cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 838 เปิดเผยตัวจริง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 838 เปิดเผยตัวจริง
Prev
Next

บทที่ 838 เปิดเผยตัวจริง

‘ศพโบราณที่ยงโจว อรหันต์ตู้ฉิงเป็นคนสังหาร?!’

หลี่เมี่ยวเจินและนักบวชเต๋าจินเหลียนหันหน้ามองไปที่สวี่ชีอันอย่างแปลกใจ

พวกเขารู้จักศพโบราณที่วังใต้ดินดีที่สุดและ รู้ว่าศพโบราณที่ถูกทิ้งไว้หลายพันปีก่อนนั้นได้ ‘ตายอย่างโหดร้าย’ เมื่อไม่นานมานี้

แต่อย่างไรก็ไม่คาดคิดว่า ‘การตาย’ ของศพโบราณจะเกี่ยวข้องกับอรหันต์ตู้ฉิง

อาซูหลัวและจ้าวโส่วรวมถึงซุนเสวียนจี ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าใดนัก สีหน้าจึงไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ได้แต่ฟังอย่างเงียบๆ อยู่ด้านข้างและอยากรู้จุดประสงค์ที่สวี่ชีอันเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

ในคุก แสงตะเกียงเล็กราวกับเม็ดถั่วส่องแสงสีเหลืองสลัวราง อรหันต์ตู้ฉิงนั่งขัดสมาธินิ่งเงียบ

“ผู้ละทิ้งทางโลกไม่มุสา ดังนั้นจึงนิ่งเงียบ ถือเป็นการยอมรับเรื่องปลอมกายใช่หรือไม่?” สวี่ชีอันหัวเราะ

“ตอนแรกในหมู่ยอดฝีมือเหนือสามัญที่ยงโจวนั้น นอกจากเจ้ากับระดับเพชรสองคนแล้ว ก็ยังมีเทพเจ้าหยางสองคนจากนิกายสวรรค์และข้ากับราชครู สองคนท้ายตอนนี้ตัดออกไปได้เลย ดังนั้นผู้ที่สังหารศพโบราณยงโจว นอกจากเจ้าแล้วยังจะมีใครทำได้อีกเล่า”

ในตอนนั้นศพโบราณอยู่ในสภาวะถูกผนึก หากระดับเพชรขั้นสามคิดจะสังหารศพโบราณก็ไม่นับว่ายากเย็น แต่จะต้องทำให้เกิดความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง ทว่าในเวลานั้นเมื่อสวี่ชีอันกลับไปยังสุสานโบราณของวังใต้ดินก็เห็นเพียงแค่ศพโบราณที่ถูกทำลายสติปัญญาไปโดยที่ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ดุเดือดใดๆ

ผู้ที่สามารถทำถึงขั้นนี้ได้ จะต้องมีระดับพลังขั้นกดดันจนแหลกลาญและอรหันต์ขั้นสองคนหนึ่งก็สอดคล้องอยู่พอดี

หลี่เมี่ยวเจินขมวดคิ้วเอ่ย

“แต่ตอนนั้นไม่ใช่ว่าเจ้ากล่าวว่าเจ้าของสุสานโบราณกลับมาหรอกหรือ? อีกอย่าง เหตุใดตู้ฉิงถึงต้องสังหารศพโบราณด้วย?”

ความชอบความสนใจในด้านสืบสวนคดีของหลานเหลียนถูกดึงออกมาแล้ว

ทุกคนต่างพากันมองไปที่สวี่ชีอัน

จากนั้นก็เป็นการเชื่อมโยงเบาะแสของฆ้องเงินสวี่ที่ใครๆ ต่างก็จับจ้อง…สวี่ชีอันเล่นมุกตลกอยู่ในใจ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวอธิบายเสียงเบา

“เริ่มแรกข้าก็มีความคิดนี้อยู่จริงๆ ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจพวกสำนักพุทธ แต่ถ้าหากผู้ที่สังหารศพโบราณคือเจ้าของสุสานคนนั้น ด้วยระดับขั้นของข้าและพลังฝึกตนของเขา เหตุใดเขาไม่พุ่งมาที่ข้าตรงๆ เลยล่ะ?

กลับไปฆ่าปิดปากศพโบราณเหมือนกับทำลายหลักฐานอย่างนั้น”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความคิดของเขาในตอนนั้นคือ เจ้านายของสุสานกังวลเรื่องเหตุต้นผลกรรมที่อยู่บนตัวของฆ้องเงินสวี่ จึงไม่ได้หุนหันลงมือ

ความคิดนี้ก็ย่อมมีเหตุผล บวกกับตอนนั้นพลังฝึกตนยังมีจำกัด ศัตรูตัวฉกาจที่สุดคือสวี่ผิงเฟิงจากสำนักพุทธ ดังนั้นสวี่ชีอันจึงไม่ได้สนใจเจ้าของสุสานโบราณ ถือคติว่าปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออก ไม่ใช่ต้องคิดจนสมองแตกเพื่อไปไล่ตาม

“ต่อมาตอนที่ไปนิกายสวรรค์เพื่อพาตัวเมี่ยวเจินไป ข้าก็ได้รู้จากเทพสวรรค์ว่าร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าอาจจะยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นข้าจึงคิดว่าถ้าหากร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋ายังไม่ตาย เขาจะเป็นใครกันนะ? วันเวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ เขาไปที่ใดแล้วนะ?”

“เขาคิดจะพูดอะไรกันแน่” อาซูหลัวขมวดคิ้ว

“อย่ามาทำอุบอิบจะได้หรือไม่”

สวี่ชีอันไม่สนใจเขา เพียงหัวเราะหึๆ “ความจริงข้าเคยพบกับร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าแล้วล่ะ”

นักบวชเต๋าจินเหลียนชะงักนิ่ง น้ำเสียงร้อนใจเล็กน้อย

“เจ้าของสุสานโบราณก็คือร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋า!”

เมื่อเอ่ยออกมา เหล่าเหนือสามัญที่อยู่ในที่นั้นก็พากันตกตะลึง

อาซูหลัว ซุนเสวียนจี และจ้าวโส่วเพียงรู้สึกว่าได้พบเจอเรื่องครั้งใหญ่ ทั้งยังได้รู้ความลับโบราณอีกด้วย

ในสมองของหลี่เมี่ยวเจินกลับคิดถึงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับภายในสุสานขึ้นมา…หลังจากพวกสวี่ชีอันออกมาจากวังใต้ดินก็ได้บรรยายสภาพของวังใต้ดินอย่างละเอียดลออให้กับพรรคฟ้าดินแล้ว

ตอนนี้เบาะแสทั้งสองอย่างได้รับการยืนยันแล้วและยังสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดใจ

นักบวชเต๋าจินเหลียนถอนหายใจ

“อาตมารู้สึกแปลกๆ มาตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่โบราณมา ผู้ที่เอาชนะด่านเคราะห์ล้มเหลวจะไม่มีโอกาสรอดชีวิต แต่ผู้อาวุโสแห่งนิกายมนุษย์ผู้นั้นไม่เพียงรอดชีวิตมาได้ ทว่ายังละทิ้งกายเนื้อและได้เกิดใหม่อีกด้วย ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในลัทธิเต๋ามีเพียงปรมาจารย์เต๋าเท่านั้นจึงจะทำให้คนตะลึงถึงขนาดนี้ได้”

สวี่ชีอันกล่าวเสริม

“อีกอย่างยังสอดคล้องในเรื่องเวลาด้วย ยังจำได้หรือไม่ ฉู่หยวนเจิ่นเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มา จากเบาะแสด้านเครื่องแต่งกายของบุคคลในภาพฝาผนังและกฎเกณฑ์กับเครื่องมือยามทำพิธีเซ่นไหว้แล้ว เมื่อคิดวิเคราะห์ออกมาอย่างน้อยนั่นก็เป็นเวลาสองพันปี ถึงขั้นอาจเป็นยุคสมัยที่เนิ่นนานกว่าด้วยซ้ำ ทว่าในภาพฝาผนังยังบันทึกว่าผู้อาวุโสนิกายมนุษย์ท่านนั้นเคยสังหารงูยักษ์ และได้รับการขนานนามว่าเป็นราชครู นอกจากนี้ยังสามารถคาดเดาได้ว่า ในยุคสมัยนั้นเป็นยุคสมัยที่ทายาทรุ่นหลังของเทพมารแผลงฤทธิ์”

ซุนเสวียนจีขมวดคิ้วแล้วกระแอมไอเสียงดัง

ผู้พิทักษ์หยวนเริ่มอ่านใจอย่างไม่ต้องให้บอก จึงเอ่ยถามแทนเขา

“แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับสำนักพุทธด้วยเล่า?”

สวี่ชีอันกวาดตามองทุกคน กล่าวว่า

“ในหมู่พวกเจ้าอาจมีคนที่ไม่ค่อยรู้นัก ศพโบราณนั่นหลับใหลอยู่ในวังใต้ดินมาหลายพันปี มันทำหน้าที่เฝ้าตราหยกแห่งโชคชะตาและรอให้เจ้าของกลับมา แต่เจ้าของของมันไปทีหนึ่งก็หลายพันปี ไม่เคยกลับมาเลย จนลี่น่าเข้าไปในวังใต้ดิน มันจึงตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ โชคชะตานั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้อยู่เหนือระดับมาก ไม่จำเป็นต้องให้ข้าเอ่ยซ้ำ แต่เพราะเหตุใดของที่สำคัญขนาดนี้ เจ้าของวังใต้ดินจึงไม่เคยกลับมาเอามันไปเลยล่ะ?”

อาซูหลัวเอ่ยพึมพำ

“บางทีโอกาสอาจยังมาไม่ถึง หรือไม่ก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายบางอย่าง…”

สวี่ชีอันเม้มปากยิ้มแล้วพูดว่า

“เช่นถูกผนึก!”

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ คนในที่นั้นก็เข้าใจแล้ว แต่ละคนต่างพากันปากอ้าตาค้าง สีหน้าตะลึงงัน

คำพูดของสวี่ชีอันนั้นมีเพียงความหมายเดียว…พระพุทธเจ้าคือเจ้าของวังใต้ดินแห่งนี้ เขาคือนักพรตนิกายมนุษย์ผู้นั้น

คิ้วขาวของอรหันต์ตู้ฉิงยกขึ้นมาทันที ใบหน้าแก่ชราไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป ในแววตาฉายประกายความสับสนและรู้ชัดแจ่มแจ้ง

ความเงียบงันดังอยู่พักหนึ่ง ตะเกียงน้ำมันเผาไหม้อยู่เงียบๆ

อาซูหลัวถอนหายใจยาวดั่งกำลังทอดถอนใจเป็นการทำลายความเงียบ จากนั้นก็เอ่ยเสียงเบา

“ปรมาจารย์เต๋าก็คือพระพุทธเจ้า…เจ้ามีหลักฐานอะไร”

หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะต้องเกิดความโกลาหลขึ้นในจิ่วโจวเป็นแน่

คนอื่นๆ ไม่ได้พูดอะไร พวกเขายังคงกำลังขบคิดข้อมูลเรื่องนี้อยู่ พร้อมทั้งพยายามตามหาช่องโหว่เพื่อพลิกทฤษฎีวิเคราะห์ของสวี่ชีอัน

เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะต้องยืนยันให้ได้แน่ชัด จะให้มี ‘ความไม่แน่ใจ’ สักนิดไม่ได้

จ้าวโส่วที่ไม่ได้เอ่ยอะไรมาตลอดก็ส่ายหน้ากล่าวว่า

“ไม่ถูกสิ ถ้าหากเป็นเช่นนี้เขาย่อมไม่จำเป็นต้องให้เสินซูไปพิชิตอาณาจักรหมื่นปีศาจหรอก บุกเข้ามาภาคกลางตรงๆ แล้วนำโชคชะตาในสุสานโบราณกลับไปก็เป็นพอ หากถอยออกมาก้าวหนึ่ง ต่อให้โชคชะตานั้นมีไม่พอ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า ถ้าหากพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของวังใต้ดิน เขาก็มีวิธีการมากมายที่จะส่งคนไปนำตราหยกกลับมา”

หลี่เมี่ยวเจินรู้สึกว่าจ้าวโส่วพูดได้มีเหตุผล นางขมวดคิ้วกล่าวว่า

“แต่ถ้าหากพระพุทธเจ้าไม่ใช่เจ้าของวังใต้ดิน แล้วเหตุใดเขาต้องส่งอรหันต์ตู้ฉิงไปสังหารศพโบราณด้วยล่ะ?”

อรหันต์ตู้ฉิงเอ่ยพูดอย่างทนไม่ไหว

“อาตมายังไม่ได้ยอมรับ!”

นักพรตหญิงคนนี้ช่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้งจริงๆ ตัดสินไปตรงๆ แล้วว่าเขาเป็นมือสังหารศพโบราณตัวนั้น…

สวี่ชีอันเหลือบมองอรหันต์คิ้วขาวแล้วเอ่ย

“เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน ข้าจะค่อยๆ อธิบายให้ฟัง”

จากนั้นเขาก็มองไปที่จ้าวโส่วแล้วตอบข้อสงสัยของเขา

“นั่นคือความเป็นไปได้แบบที่สอง โอกาสวาสนายังไม่มา ตอนนี้พวกเราสามารถตัดสินได้แล้วว่าผู้อยู่เหนือระดับมีเป้าหมายที่จะช่วงชิงโชคชะตา ถึงขั้นก่อสงครามเพื่อโชคชะตา เช่นนั้นการที่พระพุทธเจ้าซ่อนโชคชะตาชิ้นนี้ไว้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่ามีจุดประสงค์ใด”

‘ใช้เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาไว้ที่ก้นหีบสมบัติ…’ ทุกคนพยักหน้าช้าๆ และยอมรับคำพูดของสวี่ชีอัน

“อีกทั้งยังมีเรื่องหนึ่งที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ ทุกท่านยังจำได้หรือไม่ว่าสำนักพุทธมีความคิดจะให้ข้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อใด?” เขาเอ่ยถาม

“พิธีประลองสำนักพุทธ!” หลี่เมี่ยวเจินไม่แม้แต่จะคิด

“แต่หลังจากที่ข้าเข้าไปในวังใต้ดินและได้ตราหยกมา นับตั้งแต่นั้น สำนักพุทธก็คลั่งและพยายามให้ข้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ให้ได้ นั่นเป็นเพราะพุทธมหายานเท่านั้นจริงๆ หรือ?”

‘อ่า เรื่องนี้ ภายนอกทำเพื่อพุทธมหายาน แต่ความจริงคิดจะชิงโชคชะตาภายในร่างของสวี่หนิงเยี่ยนกลับไป…’ หลี่เมี่ยวเจินเม้มปากแล้วชำเลืองมองสวี่ชีอัน รู้สึกชื่นชมเล็กน้อย

คนผู้นี้กลับคิดวิเคราะห์อะไรมากมายอยู่ข้างหลัง

นางยังคิดว่าวันๆ ฆ้องเงินสวี่ที่เจ้าชู้ประตูดินเช่นนี้จะคิดแต่เรื่องที่ว่าจะนอนกับเทพดอกไม้และราชครูแบบไหนดีเสียอีก อืม ยังมีหลินอันอีกด้วย

“แต่แบบนี้ยังไม่พอจะพิสูจน์ได้ว่าพระพุทธเจ้าคือร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าหรอก จนถึงคืนนี้ข้าก็เพิ่งจะแน่ใจนี่ล่ะ” สวี่ชีอันบอก

ตอนนี้เอง นักบวชเต๋าจินเหลียนก็ถอนหายใจออกมา

“คืนนี้พอเจ้าฟังเรื่องที่เสินซูเล่าจบ ก็เพิ่งจะแน่ใจอย่างแท้จริงว่าพระพุทธเจ้าคือร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าล่ะสิ”

สวี่ชีอันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

‘นี่หมายความว่าอย่างไร…’ ทุกคนตกตะลึง

ม่านตาของอาซูหลัวหดเกร็งแล้วโพล่งออกมาว่า

“ไตรวิสุทธิเทพแปลงชี่!?”

เขาฝึกฝนวิชานี้

นักบวชเต๋าจินเหลียนพยักหน้า

“วิธีการที่พระพุทธเจ้าแยกตัวเสินซูออกมานั้น เหมือนกันกับวิธีที่เจ้าของวังใต้ดินสร้างศพโบราณและเรื่องเหล่านี้ก็เป็นวิธีใช้แบบง่ายๆ ของวิชาไตรวิสุทธิเทพแปลงชี่”

จ้าวโส่วส่ายหน้าพลางถอนหายใจ

“ร้ายกาจ ร้ายกาจยิ่งนัก ด้วยสายการฝึกตนแบบย้อนกลับของผู้อยู่เหนือระดับ แม้ว่าการจะสร้างเส้นทางใหม่ขึ้นมาอีกครั้งนั้นจะง่ายดาย แต่พรสวรรค์ของปรมาจารย์เต๋าก็กล่าวได้ว่าไม่มีใครเทียบได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”

ประโยคต่อไปเจ้าจะพูดใช่หรือไม่ว่า แต่แล้วอย่างไร ก็ยังถูกปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราสยบอยู่ดี…สวี่ชีอันว่าร้ายอยู่ในใจ

“แค่กๆๆ!”

ซุนเสวียนจีไออย่างรุนแรง เรื่องนี้ทำให้นึกถึงผู้พิทักษ์หยวนที่ทึ่มทื่อเพราะได้ยินความลับมากเกินไปขึ้นมาทันที

เขาก็ยังคิดจะมีส่วนร่วมในการระดมความคิดอย่างแข็งขันเช่นกัน

ผู้พิทักษ์หยวนสูดลมหายใจลึก พยายามอ่านใจออกมา

“ข้ายังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจหนึ่งเรื่อง ร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าทำเช่นนี้ด้วยจุดประสงค์ใด?”

ในความคิดของซุนเสวียนจี ร่างอวตารของปรมาจารย์เต๋านี้ทำเกินความจำเป็น

ตัวของปรมาจารย์เต๋านั้นอยู่เหนือระดับขั้นอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องเปลืองแรงสร้างสายการฝึกตนใหม่ที่ไม่ค่อยคุ้มค่าขึ้นมาแล้วละทิ้งฐานะในอดีตไปด้วย?

สวี่ชีอันและนักบวชเต๋าจินเหลียนมองหน้ากัน สวี่ชีอันหัวเราะกล่าว

“ข้ามีการคาดเดาอย่างหนึ่ง แต่ไม่อาจยืนยันได้ นี่คือเรื่องของลัทธิเต๋า ให้นักบวชเต๋าจินเหลียนพูดดีกว่า”

โอกาสแสร้งวางท่าเช่นนี้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นหยางเชียนฮ่วนจะต้องกระโดดออกมายกมือว่า

‘ข้าพูดเองๆ…’

แต่นักบวชเต๋าจินเหลียนเพียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ยช้าๆ

“หลานเหลียน ยังจำที่เราเคยพูดได้หรือไม่ เรื่องภาพการผ่านด่านเคราะห์บนภาพฝาผนังนั่นน่ะ?”

“ท่านนักพรต ท่านเรียกข้าว่าเมี่ยวเจินเถอะ” จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินประท้วงขึ้น จากนั้นก็เอ่ยตอบ

“หลังจากนักพรตนิกายมนุษย์ได้เป็นราชครูก็แย่งชิงบัลลังก์เพื่อรวบรวมโชคชะตา จากนั้นพยายามใช้โชคชะตานั้นมาผ่านด่านเคราะห์ แต่ต่อมาก็ล้มเหลว”

นักบวชเต๋าจินเหลียนตอบรับ ‘อืม’ ก่อนพูดขึ้น

“ตอนนี้พอคิดดูแล้ว การคาดเดานี้น่าจะผิด ในเมื่อเขาเป็นร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋า เช่นนั้นการรวบรวมโชคชะตาจะไม่ใช่เพื่อผ่านด่านเคราะห์ ที่เขาชิงบัลลังก์นั้นมีเป้าหมายอื่น แต่ว่าต่อมาก็พบว่าผู้ได้รับโชคชะตาไม่อาจมีชีวิตยืนยาว ดังนั้นจึงทำได้เพียงยืมเคราะห์สวรรค์มาสังหารตัวเองแล้วกำจัดร่างเดิมทิ้ง โชคชะตาจะต้องแยกออกมาในช่วงเวลานั้นแน่”

นี่มัน…หลี่เมี่ยวเจินตกตะลึงไปพักหนึ่ง รู้สึกไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก

“ปรมาจารย์เต๋าผู้ยิ่งใหญ่ ไม่รู้หลักการที่ว่าผู้มีโชคชะตายิ่งใหญ่จะไม่มีชีวิตยืนยาวเช่นนั้นหรือ?”

จ้าวโส่วผู้เป็นปัญญาชนกล่าวพูด

“เจ้าไม่อาจใช้มุมมองของคนในปัจจุบันไปตัดสินแทนศพโบราณ ยุคสมัยที่ปรมาจารย์เต๋ายังมีชีวิตอยู่นั้น เผ่ามนุษย์เพิ่งจะโผล่ออกมา ลูกหลานเทพมารยังสร้างความวุ่นวายไปทั่วจิ่วโจว ในเวลานั้น แผ่นดินจิ่วโจวมีชนเผ่าและอาณาจักรมากมายผุดเป็นดอกเห็ด จึงไม่อาจรวบรวมชะตาแผ่นดินอย่างยิ่งใหญ่ได้เหมือนราชวงศ์ในภาคกลางปัจจุบัน ปรมาจารย์เต๋าก็เหมือนข้ามแม่น้ำด้วยก้อนหิน เขาไม่รู้กฎเกณฑ์ฟ้าดินเรื่องนี้ก็ปกติ”

หลี่เมี่ยวเจินพยักหน้าช้าๆ เป็นการยอมรับคำพูดของเขา จากนั้นจึงเอ่ยถาม

“เช่นนั้นเขาขึ้นครองบัลลังก์และรวบรวมโชคชะตาเพราะเหตุใดกัน?”

พูดจบ นางก็รู้คำตอบได้เอง

“เกี่ยวข้องกับผู้พิทักษ์ประตูหรือไม่?”

ปรมาจารย์เต๋าในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้วางแผนและพยายามอย่างหนักเพื่อผู้พิทักษ์ประตูมาตลอด ร่างอวตารของฟ้าดินเป็นเช่นนี้ ร่างอวตารของนิกายมนุษย์ก็ย่อมเป็นเช่นนี้เหมือนกัน

“นี่ไม่ถูกต้อง” อาซูหลัวขมวดคิ้วมองนักบวชเต๋าจินเหลียน

“ผู้พิทักษ์ประตูไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับวิถีแห่งควันธูปและสายการฝึกตนโหรหรอกหรือ? เหตุใดถึงเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิโลกมนุษย์ได้เล่า”

ร่างอวตารนิกายปฐพีของปรมาจารย์เต๋าทำลายวิถีแห่งควันธูปแล้วปล้นชิงผนึกภูผาธาราเพื่อผู้พิทักษ์ประตู

และโหรก็สืบทอดวิถีแห่งควันธูปมา ท่านโหราจารย์จึงเป็นผู้พิทักษ์ประตูอย่างแน่นอน

ผู้พิทักษ์ประตูกับสายการฝึกตนโหรเกี่ยวข้องกัน นี่คือความจริงที่เที่ยงแท้แน่นอน

สวี่ชีอันโบกไม้โบกมือ

“เมื่อกี้ก็พูดแล้วไม่ใช่หรือ เขาเดินมาผิดทาง เช่นนี้ก็จะอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงไปก่อตั้งสำนักพุทธที่ดินแดนประจิมทิศ บางทีครั้งนี้ต่างหากเขาจึงจะเดินถูกทางจริงๆ”

แต่วิธีการลอกโชคชะตาออกมาเช่นนี้ของปรมาจารย์เต๋า ข้าสามารถเรียนรู้ได้ แบบนี้ก็สามารถหลุดออกจากข้อจำกัดที่จะต้องมีอายุสั้นแล้ว

สวี่ชีอันสรุปครั้งสุดท้ายออกมาทันที

“ร่างอวตารนิกายมนุษย์ของปรมาจารย์เต๋าในปีนั้นชิงบัลลังก์มา แต่กลับพบว่าผู้ที่ครอบครองโชคชะตาไม่อาจมีชีวิตยืนยาว ดังนั้นจึงยืมเคราะห์สวรรค์มาสังหารตัวเองเพื่อให้กำเนิดใหม่หลังจากสิ้นชีวิต จากนั้นก็หลุดออกจากเปลือกเก่าได้สำเร็จ และเดินทางไกลไปยังดินแดนประจิมทิศเพื่อก่อตั้งสำนักพุทธ เดิมทีเขาคิดจะทิ้งโชคชะตาของตราหยกไว้เป็นหนทางสุดท้ายที่ก้นหีบ ไหนเลยจะคิดว่าข้าจะชิงลงมือก่อน ดังนั้นจึงส่งยอดฝีมือเหนือสามัญมาจับตัวข้าหลายครั้งโดยอ้างว่าจะหลอมรวมพุทธบุตรสู่สำนักพุทธ

“อรหันต์ตู้ฉิง ถ้าข้าเดาไม่ผิด การที่เจ้ามายังภาคกลางคงไม่ใช่แค่เพื่อจับตัวข้าอย่างเดียว การสังหารศพโบราณปิดปากก็คือหนึ่งในเป้าหมายด้วยกระมัง”

สีหน้าของอรหันต์ตู้ฉิงเคร่งขรึม ไม่มีวาจาใดจะกล่าว สองมือประนมไว้แล้วก้มหน้าเอ่ยออกมา

“อามิตตาพุทธ”

“เหตุใดต้องสังหารศพโบราณปิดปาก?” หลี่เมี่ยวเจินเลิกคิ้วเอ่ยถาม

พระพุทธเจ้า หรือไม่ก็หนึ่งในพระโพธิสัตว์ทั้งสามได้ส่งอรหันต์ตู้ฉิงมาฆ่าปิดปาก นี่จะต้องไม่ใช่แค่การรักษาความลับของพระพุทธเจ้าเท่านั้นแน่

เรื่องประเภทนี้ คนนอกรู้ก็แค่รู้ ไม่อาจสะเทือนสำนักพุทธได้แม้แต่เส้นผมด้วยซ้ำ

ไม่มีความจำเป็นใดต้องสังหารศพปิดปากเลยสักนิด

อรหันต์ตู้ฉิงก้มหน้าไม่เอ่ยวาจา

สวี่ชีอันเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่ต้องถามแล้ว ขั้นสองธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีคุณสมบัติมารู้เรื่องเหล่านี้”

‘ขั้นสองธรรมดาๆ เท่านั้น…’ นักบวชเต๋าจินเหลียนและพวกอาซูหลัวชำเลืองมองเขาเงียบๆ

จอมยุทธ์หยาบกระด้าง

อรหันต์ตู้ฉิงถอนหายใจ

“ได้ยินมานานแล้วว่าการสืบคดีของฆ้องเงินสวี่นั้นราวกับเทพเซียน อาตมาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”

ความหมายในคำพูดนี้เท่ากับยอมรับแล้วว่าตนได้รับคำสั่งจากสำนักพุทธให้มาสังหารศพโบราณปิดปาก

“การสังหารศพโบราณปิดปากจะต้องมีเหตุผล ทว่าเรื่องนี้ก็ถูกสรุปออกมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดมากเกินไป” จ้าวโส่วเอ่ยบอก

ยังไงก็เปิดเผยตัวจริงของผู้อื่นลงมาแล้ว…สวี่ชีอันกล่าว

“นักบวชเต๋าจินเหลียน ท่านรู้หรือไม่ว่าเจ้าของวังใต้ดินลอกโชคชะตาออกมาอย่างไร”

………………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 838 เปิดเผยตัวจริง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved