cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 857 พลานุภาพของผู้นำอาณาจักรหมื่นปีศาจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 857 พลานุภาพของผู้นำอาณาจักรหมื่นปีศาจ
Prev
Next

บทที่ 857 พลานุภาพของผู้นำอาณาจักรหมื่นปีศาจ

……….

เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธผู้แสนขี้ขลาดก็มีเหตุผล อีกอย่างสิ่งนั้นที่สามารถเรียกว่าเป็นแผลใจในวัยเด็ก จริงๆ แล้วหากอยู่นอกเหนือทะเลก็จะเป็นสัญลักษณ์อันไร้เทียมทานแทน

ในเมื่อเขาตัดสินใจจะนำจิ้งจอกเก้าหางและผู้แข็งแกร่งจากเผ่ามนุษย์ล่วงหน้าไปยังเกาะเทพมาร ถ้า ‘จะลอง’ ความคิดนี้ก็คงไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ต้องสืบเสาะให้วุ่นวาย

นางปีศาจผมขาวยิ้มแย้มเอ่ย

“เจ้าจะไปก็ได้นะ!”

ถึงอย่างไรซากที่อยู่อาศัยรกร้างก็อยู่เบื้องหน้าแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ช่วยนำทางพาไป

จะให้ข้าไป? เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธเริ่มใจโลเลแล้ว หลังจากนั้นก็พบว่าแม้ราชินีเงือกจะใบหน้าซีดขาว ราวกับตื่นตกใจจนไร้เรี่ยวแรง ทว่านางกลับไม่มีทีท่าจะยอมถอยแต่อย่างใด

เมื่อเจินจูเห็นเขามองมาที่ตน ก็กล่าวเสียงแผ่วเบาว่า

“ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร ก็แค่ไม่เข้าไปใกล้มากก็พอ”

บุรุษร่างสูงกำยำจากเผ่ามังกรผู้หนึ่งแสดงท่าทีลังเลชั่วขณะ ก่อนจะพูดเสียงทุ้มว่า

“ขะ…ข้าเองก็จะลองดูเช่นกัน…”

แม้เขาจะยังขุ่นเคืองใจอยู่ แต่กระนั้นก็จะลองไปเกาะเทพมารดู

เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธเชื่อว่าจิ้งจอกเก้าหางและผู้แข็งแกร่งจากเผ่ามนุษย์ไม่ใช่พวกไร้สมองหรือหยิ่งยโส อีกทั้งยอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์แต่ละคนก็ไม่ใช่ปลาซิวปลาสร้อย ดังนั้นสาเหตุที่พวกเขาไม่ยอมถอย คงเพราะอยากจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘เกาะเทพมาร’

“ไม่อาจปล่อยให้ฮวงกลับไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง มิเช่นนั้นอนาคตของต้าฟ่งคงได้เผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเก่า อาจย่ำแย่ถึงขั้นให้ผู้คนสิ้นหวังได้เลย”

จิ้งจอกเก้าหางลูบปอยผมส่วนหน้าผากที่ปกปิดใบหน้างามไร้ที่ติ ยามนี้นางเพียงแสดงท่าทีเอาจริงเอาจังเท่านั้น ซึ่งหาได้ยากที่ไม่มีพฤติกรรมยั่วยวนดั่งปกติ

“เข้าเกาะกันก่อนเถอะ!”

แน่นอนเขารู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้ ‘ฮวง’ กลับไปสู่จุดสูงสุดอีก ทว่าปัญหาคือ ด้วยพลังต่อสู้ของเขาในตอนนี้ หรือแม้ว่าจะรวมกับพลังจิ้งจอกเก้าหางแล้ว ก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของฮวงอยู่ดี

ส่วนราชินีเงือกกับเจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธก็แค่เหมือนเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ดูดีขึ้นเพียงภายนอก ซึ่งไม่สามารถถ่วงดุลพลังต่อสู้ของฮวงได้

จิ้งจอกเก้าหางพยักหน้า แล้วส่งกระแสจิตว่า

‘เจ้าอย่าลืม ท่านโหราจารย์ก็อยู่ด้วย’

นางมองออกว่าสวี่ชีอันกำลังเคร่งเครียดและท้อแท้ใจอยู่หน่อยๆ

ข้ารู้ว่าท่านโหราจารย์ยังอยู่ แต่เจ้าก็ไม่สามารถเดิมพันทุกอย่างกับท่านโหราจารย์ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่…สวี่ชีอันถอนหายใจ แล้วกลืนคำพูดดังกล่าวลงไป

อีกอย่างเพราะเขาเองก็รู้สึกว่าจะเชื่อใจท่านโหราจารย์ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

และแน่นอนว่านี่หมายไม่ได้ความว่าเขาเดิมพันทุกอย่างกับท่านโหราจารย์ ถ้าตาแก่นั่นทำเป็นหมดทุกอย่าง ก็คงไม่โดนผนึกอยู่ในเขายาวของฮวงหรอก และสวี่ชีอันก็รู้สึกว่ามีบางคำพูดของท่านโหราจารย์ที่บอกว่าจะลองไปเกาะดูก็ไม่เป็นไร

ฉะนั้นก็ลองไปเกาะดูก่อน

ยังไม่ทันได้เลื่อนขั้นครึ่งก้าวสู่เทพยุทธ์ อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับฮวง ช่างดวงซวยจริงๆ…สวี่ชีอันคิดเช่นนี้พลางพูดในใจว่า ไม่ใช่ว่าข้าคือบุตรแห่งโชคชะตาหรอกหรือ? มันคือเรื่องหลอกงั้นรึ!

“อาชาดำมีนิสัยกลับกลอกและต่ำช้า แต่ก็ปรับตัวตามสถานการณ์ได้เก่งมากที่สุด ข้าไม่แปลกใจเลยที่มันจะยอมจำนนต่อคนผู้นั้น ด้านวาฬมังกรก็ทรงพลังแต่กำเนิด กล้าหาญชอบทำสงคราม และมีนิสัยโหดเหี้ยม แม้ว่าพลังจะอยู่ระดับเดียวกับข้า แต่ก็ยังแข็งแกร่งมากกว่าเล็กน้อย

“ส่วนวิหคเพลิง เขาไม่น่าจำนนต่อคนผู้นั้นเลย ท้องนภากว้างไกลเยี่ยงนี้ เขาสามารถเหาะบินไปได้ไกลแท้ๆ ไม่จำเป็นต้องยอมจำนนต่อผู้แข็งแกร่งเลย เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นให้คำมั่นสัญญาว่าจะได้รับผลประโยชน์ต่อกัน”

ตอนนั้นเองเจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธพินิจมองสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ก็พบว่าไม่ว่าจะราชินีเงือก จิ้งจอกเก้าหาง หรือผู้แข็งแกร่งจากเผ่ามนุษย์ล้วนมีท่าทีไม่สดใสดูหม่นหมองกันทั้งสิ้น

เขาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติม แล้วนิ่งเงียบไปแทน

บัดนี้เรือกำลังแล่นไปทางใต้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้เพิ่มความเร็ว ทว่าหลังผ่านไปครึ่งชั่วยาม เบื้องหน้าก็ปรากฏแนวชายฝั่งให้เห็นแล้ว ซึ่งเป็นแนวชายฝั่งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

หากมองด้วยตาเปล่า แล้วคิดว่านี่คือแผ่นดินผืนใหญ่ก็ไม่แปลกใจเลย

เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธกล่าวน้ำเสียงจริงจัง

“ที่นี่คือซากที่อยู่อาศัยรกร้างโผล่ออกมาจากเกาะเทพมาร ทว่ามันปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว คลื่นน้ำทะเลจึงไม่อาจเข้าไปยังส่วนนั้นได้”

นี่เรียกว่าเกาะไม่ได้ด้วยซ้ำ…สวี่ชีอันแอบแขวะอยู่ในใจ ขณะเดียวกันสายตาของเขาก็กำลังจับจ้องไปที่เกาะเทพมาร

แผ่นดินผืนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกจางๆ ตอนนั้นเองก็ราวกับว่าในท่ามกลางส่วนลึกของม่านหมอกได้มียักษ์หกกรสูงร้อยจั้งกำลังเดินออกมา

ลวดลายบนผิวเขียวแกมน้ำเงินของยักษ์ตนนั้นแปลกตายิ่งนั้น ประกอบกับกล้ามเนื้อพองโต และลวดลายดังกล่าวที่กลับดูเรียบง่าย แต่ทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกถึงพลังต่อสู้อันไร้คู่ต่อกรได้โดยสัญชาตญาณ

ใบหน้าของเขาดูดุร้ายหาใดเทียบเคียง อีกทั้งบริเวณมุมปากยังมีเขี้ยวสองซี่ยื่นโค้งงอออกมาเล็กน้อย และดวงตาปูดโปนสีแดงฉาน

หลังจากเขาก้าวย่างเดินบนริมชายฝั่งอย่างช้าๆ อยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก็หันตัวกลับไปยังส่วนลึกของแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะหายลับไปจากสายตาของสวี่ชีอัน

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เขาดูสงบนิ่งยิ่งยวด ส่วนสถานการณ์นอกเกาะนั้นก็หาได้สนใจแม้แต่น้อยไม่ เสมือนมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น

มีเทพมารจริงๆ ด้วย ทว่าสถานการณ์ดูผิดปกติ…จนแยกไม่ออกไปชั่วขณะเลยว่าเป็นภาพลวงตาหรือเรื่องจริง มีแต่ต้องจอดเทียบท่าเข้าเกาะก่อนแล้วค่อยไปตรวจสอบเท่านั้นแล้ว…สวี่ชีอันทอดถอนใจพลางดึงสายตากลับ จากนั้นก็หันไปมองดูสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายที่อยู่รอบๆ เกาะเทพมาร

โดยไกลออกไปสิบจั้งมีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายม้าสูงสามจั้งตัวหนึ่ง มันกำลังยืนนิ่งอยู่บนผิวน้ำ

ตัวของมันดำสนิททั้งร่าง รูปร่างไม่ได้แตกต่างจากม้ามากนัก แต่ตรงศีรษะมีเขางอกออกมาหนึ่งอัน และส่วนท้ายมีหางยาวดั่งงู ส่วนคอเรียวบางไร้แผงขน ทว่ากลับแทนที่ด้วยเหงือกเหมือนของปลาดวงตาของมันเป็นรูม่านตาแนวตั้งสีทองอร่าม ดูเฉียบขาดและเย็นชาประหนึ่งอสรพิษ ซึ่งกำลังจับจ้องไปยังเหล่าผู้แข็งแกร่งที่มีพลังระดับเหนือมนุษย์

อาชาดำ!

ตอนนั้นเอง สวี่ชีอันก็เห็นแผ่นหลังขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาผิวทะเลอยู่รำไรจากทางด้านซ้ายของอาชาดำ มันสูงใหญ่ประหนึ่งเนินเขา ทว่ากลับถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ

ยามนี้น้ำทะเลรอบข้างอาชาดำและวาฬมังกรเป็นสีแดงอ่อน ไม่รู้ว่าเปื้อนเลือดจากสิ่งมีชีวิตใด

หากลองใคร่ครวญจากคำบอกเล่าของเต่าเทพ ก็คงโดนฮวงตามฆ่า หรือไม่ก็ถูกลูกหลานเทพมารที่อยู่ระดับเหนือมนุษย์ทั้งสามร่วมมือกันสังหาร

พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตระดับพลังเหนือมนุษย์สองตน อีกทั้งลูกหลานเทพมารนับร้อยที่กระจัดกระจายอยู่ที่แห่งนี้ โดยมีทั้งพวกที่แข็งแกร่งสูงและอ่อนแอ สวี่ชีอันหรี่ตามองสำรวจ จากนั้นเขาก็พบว่าลูกหลานเทพมารที่อยู่ระดับเหนือมนุษย์มีอยู่หกตนเท่านั้น

และที่แน่ๆ เขายังไม่รู้ว่าที่ใต้น้ำมีอีกมากน้อยเพียงใด

“อาชาดำ สุดท้ายแล้วเจ้าก็เลือกจะภักดีกับเจ้าคนสติฟั่นเฟือนนั่น และเต็มใจที่จะเป็นลูกสมุนของเขา! ลืมไปแล้วหรือว่าบรรพบุรุษของตัวเองตายอย่างไร?”

ลูกหลานเทพมารระดับพลังเหนือมนุษย์ตนหนึ่ง กล่าวตำหนิจากที่ไกลๆ

เหล่าลูกหลานเทพมารที่สามารถขึ้นอยู่ระดับพลังเหนือมนุษย์ได้นั้น พวกเขาเหล่านี้ล้วนจะมีสายเลือดบริสุทธิ์กันอย่างมาก ปกติแล้วหากถัดไปอีกสักรุ่นสองรุ่น มักจะเป็นสายรอง มีจำนวนน้อยมากที่จะเป็นสายหลัก

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ปัจจุบันนี้ลูกหลานเทพมารระดับพลังเหนือมนุษย์ที่อยู่พื้นที่นอก พวกเขามีความแค้นฝังลึกกับฮวงที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

อาชาดำที่ตัวเป็นสีนิลกาฬทั่วร่างพลันพ่นลมหายใจออก เชิดคอเรียวยาว พลางมองไปเหล่าลูกหลานเทพมาด้วยความดูถูก แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสว่า

“นับตั้งแต่โลกถูกสร้างขึ้นมา การเคารพผู้ที่แข็งแกร่งกว่าก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง หากพวกเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ก็จะสามารถทำให้ข้าเชื่อฟังได้ แต่หากทำไม่ได้ ก็รีบถอยไปให้ไวเสีย นายท่านไม่ฆ่าพวกเจ้าหรอก เพราะพวกเจ้าคงอับอายจนไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ

“และหากยังไปป้วนเปี้ยนต่อแถวๆ ซากที่อยู่อาศัยรกร้าง หลังจากนายท่านกลับมา ข้าก็จะขอร้องให้นายท่านฆ่าพวกเจ้าจนหมดสิ้น และแบ่งเลือดแก่พวกข้าทั้งสาม”

คำพูดคำจาของมันหาได้มีความอับอายในนั้นสักครึ่งไม่ กลับเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ ดวงตาที่พินิจมองเหล่าลูกหลานเทพมาร ก็ราวกับไม่ได้เห็นทั้งสองฝ่ายอยู่ในระดับเดียวกัน

อาชาดำพูดพลางพ่นลมทางจมูก และแสยะยิ้มไปด้วย

“รสชาติเฉิงหวงไม่เลวเลยจริงๆ”

เฉิงหวงคือลูกหลานเทพมารที่มีระดับพลังเหนือมนุษย์ ซึ่งถูกพวกเขากินไปไม่นานมานี้

จากคำพูดดังกล่าว สีหน้าของเหล่าลูกหลานเทพมารที่อยู่ห่างไกลก็พลันเปลี่ยน ก่อนจะค่อยๆ ล่าถอยทีละน้อย

ตอนนั้นเองศีรษะของวาฬมังกรก็โผล่พ้นเหนือผิวน้ำ และเผยดวงตาของมันที่แดงฉาน จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“ไอ้พวกเศษสวะ รีบไสหัวออกไปเสีย มิเช่นนั้นพวกเจ้าแต่ละคนก็อย่าได้คิดจะมีชีวิตอยู่ต่อเลย”

จังหวะนั้นเอง ลูกหลานเทพมารที่มีหัวเป็นนกร่างดั่งเสือและมีปีกแต่กำเนิดผู้หนึ่ง ก็กล่าวอย่างจริงจังว่า

“พวกข้าเพียงแค่จะดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่ออย่างเงียบๆ และมาสำรวจสถานการณ์ของเกาะเทพมารเท่านั้น มิได้จะขึ้นฝั่ง พวกเจ้าทั้งวาฬมังกรและอาชาดำ พวกเราทุกคนมาทำความรู้จักกันเถิด เหตุใดต้องทำตัวเคร่งเครียดขนาดนี้ด้วยเล่า”

“ทำความรู้จักกัน เจ้าคู่ควรด้วยหรือ?”

อาชาดำแสยะยิ้ม

“อย่าได้พูดเชียวว่าก่อนหน้านี้ข้ารังเกียจพวกเจ้า ตอนนี้หากเทียบกับนายท่านแล้ว พวกเศษสวะอย่างพวกเจ้า ก็พอคู่ควรกับมิตรภาพของข้า เดิมทีพวกเจ้าไม่รู้ความเป็นมาของนายท่านด้วยซ้ำ

“และอย่าได้เอื้อนเอ่ยว่าทั้งนอกทะเล หรือกระทั่งจิ่วโจวที่อยู่แผ่นดินใหญ่ มีเพียงไม่กี่คนที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา”

ลูกหลานเทพมารที่มีหัวเป็นนกร่างดั่งเสือก็บ่นพึมพำว่า

“มิใช่ว่าโดนปรมาจารย์เต๋าขับไล่ออกจากจิ่วโจวไปแล้วรึ แต่ก็น่าจะมีความสามารถกลับจิ่วโจวอยู่หรอก”

พวกลูกหลานเทพมารที่มาที่แห่งนี้ได้ล้วนมี ‘ความรู้ที่ถ่ายทอดจากต้นตระกูล’ กันทั้งสิ้น และเคยได้ยินเหตุผลที่บรรพบุรุษของพวกเขาต้องอพยพไปยังพื้นที่อื่นด้วย

“บังอาจ!”

อาชาดำตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมกับพ่นลมออกทางจมูกถึงสองครา แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปร้อยกว่าจั้งในทันที จากนั้นก็ฉีกร่างลูกหลานเทพมารที่มีหัวเป็นนกร่างดั่งเสือออกเป็นชิ้นๆ จนทะเลเจือไปด้วยเลือด และมีซากศพลอยอยู่ผิวน้ำ

ด้านอาชาดำกลับยืนตระหง่านเหนือทะเลและแกว่งหางงูอย่างภาคภูมิ “หากพวกเจ้าคิดอยากจะเข้ามาใกล้เกาะเทพมาร ก็ทำได้เพียงลองใช้จิตวิญญาณที่อาจสอดคล้องกับพลังแห่งสายเลือดดู แต่ข้าขอแนะนำพวกเจ้าว่าอย่าคิดเพ้อฝันไปเลย ถ้านายท่านไม่อนุญาตให้เข้ามาใกล้ได้ ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดเข้าใกล้เกาะเทพมาร”

นอกจากลูกหลานเทพมารที่มีพลังระดับเหนือมนุษย์อยู่ไม่กี่คน ลูกหลานเทพมารที่เหลือก็พากันล่าถอยด้วยความกลัวและเคืองโกรธ ที่แท้อาชาดำก็เป็นพวกไร้ความเมตตาเช่นนี้นี่เอง

“ไอ้เศษสวะต่ำช้าไร้ยางอายนี่ ด้วยการสนับสนุนของคนคนนั้น ถึงกับกล้าอวดดีเพียงนี้เชียว”

“น่ารังเกียจ ไฉนใต้เท้าเหล่านั้นไม่ลงมือจัดการกันนะ?”

“กล้าลงมือเสียที่ไหน ยังไม่ต้องพูดถึงด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะเอาชนะวาฬมังกร อาชาดำ หรือวิหคเพลิงได้หรือไม่ หากพวกเขากล้าลงมือ พอหันกลับมาอีกทีคนคนนั้นคงออกมาจากเกาะ มาตามล่าสังหารหมู่จนเลือดนอง เช่นนั้นข้าและเจ้าได้เดือดร้อนแน่”

“สาเหตุที่พวกเขาทั้งหลายยังไม่เดินทางต่อ และไม่กล้าเข้าใกล้ เกรงว่าอาจกำลังรอให้คนคนนั้นออกมาก็เป็นได้ สาบานให้การภักดีกันเลยเถอะ”

“นี่เป็นวิธีการเดียวแล้ว”

ยามนี้เองสี่กีบของอาชาดำเยื้องย่างด้วยความสง่า ขณะเดียวกันก็กำลังพอใจกับท่าทีของพวกลูกหลานเทพมาร

นายท่านต้องการให้พวกมันปกป้องเกาะเทพมาร สิ่งนี้ก็เป็นทั้งหน้าที่และแบบทดสอบ และยามที่พวกมันทำงานเสร็จ นายท่านก็ย่อมตกรางวัลให้

เดิมทีเจ้าพวกเศษสวะเหล่านี้ไม่รู้จักตัวตนของนายท่านด้วยซ้ำ แต่เมื่อเจอเขาก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายเทพมารที่โหดเหี้ยมประหนึ่งงูและแมงป่อง ทว่าสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่อาจอธิบายอะไรได้ แต่นายท่านก็ได้บอกพวกมันทั้งสามอย่างชัดเจนเอาไว้ว่า

‘หากพวกเจ้าอุทิศตนรับใช้ข้า และเมื่อข้าได้หวนกลับสู่จุดสูงสุดอีกครา ข้าก็จะช่วยให้พวกเจ้าได้ดูดซับจิตวิญญาณ ซ้ำยังเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังแห่งสายเลือดด้วย’

ครั้นอาชาดำลองคิดใคร่ครวญ ก็พบว่าในใจลึกๆ ของตนกำลังหวั่นไหว

ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าพลันเกิดเสียงร้องแหลมสูงดังกึกก้อง ก่อนจะปรากฏเพลิงสีแดงฉานลูกหนึ่ง ซึ่งคือวิหคยักษ์ที่ปีกทั้งสองข้างลุกเป็นไฟกำลังบินดิ่งลงมาจากชั้นเมฆ เพื่อมาเตือนวาฬมังกรและอาชาดำที่อยู่เบื้องล่าง

ด้านลูกหลานเทพมารต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จากนั้นพวกมันก็มองตามไปทิศด้านหลังที่วิหคเพลิงยักษ์บินมาเตือน

โดยตรงนั้นมีเรือลำหนึ่งที่ขนาดไม่ได้ใหญ่มากกำลังแล่นฝ่าคลื่นมายังเกาะเทพมาร

อาชาดำพ่นลมออกทางจมูก จากนั้นก็ปรากฏระลอกคลื่นสองลูกบนผิวน้ำ

กระทั่งเมื่อระยะห่างของทั้งสองลดน้อยลง ด้วยสายตาอันกว้างไกลของอาชาดำ ครั้นเขากวาดตามองก็เห็นคนจำนวนหนึ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ เขาก็จำราชินีเงือกและเจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธได้ทันที

“เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธในหมู่เกาะอาเอ่อร์ซูนี่เอง”

“เป็นคนใหญ่คนโตสินะ…”

ด้านบรรดาลูกหลานเทพมารก็กระซิบพูดคุยกัน

‘คนใหญ่คนโต…’ อาชาดำเยาะเย้ยในใจ หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่มันได้เจอเจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธในหมู่เกาะอาเอ่อร์ซู ย่อมก้มโค้งแสดงความคารวะสามกระบวนการเป็นแน่ แต่ตอนนี้น่ะหรือ…

อาชาดำเงยหน้าเหลือบมองวิหคเพลิง ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ จึงรักษาระยะห่างเอาไว้ สําแดงฤทธิ์ทว่าไม่ได้โจมตีแต่อย่างใด

“คลื่นพิโรธ เจ้ามาช้านะ”

น้ำเสียงของมันก้องดังไปทั่วผืนทะเล

“เกาะเทพมารถูกนายท่านของข้ายึดครองแล้ว หากเข้าใกล้เกาะในระยะร้อยจั้ง จะสังหารโดยไร้ความปรานี!”

อาชาดำยังคงแสดงท่าทีหยิ่งยโสเช่นเคย

ส่วนเรือลำนั้นก็กำลังแล่นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าจะหยุดเพราะคำเตือนของอาชาดำเลยแม้แต่น้อย

เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธเหลือบมองจิ้งจอกเก้าหางและสวี่ชีอัน เมื่อเห็นว่าทั้งสองไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ เขาก็นิ่งเงียบตามไปด้วย

ยามนี้เรือกำลังแล่นด้วยความเร็วคงที่ เมื่อผ่านกลุ่มลูกหลานเทพมารที่อยู่รอบๆ ไป ก็ตรงเข้าสู่เกาะเทพมารต่อ

‘หืม? เจ้าแห่งเกาะคลื่นพิโรธเสียสติไปแล้วรึ…’ ตอนนั้นเองเหล่าลูกหลานเทพมารต่างก็ผุดความคิดนี้ขึ้นมาในหัว

“คลื่นพิโรธ นายท่านของมันคือลูกหลานผู้กลืนกินอำนาจในยุคเก่า เป็นผู้ไร้พ่ายที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด คนที่ผู้แข็งแกร่งทั้งหกเผ่าในหมู่เกาะอาเอ่อร์ซูอย่างพวกเจ้าเคยพบเจอคนนั้น”

ลูกหลานเทพมารพลังระดับเหนือมนุษย์ตนหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างไกลนักเอ่ยเตือนขึ้นมา

รูปลักษณ์ของมันเป็นหอยกาบสีเงินขนาดใหญ่ ครั้นเปลือกหอยเปิดอ้าออก เนื้อภายในหอยก็แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นมนุษย์ที่ไม่อาจทราบเพศ

‘ข้ารู้แล้ว แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกระทำของข้า…’ เจ้าเกาะคลื่นพิโรธพยักผงกศีรษะโดยไม่แสดงสีหน้า

“รู้แล้ว!”

‘รู้แล้วยังไม่หยุดเรือ แถมยังกล้ามาก่อเรื่องอีก? รนหาที่ตายหรือไร!’

ในเวลานั้นเอง เหล่าลูกหลานเทพมารระดับพลังเหนือมนุษย์หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่อาจเข้าใจได้

ตอนที่กำลังพูดคุยกันในจุดนี้นั้น เรือก็ได้แล่น ‘ผ่าน’ เหล่าลูกหลานเทพมารไปอย่างราบรื่น และได้เข้าสู่ ‘ระยะร้อยจั้ง’ ที่เป็นเขตอันตรายอันราวกับมีทุ่นระเบิดในนั้นแล้ว

อาชาดำยิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด

“เจ้าคงจะเคยชินกับการใช้อำนาจในหมู่เกาะอาเอ่อร์ซูสิท่า ถึงได้ไม่รู้จักตำแหน่งตัวเองแบบนี้ หากวันนี้ฆ่าเจ้าเสีย หมู่เกาะอาเอ่อร์ซูก็จะกลายเป็นของนายท่านแล้ว”

เมื่อสิ้นประโยคนี้ อาชาดำก็กลายเป็นสายฟ้าสีดำมืด แล้วพุ่งไปโจมตีที่เรือลำนั้น เดิมทีเขาจะต้องประจำอยู่ตำแหน่งเดิม ทว่า ‘รู้ตัวอีกที’ คลื่นก็เริ่มสูงชันขึ้นมาแล้ว

“โฮก!”

อาชาดำคำรามเสียงดังกึกก้องที่ถึงขั้นทำให้หูหนวกได้ โดยยอดเขาบนศีรษะก็ปล่อยลำแสงสีดำออกมาเป็นระลอกคลื่น เขาพุ่งชนใส่ผู้มีพลังระดับเหนือมนุษย์บนดาดฟ้าเรือสี่คน

ขณะเดียวกัน เสียงหวีดแหลมคมบนท้องนภาก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ วิหคเพลิงที่คอยบินวนเพื่อเตือนก่อนหน้าก็พลันบินโฉบลงมา เสมือนกับดาวตกสีแดงสดลูกหนึ่ง

นัยน์ตาอันดุร้ายของมันยามนี้กำลังเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น และเปล่งประกายด้วยความกระหายต่อเลือดของผู้มีพลังระดับเหนือมนุษย์

ส่วนด้านวาฬมังกร แม้ความเร็วของมันจะเทียบกับสองตัวที่กล่าวถึงก่อนหน้าไม่ได้ แต่ด้วยร่างขนาดมหึมาของมันยามจู่โจมหรือเคลื่อนไหวก็ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สั่นสะเทือนตามมา ซึ่งดูเล่นใหญ่กว่าอาชาดำและวิหคเพลิงอยู่มากโข

ปราณโลหิตของเหล่าผู้มีพลังระดับเหนือมนุษย์พลันปะทุและระเบิดออก ทำให้ลูกหลานเทพมารในที่แห่งนี้ต่างพากันรู้สึกจิตใจสั่นวูบ ซึ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับวาฬมังกรโดยตรงเลยด้วยซ้ำ

‘ท่าไม่ดีแล้ว รีบถอยเร็ว ต้องหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะตามมา…’ จากนั้นพวกลูกหลานเทพมารต่างก็ตอบสนองกันทันที

ในชั่วเวลานั้นเองบนดาดฟ้าเรือ นางปีศาจผมขาวที่สวมหนังสัตว์คาดอกและกระโปรงขนสัตว์ ก็ยกเท้าที่ขาวดุจหิมะขึ้น แล้วย่ำก้าวออกจากดาดฟ้าเรือ

“ฟู่วว…”

โดยด้านหลังจิ้งจอกเก้าหางเสมือนหางนกยูงที่รำแพนหาง ไม่นานนัก แต่ละหางก็ดูราวกับหนวดของเตียนเอี๋ยง[1]ก็พุ่งไปยังท้องฟ้าและทะเลที่อยู่เบื้องหน้า

สายฟ้าสีดำจึงหยุดชะงักกะทันหัน บัดนี้อาชาดำหยุดอยู่หน้าเรือโดยเว้นระยะห่างไว้สามจั้ง มันหาได้เต็มใจยอมเองไม่ แต่เป็นเพราะหางจิ้งจอกสามหางกำลังจับมันไว้อยู่ต่างหาก

ยามนั้นมีเงาสีขาวดั่งดาวตกพุ่งไปยังกลางอากาศ หางจิ้งจอกที่ดูราวกับหนวดพันธนาการพวกมันไว้อย่างแน่นหนา ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไร หรือกระพือปีกเพียงใด ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้ เสมือนว่าวลมที่ลอยค้างอยู่กลางท้องนภา

ส่วนอีกสามหางที่เหลือพุ่งลงใต้ท้องทะเล ทะลุไปยังส่วนลึกของทะเล ปะทะคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาจนมันทลายตัวลง

ผิวน้ำพลันเดือดพล่านขึ้นมาทันใด จากนั้นก็เกิดคลื่นลูกใหญ่โหมกระหน่ำ และเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของวาฬมังกรดังตามมา

ยามนี้ทั้งสองฝ่ายประหนึ่งกำลังประชันความแข็งแกร่งกันอยู่

“ไอ้พวกสวะสามตัว กล้ามาโอ้อวดกำลังตนต่อหน้าเจ้าอาณาจักรเช่นข้ารึ”

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกำลังเย้ยหยัน พลางบิดเอวน้อยๆ จากนั้นก็เกิดดังแควกๆๆ ที่บริเวณหางจิ้งจอก…อาชาดำเป็นตัวแรกที่ถูกฉีกร่าง จากนั้นก็เป็นวิหคเพลิงที่อยู่กลางอากาศ เริ่มแรกส่วนปีกจะถูกฉีกกระชากออกก่อน แล้วหางจิ้งจอกก็บีบรัดแน่นจนร่างของมันหักเป็นสองส่วน

แต่นี่ยังไม่จบ เสียงคำรามอันน่าเวทนาของวาฬมังกรดังขึ้นมาอีกครั้งจากใต้ท้องทะเล แต่ไม่นานนักผิวน้ำทะเลที่ปั่นป่วนก็สงบจากนั้นกระแสโลหิตสีแดงเข้มก็ ‘ผุดโผล่’ ออกมา โดยไร้การเคลื่อนไหวที่ใต้ท้องทะเล

เวลานั้นเอง เหล่าลูกหลานเทพมารที่กำลังจะเตรียมถอยหนี เพื่อเลี่ยงความทรมานก่อนหน้า

แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว บัดนี้ผิวน้ำมีลม มีเมฆ ไร้สิ่งใดเคลื่อนไหว เหลือแต่ความเงียบเท่านั้น

………………………………………………………….

[1] เตียนเอี๋ยง เป็นหนึ่งในตัวละครเรื่องสามก๊ก มีฐานะเป็นเจ้าเมืองเสียงตง และเป็นหนึ่งในเจ้าเมืองที่ร่วมกองทัพพันธมิตร 18 หัวเมืองเพื่อปราบตั๋งโต๊ะ

……….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 857 พลานุภาพของผู้นำอาณาจักรหมื่นปีศาจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved