​ประตู​ตะวัน​ตกไป​ยัง​ประตู​ตะวัน​ออ​ก.​.. ข้า​จำสะพาน​นี้​ได้​ หัวสะพาน​มีสิงห์​อยู่​สามตัว​…” จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​ไม่ใส่ใจทั้ง​ยัง​พูด​ต่อ​ พลาง​จ้องมอง​ไป​ที่​รูปภาพ​

องค์​ชาย​ใหญ่​ก้าว​ถอยห่าง​จาก​เขา​

สายตา​ของ​จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​หยุด​อยู่​ที่​ดอกไม้ไฟ​บน​ภาพ​ ดอกไม้ไฟ​จาก​นอกเมือง​ใน​วันนั้น​เปล่งประกาย​งดงาม​ถึงเพียงนี้​เชียว​หรือ​

อันที่จริง​เขา​เอง​เห็น​แล้ว​กับ​ตา​ เพียงแต่​เห็น​เพียง​ประกาย​รำไร​เท่านั้น​ ยาม​ที่​ดอกไม้ไฟ​ปะทุ​กลาง​ท้องฟ้า​ เขา​กำลัง​พา​ลิ่ว​เกอร์​ไป​นั่งเล่น​บน​จุด​ที่สูง​ที่​ของ​วังหลวง​ที่​ไม่มีผู้ใด​ล่วงรู้​ ตอนนั้น​พวกเขา​ยัง​ตกใจ​จน​สะดุ้ง​ตัว​โยน​กัน​อยู่เลย​

ที่แท้​วันนั้น​เมืองหลวง​คึกคัก​ถึงเพียงนี้​เชียว​หรือ​

จิ้น​อัน​จวิ้น​อ๋อง​กวาดสายตา​มอง​ภาพวาด​ครั้งแล้วครั้งเล่า​

นาง​คง​โมโห​มาก​แน่ๆ​ ทั้ง​ยัง​เศร้าโศก​มาก​แน่ๆ​ สิ่งที่​นาง​มีเดิมที​นั้น​ช่างน้อย​นิด​ แต่​บัดนี้​ได้​สูญสิ้น​แล้ว​ทุกสิ่ง​

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 428 ดูภาพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved