cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 390 เรื่องเล็ก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง
  4. บทที่ 390 เรื่องเล็ก
Prev
Next

ณ เมืองหลวง หิมะหนักในปลายเดือนหนึ่ง ละอองหิมะขาวส่งสัญญาณดีว่าปีนี้พืชผลคงอุดมสมบูรณ์นัก

หิมะที่กองพะเนินอยู่บนถนนยามเช้ามืดถูกกำลังพลของทางการเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยม โดยเฉพาะหน้าวังหลวงก็ยิ่งสะอาดหมดจด

ผู้ตรวจการยืนอยู่หน้าที่นั่งของตนในตำหนักใหญ่ เหล่าขุนนางอำมาตย์เองก็ยืนประจำที่ เหลือก็เพียงแต่ฮ่องเต้ที่ยังไม่ปรากฏตัว

จนเริ่มมีคนกระซิบกระซาบพุดคุยกันอย่างอดไม่ได้ ทันใดนั้นเสียงตำหนิของผู้ตรวจการก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของตำหนัก

ผ่านไปเพียงครู่ ในที่สุดก็ได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้น เหล่าองค์รักษ์ปรากฏตัวขึ้น ตามมาด้วยฮ่องเต้ เหล่าขุนนางคุกเข่าคำนับ การประชุมราชสำนักประจำเดือนนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น

เฉินเซ่าที่ยืนอยู่ในแถวมองออกไปก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ใบหน้าของฝ่าบาทซูบผอมเสียยิ่งกว่าเดิม ทว่าแต่ก่อนยามมาประชุมราชสำนักก็ยังพอดูมีชีวิตชีวาอยู่บ้าง แต่ช่วงนี้ดูเหมือนว่าฝ่าบาทคร้านจะแสร้งทำอีกต่อไป

ไม่นานการประชุมของราชสำนักก็จบลง เหล่าใต้เท้าอำมาตย์ทั้งหลายรวมถึงขุนนางฝ่ายเสมียนกลาง บัณฑิตฮั่นหลิน ขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นก็ถูกเรียกตัวเข้าไปยังตำหนักว่าการ

ยามพวกเขาเข้าไปก็เห็นขันทีใหญ่กำลังพูดคุยกับฮ่องเต้อยู่ เสียงเอ็ดขุ่นเคืองของฮ่องเต้ลอยออกแว่วมา

“สององค์ชายเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกเช่นนี้ จะเหมาะสมหรือพ่ะย่ะค่ะ…”

“องค์ชายบอกว่าจะไปตามหาหมอฝีมือดีต่อพ่ะย่ะค่ะ…”

ถึงจะมีเพียงสองประโยคที่เอ่ยขึ้น แต่พอได้ยินคำว่าองค์ชาย หมอ และข้างนอก เฉินเซ่าและบรรดาใต้เท้าทั้งหลายก็เข้าใจในทันทีว่ากำลังพูดถึงจิ้นอันจวิ้นอ๋องที่กำลังพาชิ่งอ๋องออกไปหาหมอนอกวัง

ได้ข่าวว่าผ่านปีใหม่ไปแล้วก็ยังไม่กลับมา ดูท่าทางคงไม่กลับมากันในเร็ววันนี้

ประตูถูกเปิดออก ทุกคนรีบปรับสีหน้าในทันใด ขันทีโค้งคำนับผายเป็นสัญญาณเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้าไป ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม ไม่มีความเกรี้ยวโกรธใดให้เห็น เหล่าใต้เท้าทั้งหลายก็เริ่มรายงานเรื่องในราชสำนัก แต่เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทัพตะวันตกเฉียงเหนือ บรรยากาศภายในตำหนักก็ดูไม่สู้ดีนักในทันใด

“จงเฉิงปู้ประพฤติตนเย่อหยิ่ง หยิ่งทะนงในชาติตระกูล บาดหมางกับแม่ทัพในกองทัพ เห็นควรต้องโยกย้ายตำแหน่งพ่ะย่ะค่ะ…”

“ใต้เท้ากัว เพียงคำพูดของเจียงเหวินหยวนเพียงผู้เดียวไม่อาจเชื่อถือได้ ผู้ตรวจการโจวชื่นชมเขาว่าสติปัญญาเฉียบแหลมนัก เพิ่งจะถูกโยกย้ายไปประจำที่ตะวันตกเฉียงเหนือได้ไม่กี่เดือน ก็ทำผลงานชนะศึกได้แล้ว”

การแย่งชิงตำแหน่งแม่ทัพในแดนตะวันตกเฉียงเหนือยังคงดำเนินต่อไป ฮ่องเต้ยกมือขึ้นมานวดขมับ

“เรื่องนี้ค่อยพิจารณากันทีหลัง” เขาเอ่ยตัดบนสองคนที่กำลังถกเถียงกัน ก่อนจะหันไปมองทุกคน “เรื่องต่อไป”

ซานซือสื่อ ขุนนางกรมพระคลัง ก็เดินก้าวขึ้นมา

“เฟิ่งหลินร้องเรียนผู้ตรวจการสำนักขนส่งถนนไท่ชาง…”

พอได้ยินรายงานการขาดทุนของท้องพระคลังรวมถึงรายชื่อของคนมากมายที่ทุจริต ฮ่องเต้ก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น

“สอบสวนและลงโทษ สอบสวนและลงโทษ สอบสวนและลงโทษให้หมด กรมการตรวจตรา สำนักไตร่สวน ศาลต้าหลี่ไปกันให้หมด อย่าให้เล็ดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” เขาตะโกนลั่น

คดีนี้เริ่มจะปานปลายไปกันใหญ่แล้ว

สำหรับเรื่องนี้เฉินเซ่าละคนอื่นๆ ต่างก็ไม่ได้มีข้อกังขาแต่อย่างใด แต่คนที่เห็นต่างก็คงไม่หาเรื่องใส่ตัวโดยการเอะอะโวยวายต่อหน้าฮ่องเต้ในตอนนี้ นอกจากเสียงขานรับแล้วท้องพระโรงก็เงียบสงัด

ไม่มีเรื่องใดได้ดั่งใจเลยสักอย่าง ฮ่องเต้ถอนหายใจ กวาดสายตามองเหล่าขุนนางทั่วท้องพระโรง

“มีเรื่องใดอีก” เขาถามน้ำเสียงขุ่นเคือง

ทั้งท้องพระโรงไม่มีเสียงขานตอบ ทันใดนั้นก็มีขันทีเดินเข้ามาพร้อมทั้งรายงานว่าเจ้ากรมกิจการเกาขอเข้าเฝ้า ด้วยตำแหน่งของเขาบวกกับยังไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนนางฝ่ายเสมียนกลางอย่างเต็มตัว ใต้เท้าเกาจึงไม่มีสิทธิกราบทูลรายงานเรื่องต่างๆ ได้ทันทีเหมือนดั่งเฉินเซ่าและคนอื่นๆ

หากเป็นยามอื่น เจ้ากรมกิจการก็คงทำได้เพียงแค่รอ แต่ยามนี้ฮ่องเต้ดูเหมือนจะหงุดหงิดไม่น้อย จึงอนุญาตให้เขาเข้าเฝ้าได้ นึกเพียงว่าคงจะไม่ใช่ข่าวที่น่ากลัดกลุ้มใจกระมัง

เมื่อเสียงขานเรียกของขันทีดังขึ้น ขันทีผู้หนึ่งก็กำลังกระซิบกระซาบกับเจ้ากรมกิจการเกาอยู่

“…เรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ” ขันทีกดเสียงต่ำก่อนจะถอยออกไป “ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วยขอรับ”

เจ้ากรมกิจการเกาพยักหน้าแล้วมองสาส์นกราบทูลข้อราชการในมือ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันลงไป หากกราบทูลเรื่องนี้ออกไปในยามนี้คงไม่เหมาะสมนัก เช่นนั้นจะทูลเรื่องอันใดดีให้ฝ่าบาทอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

เพียงแต่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีเรื่องให้รื่นรมย์ใจเสียด้วยสิ… เรื่องใหญ่ไม่มี ทว่าว่าเรื่องเล็กเล่า…

เจ้ากรมกิจการเกาขมวดคิ้วมุ่นพลางก้าวเดินไป เขานึกขึ้นอะไรได้บางอย่างใบหน้าจึงยิ้มแย้มขึ้นมา

ใช่แล้ว หากเป็นเรื่องเล็กก็ยังพอมีเรื่องให้น่ายินดีอยู่บ้าง ยามนี้ฝ่าบาทคงไม่สนว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แต่ขอให้เป็นเรื่องดีก็พอ

เขาสูดหายใจลึกก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเบิกบานใจ

“ฝ่าบาท… มีข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ…”

เสียงนั้นดังขึ้นกลางท้องพระโรง ก็พาลทำให้เฉินเซ่าและคนอื่นๆ ขมวดคิ้วขึ้นมา ทว่าฮ่องเต้บนบัลลังก์มังกรดูผ่อนคลายขึ้นมาไม่น้อย

“สำนักม้ามีข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ…”

เมื่อเจ้ากรมกิจการเกาเอ่ยคำนั้น ทุกคน ณ ที่นั้นก็เผลอหัวเราะออกมา

“ปีนี้สำนักม้าขายม้าได้กำไรก้อนโตหรืออย่างไร” มีคนเอ่ยกระซิบกับเฉินเซ่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

ทว่าเฉินเซ่ามิได้ตอบกลับ เขาไม่ได้สนใจฟังว่าเจ้ากรมกิจการเกาพูดสิ่งใดเสียด้วยซ้ำ เพราะเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องที่ฝ่าบาทยอมให้เจ้ากรมกิจการเข้าเฝ้า ทั้งที่แต่ก่อนเขาคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องรอให้ประชุมราชสำนักจบลงเสียก่อน

ท่าทางไม่นานเจ้ากรมกิจการเกาคงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางฝ่ายเสมียนกลางสมใจแล้วกระมัง

เช่นนี้หาใช่เรื่องดีไม่ เหล่าพระญาติสายรองควรจะส่งไปอยู่นอกเมืองหลวงมากกว่า ปล่อยให้อยู่ในเมืองหลวงดั่งยามนี้ก็เท่ากับเป็นต้นตอของหายนะแล้ว แถมยังอ้างชื่อเสียงยศถาบรรดาศักดิ์เข้าร่วมประชุมราชสำนักเป็นว่าเล่นอีก ไม่รู้ว่าฝ่าบาทเลอะเลือนหรืออย่างไร

เฉินเซ่าสีหน้าบึ้งตึง เสียงของเจ้ากรมกิจการเกาลอยเข้าหูมาเป็นระยะ

“ม้าศึกของทัพตะวันตกเฉียงเหนือบาดเจ็บน้อยลงเป็นจำนวนมาก…”

ม้าศึกอย่างนั้นหรือ ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของเฉินเซ่า

เป็นจำนวนมากอย่างนั้นหรือ…

“เป็นข่าวดีอย่างไรกัน” ฮ่องเต้ส่ายหน้า ทว่าสีหน้าดูผ่อนคลายลงไม่น้อย

“ฝ่าบาท แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าวิธีการใหม่ที่พวกเขานำมาใช้นั้นได้ผลจริง

พ่ะย่ะค่ะ เดิมทีสำนักตรวจม้าจะส่งม้าศึกได้เพียงปีละสามถึงสี่ร้อยตัวเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หากลดจำนวนม้าที่เสียไปได้ และจำนวนม้าศึกที่เราส่งได้ยังคงเท่าเดิม ก็เท่ากับว่าจำนวนม้าที่เราส่งออกไปได้โดยรวมย่อมเพิ่มขึ้น ฝ่าบาท เช่นนั้นแล้วเราจะสามารถเพิ่มจำนวนทหารม้าในทัพตะวันตกเฉียงเหนือได้พ่ะย่ะค่ะ…” เจ้ากรมกิจการเกาเอ่ย

ทหารม้าอย่างนั้นหรือ!

สำหรับกองทัพแล้วทหารม้าคือสิ่งที่เหล่าแม่ทัพโปรดปรานมาช้านาน เพราะเหตุใดน่ะหรือ เพราะเหล่าทหารม้านั้นแข็งแกร่งทว่าหายากนัก ของหายากมักล้ำค่า เช่นนั้นแล้วทหารม้าเองจึงเป็นของล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะเหตุใดกองทัพโจรแถบตะวันตกเฉียงเหนือถึงได้เก่งกาจอย่างนั้นหรือ เพราะว่าพวกเขามีม้าอย่างไรเล่า ทหารม้าหนึ่งนายมีม้าถึงสามตัว ส่วนกองทัพของพวกเขาทหารม้าหนึ่งนายกลับมีม้าเพียงตัวเดียว หากมีม้าเพียงพอแล้ว เหล่าโจรตะวันตกเฉียงเหนือก็คงไม่กล้าเหิมเกริม!

ในเมื่อหาวิธีการที่ทำให้ม้าบาดเจ็บน้อยลงได้! ก็ถือว่าเป็นข่าวดีอย่างไรเล่า

ฮ่องเต้นั่งยืดตัวตรง เฉินเซ่าและบรรดาขุนนางเองก็กำลังครุ่นคิด

“แล้วสิ่งนั้นเรียกว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ถาม

เจ้ากรมกิจการเกาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“เป็นชื่อที่คิดกันขึ้นมาเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่ได้มีชื่อเรียกที่แท้จริง สำนักม้าขอฝ่าบาทโปรดตั้งชื่อให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

คำพูดนั้นพาลให้คนทั้งโถงถ่มน้ำลายเย้ยหยันอยู่ในใจ

ไม่มีชื่อเรียกที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ เจ้าจำไม่ได้เองเสียมากกว่า ทันใดนั้นทุกคนก็เข้าใจในทันทีเดิมทีเจ้ากรมกิจการเกาผู้นี้คงไม่ได้ตั้งใจมาเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพราะเรื่องนี้เป็นแน่ แต่เป็นเพราะรู้ข่าวก่อนหน้าว่ายามนี้ฮ่องเต้อารมณ์ไม่ดีนัก จึงเปลี่ยนเรื่องที่หมายจะกราบทูลในตอนแรก และบางทีเรื่องนี้เขาจะได้ยินมาจากผู้อื่นอีกทอด ทั้งยังไม่ได้เก็บมาใส่ใจเสียด้วยซ้ำ

“ในเมื่อสวมเหล็กเข้ากับเท้าของม้า เช่นนั้นก็เรียกว่าเกือกม้าเหล็กก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ยิ้มเอ่ย

เพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างเกือกม้าเหล็กนี้ การประชุมจึงจบลงอย่างชื่นมื่น พอเห็นเจ้ากรมกิจการเกาท่าทางแสนลำพองใจนั้นถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าขุนนาง เฉินเซ่าจึงเอ่ยรั้งซานซือสื่อไว้

“เรื่องของสำนักม้า กรมพระคลังของเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร เหตุใดถึงปล่อยให้คนชั่วนั่นแย่งความดีความชอบไปได้” เขาเอ่ยสีหน้าเคร่งเครียด

ผู้ใดจะไปรู้ว่าสำนักม้านอกจากจะขายม้าแล้วจะยังทำการอื่นเป็นด้วย ซานซือสื่อคิดในใจ

“ข้าจะไปตรวจสอบขอรับ” เขาเอ่ย

ถึงจะรู้ตอนนี้ก็ยังไม่สาย เรื่องนี้ถูกเจ้ากรมกิจการเกาชิงกราบทูลเอาหน้าไปแล้ว ความดีความชอบอื่นจะไม่ยอมให้เขาแย่งเอาไปได้เด็ดขาด

เกือกม้าเหล็กที่ฮ่องเต้ตั้งชื่อให้ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในราชนำสัก แต่สำหรับทัพตะวันตกเฉียงเหนือนั้นคุ้นเคยกันชื่อนี้ยิ่งนัก

กำแพงเมืองหลงกู่ที่เสียหายเพราะไฟสงครามได้รับการซ่อมแซมแล้วพอประมาณ ของประดับตกแต่งในเทศกาลปีใหม่ยังไม่ได้ถูกปลดลง บรรยากาศจึงดูรื่นเริงไม่น้อยในอากาศแสนหนาวเย็นเช่นนี้

บนถนนอันคับแคบกลางเมือง มีคนผู้หนึ่งกำลังควบม้าเข้ามาอย่างเร็วรี่จนฝุ่นตลบไปหมด เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดังก้องไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ดึงดูดให้ผู้คนเหลียวมองมา แต่พอเห็นว่ามีหัวคนมากมายห้อยอยู่บนหลังม้าก็ตกใจกลัวอย่างห้ามไม่อยู่

“พี่สี่! พี่สี่!”

น้ำเสียงห้าวหาญฟังดูแสนดื้อรั้นดังขึ้น

ชายผู้หนึ่งยืนขึ้นท่ามกลางเหล่าหมอสัตว์ที่กำลังง่วนอยู่กับฝูงม้า พอเห็นคนที่กำลังควบม้าเข้ามาก็ได้แต่หัวเราะพลางส่ายหน้า

“เบาเสียงหน่อยเจ้าหมอนี่ ประเดี๋ยวม้าจะตื่นเอา” เขาเอ่ย

“หากม้าศึกพวกนี้ตื่นกลัวง่ายเสียขนาดนั้นก็ไม่สมควรให้พี่สี่ต้องดูแลแล้ว เอาไปลากเกวียนขนของเสียให้หมด” สวีปั้งฉุยเอ่ยพลางหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกวักมือเรียก “พี่สี่ พี่สี่ ท่านรีบมาทางนี้เร็วเข้า”

สวีซื่อเกินยืดตัวขึ้นแล้วเดินออกมาอย่างจนใจ

“แล้วจะเจ้าวิ่งไปวิ่งมาทำไมอีก” เขาถาม

สวีปั้งฉุยยังคงไม่ลงจากหลังม้า เขาท่าทางดีอกดีใจทั้งยังสะบัดแส้ให้ม้าวิ่งวนไปมาอยู่หลายหน หมายให้สวีซื่อเกินหัวคนที่ห้อยอยู่บนหลังม้าอย่างชัดเจน

หัวคนแสนอเนจอนาถห้อยอยู่บนหลังม้าเสียขนาดนั้นเหตุใดสวีซื่อเกินจะมองไม่เห็น เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

“เจ้าหมอนี่ คราวนี้ได้กี่คนแล้วล่ะ” เขาถาม

สวีปั้นฉุยหัวเราะชอบใจพลางยกมือขึ้น

“สิบคน!” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“เอาละ คราวนี้คงได้ความดีความชอบไม่น้อยแล้วกระมัง” สวีซื่อเกินยิ้มเอ่ย

อยู่ในกองทัพแล้วก็ย่อมต้องอาศัยความดีความชอบที่ตนทำ พอมีความดีความชอบแล้วคนธรรมดาสามัญก็กลายเป็นขุนนางได้ ขุนนางผู้น้อยก็จะได้เลื่อนขั้น ทหารผู้น้อยก็จะได้รับความไว้วางใจ

“เหล่าผู้กล้าของเราก็ฟื้นตัวกันแล้ว” สวีปั้งฉุยเอ่ยอย่างลำพองใจ

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง

“สวีซื่อเกิน!” ชายผู้เป็นหัวหน้าตะโกนเสียงดังลั่น

น้ำเสียงฟังดูไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย สวีปั้งฉุยขมวดคิ้วแน่น สวีซื่อเกินรีบเดินเข้าไปรับในทันใด

“แม่ทัพซ่ง…” เขาเอ่ยคำนับ

ไม่ทันสิ้นเสียง แม่ทัพซ่งก็ปาสิ่งของในมือออกมาอย่างแรง

แม่ทัพร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง แม้จะเป็นฤดูหนาวก็ไม่อาจปกปิดร่างกำยำนั้นไว้ได้ สิ่งของที่ถูกปาออกมาอย่างแรงจากมือนั้นกระแทกเข้ากับต้นแขนของสวีซื่อเกินอย่างจัง สวีซื่อเกินที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจนล้มลงกับพื้นพลางกุมต้นแขนของตนเองไว้ เขาส่งเสียงฮึดฮัด ทว่าไม่กล้าลุกยืนขึ้น

สิ่งของที่ถูกปาออกมาร่วงลงด้านข้าง นั่นคือเกือกม้า

“เจ้านี่!” สวีปั้งฉุยทั้งตกใจทั้งโมโห กระโดดลงจากหลังม้าแล้วถลาตัวเข้ามาในทันใด

เหล่าผู้ติดตามข้างกายแม่ทัพผู้นั้นไม่ยอมเสียเปรียบจึงพอกันส่งเสียงก่นด่า

“ทำอะไรของเจ้า! คิดจะล่วงเกินผู้บังคับบัญชาอย่างนั้นหรือ”

สำหรับทหารผู้น้อยในกองทัพแล้ว การล่วงเกินผู้บังคับบัญชานั้นมีโทษใหญ่หลวงนัก

สวีซื่อเกินยุดยื้อกอดขารั้งสวีปั้งฉุยไว้ไม่ให้เขาโถมตัวเข้าไป

“เหตุใดต้องทำร้ายกันด้วย! เหตุใดต้องทำร้ายกันด้วย!” สวีปั้งฉุยตะโกนลั่น ดวงตาแดงก่ำราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แม่ทัพไม่สนใจเขาแต่อย่างใด พลางมองสวีซื่อเกินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นแล้วแค่นหัวเราะออกมา

“ทหารกล้าม้าแกร่งคือผลงานของเจ้าอย่างนั้นหรือ” เขาเอ่ย “กล้าพูดออกมาได้อย่างไร”

สวีซื่อเกินส่ายหน้า

“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยไม่เคยพูดเช่นนั้นขอรับ” เขาเอ่ย

แม่ทัพส่งเสียงเย้ยหยัน

“ก็แค่สวมเกือกเหล็กให้ม้า ความดีความชอบที่พวกข้าเสี่ยงชีวิตได้มาก็กลายเป็นของเจ้าอย่างนั้นหรือ” เขาตวาดลั่นพลางชี้นิ้วไปที่สวีซื่อเกิน “แต่ก่อนไม่มีของพรรค์นี้ พวกข้าชายชาติทหารก็เอาชนะศัตรูชิงตัวเชลยศึกมาได้ เช่นนั้นแล้ววีรบุรุษแห่งเขาฉีเหลียนซานจะมีความหมายอะไร หากไม่มีเจ้าก็ไม่มีเหล่าบรรพบุรุษผู้กล้าอย่างนั้นหรือ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 390 เรื่องเล็ก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved