cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 832 แม่พันธุ์ต้นโพธิ์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 832 แม่พันธุ์ต้นโพธิ์
Prev
Next

บทที่ 832 แม่พันธุ์ต้นโพธิ์

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก!

พระพุทธเจ้าออกโรงแล้ว

ทันทีที่พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาเช่นนี้ สัญญาณเตือนในจิตใจของสวี่ชีอันก็ตื่นตัวขึ้นในฉับพลัน หากลางสังหรณ์ในวิกฤตคือเสียงกริ่งเตือน เช่นนั้นเสียงกริ่งในตอนนี้ก็คงทั้งดังสนั่นทั้งแหลมคมพร้อมกับรสชาติของ ‘ความลนลานและหวาดกลัว’

เร่งเร้าให้เขารีบหนีเอาชีวิตรอดโดยพลัน

นี่เป็นครั้งที่ลางสังหรณ์ในวิกฤต ‘บ้าคลั่ง’ ที่สุดตั้งแต่สวี่ชีอันก้าวเข้าสู่ขั้นเหนือมนุษย์

ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาส่งเสียงคำราม กระตุ้นให้เขาวิ่งหนีสุดชีวิต หากเขายังอยู่ที่นี่ก็มีเพียงหนทางแห่งความตายที่รอเขาอยู่

แต่สวี่ชีอันไม่วิ่ง แม้ว่าการพุ่งตัวขึ้นไปบนยอดเขาจะสั้นราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟก็ตาม

ระหว่างกระบวนการนี้ เขาตะโกนคำรามจนเสียงแหบแห้ง “หนีไป!”

ร่างธรรมพระมหาไวโรจนะ!

พลังระดับสุดยอด อันดับหนึ่งแห่งร่างธรรมทั้งเก้า

ไม่จำเป็นต้องให้สวี่ชีอันเตือน ในช่วงเวลาที่ร่างธรรมพระมหาไวโรจนะปรากฏขึ้น ผู้แข็งแกร่งระดับเหนือมนุษย์ทุกคนต่างก็รู้สึกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางรีบเก็บหางโดยไม่ลังเล เดิมทีนางอยากจะลากอาซูหลัวท่านพี่ในนามกลับมาด้วย แต่ก็พบว่าเจียหลัวซู่และอาซูหลัวกำลังนั่งขัดสมาธิในเวลาเดียวกัน คนหนึ่งอัญเชิญร่างธรรมพระโพธิสัตว์มัญชุศรีออกมา คนหนึ่งมีวงล้อแสงอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นที่หลังศีรษะ แสดงถึงสถานะพร้อมสังหาร เข้าสู่สถานะทำสมาธิ

คนในสำนักพุทธมีวิธีการ ‘หลบหลีก’ พลังอันน่าสะพรึงของร่างธรรมพระมหาไวโรจนะ…ในขณะที่ความคิดของสตรีผมสีเงินกำลังพร่างพราว นางก็กลายร่างเป็นเงาสีขาวและพุ่งไปยังที่ห่างไกล ไปทางซุนเสวียนจีและคนอื่นๆ

จ้าวโส่ว หลี่เมี่ยวเจินและนักบวชเต๋าจินเหลียน ทั้งสามรีบมุ่งไปหาซุนเสวียนจีอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่หลี่เมี่ยวเจินกำลังหนีเอาชีวิตรอด นางก็ถือโอกาสโยนเจดีย์พุทธะไปทางอรัญตา

ซุนเสวียนจียกเท้าขึ้นไปเหยียบ จากนั้นค่ายกลส่งตัวก็แผ่กระจายออก ปกคลุมผู้แข็งแกร่งระดับเหนือมนุษย์ทุกคนไว้ด้านใน

มีเพียงเสินซูเท่านั้น หลังจากที่เห็นร่างธรรมพระมหาไวโรจนะ ไม่เพียงแต่ไม่วิ่งไม่หวาดกลัว แต่กลับจมสู่ความบ้าคลั่งราวกับได้รับการกระตุ้นบางอย่าง

สะดือของเขาแยกออกจากกันกลายเป็นช่องขนาดใหญ่ที่โชกเลือดและพร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เขาหันกลับไปในฉับพลันและส่งเสียงคำรามดังสนั่นไปทางพระอาทิตย์ดวงใหญ่บนยอดเขา

“พระพุทธเจ้า!!”

ต่อมาชั่วครู่ แสงอันเจิดจ้าของร่างธรรมพระมหาไวโรจนะก็เข้าปกคลุมทุกคน ปกคลุมสวี่ชีอัน ปกคลุมเสินซู และปกคลุมพระโพธิสัตว์แห่งสำนักพุทธ

…

ระยะห่างจากอรัญตาสิบลี้ ค่ายกลวงกลมอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นบนชั้นบรรยากาศอย่างไม่มีที่มาที่ไป จากนั้น ร่างสีดำจำนวนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอยู่ใจกลางค่ายกล

ร่างสีดำเหล่านั้นล้มลงบนพื้นราวกับศพที่ไหม้เกรียม ไม่ว่าวิชาส่งตัวจะเดินทางเร็วเพียงใดก็ยังเร็วไม่เท่าแสงอยู่ดี

พวกเขายังคงถูกร่างธรรมพระมหาไวโรจนะสาดส่องในระยะเวลาอันสั้น

มีเพียงสตรีผมสีเงินเท่านั้นที่สามารถประคองสติได้และไม่สลบไสลไป

แต่ตอนนี้นางก็ไม่มีผมสีเงินอีกต่อไป ทั่วทั้งร่างของนางกลายเป็นสีดำไหม้ หางและหูเกลี้ยงเกลาไร้ขนอันฟูนุ่ม ผมสีเงินอันงดงามก็สูญหายไป ทั่วลำตัวมีเพียงรอยไหม้สีแดงที่ปะปนอยู่ในรอยดำ

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางแทบจะไม่สามารถประคองร่างของตนเองได้ ลำคอเรียวของนางอ่อนระทวยพร้อมกับแจกันกระเบื้องเคลือบที่ถูกคายออกมา

อาวุธเวทมนตร์บนร่างของนาง รวมทั้งถุงเก็บของล้วนถูกเผาจนสิ้น มีเพียงแจกันกระเบื้องเคลือบที่เก็บไว้ในท้องเท่านั้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางดึงจุกไม้ก๊อกออก เอียงปากขวดเพื่อกรอกเม็ดยาฟื้นฟูความแข็งแกร่งเข้าไปในปาก

หลังจากที่นางนั่งขัดสมาธินานกว่าสิบวินาที ในที่สุดพลังของนางก็ถูกฟื้นฟูในขั้นต้น

ในเวลานี้ จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางถึงพอที่จะมีพลังในการสำรวจพันธมิตร เพื่อดูว่าใครที่ยังมีชีวิตอยู่และใครที่ตายไปแล้ว

ร่างสีดำเกรียมที่ถือดาบอยู่ในมือคือจ้าวโส่ว มงกุฎขงจื๊อบนศีรษะของเขาถูกเคลือบไปด้วยละอองขี้เถ้าสีดำ ราวกับเพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากกองไฟ กลิ่นอายของจ้าวโส่วเสื่อมถอยลงอย่างมาก พลังชีวิตก็เหลือเพียงน้อยนิด

คนที่มีร่างสูงระดับทั่วไป มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นซุนเสวียนจี แม้ว่าเสื้อผ้าสีขาวจะถูกเผาจนเกรียม แต่บุคลิกธรรมดาของศิษย์อันดับสองของท่านโหราจารย์ท่านนี้เหมือนไก่ในฝูงนกกระเรียนที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเช่นนั้น

ดังนั้นจึงสามารถมองออกได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนจินเหลียนและหลานเหลียนแห่งนิกายปฐพีสามารถแยกแยะออกได้โดยง่าย เนื่องจากความแตกต่างทางกายภาพระหว่างชายและหญิง

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางเป็นผู้นำในการเดินไปที่เบื้องหน้าซุนเสวียนจี คลำหาบนร่างของเขา หยิบที่จัดเก็บอาวุธเวทมนตร์ที่แตกหักออกมาแล้วฉีกเบาๆ

อาวุธเวทมนตร์และยาอายุวัฒนะร่วงหล่นลงมาเป็นกองท่ามกลางเสียง ‘ซู่ๆ ซ่าๆ’

ขั้นแรกนางกินยารักษาหลายชนิดซึ่งให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน จากนั้นก็เดินไปข้างหลี่เมี่ยวเจิน ใช้นิ้วเปิดริมฝีปากของนางออกและป้อนยาเม็ดหนึ่งให้กับนาง

จากนั้นไม่นาน หลี่เมี่ยวเจินก็ตื่นขึ้น นางส่งเสียงร้องคร่ำครวญเบาๆ ด้วยจิตเดิมอันทรงพลังของนาง นางจึงควบคุมสภาพกายเนื้อของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ผิวหนังภายนอกส่วนใหญ่ถูกเผาไหม้ อวัยวะภายในได้รับความเสียหาย พลังอันแข็งแกร่งกำลังฆ่าพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง

“เจ้ามีเสื้อผ้าหรือไม่?” จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางถาม

เสื้อผ้าบนร่างของพวกนางถูกเผาจนกลายเป็นผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง ซึ่งมันไม่สามารถปกปิดร่างกายได้ แน่นอนว่าด้วยสภาพราวกับซากศพที่ไหม้เกรียมของพวกนางในตอนนี้ จึงไม่หลงเหลืออารมณ์รักของหนุ่มสาวใดๆ อยู่

หลี่เมี่ยวเจินพยักหน้า นางคลำหาในอ้อมแขนครู่หนึ่ง จนพบกับชิ้นส่วนหนังสือปฐพี นางหยิบชุดกระโปรงออกมาสองชุด โยนชุดหนึ่งให้สุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง และสวมอีกชุดหนึ่งให้กับตัวเอง ไม่นานหลังจากนั้น ภายใต้การช่วยเหลือของพวกนางทั้งสอง ในที่สุดจ้าวโส่วและคนอื่นๆ ก็ฟื้นคืนสติ

นักบวชเต๋าจินเหลียนนั่งขัดสมาธิ ในขณะที่ย่อยพลังของยาก็กล่าวเสียงทุ้มว่า “รีบรักษาบาดแผลเสีย จะได้รีบกลับไปดูสถานการณ์”

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจกล่าวว่า “เป็นเช่นนี้ตามที่คาดจริงๆ…”

แผนแรกที่พวกเขากำหนดคือรวบรวมพลังของทุกคนเพื่อสังหารเจียหลัวซู่ ในขณะเดียวกันก็ทดสอบบุคคลนั้นในอรัญตา

อันที่จริงพวกเขาไม่คิดว่าจะสังหารเจียหลัวซู่ได้อย่างราบรื่นด้วยซ้ำไป

แต่ในฉากสุดท้าย พระพุทธเจ้าก็ปรากฏตัวออกมาอย่างที่คาดไว้

หลี่เมี่ยวเจินหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็รู้สึกหวาดกลัวครั้งแล้วครั้งเล่า

“นี่คือพลังที่แท้จริงของระดับสุดยอด…”

เพียงแค่ได้รับแสงสว่างจากพระมหาไวโรจนะเพียงครู่เดียวเท่านั้น นางก็เกือบจะตายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่ใช่เพราะเคยมีการปรึกษาระหว่างกัน รู้จักวิธีจัดการกับการปรากฏของตัวของร่างธรรมพระมหาไวโรจนะ เกรงว่านางคงตายภายใต้แสงพุทธะอันเรืองรองเสียแล้ว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนเสวียนจีและคนอื่นๆ ก็รู้สึกหวาดผวาเช่นกัน

พวกเขารู้ว่าเมื่อใดที่พระพุทธเจ้าปรากฏตัวออกมาก็ย่อมเป็นการโจมตีที่รุนแรงแน่นอน

แต่การรู้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง การได้เห็นระดับสุดยอดลงมือเองอย่างแท้จริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วันนี้พวกเขาถึงตระหนักได้ถึงระยะห่างระหว่างระดับสุดยอดกับระดับเหนือมนุษย์ ที่เป็นเหมือนระยะห่างระหว่างมนุษย์กับมด

จ้าวโส่วได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด เขาถูกวรยุทธ์สะท้อนกลับและได้รับบาดเจ็บจากร่างธรรมพระมหาไวโรจนะในเวลาไล่เลี่ยกัน ตอนนี้เขาไร้ซึ่งกำลังที่จะต่อสู้อีกต่อไป

แต่จ้าวโส่วก็ยังคงเข้าร่วมการสนทนาอย่างกระตือรือร้น “พวกเจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ว่า เมื่อครู่พระโพธิสัตว์แห่งสำนักพุทธ รวมทั้งอาซูหลัวไม่ได้หนีแม้แต่น้อย แต่กลับนั่งสมาธิอยู่ที่เดิม”

หลี่เมี่ยวเจินและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้เช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกล่าวว่า “ภายใต้แสงพุทธะที่สาดส่อง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน มีเพียงลักษณะธรรมเท่านั้นที่จะคงอยู่ตลอดไป”

จ้าวโส่วเข้าใจแล้ว “ดังนั้นผู้ที่บำเพ็ญพุทธถึงจะสามารถอยู่รอดภายใต้ร่างธรรมพระมหาไวโรจนะอย่างนั้นรึ?”

เขาดูเหมือนจะจับข้อบกพร่องของพระมหาไวโรจนะได้

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางก็ดูเหมือนจะมองเห็นความคิดภายในจิตใจของเขา นางจึงกล่าวเสียงเบาว่า “เหตุผลเป็นเช่นนั้น แต่ว่า หากพระพุทธเจ้าไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ ต่อให้เจ้าบำเพ็ญถึงพระโพธิสัตว์ขั้นหนึ่งก็ไม่อาจอยู่รอดภายใต้ร่างธรรมพระมหาไวโรจนะได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า”

นักบวชเต๋าจินเหลียนหรี่ตาลงพลางกล่าวว่า “นี่หมายความว่าในร่างธรรมพระมหาไวโรจนะเมื่อครู่ไม่ได้ปะปนกับพระประสงค์ของพระพุทธเจ้าใช่หรือไม่ เป็นเพียงการปลดปล่อยพลังอานุภาพตามสัญชาตญาณของร่างธรรม มิเช่นนั้นอาซูหลัวก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตรอด และนี่ก็แสดงว่า พระประสงค์ของพระพุทธเจ้าไม่ค่อยดีนัก”

เมื่อกล่าวจบแล้ว ทุกคนก็หันไปมองอรัญตาพร้อมกันและรีบดูดซับฤทธิ์ยาอย่างเงียบๆ

การโจมตีอรัญตาที่ซึ่งมีระดับสุดยอดรักษาการณ์ด้วยตนเองนั้นเป็นความยากลำบากที่ถูกคาดไว้ก่อนแล้ว

ทันทีที่ร่างธรรมพระมหาไวโรจนะปรากฏตัวออกมา เทพเจ้าและปีศาจย่อมถอยหนี

ข้อได้เปรียบที่ได้มาอย่างยากลำบากเมื่อครู่ถูกเผาจนราบคาบภายใต้การโจมตีของพระพุทธเจ้า

แต่การออกโรงของพระพุทธเจ้าก็เป็นการยืนยันการคาดเดาก่อนหน้านี้ของพวกเขาได้พอดี

…

บนที่ราบอันห่างไกลจากอรัญตา ริมธารน้ำที่คดเคี้ยว เจ้าแห่งวัสสานน่าหลันเทียนลู่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ริมธารน้ำ ทั่วทั้งร่างวูบวาบไปด้วยความแวววาวของเลือด

ร่างของเขาไหม้เกรียมเช่นกัน ผิวหนังส่วนใหญ่ถูกเผาไหม้ ขณะนี้เขากำลังรักษาบาดแผลด้วยการใช้ ‘วิชาวิญญาณโลหิต’ ของระบบพ่อมด

“ฆ่าเจียหลัวซู่ไม่ตาย ต้องรับผิดชอบความไว้วางใจของพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่…”

คำแนะนำที่ซ่าหลุนอากู่ให้เขาคือ ‘แล่นเรือไปตามลม ปรับตัวไปตามสถานการณ์’

ภายนอกเขาช่วยสำนักพุทธฆ่าสวี่ชีอัน แต่หากเจียหลัวซู่เต็มไปด้วยภัยพิบัตินองเลือดที่คุกคามชีวิต เช่นนั้นก็ต้องให้การช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร สำนักพ่อมดก็ล้วนได้รับประโยชน์

“ข้าอยู่ไกลจากอรัญตามานานแล้ว แต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บจากร่างธรรมพระมหาไวโรจนะ พลังที่พระพุทธเจ้าสามารถปลดปล่อยออกมาได้ดูเหมือนจะสูงกว่าเทพพ่อมด”

“ไอ้พวกกลุ่มของจ้าวโส่วหลบหนีไปเร็วจริงๆ น่าเสียดายที่ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถตักตวงผลประโยชน์ตรงนี้ได้”

“ตอนนี้เสาต้นเดียวอย่างสวี่ชีอันหรือจะค้ำตึกหลังใหญ่ได้ เป็นโอกาสดียิ่งนักที่จะฆ่าเขา แต่ไม่รู้ว่าพวกเขายังมีทางหนีทีไล่อะไรอีกหรือไม่…”

…

บริเวณลำธารสักแห่งใกล้ๆ อรัญตา เจดีย์พุทธะลอยอยู่กลางอากาศ ร่างธรรมที่มีรูปร่างอ้วนท้วมเล็กน้อยนั่งขัดสมาธิถือแจกันหยกอยู่บนยอดเขา สาดแสงสีทองเรืองรองออกมา ใจกลางแสงสีทองคือหมีถูกย่างตัวหนึ่ง

ภายใต้การรักษาของร่างธรรมหมอยา เซลล์ผิวที่ตายแล้วของหมีย่างค่อยๆ ถูกผลัดออก เติบโตเป็นเนื้อสีแดงอ่อน กลายเป็นสัตว์ร้ายที่เปลือยล่อนจ้อน

หลังจากนั้นดวงตากลมก็เบิกโพลงและฟื้นขึ้นมาในทันที

ราชาหมีมองไปรอบๆ ตนเอง ฉีกชิ้นเนื้อที่ถูกไฟไหม้ออกมาแผ่นหนึ่งแล้วใช้จมูกสูดดมกลิ่น จากนั้นก็กล่าวพึมพำว่า “หอมดีจัง ข้าอยากกินจวนจะอดใจไม่ไหวแล้ว…”

นี่คือเสียงของสวี่ชีอัน

ในเจดีย์พุทธะที่หลี่เมี่ยวเจินโยนออกไปมีจิตวิญญาณของสวี่ชีอันอยู่เล็กน้อย

จุดประสงค์ในการโยนเจดีย์พุทธะของนางนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตราชาหมี แต่ยังเพื่อส่งจิตวิญญาณของสวี่ชีอันออกไป ใช้พลังของซินกู่ควบคุมราชาหมีไปตรวจสอบที่สุสานสงฆ์

นี่คือแผนที่สองของสวี่ชีอัน

จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางโยนราชาหมีที่มีพลังต่อสู้เป็นอันดับสองนับจากหลังไปหน้าไปที่อรัญตาก็เพื่อปูทางไปสู่แผนที่สองนี้

ร่างหลักของสวี่ชีอันยังคงสกัดกั้นพระโพธิสัตว์ขั้นหนึ่งอยู่ โดยแอบใช้ซินกู่ควบคุมราชาหมีให้ไปสถานที่ปิดผนึกเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ สร้างความสับสนให้ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า โดยการโจมตีอย่างคิดไม่ถึงจากด้านข้าง

“โชคดีที่มีเจดีย์พุทธะอยู่ มิเช่นนั้นราชาหมีคงจะทอดกายนอนหลับอยู่ที่อรัญตาตลอดกาล” สวี่ชีอันกล่าวเสียงเบา

“ท่านอาวุโสถ่าหลิง พระโพธิสัตว์ฝ่าจี้อยู่ที่สุสานสงฆ์หรือไม่ มาดูคำตอบกันภายหลัง”

เจดีย์พุทธะสั่นสะเทือน ‘หึ่งๆ’ ราวกับตื่นเต้นอย่างมาก เสียงสั่นไหวของภิกษุเฒ่าถ่าหลิงดังเข้าไปในโสตประสาทของสวี่ชีอัน “อาตมารอคอยวันนี้มานานกว่าสามร้อยปีแล้ว ขอบคุณโยมที่เติมเต็มความปรารถนา”

นี่คือเรื่องที่สวี่ชีอันเคยสัญญากับมันไว้

ตอนนั้นเพื่อโน้มน้าวให้เจดีย์พุทธะละทิ้งกฎเกณฑ์และจัดการกับสำนักพุทธ สวี่ชีอันสัญญาว่าจะตามหาพระโพธิสัตว์ฝ่าจี้แทนมัน

เมื่อรับปากแล้วมีค่าดั่งทองพันชั่ง

“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน!”

สวี่ชีอันโบกมือลา ดันตัวเองลุกขึ้นยืน ปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็วด้วยร่างหมีที่หนักอึ้ง มุ่งหน้าไปทางสุสานสงฆ์ทางฝั่งตะวันตก

สุสานสงฆ์ไม่ได้อยู่บนยอดเขาหลักของอรัญตา แต่อยู่บนยอดเขาสูงลูกหนึ่งทางใต้ ที่นั่นไร้ซึ่งผู้คนและสิ่งมีชีวิตใดๆ

ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน อากาศเย็นยะเยือก สวี่ชีอันใช้เวลาไม่นานก็ขึ้นไปถึงยอดเขาและพบเข้ากับวัดโบราณ

ผนังด้านนอกของวัดโบราณมีความยาวต่อเนื่องกัน มีรอยด่างสีแดงแซมอยู่ ประตูหลักผุพังไปนานแล้ว ไม่รู้ว่ากี่ปีแล้วที่ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียน

อาซูหลัวบอกว่า สุสานสงฆ์เป็นสถานที่ที่พระภิกษุผู้มีชื่อเสียงจากทุกยุคสมัยกลับมาหลังจากมรณกรรมแล้ว และยังเป็นสถานที่ปลีกวิเวกของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าประกาศปลีกวิเวกเมื่อห้าร้อยปีก่อน สุสานสงฆ์ก็กลายเป็นสถานที่ต้องห้ามของอรัญตา นอกจากพระโพธิสัตว์เพียงไม่กี่องค์ ก็ไม่มีใครสามารถมาที่นี่ได้

หากไม่ใช่เพราะการแอบมาเยี่ยมเยียนของพระอรหันต์ตู้เอ้อร์ในตอนนั้น พระพุทธเจ้าก็คงพ้นจากความลับที่ถูกปิดไว้และไม่รู้ว่าจะถูกค้นพบเมื่อใด

แน่นอนว่าเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่น่าสงสัยของพระโพธิสัตว์ฝ่าจี้ก็เป็นเช่นนี้

สวี่ชีอันเดินเหยียบไปบนหิมะผ่านประตูเข้าไปในลาน มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของสุสานสงฆ์ ระหว่างทางมีเจดีย์สูงเท่ากับความสูงของคนสองคนอยู่เรียงราย มันมีสภาพผุกร่อนและเปื้อนไปด้วยคราบแห่งกาลเวลา มีต้นโพธิ์ปลูกอยู่ข้างเจดีย์

ตามคำบอกเล่าของอาซูหลัว ต้นโพธิ์ในสุสานสงฆ์ล้วนสืบพันธุ์มาจากต้นแม่พันธุ์ในตอนนั้น

สวี่ชีอันยังคงเดินลึกเข้าไปตามแผ่นกระเบื้องหินที่ ‘จม’ อยู่ใต้โคลน ไม่นานนัก ต้นไม้โบราณก็ปรากฏที่เบื้องหน้า ลำต้นของมันไม่สูงนัก แต่กิ่งก้านสาขายาวออกมาหลายสิบฟุต ลำต้นมีปมที่คดเคี้ยวและมีเถาวัลย์ห้อยลงมาจำนวนมาก

ล่างโคนต้นไม้ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้สีเหลืองที่เหี่ยวเฉา ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่านเวลามาเนิ่นนาน

แม่พันธุ์ต้นโพธิ์!

ดวงตาอันเป็นประกายของสวี่ชีอันหยุดลงที่กองกรวดหินข้างๆ ต้นแม่พันธุ์

ปิดผนึกของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายแล้วตามคาดจริงๆ…จิตใจของสวี่ชีอันสั่นสะเทือน

อาซูหลัวเคยบอกเรื่องนี้แล้ว แต่การเห็นด้วยตาตนเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เขาเดินเข้าไปใกล้ต้นโพธิ์เล็กน้อยในขณะที่ยังมีเจดีย์พุทธะอยู่บนศีรษะ กิ่งก้านและใบไม้ที่หนาพอจะปิดบังแสง ทำให้รู้สึกเศร้าหมองอย่างไม่มีเหตุผล

เวลานี้เอง เสียงร้องขอความช่วยเหลืออันคลุมเครือก็ดังเข้ามาในหูของเขา

“ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย…”

……………………………………………………

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 832 แม่พันธุ์ต้นโพธิ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved