cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 426 ไม่หยุด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง
  4. บทที่ 426 ไม่หยุด
Prev
Next

“นั่น​อะไร​น่ะ​”

ยาม​นี้​ผู้คน​ทั่วทุกสารทิศ​ใน​เมืองหลวง​ต่าง​มอง​ขึ้นไป​บน​ท้องฟ้า​

“มีคน​จุด​ดอกไม้ไฟ​กลางวันแสกๆ​ ด้วย​หรือ​”

“แต่​ดอกไม้ไฟ​นั่น​ก็​ลอย​สูงเสีย​เหลือเกิน​…”

บน​เจดีย์​เก้า​ชั้น​ทางทิศใต้​ของ​เมืองหลวง​ บรรดา​ผู้คน​มาเที่ยว​ชมใช้เวลา​กว่า​ครึ่ง​ค่อนวัน​กว่า​จะปีน​ขึ้น​มาถึงสูงสุด​ได้​ ยาม​มองดู​เมืองหลวง​จาก​มุมสูงเช่นนี้​ ใน​ใจก็​ฮึกเหิม​ขั้น​มา ความคิด​มากมาย​ก็​พรั่งพรู​ ขณะที่​กำลังจะ​ตวัด​พู่กัน​จุ่มหมึก​เขียน​โคลงกลอน​บน​กำแพง​ ทันใดนั้น​ดอกไม้ไฟ​สีขาว​ประกาย​ระยิบ​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​สู่สายตา​

พา​ให้​พวกเขา​เหล่านั้น​เหม่อมอง​อย่าง​ตกตะลึง​

“ดอกไม้ไฟ​หรือ​”

“จะเป็นไปได้​อย่างไร​ พลุ​ของ​งานเทศกาล​โคมไฟ​ยัง​สูงไม่ถึงเจดีย์​สามชั้น​เลย​ ดอกไม้ไฟ​จะลอย​สูงถึงเพียงนี้​ได้​อย่างไร​”

จังหวะ​ที่​พูด​อยู่​นั้น​ดอกไม้ไฟ​ปะทุ​ขึ้น​ไม่หยุด​ จน​อารมณ์​เจ้าบท​เจ้ากลอน​ของ​เหล่า​ผู้​มาเที่ยว​ชมแตก​กระเจิง​ไป​ เอาแต่​ถกเถียง​กัน​ว่า​เหตุใด​ดอกไม้ไฟ​ถึงได้​ลอย​สูงเช่นนี้​

บน​กำแพงเมือง​ประตู​ตะวันออก​ เหล่า​ทหาร​ที่​กำลัง​ลาดตระเวน​อยู่​ก็​มอง​ดอกไม้ไฟ​เหล่านั้น​ด้วย​ความสงสัย​

“กลางวันแสกๆ​ แท้ๆ​ มีคน​จุด​ดอกไม้ไฟ​ด้วย​หรือ​นี่​” พวกเขา​พา​กัน​เอ่ย​ขึ้น​ ถึงอย่างนั้น​ก็​ไม่มีผู้ใด​คิด​จะหยุด​ม้าลง​

กองทหาร​ปัญจ​ทิศ​รักษา​นคร​ก็ตาม​ขบวน​มาเช่นกัน​ จนกระทั่ง​ผู้​เป็น​หัวหน้า​หยุด​ลง​

ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​ทิศตะวันออก​แหงนหน้า​มอง​ท้องฟ้า​อีกครั้ง​ สีหน้า​ก็​ยิ่ง​เคร่งขรึม​มากขึ้น​เรื่อยๆ​

“พวก​เจ้าดู​…” เขา​เอ่ย​

ก็​ดู​อยู่​นี่​อย่างไรเล่า​ เหล่า​ทหาร​ผู้น้อย​ได้​แต่​สงสัย​ก่อน​จะแหงนหน้า​มอง​อีกครั้ง​

ดอกไม้ไฟ​บน​ท้องฟ้า​ยังคง​ปะทุ​ขึ้น​ต่อเนื่อง​

“ดอกไม้ไฟ​ลอย​สูงได้​ถึงเพียงนั้น​เชียว​หรือ​…” ขุนนาง​ผู้​นั้น​เอ่ย​ขึ้น​ด้วย​สีหน้า​ประหลาดใจ​

ผู้คน​เบียดเสียด​กัน​ให้​แน่น​บริเวณ​นอกเมือง​ฝั่งตะวันออก​ พวกเขา​มองดู​คน​ผู้​หนึ่ง​วาง​กระบอกไม้ไผ่​ไว้​บน​โครง​ไม้ที่​ตั้งอยู่​กลางแจ้ง​ คราวนี้​ทุกคน​รู้​แล้ว​ว่า​จะเกิด​สิ่งใด​ขึ้น​ ก็​พา​กัน​ยก​มือขึ้น​อุด​หู​อุด​จมูก​

แต่​คน​ผู้​นั้น​กลับ​จุดชนวน​บน​กระบอกไม้ไผ่​ก่อน​จะรีบ​วิ่ง​หลบ​ไป​อีก​ จากนั้น​เสียง​หวีดหวิว​ก็​ดัง​ขึ้น​ กระบอกไม้ไผ่​พุ่ง​ทะยาน​ขึ้น​สู่เวหา​

สายตา​ของ​ฝูงชน​มอง​ไป​ตาม​ศีรษะ​ที่​แหงน​ขึ้น​

เสียง​ระเบิด​ดัง​ขึ้น​ก่อน​ดอกไม้ไฟ​จะปรากฏ​กลาง​ท้องฟ้า​

เหล่า​ชาวเมือง​ที่อยู่​บน​พื้นดิน​เอง​ก็​โห่ร้อง​

“ดอกไม้ไฟ​นี่​ร้ายกาจ​เสีย​ยิง​กว่า​ตะกาย​ดาว​ของ​ร้าน​ตระกูล​ห​ลี่​เสีย​อี​ก.​..”

“ตะกาย​ดาว​ของ​ร้าน​ตระกูล​ห​ลี่​นั่น​ไม่สมชื่อ​เอา​เสีย​เลย​ น่าจะ​เรียก​ว่า​ดาวตก​เสีย​มากกว่า​…”

“ใช่ ใช่ แบบนี้​ต่างหาก​ถึงจะเรียก​ว่า​ตะกาย​ดาว​ ดู​สิลอย​สูงยิ่งนัก​… หาก​เป็น​ยาม​กลางคืน​คงจะ​ตะกาย​ดาว​ได้​จริงๆ​”

เวลา​ผ่าน​ไป​ครู่หนึ่ง​ ดอกไม้ไฟ​ก็​ถูกจุด​จน​หมด​ ใน​โพรงจมูก​มีแต่​กลิ่น​ของ​เขม่า​ดินปืน​ตลบอบอวล​ เสียง​ร้องไห้​ที่​ถูก​กลบ​โดย​เสียง​ของ​ดอกไม้ไฟ​ก็​หยุด​ลง​ โลงศพ​ไม้ที่อยู่​อีก​ฝั่งก็​ถูก​ลำเลียง​ลง​หลุม​เรียบร้อย​แล้ว​ พร้อมกับ​ป้าย​หน้า​ศพ​ที่ตั้ง​ตระหง่าน​

บน​ป้าย​หน้า​ศพ​นั้น​ไร้​ซึ่งตัวอักษร​ใด​

ไม่นาน​เรื่อง​นี้​ก็​ถูก​ส่งต่อกัน​ปากต่อปาก​ของ​เหล่า​ชาวเมือง​ที่มา​มุงดู​

“เห็น​บอ​กว่า​จะให้​ทุกคน​ที่​มีชีวิต​อยู่​เป็น​ผู้​ตัด​สิน.​..”

“ทำ​ความดี​ความชอบ​แล้วแต่​ไม่มีผู้​เห็นคุณค่า​ ผู้ใด​จะยอม​กัน​…”

“คน​พวก​นั้น​ทำมาหากิน​อะไร​หรือ​…”

“เจ้าเดิน​ตามมา​ตั้ง​นาน​แล้ว​ ยัง​ไม่รู้​อีก​หรือ​ มัวแต่​กิน​เหล้า​น่ะ​สิ”

“ก็​ใช่น่ะ​สิ ก็​ใช่น่ะ​สิ เหล้า​ที่​เท​แจก​กัน​ริม​ทาง​ช่างน้อย​นัก​ พวก​เจ้าดู​นั่น​มีอีก​ต้อง​สอง​กอง​ ต้อง​แย่ง​มากิน​ให้ได้​”

ขณะที่​ชาวเมือง​กำลัง​พูดคุย​หัวเราะ​กัน​อยู่​นั้น​ ด้านหน้า​ก็​มีเสียง​กรีดร้อง​ดัง​ขึ้น​พร้อมกับ​เสียง​ของ​แตก​กระจาย​

เกิด​อะไร​ขึ้น​

ฝูงชน​รอบ​ทิศ​พา​กัน​กรู​เข้ามา​อีกครั้ง​ พอ​เห็น​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​ก็​โกลาหล​ขึ้น​มาใน​ทันใด​

“เหล้า​ของ​ข้า​!”

คน​มากมาย​พา​กัน​ร้อง​เสียงหลง​

“ฟ่านสือ​โถว​ จงดื่ม​ให้​หนำ​ใจเสีย​!”

ฟ่าน​เจียง​หลิน​หอบ​ไห​เหล้า​สอง​ใบ​ก่อน​จะปา​ลงพื้น​หน้า​ป้าย​หลุมศพ​แล้ว​ตะโกน​ลั่น​

“สวี​เม่าซิว​ จงดื่ม​ให้​หนำ​ใจเสีย​!”

เสียง​เพ​ล้ง​ดัง​ขึ้น​ เหล้า​อีก​สอง​ไห​แตก​กระจาย​

“สวี​ล่า​เย่ว์…”​

“ฟ่าน​ซาน​โฉ่ว…”​

“สวี​ปั้ง​ฉุย​…”

ฟ่าน​เจียง​หลิน​ยืน​อยู่​หน้า​หลุมศพ​แล้ว​เงยหน้า​ขึ้น​ เขา​ร้อง​ตะโกน​จน​เสียง​แหบแห้ง​ราวกับ​ใช้กำลัง​ที่​เหลืออยู่​ไป​จน​หมดสิ้น​

เสียง​ตะโกน​ดัง​ขึ้น​ครั้งแล้วครั้งเล่า​

ไม่ว่า​จะตะโกน​อย่างไร​ก็​ไม่มีเสียง​ตอบกลับ​ ไม่มีอีกต่อไป​

วันหน้า​ก็​ไม่มีแม้แต่​โอกาส​จะได้​เรียก​อีก​ ไม่มีแล้ว​

“…คน​นับ​หมื่น​ร่วมใจ​ ฟาดฟัน​ศัตรู​ไป​พร้อมกับ​เจ้า…”

“…มีเพียง​จิตใจ​อัน​กล้าหาญ​และ​ภักดี​… เด็ดเดี่ยว​มุ่งมั่น​…”

“…ต้าน​ศัตรู​นับ​พัน​อย่าง​โดดเดี่ยว​… ไม่เกรงกลัว​แม้ตัว​ตาย​…”

“…ตอบ​แทนคุณ​แผ่นดิน​และ​อาณาประชาราษฎร์​… ได้​ชื่อว่า​เป็น​ผู้​ปราบ​คนชั่ว​…”

น้ำเสียง​แหบแห้ง​ไร้​ซึ่งความไพเราะ​ ร่ำร้อง​บทเพลง​ไร้​จังหวะ​ ตามมา​ด้วย​เสียง​ของ​ไห​เหล้า​แตก​กระจาย​ น้ำเมา​ไหลริน​หน้า​หลุมศพ​ กลิ่น​เหล้า​คละคลุ้ง​ไป​ทั่ว​

เหล่า​ผู้คน​ที่​มุงล้อม​อยู่​ก็​ตื่นตระหนก​ขึ้น​มาอีกครั้ง​ ไม่ว่า​จะเป็น​คน​ที่มา​เพื่อ​เหล้า​หรือ​มาเพื่อ​ดู​ดอกไม้ไฟ​ หรือ​แม้แต่​คน​ที่มา​มุงดู​เพราะ​เพียงแค่​อยากรู้อยากเห็น​ก็​พา​กัน​เงียบ​ไป​

“…ร่วมกัน​ปกป้อง​ประตูเมือง​…ชาย​ชาติทหาร​ไม่อาจ​ไหว​หวั่น​…”

“…ทองพันชั่ง​ซื้อ​ม้า… เงิน​ร้อยชั่ง​ตี​หอก​ดา​บ.​..”

บน​เดิน​เขา​ที่​ตั้งอยู่​ออก​ไป​ไม่ไกล​นัก​ ท่านชาย​ฉิบ​สิบ​สามฮัมเพลง​พลาง​เหลียว​มอง​ไป​มอง​ท่านชาย​โจว​ หก​ที่อยู่​ข้าง​กัน​

“ข้า​ร้อง​เพราะ​หรือไม่​”

ท่านชาย​โจว​หก​ถือ​จอก​เหล้า​อยู่​ใน​มือ​ สายตา​ยังคง​จับจ้อง​ไป​ที่​กลุ่มคน​ เสียง​ของ​ท่านชาย​ฉิบ​สิบ​สามขัดจังหวะ​เขา​ที่​กำลัง​ครุ่นคิด​ไป​ตาม​เสียง​ขับ​กลอน​ของ​ฟ่าน​เจียง​หลิน​

เขา​ส่งเสียง​เย้ยหยัน​แต่​ไม่เอ่ย​คำ​ใด​ ก่อน​จะยก​จอก​เหล้า​ขึ้น​ดื่ม​

“ช้าหน่อย​ เหล้า​นี้​แรง​นัก​ อย่า​ได้​ดื่ม​มาก​” ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามเอ่ย​

“เจ้าเคย​ดื่ม​หรือ​” ท่านชาย​โจว​หก​ถามเขา​

ท่านชาย​ฉิบ​สามมอง​เขา​แล้ว​ส่ายหน้า​

“ไม่เคย​” เขา​เอ่ย​ “น้องสาว​เจ้าเคร่งครัด​กฎระเบียบ​นัก​ บอ​กว่า​เหล้า​ที่จะ​ใช้ใน​พี่​ศพ​ของ​เหล้า​พี่ชาย​ จะดื่มได้​เฉพาะ​วันนี้​เท่านั้น​ แล้วก็​เป็น​เช่นนั้น​จริงๆ​ ก่อนที่​เจ้าจะให้​คน​ไป​แย่ง​มาได้​ ข้า​จะไม่เคย​แม้แต่​จะได้กลิ่น​ด้วยซ้ำ​”

ท่านชาย​โจว​หก​คลี่​ยิ้ม​

“เช่นนั้น​ก็ดี​” เขา​เอ่ย​พลาง​พลาง​ยก​เหล้า​ขึ้น​ดื่ม​จน​หมด​จอก​

ทว่า​เขา​ประเมิน​ฤทธิ์​ร้อนแรง​ของ​เหล้า​นี้​ต่ำ​ไป​ จึงสำลัก​เสีย​จน​ไอ​โขลก​หน้าแดง​ไป​หมด​

ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามหัวเราะ​

“เจ้านี่​จริงๆ​ เลย​ ไม่เห็น​หรือ​ไร​ว่า​คนอื่น​ดื่มเหล้า​นี่​แล้ว​เป็น​อย่างไร​ ไม่เห็น​หรือว่า​มีคนเมา​ตั้ง​เท่าไหร่​ตลอดทาง​ เจ้ายัง​ไม่เชื่อ​คำ​นาง​อีก​” เขา​เอ่ย​

“แล้ว​อย่างไรเล่า​ มีประโยชน์​อัน​ใด​กัน​!” ท่านชาย​โจว​หก​เอ่ย​พลาง​ไอ​สำลัก​แล้ว​ชี้นิ้ว​ไป​ด้านล่าง​ “คน​พวก​นั้น​ ไม่ได้​สนใจ​อะไร​เลย​สักนิด​ มาเพียง​เพราะ​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ พวกเขา​ไม่จำไม่ได้​แม้แต่​ชื่อ​ของ​พวก​สวี​เม่าซิว​ ยัง​จะหวัง​ให้​พวกเขา​ช่วย​เรียกร้อง​ความยุติธรรม​อีก​หรือ​ หวัง​ให้​พวกเขา​แพร่ข่าว​ความ​อัปยศอดสู​ที่​พวก​สวี​เม่าซิว​ได้รับ​อย่างนั้น​หรือ​ ไม่ถึงสามวัน​พวกเขา​ก็​คง​ลืม​ทั้ง​ห้า​คน​นั่น​ไป​แล้ว​ ไม่หรอก​ ไม่ต้อง​รอ​ให้​ถึงสามวัน​ พรุ่งนี้​ก็​คง​ลืม​แล้ว​กระมัง​”

ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามส่ายหน้า​แล้ว​มอง​ฝูงชน​เบื้องล่าง​

“หาก​มาเพียง​เพราะ​ความ​อยากรู้อยากเห็น​ ไม่นาน​พวกเขา​ก็​คง​ลืม​ แต่​ยาม​นี้​พวกเขา​ไม่ได้มา​เพียง​เพราะ​ความ​อยากรู้อยากเห็น​” เขา​เอ่ย​ “พอ​ตัวตน​ที่​แท้จริง​ของ​เถ้าแก่​เรือน​นางฟ้า​และ​อี๋​ชุน​ถังถูก​เปิดเผย​ ชาว​เมืองหลวง​จึงได้​พา​กัน​สนใจ​ ทั้ง​ยังมี​ดอกไม้ไฟ​ยาม​กลางวันแสกๆ​ อีก​ แน่นอน​ว่า​เรื่อง​นี้​คง​พูด​ถึงกัน​ได้​อย่าง​มาก​ก็​คง​สามวัน​ห้า​วัน​ หาก​นาน​กว่า​นั้น​ก็​คง​เดือน​สอง​เดือน​ ทว่า​ยังมี​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​คน​สนใจ​ ทั้ง​ยัง​เป็นเรื่อง​ที่​สำคัญ​ที่สุด​อีกด้วย​ นั่น​ก็​คือ​…”

“เหล้า​อย่างนั้น​หรือ​” ท่านชาย​โจว​หก​เอ่ย​ขึ้น​พลาง​มองดู​จอก​เหล้า​ใน​มือ​ พอ​สิ้น​เสียง​จอก​เหล้า​ก็​ร่วง​ลงพื้น​ ตัว​คน​เอง​ก็​ล้ม​หงายหลัง​ไป​ โชคดี​ที่​ท่านชาย​ฉิบ​สิบ​สามมือไว​จึงประคอง​ไว้​ได้​ทัน​ ไม่อย่างนั้น​คง​ล้มกลิ้ง​ลง​ไป​เป็นแน่​

ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามเหวี่ยง​ร่าง​ของ​ท่านชาย​โจว​หก​ให้​นอนลง​ ก่อน​จะนวด​คลึง​แขน​ของ​ตัวเอง​

“เจ้าหมอ​นี่​ ไม่เจอกัน​แค่​สอง​ปี​ ตัว​ใหญ่​ขึ้น​เยอะ​ หนัก​ชะมัด​” เขา​บ่นพึมพำ​ มองดู​ชายหนุ่ม​ที่​ดื่มเหล้า​จน​นอน​กรน​หน้า​แดงก่ำ​อยู่​บน​เนินเขา​ ก่อน​จะพลาง​หน้า​แล้ว​ยิ้ม​ออกมา​

เสียงกรน​ยังคง​เคล้า​คลอ​ สายตา​ของ​เขา​เหลียว​กลับ​ไป​มอง​ที่​ตีนเขา​อีกครั้ง​ เหล่า​คน​ที่มา​ร่วม​พิธีศพ​ได้​กลับกัน​ไป​แล้ว​ แต่​ฝูงชน​ที่มา​มุงดู​ยังคง​ไม่แยกย้าย​ไป​ไหน​

“เหล้า​ เหล้า​ชั้นดี​เช่นนี้​ เหล้า​แรง​หนึ่งเดียว​บน​โลก​หล้า​ มีเพียง​ครั้งนี้​ครั้ง​เดียว​เท่านั้น​ ชาติ​นี้​ก็​หา​ที่ใด​ไม่ได้​อีก​ คน​ที่​ได้​ลิ้มลอง​จะลืม​ได้​อย่างไร​ นอกจาก​จะไม่ลืม​แล้ว​ แต่​กลิ่น​หอมหวน​นั้น​จะยังคง​คละคลุ้ง​อยู่​ใน​ความทรงจำ​ คน​ที่​ไม่ได้​ลิ้มลอง​ก็​ไม่ลืม​เช่นกัน​ นอกจาก​จะไม่ลืม​แล้ว​ ทั้ง​ยัง​เสียดาย​เพราะ​ไม่เคย​ได้​สัมผัส​รส​นั้น​”

“สิ่งที่​ลืม​ใน​ชาติ​นี้​ คือ​สิ่งที่​ไขว่คว้า​มาไม่ได้​”

“ยิ่ง​นาน​วัน​เข้า​ก็​ยิ่ง​ยาก​จะลืมเลือน​”

“พ​อนึกถึง​เหล้า​ใน​วันนี้​ ก็​ย่อม​นึกถึง​เหตุการณ์​ใน​วันนี้​ และ​ย่อม​ระลึกถึง​เหล่า​พี่น้อง​เขา​เม่าหยวน​ซาน​”

“เหล้า​นี้​ หาก​เป็นไป​ตามที่​คาด​ไว้​ละ​ก็​ วันพรุ่ง​เหล้า​นี้​คง​ได้​ชื่อว่า​เม่าหยวน​ซาน​”

ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามมองดู​ที่​ตีนเขา​แล้ว​ลุก​ยืน​ขึ้น​ สายลม​อบอ้าว​ยาม​ปลายเดือน​เจ็ด​โบก​เป็นเกลียว​ ชาย​เสื้อคลุม​ของ​เขา​ม้วน​กระพือ​ไป​ตาม​แรงลม​

นาง​ไม่ได้​ลงมือ​อัน​ใด​เลย​ ไม่ได้​เข้าพบ​ผู้ใด​ ไม่ได้​ขอความช่วยเหลือ​จาก​ผู้ใด​ ไม่ได้​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ ไม่ได้​ฟ้องร้อง​ เหมือน​ดั่ง​ที่​นาง​ได้​พูด​ไว้​ นาง​ต้องการ​เพียง​จัด​พิธีศพ​ให้​เหล่า​พี่ชาย​อย่าง​สงบ​

แต่​ผู้ใด​จะไป​รู้​ว่า​พิธีศพ​นั้น​จะมีอนุ​ภาพ​ถึงเพียงนี้​

“เจ้าต้อง​ฟัง! เจ้าต้อง​ฟัง! ข้า​บอก​ให้​เจ้าฟัง! ข้า​บอก​ให้​เจ้าฟัง! ให้​คน​ทั้งเมือง​ได้​ฟังเรื่องราว​ของ​เขา​เม่าหยวน​ซาน​!” เขา​แหงนหน้า​ขึ้น​พลาง​เอ่ย​ด้วย​รอยยิ้ม​ สายตา​ทอด​มอง​ไป​ยัง​ภายใน​ประตูเมือง​

เหล่า​ราชวงศ์​ เหล่า​ราชสำนัก​ เหล่า​ขุนนาง​

ข้า​บอก​ให้​เจ้าฟัง! ข้า​บอก​ให้​เจ้าฟัง! ให้​คน​ทั้งเมือง​ได้​ฟังเรื่องราว​ของ​เขา​เม่าหยวน​ซาน​!

“นาง​ที่​ปกปิด​ตัวตน​มาโดยตลอด​ ยาม​นี้​กลับ​ปรากฏตัว​ต่อหน้า​คน​ทั้ง​เมืองหลวง​” ท่านชาย​ฉิน​สิบ​สามเอ่ย​พลาง​ยก​มือขึ้น​มา “เต้าหู้​เรือน​ไท่​ผิง​ นางฟ้า​ผ่าน​ทาง​ หมอ​เทวดา​ น้องสาว​ของ​ทหาร​หนี​ทัพ​ ไม่สิ หาก​ตัวตน​ทั้ง​สี่นี้​ถูก​เปิดเผย​ ก็​เท่ากับ​เปิดเผย​เรื่องราว​อื่น​ด้วย​เช่นกัน​ หาก​มีปัญญา​ก็​ย่อม​เชื่อมโยง​เรื่องราว​ได้​ เช่น​เรื่อง​ของ​ราช​เลขา​หลิว​ เช่น​คดี​หนี​ทหาร​…”

พูดถึง​เพียง​เท่านั้น​เขา​ก็​ถอนหายใจ​ออกมา​แล้ว​มอง​ไป​ยัง​ตีนเขา​

“จู่ๆ ก็​งัด​กระบวนท่า​มากมาย​ออกมา​เช่นนี้​ ท่าทาง​คง​โกรธ​น่าดู​”

เขา​เอ่ย​พลาง​นั่งลง​อีกครั้ง​

“ทำ​เต้าหู้​เป็น​ ทำอาหาร​เป็น​ รักษา​คน​ก็ได้​ คำนวณ​ปฏิทิน​ก็ได้​ คราวนี้​ยัง​บ่ม​เหล้า​เอง​อี​ก.​..”

เขา​พูด​ไป​พลาง​หัก​นิ้ว​ตาม​ทีละ​นิ้ว​

“ทุกครั้งที่​ผู้ใด​ทำให้​นาง​ต้อง​หวาดหวั่น​ นาง​ก็​จะตอบโต้​ด้วย​วิธีการ​ที่​น่าหวาดกลัว​ยิ่งกว่า​ ไม่รู้​เลย​จริงๆ​ ว่า​หญิง​ผู้​นี้​จะเก็บ​ซ่อน​สิ่งใด​ที่​น่า​ประหลาดใจ​ไว้​อีก​ ช่างทำให้​ผู้คน​สับสน​งุนงง​ยิ่ง​นั้น​ มอง​อย่างไร​ก็​มอง​ไม่ออก​ คาดเดา​อัน​ใด​ไม่ได้​เลย​…”

เขา​พูดถึง​เพียง​เท่านั้น​ก็​ใช้เท้า​สะกิด​ท่านชาย​โจว​หก​ที่​กำลัง​นอน​ฝันหวาน​อยู่​ข้าง​กัน​

“เช่นนี้​ผู้ใด​จะอดใจ​ไม่ไป​เจอ​ไม่คิดถึง​ได้​เล่า​ เช่นนี้​ผู้ใด​อยาก​จะอยู่​ห่าง​จาก​นาง​กัน​เล่า​ เจ้าว่า​ใช่หรือไม่​”

ท่านชาย​ที่​กำลัง​หลับสนิท​พอ​ถูก​เขา​สะกิด​ก็​คราง​พึมพำ​ออกมา​

ท้องฟ้า​กลับมา​สงบ​ดังเดิม​อีกครั้ง​ เหล่า​ทหารม้า​ลาดตระเวน​บน​กำแพงเมือง​เดิน​วน​ไปมา​ ส่วน​ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​ตะวันออก​ยัง​ยืน​นิ่ง​อยู่​ที่​เดิม​ สายตา​ยังคง​จับจ้อง​ไป​บน​ท้องฟ้า​

“เหตุใด​ดอกไม้ไฟ​ถึงได้​ลอย​สูงเช่นนั้น​ได้​” เขา​เอ่ย​พึมพำ​

เหล่า​ทหาร​ผู้น้อย​ก็ได้​แต่​ขมวดคิ้ว​สงสัย​

ตั้งแต่​ได้​เห็น​ดอกไม้ไฟ​ยาม​กลางวัน​ ขุนนาง​ผู้​นี้​ก็​เอาแต่​ยืน​นิ่ง​อย่างนั้น​ ราวกับ​กำลัง​ครุ่นคิด​อะไร​บางอย่าง​ แต่​ก็​เหมือน​เหม่อลอย​ โพล่ง​ประโยค​เดิม​ขึ้น​มาเป็นครั้งคราว​

เหตุใด​จู่ๆ ใต้เท้า​ถึงเปลี่ยนไป​ราวกับ​เป็น​หญิงสาว​หรือ​เหล่า​กวี​ที่​กำลัง​ดื่มด่ำ​ไป​กลับ​ทิวทัศน์​เช่นนั้น​

“แล้ว​อย่างไรเล่า​” มีคน​ถามขึ้น​อย่า​งอด​ไม่ได้​

“ที่​ไม่เคย​มีดอกไม้ไฟ​ใด​ลอย​ได้​สูงถึงเพียงนี้​ เพราะ​ไม่มีดินปืน​ที่ไหน​ทำ​เช่นนี้​ได้​” ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​เอ่ย​พลาง​ส่ายหน้า​

เหล่า​ทหาร​ผู้น้อย​หันมา​สบตา​กัน​อย่าง​ขบขัน​

“ใต้เท้า​ห​ลี่​มอง​สรรพสิ่ง​ล้ำลึก​ยิ่งนัก​” มีคน​เอ่ย​ขึ้น​พลาง​แค่น​หัวเราะ​

คำพูด​นั้น​ดึง​สติ​ของ​ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​กลับมา​ เขา​ขมวดคิ้ว​แล้ว​มอง​ทหาร​ผู้น้อย​ผู้​นั้น​ ถึงตำแหน่ง​สูงต่ำ​อย่างไร​ตน​ก็​เป็น​ขุนนาง​ เพียงแต่​ใน​เมืองหลวง​แห่ง​นี้​ขุนนาง​นั้น​มีให้​ดาด​เดื่อ​นรา​ว​กับ​สุนัข​ไม่ปาน​ ขุนนาง​ฝ่ายบู๊​ที่​ไม่มีแต่​ยศอย่าง​เขา​เอง​ไม่มีใคร​นับหน้าถือตา​ด้วยซ้ำ​

มองดู​ทหาร​ผู้น้อย​เบื้องหน้า​ผู้​นี้​ แม้จะอีก​ฝ่าย​จะเป็น​เพียง​ทหาร​ ส่วน​ตน​จะเป็น​ขุนนาง​ แต่​อีก​คน​กลับ​มีอำนาจ​เสีย​ยิ่งกว่า​ตัว​เขา​ที่​เป็น​ขุนนาง​เสีย​อีก​

ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​ละสายตา​กลับมา​ไม่เอ่ย​คำ​ใด​ต่อ​

“ทำ​อัน​ใด​กัน​” ไกล​ออก​ไป​มีคน​กลุ่ม​หนึ่ง​เดิน​เข้ามา​พลาง​เอ่ย​ถาม

แม่ทัพ​ผู้​เป็น​หัวหน้า​ท่าทาง​น่าเกรงขาม​ ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​รีบ​เดิน​เข้า​มาหา​แล้ว​คำนับ​ให้​

“ใต้เท้า​ห​ลี่​ดู​ดอกไม้ไฟ​อยู่​น่ะ​ขอรับ​” มีคน​เอ่ย​ด้วย​เสียงหัวเราะ​

คำพูด​นั้น​เสียงหัวเราะ​ของ​ทุกคน​ให้​ดัง​ขึ้น​

“ห​ลี่​เม่า ใน​เมื่อ​ใช้เงิน​ซื้อ​ตำแหน่ง​ขุนนาง​มาแล้ว​ ก็​อย่า​ได้​เอาแต่​สนใจ​กิจการ​ของ​ตระกูล​เจ้าเช่นนี้​” แม่ทัพ​ผู้​นั้น​ขมวดคิ้ว​เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​ไม่พอใจ​นัก​

ขุนนาง​ประจำ​ประตู​ก้มหัว​ลง​อย่าง​กระอักกระอ่วน​

“ขอรับ​ ใต้เท้า​ ข้าน้อย​ไม่ได้​ทำ​เช่นนั้น​” เขา​เอ่ย​

“ไม่ได้​ทำ​เช่นนั้น​ก็ดี​ ตั้งใจ​ทำงาน​ วันหน้า​จะได้​เลื่อนขั้น​ พอ​ถึงตอนนั้น​ผู้คน​จะได้​รู้​ว่า​ตระกูล​ห​ลี่​ก็​มีลูกชาย​ที่​เก่งกาจ​ มิได้​มีเพียงแค่​พลุ​ดอกไม้ไฟ​ ยาม​เอ่ยถึง​ตระกูล​ห​ลี่​ของ​เจ้าจะได้​ไม่ใช่แค่​ปรมาจารย์​พลุ​กระบอกไม้ไผ่​” แม่ทัพ​ผู้​นั้น​เอ่ย​

แม้คำพูด​นั้น​ฟังดูเหมือน​ปลุกใจ​ แต่​พอ​เห็น​ผู้คน​โดยรอบ​กำลัง​กลั้น​ยิ้ม​ บ้าง​ก็​หัวเราะ​ออกมา​อย่าง​ไม่ปิดบัง​ ก็​รู้​ได้​ว่า​กำลัง​เอ่ย​ถากถาง​กัน​อยู่​

ขุนนาง​ประจำ​ประตูเมือง​ผู้​นี้​เป็น​ลูกชาย​คน​ที่สาม​ของ​ตระกูล​ห​ลี่​ เจ้าของร้าน​ดอกไม้ไฟ​อัน​เลื่องชื่อ​ของ​เมืองหลวง​ เพราะ​ดอกไม้ไฟ​ที่​ตระกูล​ห​ลี่​ถวาย​ได้รับ​คำชมเชย​จาก​ฮ่องเต้​ ห​ลี่​เม่าผู้​นี้​ถึงได้​อวย​ยศ​เป็น​ขุนนาง​ฝ่ายบู๊​ ยาม​นี้​เขา​กำลัง​กำหมัด​แน่น​ โค้ง​ตัว​ลง​แล้ว​เอ่ย​ขานรับ​

คน​กลุ่ม​นั้น​พา​กัน​เดิน​จากไป​ เขา​ถึงค่อยๆ​ ยืน​ตัว​ขึ้น​ก่อน​จะเงยหน้า​มอง​ฟ้าอีกครั้ง​

“พวก​เจ้าเคย​คิด​หรือไม่​ ดอกไม้ไฟ​ที่​จุด​แนวตั้ง​นั้น​พุ่ง​สูงได้​เพียง​แล้ว​ แล้ว​ถ้าจุด​แนวนอน​เล่า​” เขา​เอ่ย​พึมพำ​ ดวงตา​เป็นประกาย​ “ทำได้​อย่างไร​กัน​นะ​ ดินปืน​ที่​ทำให้​พุ่ง​สูงได้ขนาด​นี้​…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 426 ไม่หยุด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved